
ที่ชั้นใต้ดิน 1 (B1) เขามีที่จอดรถให้นะ แต่ว่า...
เขาแนะนำว่า ที่จอดรถมีจำกัดมาก ๆ แนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะดีกว่านะ อันนี้จดไว้เลย!
ค่าเข้าชมและเวลาทำการของพิพิธภัณฑ์ศิลปะพัคซอบอ


นิทรรศการที่จัดแสดงตอนนี้เป็นงานเปิดตัวพิพิธภัณฑ์เลยนะ ชื่อว่า <พัคซอบอ, เฮือง โด ดิน: ความว่างเปล่าที่เต็มเปี่ยม>
เวลาทำการคือ วันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นนะ (หยุดทุกวันจันทร์จ้า)
ค่าเข้าชมประมาณ 100 บาท ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบเข้าฟรีเลยจ้า


พอเราจ่ายค่าเข้าที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เขาจะให้สายรัดข้อมือมานะ


ถัดจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์นิดเดียวก็มีของที่ระลึกน่ารักๆ วางโชว์อยู่ และตรงทางเข้าก็มีล็อกเกอร์ให้ฝากของได้ด้วยนะ สะดวกสุดๆ ไปเลย!


ที่ชั้น 1 บริเวณ Space 1 จะมีหมวกที่คุณพัคซอบอ (จิตรกร) ชอบใส่ กับพวกหนังสือ Art Book เก๋ๆ วางอยู่ด้วยนะ
เป็นพื้นที่ที่ใช้จัดงานบรรยายหรือ Book Talk ต่างๆ ด้วยแหละ
ทัวร์พร้อมผู้บรรยาย (Docent Tour) ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะพัคซอบอ


ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะพัคซอบอ เขามีทัวร์พร้อมผู้บรรยายฟรีนะเออ! โดยจะมีทุกวันตอนบ่าย 2 โมง และเพิ่มรอบตอน 4 โมงเย็นสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์กับวันหยุดนักขัตฤกษ์ด้วยนะ
ไม่ต้องจองล่วงหน้า สามารถเข้าร่วมได้เลยที่หน้างาน สะดวกสุดๆ!

เราก็ไปตอนบ่าย 2 โมงพอดีเลยนะ คนเยอะมากกกก!
ใช้เวลาประมาณ 50 นาที แต่ดีงามพระรามแปดมาก! ใครมีเวลานี่แนะนำเลยว่าต้องเข้า!


ผู้บรรยายที่นำทัวร์คือคุณคิมบอมซูนะ
เขาอธิบายดีมากกกก แถมยังเล่าเรื่องราวได้น่าติดตามจนลืมเวลาไปเลยทีเดียว! สุดยอดไปเลย!
ส่วนการจัดแสดงเนี่ย แนะนำให้เริ่มดูจาก Space 0 ชั้นใต้ดิน 2 (B2) แล้วขึ้นไป Space 2 ชั้น 2 ต่อด้วย Space 3 ชั้น 3 นะ จะได้อินฟินตามเรื่องราว!


เริ่มต้นชมงานนิทรรศการกันที่ชั้นใต้ดิน 2 ก่อนเลยนะ!
เริ่มแรกเลยนะ นิทรรศการเปิดตัวครั้งนี้เขาได้อธิบายเหตุผลให้ฟังด้วยว่า ทำไมถึงจัดแสดงร่วมกับศิลปินฝรั่งเศสเชื้อสายเวียดนามที่ชื่อ เฮือง โดดิง
ได้ยินมาว่าตอนที่ศิลปินพักซอโบยังมีชีวิตอยู่เนี่ย ท่านให้ความสำคัญกับการแนะนำและเผยแพร่ผลงานของศิลปินหน้าใหม่ๆ หรือศิลปินที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากๆ เลยนะ
ก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนิทรรศการเปิดตัวครั้งแรก ถึงได้นำเสนอผลงานของศิลปินที่คนเกาหลีอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยนัก แต่เป็นงานที่ช่วยให้เราเข้าใจผลงานของศิลปินพักซอโบได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปด้วยกันไง!


ผลงานของอาจารย์พักซอโบเนี่ย ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติซะส่วนใหญ่เลยนะทุกคน
ด้วยเหตุนี้ แม้จะอยู่ชั้นใต้ดิน 2 เขาก็ยังจัดสวนโดยใช้พืชป่า หญ้า และต้นไม้ที่มาจากเกาหลีจริงๆ มาสร้างเป็นสวนเลยนะ
โครงสร้างอาคารที่ทำให้เราสัมผัสถึงธรรมชาติได้แม้จะอยู่ใต้ดินเนี่ย มันน่าประทับใจมากๆ เลยอะ

ผลงานที่จัดแสดงคู่กันนี้ ด้านซ้ายเป็นของเฮือง โดดิง ส่วนด้านขวาเป็นของพักซอโบนะ
ได้ยินมาว่าผลงานทางด้านขวาเนี่ย เก็บรายละเอียดร่องในไร่นาของฟาร์มที่อันซอง ซึ่งเคยเป็นสตูดิโอทำงานของท่านเอาไว้ด้วยนะ
ส่วนศิลปินเฮือง โดดิง ก็ได้โชว์ผลงานที่วาดภาพหมู่เกาะในอ่าวฮาลอง ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ โดยเป็นภาพที่วาดจากการไปพักอยู่ 7 วัน แล้วเก็บรายละเอียดมาวันละภาพเลยนะ


ผลงานช่วงแรกๆ ของศิลปินพักซอโบ (ซ้าย) กับ เฮือง โดดิง (ขวา)
ศิลปินทั้งสองท่านมีจุดร่วมกันคือ ลดทอนองค์ประกอบในผลงาน ใส่ธรรมชาติเข้าไป และทำงานด้วยทัศนคติที่ใกล้เคียงกับการทำสมาธิหรือการปฏิบัติธรรมเลยนะ
ได้ยินมาว่าศิลปินเฮือง โดดิง เนี่ย จะทำวัสดุที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาใช้เองเลยนะ
ซึ่งการทำแบบนี้เนี่ย เธอจะเริ่มต้นวันใหม่ตั้งแต่ตี 4 เพื่อตื่นขึ้นมาเตรียมและเจียระไนเม็ดสีแร่ธาตุต่างๆ ด้วยตัวเองเลยนะ สุดยอดไปเลยอะ!


พอขึ้นไปชั้น 2 ปุ๊บ ก็เจอวิดีโอสัมภาษณ์ของพักซอโบกับเฮือง โดดิง ต้อนรับเราอยู่เลยนะ


ในโซนที่สอง เขาจะพาเราไปรู้จักกับ ‘ฮันจี-มโยบ็อบ’ สีดำ ที่พักซอโบพัฒนาขึ้นในช่วงปลายยุค 90s และ ‘ฮันจี-มโยบ็อบ’ แบบมีสีสัน ที่เริ่มทำในยุค 2000s

ศิลปินพักซอโบจะสร้างสรรค์ผลงานให้มีรูปทรงคล้ายภูเขา โดยผ่านกระบวนการแช่และรีดกระดาษฮันจีซ้ำๆ หลายครั้ง แล้วก็ลงสีหลายๆ รอบ เพื่อเพิ่มความลึกให้กับผลงาน
ที่พิเศษคือ สีดำในผลงานของเขาน่ะ ได้แรงบันดาลใจมาจากพื้นที่ในความทรงจำที่เขาสัมผัสได้ถึงความรักของแม่ นั่นก็คือ เตาไฟในห้องครัวนั่นเอง


นอกจากนี้ ผลงานยังจัดแสดงแบบไม่ใส่กรอบรูปนะทุกคน แต่จะเว้นระยะห่างจากผนังนิดหน่อย เพื่อให้เงาที่ทอดลงมาดูเหมือนกรอบรูป เป็นวิธีที่แปลกใหม่มาก ซึ่งเขาก็เล่าว่านี่เป็นความตั้งใจของศิลปินพักซอโบเองเลย!


พอเข้าสู่ปี 2000 โลกเราก็เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปหมดเลย
ตอนนั้นศิลปินพักซอโบก็อายุเข้าสู่ช่วง 70 กว่าแล้วนะ ได้ยินมาว่าท่านรู้สึกท้อแท้เลยว่าจะปรับตัวเข้ากับโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนไปได้ยังไง
แต่แล้ว หลังจากจัดนิทรรศการที่ญี่ปุ่นเสร็จ ท่านก็ได้บังเอิญไปเจอเข้ากับใบเมเปิลสีแดงเพลิงที่เหมือนกำลังลุกไหม้ที่ ภูเขาบันได ฟุกุชิมะ และเกิดความรู้สึกมหัศจรรย์อย่างมากที่นั่นเลย!
น่าทึ่งมากที่หลังจากนั้น ท่านก็เปลี่ยนสไตล์การทำงานทั้งหมด แล้วเริ่มนำสีสันของธรรมชาติมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างจริงจังเลยทีเดียว


ถ้ามองจากด้านหน้า เราจะเห็นเส้นแนวตั้งสีฟ้าๆ และดีไซน์เหมือนหน้าต่างที่เจาะตรงกลาง ซึ่งดึงดูดสายตามากๆ เลย
แต่พอเรามองเฉียงๆ อีกที ก็จะรู้สึกเหมือนคลื่นสีน้ำเงินเข้มแบบไล่เฉดกำลังซัดสาดเข้ามาเลยอะ บอกเลยว่าเกินคาดมาก!
ส่วนตัวนะ ถ้าถามว่า ‘ฮันจี-มโยบ็อบ’ สีดำ เนี่ยเป็นผลงานที่แสดงโลกศิลปะของพักซอโบได้อย่างชัดเจนแล้วล่ะก็...
ผลงานชุดสีสันที่ท่านสร้างสรรค์หลังจากนั้น ก็ให้ความรู้สึกที่หลากหลายและอิสระมากขึ้นนะ เหมือนเป็นการเปิดอีกโลกที่ลึกซึ้งออกมาเลยอะ


งานศิลปะชิ้นนี้ที่ผสมผสานสีขาวหม่นๆ กับสีม่วงอ่อนๆ เนี่ย พอได้เห็นของจริงแล้ว สวยงามกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะแกรรรร
ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก ดอกลาเวนเดอร์ เลยนะ!
ผลงานของศิลปินพัคซอโบเนี่ย ตอนแรกที่เห็นจะรู้สึกสงบและผ่อนคลายมากๆ เลยนะ เหมือนหงส์ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำเลยอ่ะ
แต่พอได้ลองมองดูดีๆ แล้ว เราจะเห็นถึงเวลาและความพยายามของคนคนนึงที่ค่อยๆ ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ แถมยังให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปเลยนะ ขึ้นอยู่กับมุมที่มองหรือแสงที่ตกกระทบอ่ะ คือแบบว้าวมาก!


มาถึงชั้น 3 สุดท้ายแล้วนะเพื่อนๆ ที่นี่มาในธีม "ความสมบูรณ์ของสีขาว"
คือเป็นพื้นที่ที่เราสัมผัสได้ถึงชื่อธีมนี้ได้อย่างตรงไปตรงมา รู้สึกได้ทั้งตัวเลยว่ามันใช่มากๆ ชอบสุดๆ ไปเลย!

ผลงานทั้งสามชิ้นนี้เนี่ย ศิลปินพัคซอโบตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมาโดยคำนึงถึง พื้นที่คิวบ์ที่ถูกออกแบบมาให้มีด้านกว้าง ด้านยาว และความสูง 8 เมตรเท่ากันหมด เลยนะ
ท่ามกลางพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยสีขาวทั้งหมด ผลงานทั้งสามชิ้นที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นมันช่างน่าประทับใจจริงๆ เลยอ่ะแก
แม้จะอายุ 90 กว่าแล้วนะ แต่ท่านก็ยังคงตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ทุกวันเลย โดยหวังว่าผลงานเหล่านี้จะได้จัดแสดงในพื้นที่นี้แหละแก


ผลงานเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องปั้นดินเผาสีขาวของช่างปั้นแห่งราชวงศ์โชซอนเลยนะ
ท่านตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเลยนะ แล้วนี่ก็เป็น ผลงานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เพียงชุดเดียวที่ไม่มีลายเซ็นของศิลปิน อยู่ในบรรดาผลงานที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะพัคซอโบเลยนะแกรรร..!

คือพอเห็นแบบนี้แล้วเนี่ย มันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นงานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เลยนะ
พอคิดดูว่าท่านต้องลงสีทับไปซ้ำมา ลองผิดลองถูก และคิดแล้วคิดอีก เพื่อความสมบูรณ์แบบของผลงาน โห...มันรู้สึก ทึ่งและเคารพ ในตัวท่านมากๆ เลยจริงๆ นะ

ส่วนอีกด้านนึงเนี่ย ศิลปินฮวง โดดิน เองก็ได้สร้างสรรค์ผลงานชุดสีขาวมาโดยตลอดเหมือนกันนะ
ฮวง โดดิน เกิดที่เวียดนามแล้วก็ย้ายไปฝรั่งเศสตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นแหละที่โรงเรียนประจำในฝรั่งเศส ท่านได้ เห็นหิมะเป็นครั้งแรกและประทับใจมากๆ เลยล่ะ
ท่านเฝ้าดูหิมะที่ปกคลุมโลกทั้งใบเป็นสีขาวค่อยๆ ละลายหายไป แล้วเผยให้เห็นสีสันที่ซ่อนอยู่ข้างใน เลยนำแนวคิดนี้มาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะนั่นเอง


อีกอย่างที่ประทับใจสุดๆ ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะพัคซอโบก็คือ วิธีการแสดงชื่อผลงาน นี่แหละแก
ปกติเราจะเห็นชื่อผลงานอยู่ข้างๆ ตัวงานศิลปะใช่มั้ยล่ะ แต่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะพัคซอโบเนี่ย ชื่อผลงานจะอยู่ข้างล่าง ซึ่งมันทำให้เราได้จ้องมองผลงานแต่ละชิ้นในแบบที่มันเป็นจริงๆ เลยนะ
ไม่ใช่ผลงานภาพวาดที่เน้นรูปทรงที่เราจะถามว่า "อันนี้วาดอะไรอ่ะ?" โดยธรรมชาติ
แต่เป็น ผลงานแนวAbstract แบบโมโนโครมที่สงบนิ่ง เลยทำให้เราเอ็นจอยกับผลงานได้มากขึ้นนะ

และสุดท้าย ผลงานที่น่าประทับใจมากๆ แถมยัง ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเลือกจัดนิทรรศการเปิดตัวร่วมกับศิลปินฮวง โดดิน
ฮวง โดดิน ได้มาเยือนเกาหลีครั้งแรกในปี 2023 และได้พบกับศิลปินพัคซอโบด้วยนะ
ตอนนั้นตอนแรกก็คุยกันผ่านล่ามนะ แต่จู่ๆ ฮวง โดดิน ก็พูดขึ้นมาว่า "หยุดแปลได้แล้วค่ะ เข้าใจหมดแล้ว"
แม้จะพูดคนละภาษากันนะ แต่ก็สื่อสารและเข้าใจโลกศิลปะของกันและกันได้อย่างสมบูรณ์เลยแหละ
ด้วยความทรงจำจากครั้งนั้น ฮวง โดดิน เลยสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาหลังจากการจากไปของศิลปินพัคซอโบ โดยระลึกถึงการพบกันของพวกเขานั่นเองแหละแก..!


สุดท้ายแล้วนะ ตรงข้ามกับผนังที่จัดแสดงผลงานเนี่ย มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวของยอนฮีดงได้แบบพาโนรามาเลย
มันทิ้งความประทับใจเหมือนเป็นผลงานศิลปะอีกชิ้นนึงเลยอ่ะแก

พอกลับลงมาที่ชั้น 1 อีกครั้งนะ เราก็ได้เจอผลงานที่พลาดไปตอนแรกตรงจุดนัดพบทัวร์กับโดเซนต์อีกครั้ง เหมือนเป็นของขวัญเลยอ่ะ
อันนี้ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของผลงานชุดสีสันสดใส หลังยุคปี 2000 นั่นเองนะ :)


ไม่แค่ทัวร์กับโดเซนต์นะ แต่ผลงานศิลปะและการจัดวางพื้นที่มันดีงามมากจนอยากจะอยู่ต่ออีกนานๆ เลยอ่ะแก!
ฉันเองก็เลยหยิบหนังสือที่ชอบมาเล่มนึง แล้วใช้เวลาละเลียดความสุขอยู่ที่นี่อีกหน่อย

เท่านั้นยังไม่พอ! ที่นี่ยังมีเวิร์กช็อปปังๆ ที่เกี่ยวกับผลงานศิลปะอีกเพียบเลยนะ อย่างเช่น เวิร์กช็อปกับนักดนตรีโยโจ (เขียนเติมเต็มหัวใจ)
ใครสนใจก็ลองไปสมัครดูได้เลยนะ!
สมัครได้ที่เว็บไซต์ทางการของพิพิธภัณฑ์ศิลปะพัคซอบอเลยจ้า
บอกเลยว่ามันเป็นช่วงเวลาที่การจัดแสดงโคตรดีงาม แถมมีคำบรรยายเริ่ดๆ จนค่าเข้าแค่ ประมาณ 100 บาท นี่รู้สึกถูกไปเลยอ่ะ!
ใครมีเวลาว่างนะ ฉันแนะนำแบบสุดๆ เลยว่าต้องไปร่วมทัวร์โดเซนต์ให้ได้นะแก! :)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะพัคซอบอ
ดัชนีคลังสุขภาพ (Wellness Archive Index)
นิทรรศการคือเริ่ด! ทัวร์โดเซนต์คือปังดึงดูดใจสุดๆ แถมพื้นที่จัดแสดงก็สมบูรณ์แบบไปหมด

ก่อนเที่ยว (ความคาดหวัง): ★★★
ระหว่างเที่ยว (ประสบการณ์): ★★★★★
หลังเที่ยว (ความทรงจำ): ★★★★★
*ดัชนีคลังสุขภาพ (Wellness Archive Index)คืออะไร?