Bistro de Yountville โซล: ดินเนอร์สุดหรูสไตล์ฝรั่งเศสที่เชฟดังแนะนำ 2026
ตามรอยเชฟจองแจฮยองไปดินเนอร์สุดหรูที่ Bistro de Yountville ร้านอาหารฝรั่งเศสในโซล บรรยากาศดี อาหารเลิศรส คุ้มค่าทุกบาท จองล่วงหน้าแล้วไปฟินกัน!

ไวน์ลิสต์มื้อดินเนอร์ที่ Bistro de Yountville ร้านอาหารฝรั่งเศสในโซลที่จองแจฮยองแนะนำ

ที่พี่จองแจฮยองแนะนำ
ร้านอาหารฝรั่งเศสสุดคลาสสิกฟีลปารีเซียง
ถึงจะยังไม่ได้ดูรายการ Culinary Class Wars 2 ก็เถอะ
แต่พอดูยูทูปช่อง 'Yung Jae-hyung' (요정재형) ปุ๊บ...
🫶🏼ก็บอกตัวเองเลยว่าต้องไปให้ได้!
🫶🏼แถมเป็นร้านที่ตั้งตารอที่สุดในทริปโซลครั้งนี้เลยล่ะ
นั่นก็คือ Bistro de Yountville
แต่ก็นะ... ด้วยความที่ราคาน้องแอบแรงนิดนึง
รอบนี้เลยจูงมือแก๊งเพื่อนซี้มาลุยด้วยเงินกองกลางของกลุ่มซะเลย! (สะใจมาก)
สำหรับมื้อดินเนอร์เนี่ย เค้ามีเงื่อนไขว่าต้องสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยนะ
แอบเกร็งและกระเป๋าฉีกเบาๆ เหมือนกันนะแก 🤣
แต่โดยรวมแล้วบอกเลยว่าเป็นการกินมื้อหรูที่ฟินและประทับใจสุดๆ
แน่นอนว่าเรื่องรสชาติอาจจะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วยเนอะ
เพราะฉะนั้น ตามมาอ่านรีวิวแบบเรียลๆ ให้จบกันนะจ๊ะ 🫶🏼
🥂ชมคลิปยั่วน้ำลายกันก่อน🥂
1. พิกัดร้านอาหารฝรั่งเศสสุดปังในโซล: Bistro de Yountville


ชื่อร้าน | บิสโทร เดอ ยอนต์วิลล์ BISTRO de YOUNTVILLE |
ที่อยู่ | ชั้น 1 อาคาร Ian Building, 13-7 Seolleung-ro 158-gil, Gangnam-gu, Seoul |
เวลาทำการ | 11:30 - 22:00 น. ช่วงพักเบรก (Break Time) 15:30 - 18:00 น. 📌 ต้องจองล่วงหน้าผ่าน Catch Table เท่านั้น! หยุดทุกวันจันทร์ |
ที่จอดรถ | มีบริการรับเลเซอร์รถ (Valet Parking) ที่ประตูหลังร้าน จอดได้ 2 ชั่วโมง ค่าบริการ ประมาณ 100 บาท Dosan-daero 55-gil 36, ตู้สีขาว (ข้างๆ bar Geranium) สามารถสอบถามกับทางร้านได้เลย |
เบอร์โทรศัพท์ | 0507.1448.1552 |
📍 เดินแค่ 2 นาทีจากสถานี Apgujeong Rodeo ทางออก 4 (โคตรใกล้!)
ทริปโซลรอบนี้พวกเราเลือกพักกันที่
จากย่านจัมซิล (Jamsil) นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2
แล้วไปเปลี่ยนสายเป็น Suin-Bundang แค่ครั้งเดียว
ก็ถึงร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรูนี้แล้ว
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 24 นาทีเองแก

ถือว่าเดินทางสะดวกมาก จะแวะมากินมื้อเย็นระหว่างเที่ยวโซลก็คือชิลสุดๆ
ไม่ได้ไกลอย่างที่คิดเลย เดินทางง่าย สบายบรื๋อ~
2. จองผ่าน Catch Table เท่านั้น (ย้ำว่าต้องจองนะวิ!)

ร้าน Bistro de Yountville เค้าคิวทองมากนะเธอ
ดังนั้นต้องจองคิวผ่านแอป Catch Table เท่านั้นเลย!
📌 ระบบจะเปิดจองคิวของเดือนถัดไปทุกวันที่ 15 เวลา 15:00 น. (บ่ายสามโมงตรง)
ใครเล็งวันไหนไว้ ตั้งนาฬิกาปลุกรอเลยจ้า!

💡
ในรูปอาจจะดูเหมือนมีโต๊ะว่างนะแก...
แต่ความจริงคือ เย็นวันเสาร์ที่ฉันไป คนเต็มทุกโต๊ะเลยนะจ๊ะ!
ถ้าใครอยากมาช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
ขอเตือนด้วยความหวังดีว่าต้องกดจองล่วงหน้าด่วนๆ เลยจ้า พลาดแล้วจะหาว่าไม่เตือนนะ 👏🏼
3. เมนูอาหารของร้าน

📌 มื้อกลางวัน (Lunch)
✔️ Lunch A ประมาณ 1,400 บาท
จานเรียกน้ำย่อย (Appetizer), จานหลัก (Main), กาแฟหรือชา
(เฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น)
✔️ Lunch B ประมาณ 1,800 บาท
จานเรียกน้ำย่อย (Appetizer), จานหลัก (Main), ของหวาน, กาแฟหรือชา
✔️ Lunch C ประมาณ 2,400 บาท
จานเรียกน้ำย่อย (Appetizer) 2 จาน, จานหลัก (Main), ของหวาน, กาแฟหรือชา
📌 มื้อเย็น (Dinner)
✔️ Dinner A ประมาณ 2,900 บาท
จานเรียกน้ำย่อย (Appetizer), จานหลัก (Main), ของหวาน, กาแฟหรือชา, เปอติโฟร์ (Petits Fours)
✔️ Dinner B ประมาณ 3,400 บาท
จานเรียกน้ำย่อยแบบเย็น (Cold Appetizer), จานเรียกน้ำย่อยแบบร้อน (Warm Appetizer), จานหลัก (Main), ของหวาน, กาแฟหรือชา, เปอติโฟร์
🥂


ถ้าไปทานมื้อค่ำ (Dinner) ไฟต์บังคับว่าต้องสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะจ๊ะ
🍾ค่าเปิดขวด (Corkage Charge) ประมาณ 1,500 บาท
ต่อให้จ่ายค่าเปิดขวดแล้ว
ก็ยังต้องสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของทางร้านด้วยนะแก🥲
(แต่สามารถสั่งเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์แทนได้อยู่เด้อ)
อุตส่าห์ทำการบ้าน ค้นหาลิสต์ไวน์มาอย่างดีก่อนไป
แต่พอไปถึงจริง ลิสต์ไวน์เปลี่ยนไปแล้วจ้าาา
ลิสต์ไวน์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ดูไว้เป็นแนวทางคร่าวๆ พอเนาะ :)
ตอนแรกกะว่าจะหิ้วแชมเปญไปเอง
แล้วยอมจ่ายค่าเปิดขวดเอาค่ะ
แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ต่อให้ยอมจ่ายค่าเปิดขวดประมาณ 1,500 บาท แล้ว
ก็ยังต้องสั่งเครื่องดื่มของที่ร้านพ่วงไปด้วยอีกอยู่ดี! แอบช็อกแป๊บ 😂
แถมนี่ไปกัน 3 คน แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งที่คออ่อนมาก แทบไม่ดื่มเลย
สุดท้ายเลยตกลงกันว่า สั่งแชมเปญขวดครึ่ง (Half Bottle) ของร้านมาจิบกรุบกริบแทนละกัน 🙌🏼
แต่เห้ย! แชมเปญเค้าอร่อยจริง ดีงามมากกก 🫶🏼
ในใจคือคิด... ไหนๆ ก็เปย์ไปตั้งประมาณ 12,800 บาท แล้ว เพิ่มเงินอีกสักประมาณ 2,100 บาท จะเป็นไรไป
แอบเสียดายทีหลังเฉยเลย 5555555
สรุปสุดท้าย พวกเราก็ต้องไปต่อกันที่ Signiel Bar อยู่ดีป่ะล่ะ?!
😂
https://www.agoda.com/partners/partnersearch.aspx?pcs=1&cid=1930631&hid=2066635
4. เมนูที่เราจัดกันไป
ทริปนี้เราไปกันผู้ใหญ่ 3 คนค่ะ
ด้วยความที่อยากชิมหลายๆ อย่าง
เลยเลือกสั่งเป็น Dinner Course B ไปเลย
✔️ออเดิร์ฟเย็น (Cold Appetizer) เลือกมาลองทุกแบบ อย่างละ 1
✔️ออเดิร์ฟร้อน (Warm Appetizer) เลือกมาลองทุกแบบ อย่างละ 1
✔️จานหลัก (Main Course) เลือกตามใจชอบของแต่ละคน
✔️ของหวาน เลือกมาลองทุกแบบ อย่างละ 1
สั่งแบบจัดเต็มตามนี้เลยยย
💡
ไปกัน 3 คนเนี่ยดีอย่าง
ได้แชร์อาหารกันชิมแบบละลานตามากกก

จัดจานสวยหรูนึกว่าวาร์ปไปอยู่ปารีส
เลิฟความรู้สึกมู้ดแอนด์โทนแบบนี้สุดๆ
เห็นแล้วอยากจองตั๋วบินไปปารีสอีกรอบเลยอ่า

เสียดายวันที่ไปคุณพ่อชาวฝรั่งเศส (French Papa) ไมูู่่่อยู่
เลยได้แต่อ่านข้อความทักทายลายมือของเขาแทนค่ะ


สั่งแชมเปญไซส์ครึ่งขวด (Half Bottle) ไป
แล้วดูขวดน้องสิคะ ตะมุตะมิสุดๆ

Jean Philippe Trousset Extra Brut
ผู้ผลิต: SCEV TOUSSET GUILLEMART
แหล่งผลิต: ฝรั่งเศส
พันธุ์องุ่น: Pinot Noir 50%, Pinot Meunier 30%, Chardonnay 20%
ส่วนผสม: น้ำองุ่น, น้ำตาล, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ผู้นำเข้า: Crystal Wine Collection
แอลกอฮอล์: 12%
อุณหภูมิแนะนำในการดื่ม: 10 องศา
วันบรรจุขวด: 23 ก.ค. 2021
วันที่ดื่ม: พ.ค. 2026
✔️เบลนด์จากไวน์หลากหลายวินเทจ
✔️บ่มพร้อมกากยีสต์นาน 10 เดือน
✔️บ่มต่อในขวดอีกอย่างน้อย 15 เดือน
✔️งดเว้นกระบวนการ Malolactic Fermentation
✔️บ่มในถังสแตนเลส 90%
✔️บ่มในถังไม้โอ๊ค 10%
อุตส่าห์เซิร์ชข้อมูลทำการบ้านเรื่องไวน์ไปซะดิบดี
แต่แชมเปญ Half Bottle ดันเปลี่ยนตัวซะงั้นค่ะ

แต่ขวดนี้ก็ดีงามไม่แพ้กัน! พรายฟองละเอียดละเมียดละไม มีความเปรี้ยวสดชื่นชัดเจน
สูดดมแล้วได้กลิ่นเลมอนและแอปเปิ้ลเขียวสดชื่น
ตามด้วยกลิ่นหอมกรุ่นๆ คล้ายขนมปังบริออช (Brioche) อ่อนๆ
เข้ากับคอร์สอาหารฝรั่งเศสได้ดีสุดๆ
หรือจะดื่มเปล่าๆ แบบไม่ทานคู่กับอาหารก็ยังอร่อยฟินสุดใจ

ส่วนเจ้าริแยตต์ (Rillettes) ที่ทำจากปลาซาบะ
พนักงานแนะนำให้ทาบนขนมปังแล้วทานคู่กันค่ะ

💡
กระซิบบอกนิดนึงว่า ขนมปังถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจะเริ่มเหนียวและแข็ง
แนะนำให้รีบกินตอนร้อนๆ จะฟินที่สุดดด

พอได้ลองชิมเนยปุ๊บ รู้สึกเลยว่ารสชาติมันคุ้นลิ้นมากๆ...
แอบถามมาให้แล้วน้า เค้าบอกว่าเป็นเนยแองเคอร์ (Anchor Butter) แหละแกรรรร

Amuse-bouche (อมูสบูช เรียกน้ำย่อยกันหน่อย)
บนทาร์ตกรอบๆ
มีเนื้อกับมันฝรั่งทอดท็อปอยู่ข้างบนล่ะ
อ้ามมม... ทานในคำเดียว ฟินสุดๆ -

เมนูเรียกน้ำย่อยแบบเย็น จานที่ 1: สลัดคูสคูสปูยักษ์
รากูปูยักษ์ เสิร์ฟพร้อมอะโวคาโดกัวคาโมเล่
และสลัดคูสคูส

เมนูเรียกน้ำย่อยแบบเย็น จานที่ 2: ปาเต อ็อง ครูต
พายเนื้อสุดพรีเมียมที่ห่อหุ้มด้วยแป้งพายกรอบๆ ข้างในมีทั้งเนื้อสันในวัว,
เนื้อสันนอกวัว, อกเป็ด และอกไก่แบบจัดเต็ม

เมนูเรียกน้ำย่อยแบบเย็น จานที่ 3: ครูโด
ซีฟู้ดครูโด ราดซอสไลม์วินิเกรตสุดจี๊ด
เสิร์ฟคู่กับนมอัลมอนด์ละมุนๆ
ในบรรดาเมนูเรียกน้ำย่อยแบบเย็นทั้งหมด...
My Pick ของฉันขอยกให้ "ครูโด" เลยจ้าาา 😋

เมนูเรียกน้ำย่อยแบบร้อน จานที่ 1: ล็อบสเตอร์ โวโลว็อง
แป้งพัฟเพสตรี้กรอบร่วน สอดไส้เนื้อล็อบสเตอร์
ที่ปรุงด้วยซอสบิสก์ (Bisque) แสนเข้มข้น

เมนูเรียกน้ำย่อยแบบร้อน จานที่ 2: เอสคาโก้
หอยทากอบเนยสมุนไพรสุดหอม
บอกเลยว่าจานนี้อร่อยกว่า
ที่เคยไปกินที่ฝรั่งเศสอีกแกรรร เลิฟเลย 🫶🏼

เมนูเรียกน้ำย่อยแบบร้อน จานที่ 3: ซุปหัวหอมฝรั่งเศส
ซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ ใส่กรูแยร์ชีส เอ็มเมนทัลชีสยืดๆ
และบาเก็ตชิปกรอบๆ
เห็นในรายการช่องยูทูบ "Yojung Jaehyung" บอกว่าเป็นซุป
ที่ต้องใช้ความประณีตและใส่ใจมากๆ เลยอยากลองมานาน
แต่พอได้ชิม แอบเหวอไปแป๊บนึง
เพราะไม่ใช่ซุปครีมทั่วไปที่คุ้นเคย
แต่ออกแนวรสชาติคลีนๆ รู้สึกสุขภาพดีขึ้นมาทันทีเลยล่ะ
ก็คนมันคิดว่าจะได้กินซุปครีมข้นๆ ทั่วไปนี่นา... ยัยคนซื่อบื้อเอ๊ย 😂
สรุปแล้ว ในบรรดาเมนูร้อน...
My Pick ของฉันขอยกให้ "เอสคาโก้" ยืนหนึ่งค่าาา 😋

จานหลัก จานที่ 1: ปลาประจำวัน
ปลาประจำวันวันนี้เป็นปลาอ๊กดม (ปลาไทล์ฟิชเกาหลี) จ้า
จำได้ว่าเคยกินปลาอ๊กดมย่างสไตล์ญี่ปุ่น
แบบหนังกรอบๆ แล้วอร่อยตราตรึงมาก
ก็เลยสั่งเวอร์ชันฝรั่งเศสมาลอง
แบบคาดหวังสุดๆ!
แต่วิธีปรุงกับกลิ่นอายมันค่อนข้างต่างกันเลยแหละ
😅

คือถ้าเป็นสไตล์ญี่ปุ่น เค้าจะดับคาวปลาเกลี้ยง
แล้วเน้นย่างจนหนังกรอบกรุ๊บใช่ป่ะล่ะ
แต่ของที่นี่จะเน้นชูรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว
ของปลาธรรมชาติ แถมเนื้อฉ่ำนุ่ม
ส่วนหนังแอบรู้สึกว่ายังกรอบได้มากกว่านี้อีกนิดนึงง่ะ
ส่วนตัวเราชอบกินปลานะ แต่ดันเป็นคนจมูกไว
กับกลิ่นคาวปลานิดนึง
จานนี้เลยแอบรู้สึกเสียดายไปหน่อยนึง 🥲
แต่พวกเพื่อนๆ คือชมว่าอร่อยกันใหญ่
แย่งกันกินหมดเลย! จานนี้ก็น่าจะขึ้นอยู่กับลิ้นของแต่ละคนจริงๆ ค่า

จานหลัก จานที่ 2: ซี่โครงแกะ
เมนูซี่โครงแกะเฟรนช์แร็ค (French Rack)
เราสั่งแบบมีเดียมแรร์ (Medium Rare) ไปเลยจ้า
เนื้อแกะนุ่มละมุนดีเลยแหละ
แต่กลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวของแกะ
แอบชัดและเข้มข้นจัดเต็มมากๆ
ไอ้เราก็เห็นว่าช่วงนี้เริ่มกินแกะ
เสียบไม้ย่างได้ชิลๆ แล้ว
ก็นึกว่าจะรอด... แต่ทว่า...
ดูทรงแล้ว ฉันยังคงเป็นแค่ "เลเวลมือใหม่"
(ยังอ่อนหัดนักกกก 555) ที่ยังเข้าไม่ถึงรสชาติออริจินัลของซี่โครงแกะขนาดนี้ 😅
แต่เพื่อนสองคนที่ไปด้วยคือสู้ตาย! นางบอกว่ากลิ่นแกะเข้มข้นสะใจแบบนี้แหละโคตรเด็ด ฟินกันไปตามระเบียบ
ใครสายแกะจ๋าๆ ชอบกลิ่นแนวนี้
บอกเลยว่าห้ามพลาด! โดนใจแน่นอน!
สรุปโต๊ะเรา สั่งปลาอ๊กดมไป 2 ที่
และซี่โครงแกะ 1 ที่
มานั่งคิดย้อนกลับไปก็งงตัวเอง...
ทำไมไม่สั่งจานหลักมาแบ่งกันให้หลากหลายกว่านี้นะ?
แอบอยากรู้เลยว่าสเต็กเนื้อจะเด็ดแค่ไหน ฮืออออออ ㅠㅠㅠㅠ Bond
รู้งี้สั่งสเต็กเซฟๆ มากินซะก็ดีแล้วววว (ได้แต่ร้องรู้งี้ๆๆๆๆ วนไป)
🤪
หรือว่าอาหารฝรั่งเศสจะไม่ใช่ทางของเรากันนะ?
เพราะจานหลักทั้งสองจานคือแอบเฟลเบาๆ 🤣

ของหวานอย่างที่ 1.
ครีมคัสตาร์ดเนื้อเนียนนุ่ม
ท็อปด้วยน้ำตาลเบิร์นไฟไหม้ๆ กรอบๆ สไตล์เครมบรูเล
เมนูนี้กินบ่อยมาตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ต้นๆ
เลยรู้สึกคุ้นเคยและรสชาติคุ้นลิ้นมากๆ

ของหวานอย่างที่ 2.
วิปครีมชานทิลลีรสสดชื่น
กับบาบาโอรัม (Baba au Rhum) ชุ่มฉ่ำน้ำเชื่อมรัม
ว้าว.... สายขนมหวานกรีดร้องรอบที่ 1 ปลื้มปริ่มสุดๆ 💕

ของหวานอย่างที่ 3.
แป้งชูว์ (Choux) กรอบๆ สอดไส้ไอศกรีมวานิลลา
ราดซอสดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นสะใจอย่าง พรอฟิทเทอรอล (Profiteroles)
ชื่อเรียกยากเว่อร์จนเกือบไม่สั่ง
แต่พี่พนักงานเชียร์อัปเก่งมาก เลยต้องจัดมาสักหน่อย
แล้วจะบอกว่าพนักงานที่แนะนำเมนูนี้
เสียงหล่อขยี้ใจจนจำได้แม่นเลยค่ะคุณน้า
ฟีลเหมือนนักแสดงคิมซองชอล
เจ้าของเพลง Tiramisu Cake เป๊ะๆ!
แป้งชูว์เย็นๆ เจอกับช็อกโกแลตอุ่นๆ
บอกเลยว่าช็อกโกแลตเลิฟเวอร์แทบตายตาหลับ รสชาติซึ้งกินใจมาก... 💕
เอาจริง เป็นคอร์สที่ตอนแรก
ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ (?)
แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยอินกับจานหลัก
อย่างฉัน ขนมหวานกลับทำหน้าที่แทนได้ดีเว่อร์ๆ
จนฟินระดับสิบไปเลยจ้า 🫶🏼
ในบรรดาของหวานทั้งหมด ตัวตึงในใจยกให้
บาบาโอรัม และ พรอฟิทเทอรอล เท่านั้น! 🫶🏼

เครื่องดื่มสามารถเลือกได้ระหว่างชาหรือกาแฟ
แต่เพราะเป็นตอนกลางคืน เลยขอเลือกเป็นชาอุ่นๆ ดีกว่า

ทางร้านใช้ใบชาหรูหราจากฝรั่งเศสอย่างแบรนด์
Dammann Frères (ดามมานน์ แฟรส์) มาเสิร์ฟให้เลย
พวกเรากับเพื่อนๆ เลยสั่งมาลองชิมกันคนละแบบ 3 กลิ่นไปเลยจ้า


เปอติฟูร์ (Petit Fours) ชิ้นเล็กๆ ที่เสิร์ฟเคียงมาพร้อมกับชา
สำหรับเรานะ
เพราะของหวานหลัก 3 อย่างมันอร่อยแสงออกปากไปแล้ว
จานเปอติฟูร์นี้เลยรู้สึกรสชาติธรรมดาๆ ไปหน่อยจ้า
รายละเอียดการสั่งอาหาร |
✔️ ดินเนอร์คอร์ส B (สำหรับ 3 ท่าน) ประมาณ 10,300 บาท ✔️ อัปเกรดเปลี่ยนเมนู ประมาณ 1,700 บาท ✔️ แชมเปญ Half Bottle ประมาณ 2,500 บาท |
ผู้ใหญ่ 3 คน รวมประมาณ 14,300 บาท |
เลือกเปลี่ยนเมนูตามใจอยากไปหน่อย
โดนค่าเสียหายเพิ่มเติมไป ประมาณ 1,700 บาท ขำๆ แหน่ะ 😆
แต่ก็นะ ได้ลองชิมเมนูที่หลากหลายขึ้น
ก็ถือว่าเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่คุ้มค่าดีนะ
เพื่อนๆ ในแก๊งคือเอ็นจอยแฮปปี้กับเกือบทุกเมนู
แต่สำหรับนี่ ส่วนตัวที่ประทับใจสุดๆ คือ
✔️ เอสคาร์โก้
✔️ ของหวาน 2 อย่างนั้น
✔️ แชมเปญ
กลายเป็นความทรงจำดีๆ ที่ชวนให้คิดถึงตลอดเลย
5. ร้านอาหารสไตล์เฟรนช์ปาป้า
ในขณะที่เพื่อนๆ แฮปปี้กับอาหารแทบทุกจาน
รวมถึงเมนูจานหลักด้วย
แต่สำหรับนี่ ตัวปลาและซี่โครงแกะ
ยังแอบรู้สึกว่าสไตล์ไม่ตรงกับความชอบส่วนตัวเท่าไหร่
แต่ถึงอย่างนั้น เอสคาร์โก้ ของหวาน 2 อย่าง
กับแชมเปญ คือดีงามระดับสิบ
จนกลายเป็นมื้อที่สร้างความประทับใจให้ไม่รู้ลืมเลยล่ะ
ด้วยราคาที่แอบแรง แถมดินเนอร์ไฟลท์บังคับต้องสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย
อาจจะไม่เหมาะกับการมาแฮงเอาท์ชิลๆ วันธรรมดา
แต่ถ้าเป็นมื้อสำหรับฉลองวันพิเศษกับคนที่รัก
บอกเลยว่าร้านอาหารฝรั่งเศสร้านนี้ ตอบโจทย์แบบไม่มีอะไรกั้นเลยจ้าแก
แม้จะไม่ได้ชอบทุกเมนูแบบ 100%
แต่มื้อพิเศษในทริปโซลที่ตั้งตารอคอยมื้อนี้
ก็บอกได้เลยว่าเป็นการเลือกที่คุ้มค่าไม่ผิดหวัง
กับร้าน Bistrot de Yountville แห่งนี้เลยค่ะ 👏🏼
📍 BISTROT de YOUNTVILLE
ชั้น 1 อาคาร Ian เลขที่ 13-7 Seolleung-ro 158-gil, Gangnam-gu, Seoul
#맛집โซล #ร้านอาหารมิชลินโซล #CulinaryClassWars2 #โยจองแจฮยอง #เฟรนช์ปาป้า #ร้านอาหารฝรั่งเศสในโซล #BistrotdeYountville #คอร์สดีเนอร์โซล #เที่ยวโซล #BISTROTdeYOUNTVILLE
คำถามที่พบบ่อย
ราคาคอร์สอาหารเย็นที่ Bistro de Yountville เป็นเท่าไร และมีกฎเกี่ยวกับการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไร?
คอร์สอาหารเย็น คอร์ส A ราคาประมาณ 2,900 บาท และคอร์ส B ราคาประมาณ 3,400 บาท การสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นข้อบังคับสำหรับการรับประทานอาหารเย็น และแม้ว่าคุณจะใช้บริการเปิดขวด (Corkage) ซึ่งมีค่าธรรมเนียมประมาณ 1,500 บาท คุณก็ยังต้องสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มอื่นๆ เพิ่มเติมจากทางร้าน
ควรจองโต๊ะที่ Bistro de Yountville เมื่อไรและอย่างไร?
จำเป็นต้องจองผ่านแอปพลิเคชัน Catch Table โดยจะเปิดรับจองสำหรับเดือนถัดไปในวันที่ 15 ของทุกเดือน เวลา 15:00 น. ดังนั้นจึงแนะนำให้จองล่วงหน้าหากต้องการมาใช้บริการในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
จากสถานี Apgujeong Rodeo ไปยัง Bistro de Yountville ใช้เวลาเดินทางนานเท่าไร และมีที่จอดรถหรือไม่?
ร้านตั้งอยู่ห่างจากทางออก 4 ของสถานี Apgujeong Rodeo โดยใช้เวลาเดินประมาณ 2 นาที มีบริการรับจอดรถ (Valet Parking) ในราคาประมาณ 100 บาท สำหรับ 2 ชั่วโมง ที่บูธสีขาวบริเวณหลังร้าน เลขที่ 36 ถนน Dosan-daero 55-gil
อาหารเรียกน้ำย่อยแบบร้อนในคอร์สอาหารเย็น B มีเมนูอะไรบ้าง?
อาหารเรียกน้ำย่อยแบบร้อน ได้แก่ วอลโลวองต์ล็อบสเตอร์ปรุงด้วยซอสบิสก์, เอสคาร์โกต์กับเนยสมุนไพร และซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศส ผู้เขียนบทความยกให้เอสคาร์โกต์เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่น่าพึงพอใจที่สุดในบรรดาเมนูเหล่านี้
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับผู้ใหญ่ 3 คนที่สั่งคอร์สอาหารเย็น B และแชมเปญที่ Bistro de Yountville เป็นเท่าไร?
สำหรับคอร์สอาหารเย็น B สำหรับ 3 คน มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 1,700 บาท สำหรับการเปลี่ยนเมนู เมื่อรวมกับแชมเปญฮาล์ฟขวดราคาประมาณ 2,500 บาท ยอดชำระทั้งหมดคือประมาณ 14,300 บาท
แชร์บทความนี้
อยู่ในคอลเลกชัน
พบเรื่องราวการเดินทางที่คัดสรรในธีมเดียวกัน
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

รีวิวทึงชนชาบูคัลกุกซู (등촌샤브칼국수) สถานีโซล 2026: ชาบูรสเด็ด ฟินทุกคำ!
ถ้ามาโซลแล้วอยากลองชาบูคัลกุกซูรสเด็ดที่คนท้องถิ่นการันตี ต้องปักหมุด '등촌샤브칼국수 สถานีโซล' เลยจ้า! น้ำซุปเข้มข้น เนื้อนุ่ม เส้นหนึบ แถมได้สุขภาพดีด้วยนะ

รีวิว Daemulseom Jongno 2026: ร้านปลาดิบซุกซองฮเวสุดฮิตย่านจงกัก
รีวิวร้านปลาดิบเกาหลีสุดฮิต Daemulseom สาขาจงโน แหล่งแฮงเอาท์ของคนโลคอลย่านจงกัก ลิ้มลองซุกซองฮเวเนื้อนุ่มละมุนลิ้น และเมนูเด็ดที่ห้ามพลาด!

รีวิว Ananti Resort Seoul 2026: ห้อง Timber Junior สุดหรูใกล้ชิดธรรมชาติ
รีวิว Ananti Resort (Anto) โซล ห้อง Timber Junior Room ที่พักสุดกรีนท่ามกลางธรรมชาติในโซล เหมาะสำหรับทริปครอบครัวและคู่รักที่อยากมาโฮ캉ส์ชาร์จแบต!

รีวิว Cafe Tiefe โซล 2026: คาเฟ่เปิดใหม่ย่านชาโรซูกิล
รีวิว Cafe Tiefe คาเฟ่เปิดใหม่สุดชิคย่านชาโรซูกิล โซล 2026 พิกัดลับสำหรับสายคาเฟ่และคู่รักที่กำลังมองหาที่เดท พร้อมเมนูของหวานและกาแฟซิกเนเจอร์สุดฟิน!

รีวิว โรงแรมชิมโด แอนด์ สปา ชินริม 2026: โฮคังส์ฟีลญี่ปุ่นแท้ๆ
หลบความวุ่นวายมาฟินกับโฮคังส์สุดชิลที่โรงแรมชิมโด แอนด์ สปา ใกล้สถานีชินริม! สปาส่วนตัว ห้องเสื่อทาทามิ ฟีลญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ต้องบินไกลถึงโซล

รีวิว W Jiwoo Resort 2026: ที่พักสุดปังใกล้เกาะนามิ กาพยอง
ปักหมุดที่พักใกล้เกาะนามิ กาพยอง ที่ W Jiwoo Resort! ทำเลดีที่สุด เดินไปท่าเรือแค่ 5 นาที สะดวกสบาย ฟินกับการเที่ยวได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องเดินทาง


