รีวิวพิพิธภัณฑ์กลางแห่งชาติเกาหลี 2026: นิทรรศการ Amazing Thailand ต้องไป!
ว้าว! พิพิธภัณฑ์กลางแห่งชาติเกาหลีจัดนิทรรศการ 'Amazing Thailand' ให้หายคิดถึงเมืองไทย! มาสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยสุดอลังการที่โซลกันนะทุกคน
กำลังโหลด...
ว้าว! พิพิธภัณฑ์กลางแห่งชาติเกาหลีจัดนิทรรศการ 'Amazing Thailand' ให้หายคิดถึงเมืองไทย! มาสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยสุดอลังการที่โซลกันนะทุกคน
ทุกคนขาาา! วันนี้เราจะพาไปเช็คอินที่ National Museum of Korea (국립중앙박물관) หรือที่คนเกาหลีเรียกสั้นๆ ว่า กุกจุงบัก (국중박) กันค่ะ!
บอกเลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็ตะลอนเที่ยวพิพิธภัณฑ์ตามต่างจังหวัดมาเยอะ แต่ไม่ค่อยได้มาพิพิธภัณฑ์ดังๆ ในโซลเลย พอรู้ว่าปีนี้ (2026) กุกจุงบักยังฮิตไม่หยุด เราก็ไม่พลาดจัดทริปวันธรรมดาไปเลยค่ะคุณ! แต่คิดดูนะว่าวันธรรมดาก็คนแน่นมากกกก ความฮอตปรอทแตกของที่นี่คือของจริง!

National Museum of Korea
137 Seobinggo-ro, Yongsan-gu, Seoul
เวลาทำการช่วงปิดเทอมฤดูร้อน 2026
จันทร์/อังคาร/พฤหัสบดี/ศุกร์/อาทิตย์ 09:00 - 18:00 น.
พุธ/เสาร์ 09:00 - 21:00 น.
*ปิดรับเข้าชม 30 นาทีก่อนเวลาปิด และเริ่มแจ้งเตือนให้เตรียมตัวกลับก่อนเวลาปิด 10 นาทีค่ะ
การเดินทางและที่จอดรถ

รถไฟใต้ดิน | สถานี Ichon (이촌역) ทางออก 2 |
รถบัส | สาย 400, 502 |
รถยนต์ส่วนตัว | จาก Itaewon: เลี้ยวขวาเข้า Yongsan Family Park ก่อนถึง Banpo Bridge -> ตรงไป 300 เมตรจากทางเข้า Yongsan Family Park จาก Gangnam: เลี้ยวซ้ายเข้า Yongsan Family Park ที่สี่แยกแรกของ Banpo Bridge (สี่แยกหน้า Han River Middle School) -> ตรงไป 300 เมตรจากทางเข้า Yongsan Family Park จาก Samgakji: เลี้ยวขวาไปทางสถานี Yongsan (สาย 1) -> เลี้ยวซ้าย 150 เมตรที่สถานี Ichon ไปทาง Yongsan Family Park |

พิพิธภัณฑ์กลางแห่งชาติเกาหลีเดินทางง่ายมากค่ะ! แค่ออกมาจากสถานี Ichon (สาย 4) ทางออก 2 ก็มีทางเชื่อมใต้ดินไปถึงเลย

ขึ้นบันไดเลื่อนมาแล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ แม้จะมีที่จอดรถนะ แต่เราแนะนำให้มาด้วยขนส่งสาธารณะดีกว่าค่ะ
เพราะในโซลขับรถเองนี่เครียดสุดๆ ยิ่งช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รถที่จะเข้ามาจอดเยอะมากกกก อาจจะทำให้หงุดหงิดตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดินชมเลยนะ

สำหรับที่จอดรถ สามารถเข้าทางที่จอดรถขนาดใหญ่ แล้วตรงไปที่จอดรถของ Yongsan Children's Garden ได้เลยค่ะ
ค่าจอดรถสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 15 ที่นั่ง) คือ ประมาณ 20 บาท สำหรับ 60 นาทีแรก และ ประมาณ 10 บาท สำหรับทุกๆ 10 นาทีถัดไป ค่าจอดสูงสุดต่อวันคือ ประมาณ 700 บาท ค่ะ

นิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑ์กลางแห่งชาติเกาหลีเข้าชมฟรีนะคะ แต่สำหรับนิทรรศการพิเศษจะมีค่าเข้าชมแตกต่างกันไปตามธีมค่ะ
ช่วงที่เราไปก็มีนิทรรศการ Amazing Thailand จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน ถึง 6 กันยายน 2026 และนิทรรศการ Our Dining Table จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 25 ตุลาคม 2026 ค่ะ
บอกเลยว่าพิพิธภัณฑ์ใหญ่มากกกก เดินวันเดียวให้ครบทุกโซนคือแทบเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ

ถ้าใครอยากเดินแบบฟินๆ เราแนะนำให้เริ่มจากชั้น 3 ก่อนเลยค่ะ เพราะชั้น 1 คนจะเยอะมากกกก

ห้องแห่งการใคร่ครวญ (Room of Quiet Contemplation) ที่ชั้น 2 นี่คือไฮไลต์เลยนะ! เป็นพื้นที่จัดแสดงประติมากรรมพระพุทธรูปปางครึ่งนั่งคิดสององค์ (National Treasure Pensive Maitreya Bodhisattva) ในแสงสลัวๆ บรรยากาศขลังมาก ที่นี่คือ 'หน้าตา' ของกุกจุงบักเลยก็ว่าได้ ต้องแวะมาให้ได้นะ!
ถ้ามีเวลาแค่ 1-2 ชั่วโมง แนะนำให้ดูแค่ ห้องแห่งการใคร่ครวญ -> ห้องมงกุฎทองคำชิลลา -> เจดีย์หินสิบชั้นคยองชอนซา แค่ 3 อย่างนี้ก็คุ้มแล้วค่ะ
ส่วนตัวเราครั้งแรกที่มา เราตั้งใจดูแค่นิทรรศการพิเศษสองอันที่จองไว้ เพราะเป็นนิทรรศการที่หายาก ส่วนนิทรรศการถาวรเนี่ย มาเมื่อไหร่ก็ได้ใช่ไหมล่ะ? แค่สองนิทรรศการพิเศษก็ใช้เวลาไป 2 ชั่วโมงกว่าแล้ว ขาลากเลยจ้าาา
ค่าเข้าชมนิทรรศการพิเศษ

สำหรับนิทรรศการ Amazing Thailand ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ประมาณ 200 บาท, วัยรุ่น ประมาณ 140 บาท, เด็ก ประมาณ 90 บาท ค่ะ
ส่วนนิทรรศการ Our Dining Table ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ประมาณ 120 บาท, วัยรุ่น ประมาณ 70 บาท, เด็ก ประมาณ 70 บาท ค่ะ ถ้าซื้อบัตรคอมโบสำหรับผู้ใหญ่สองนิทรรศการ จะอยู่ที่ ประมาณ 230 บาท ซึ่งประหยัดไปได้ตั้ง ประมาณ 70 บาท เลยนะ!

มีทริคเล็กๆ สำหรับการเข้าชมนิทรรศการ Amazing Thailand ด้วยนะ! คือการใส่เสื้อยืดสีสันสดใสสไตล์ไทยๆ ให้เข้ากับธีม 'Amazing Thailand: สีประจำวัน' ถ้าแต่งตัวมาตรงกับสีประจำวันนั้นๆ แล้วให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก็จะได้ส่วนลด 10% เลยนะ! ส่วนตัวเราว่าสีฟ้า/น้ำเงินของวันศุกร์นี่ใส่ได้ชิลๆ เลยค่ะ

ไม่ต้องโลภมากนะทุกคน แค่ดูนิทรรศการพิเศษสองอันก็ฟินแล้วค่ะ!
การตรวจกระเป๋าและฝากของที่กุกจุงบัก

นิทรรศการ Amazing Thailand จัดที่ห้องนิทรรศการพิเศษ 1 ส่วน Our Dining Table จัดที่ห้องนิทรรศการพิเศษ 2 ซึ่งอยู่อาคารฝั่งตรงข้ามกันค่ะ
เรานี่รักเมืองไทยมากกกก ปีที่แล้วไปมา 3 รอบเลยนะ! ปีนี้ติดเรื่องค่าเงินแพง ค่าครองชีพสูง เลยยังไม่ได้ไปไหนเลย การมาชมนิทรรศการนี้ก็ช่วยคลายความอยากไปเที่ยวเมืองไทยได้เยอะเลยค่ะ


ที่ห้องนิทรรศการพิเศษ 1 ไม่มีการตรวจกระเป๋าหรือสแกนอะไรเลยค่ะ เราสะพายกระเป๋าผ้าไปก็ไม่มีใครว่าอะไรนะ ดูเหมือนว่าถ้าไม่ใช่กระเป๋าใบใหญ่มากๆ ก็สามารถนำเข้าได้เลยค่ะ
แต่อาคารฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นโซนนิทรรศการถาวรและห้องนิทรรศการพิเศษ 2 จะมีการตรวจกระเป๋าตั้งแต่ทางเข้าเลยนะ กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าใบเล็ก หรือน้ำเปล่าสามารถนำเข้าได้ แต่เครื่องดื่มหรือขนมอื่นๆ ไม่อนุญาตนะคะ ต้องฝากไว้ที่ล็อกเกอร์ก่อนค่ะ

เรื่องราวประวัติศาสตร์ของไทยนี่ทำไมมันน่าสนใจขนาดนี้นะ?! เมื่อก่อนไม่เคยสนใจเลย แต่พอได้เดินทางบ่อยๆ ได้เห็น ได้เจอผู้คนจริงๆ ก็เลยทำให้เราอินกับประวัติศาสตร์มากขึ้นแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ


นิทรรศการเล่าเรื่องราวตั้งแต่จุดกำเนิดของไทยไปจนถึงการก่อร่างสร้างอารยธรรมอย่างเข้าใจง่าย เดินชมเพลินๆ แป๊บเดียวก็ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้วค่ะ
เวลาไปเที่ยวกรุงเทพฯ เราจะเห็นผู้คนกราบไหว้บูชาตามสถานที่ต่างๆ ทั่วไป ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ก็จะมีคนซื้อดอกไม้ จุดธูปเทียนเพื่อขอพรอยู่เสมอ นี่แหละค่ะคือวัฒนธรรมพุทธศาสนาที่ฝังรากลึกในชีวิตคนไทย

เรายังได้เห็นภาพจำลองของโบราณสถานในอยุธยาที่เราเพิ่งไปมาเมื่อไม่นานนี้ด้วยนะ!
อยุธยาเคยเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองยาวนานกว่า 400 ปีเลยนะ แต่ก็ต้องเสื่อมถอยลงเพราะสงครามกับพม่า (ในสมัยนั้นเรียกพม่าว่าหงสาวดี) แต่คนไทยก็รวมพลังกันสร้างชาติขึ้นมาใหม่ และสืบทอดขนบธรรมเนียมทางการเมือง วัฒนธรรม และศิลปะของอยุธยาต่อไปค่ะ

เจดีย์ทรงระฆังแบบนี้เรียกว่า 'เจดีย์ (Chedi)' ส่วนเจดีย์ทรงกลมๆ ทางขวาเรียกว่า 'ปรางค์ (Prang)' ค่ะ
ถ้าใครไปเที่ยวกรุงเทพฯ ต้องไปชมวัดพระแก้วเลยนะ จะเห็นเจดีย์แบบนี้เยอะแยะมากมายเลย
คำว่า 'วัด (Wat)' ก็คืออารามหรือวัดนั่นเองค่ะ วัดโพธิ์ วัดอรุณ และวัดพระแก้ว 3 วัดนี้คือห้ามพลาด ต้องไปชมให้ได้เลยนะ!


ช่วงท้ายนิทรรศการเราจะได้ชมวิดีโอที่ฉายบนจอแสดงผลขนาดใหญ่ด้วยนะ ลองนั่งพักดูสัก 3 นาทีสิคะ บอกเลยว่าอินจัดจนเกือบน้ำตาไหลเลยทีเดียว (แต่ก็ไม่ได้ร้องนะ ฮ่าๆ)

ตอนเข้างานเราจะได้การ์ดเปล่าๆ มา 1 ใบ พอชมเสร็จออกมาก็มาปั๊มตราสัญลักษณ์กันค่ะ

แค่วางการ์ดเปล่าลงในช่องสี่เหลี่ยม แล้วค่อยๆ ปั๊มตราตามลำดับก็เรียบร้อย อย่ากดแรงเกินไปนะ เพราะอาจจะเลอะได้ค่ะ ค่อยๆ กดเบาๆ ก็พอ

ทาด๊าาาา! โปสการ์ด Amazing Thailand ของเราก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว! เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ตลอดไปเลยค่ะ


เดินชมร้านขายของที่ระลึกของนิทรรศการ Amazing Thailand กันสักหน่อยก็ได้นะ ถ้าเจอของที่ถูกใจก็สอยมาได้เลย! ส่วนตัวเราว่าร้านของที่ระลึกของกุกจุงบักปกติคนจะเยอะมาก แต่ร้านของนิทรรศการพิเศษนี้กลับค่อนข้างเงียบกว่าค่ะ

และนี่ก็คือรีวิวการเข้าชมนิทรรศการพิเศษที่พิพิธภัณฑ์กลางแห่งชาติเกาหลีค่ะ! เนื่องจากที่นี่ใหญ่มาก เดินวันเดียวไม่หมดแน่นอน แนะนำให้เลือกชมนิทรรศการพิเศษแค่สองอัน หรือจะเลือกชมนิทรรศการถาวรแค่บางส่วนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาเที่ยวใหม่รอบหน้าก็ได้นะ
รู้ไหมว่ากุกจุงบักเนี่ย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกเมื่อปีที่แล้วเลยนะ! รองจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์และพิพิธภัณฑ์วาติกันเท่านั้นเอง ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ตัวแทนของเกาหลีที่น่าภาคภูมิใจมากๆ เลยล่ะ เหมาะกับการมาเที่ยวกับครอบครัว หรือจะมาเดทกับคนรักก็โรแมนติกสุดๆ ห้ามพลาดเลยนะทุกคน!
📍 National Museum of Korea
137 Seobinggo-ro, Yongsan-gu, Seoul, South Korea
สำหรับช่วงวันหยุดฤดูร้อนปี 2026 วันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ และอาทิตย์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 18.00 น. วันพุธและวันเสาร์จะขยายเวลาทำการตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 21.00 น. การเข้าชมรอบสุดท้ายคือ 30 นาทีก่อนเวลาปิดทำการ
ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ของการจัดแสดงพิเศษ 'Amazing Thailand' อยู่ที่ประมาณ 200 บาท และสำหรับ 'Our Dining Table' อยู่ที่ประมาณ 100 บาท สำหรับผู้ใหญ่ ตั๋วรวมสำหรับเข้าชมทั้งสองนิทรรศการมีราคาประมาณ 200 บาท ซึ่งถูกกว่าการซื้อตั๋วแยกประมาณ 100 บาท
หากคุณสวมเสื้อยืดหลากสีสันที่ตรงกับธีม 'สีประจำวันของประเทศไทย' คุณจะได้รับส่วนลด 10% หลังจากการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ หลังจากการเข้าชม คุณสามารถประทับตราบนการ์ดเปล่าเพื่อทำโปสการ์ด 'Amazing Thailand' ให้สมบูรณ์ได้
สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ค่าจอดรถคือประมาณ 0 บาท สำหรับ 60 นาทีแรก และจะมีการเพิ่มอีกประมาณ 0 บาท ทุก 10 นาทีหลังจากนั้น โดยมีค่าสูงสุดต่อวันคือประมาณ 700 บาท ห้องจัดแสดงพิเศษ 1 ไม่มีการตรวจกระเป๋า แต่ในอาคารที่มีห้องจัดแสดงพิเศษ 2 จะมีการตรวจกระเป๋าเมื่อเข้า และไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มหรือขนมเข้าไป จึงต้องใช้ตู้เก็บของ

ถ้ามาโซลแล้วอยากลองชาบูคัลกุกซูรสเด็ดที่คนท้องถิ่นการันตี ต้องปักหมุด '등촌샤브칼국수 สถานีโซล' เลยจ้า! น้ำซุปเข้มข้น เนื้อนุ่ม เส้นหนึบ แถมได้สุขภาพดีด้วยนะ

รีวิวร้านปลาดิบเกาหลีสุดฮิต Daemulseom สาขาจงโน แหล่งแฮงเอาท์ของคนโลคอลย่านจงกัก ลิ้มลองซุกซองฮเวเนื้อนุ่มละมุนลิ้น และเมนูเด็ดที่ห้ามพลาด!

รีวิว Ananti Resort (Anto) โซล ห้อง Timber Junior Room ที่พักสุดกรีนท่ามกลางธรรมชาติในโซล เหมาะสำหรับทริปครอบครัวและคู่รักที่อยากมาโฮ캉ส์ชาร์จแบต!

รีวิว Cafe Tiefe คาเฟ่เปิดใหม่สุดชิคย่านชาโรซูกิล โซล 2026 พิกัดลับสำหรับสายคาเฟ่และคู่รักที่กำลังมองหาที่เดท พร้อมเมนูของหวานและกาแฟซิกเนเจอร์สุดฟิน!

หลบความวุ่นวายมาฟินกับโฮคังส์สุดชิลที่โรงแรมชิมโด แอนด์ สปา ใกล้สถานีชินริม! สปาส่วนตัว ห้องเสื่อทาทามิ ฟีลญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ต้องบินไกลถึงโซล

ตามรอยเชฟจองแจฮยองไปดินเนอร์สุดหรูที่ Bistro de Yountville ร้านอาหารฝรั่งเศสในโซล บรรยากาศดี อาหารเลิศรส คุ้มค่าทุกบาท จองล่วงหน้าแล้วไปฟินกัน!