Mirinae Healing Club Yangpyeong 2026: รีวิวสปา ที่พักวันฝนตกสุดฟิน
เที่ยวเกาหลีหน้าฝนยังไงให้ฟิน? เรามีพิกัดลับ Mirinae Healing Club Yangpyeong สปาเท้า ออนเซ็น อาหารคลีน และที่พักส่วนตัว บอกเลยว่าดีต่อใจสุดๆ!
กำลังโหลด...
เที่ยวเกาหลีหน้าฝนยังไงให้ฟิน? เรามีพิกัดลับ Mirinae Healing Club Yangpyeong สปาเท้า ออนเซ็น อาหารคลีน และที่พักส่วนตัว บอกเลยว่าดีต่อใจสุดๆ!

ที่เที่ยวใกล้โซลในวันฝนพรำ
Yangpyeong Mirinae Healing Club
รีวิวจิมจิลบัง / ที่พักบ้านเดี่ยวชั้นเดียว
เรื่อง/ภาพ ⓒ 놀윰 (Nolyum)
วันที่เข้าพัก 16 ส.ค. 2569 (วันอาทิตย์)
ห่างจากโซลแค่ 1 ชั่วโมงเองแก!
วันนี้เราจะพาไปเที่ยว Yangpyeong Mirinae Healing Club แถวชานเมืองโซล ในยางเพียง จังหวัดคยองกี ที่เหมาะมากกับการพาคุณพ่อคุณแม่ไปพักผ่อนในวันฝนตกเลยล่ะ
บอกเลยว่าที่นี่ไม่ได้เป็นแค่จิมจิลบังธรรมดาๆ นะ
แต่มีทั้งอ่างแช่เท้า, ซาวน่าอบอุ่น, อโรมาเธอราพีบำบัด 5 สัมผัส 5 ธาตุ, ไปจนถึงบุฟเฟต์อาหารสุขภาพด้วยนะ
เป็นพื้นที่ฮีลใจที่เหมาะกับการมาพักผ่อนทั้งวันสุดๆ ไปเลย!

ตอนแรกก็แอบเสียดายนะที่คิดว่าจะไม่ได้ออกไปสนุกกับข้างนอกเต็มที่
แต่พอไปจริงเท่านั้นแหละ! รู้สึกเลยว่าที่นี่เหมาะกับวันฝนตกมากกว่าด้วยซ้ำไปอีก
นั่งแช่เท้าอุ่นๆ มองป่าที่เปียกปอนจากฝนข้างนอกหน้าต่าง
นอนอบตัวบนลูกบอลไบโอเซรามิกให้อบอุ่นไปทั้งตัว
กินบุฟเฟต์อาหารสุขภาพอร่อยๆ แล้วก็พักผ่อนต่อ~
เป็นทริปที่ต่างจากการเที่ยวแบบแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ แห่งโดยสิ้นเชิงเลยล่ะ
บอกเลยว่านี่คือ คอร์สเที่ยวแบบฮีลใจ ของจริง!


แล้วเราก็ไม่ได้แค่มาใช้บริการฮีลลิ่งคลับแล้วกลับนะ
แต่เราพักค้างคืนที่บ้านเดี่ยวชั้นเดียวที่อยู่ติดกันถึง 1 คืนเลยล่ะ!

ในโพสต์นี้ เราจะขอรวบตึงทุกเรื่องเกี่ยวกับ Yangpyeong Mirinae Healing Club ที่เราไปมาด้วยตัวเอง
ตั้งแต่ราคาการจองไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในจิมจิลบัง, บุฟเฟต์เวลบีอิ้ง,
รีวิวการใช้งานในวันฝนตก และที่พักบ้านเดี่ยวชั้นเดียว
มาสรุปให้ฟังแบบจัดเต็มในโพสต์เดียวเลยนะ!
ลำดับเนื้อหาในโพสต์ |
1. ราคา & วิธีการจอง Mirinae Healing Club |
2. มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง? |
3. บุฟเฟต์เวลบีอิ้งเป็นยังไงบ้าง? |
4. รีวิวที่พักบ้านเดี่ยวชั้นเดียว |
5. แนะนำสำหรับใครบ้าง? |
1. ราคา & วิธีการจอง Mirinae Healing Club
เวลาทำการ 09:30~18:00 น. (ปิดรับการเข้าชม 17:00 น.)

สำหรับ Yangpyeong Mirinae Healing Club นะแก
เค้าไม่ได้ขายแค่บัตรเข้าจิมจิลบังอย่างเดียวนะ
แต่ต้องจองเป็นแพ็กเกจที่รวมทั้งค่าเข้า + อาหารกลางวัน + เครื่องดื่มด้วยนะ!
บอกตรงๆ ตอนที่เราเห็นราคาครั้งแรก ก็คิดเหมือนกันว่า
"จิมจิลบังคนละประมาณ 1,400 บาท (60,000 วอน) นี่มันแอบแรงอยู่นะ?"
แต่พอได้ลองไปใช้เวลาที่นั่นทั้งวันจริงๆ ก็เลยรู้ว่ามันไม่ใช่แค่การใช้บริการจิมจิลบังอย่างเดียว
เพราะว่ามันรวมบุฟเฟต์อาหารกลางวันกับเครื่องดื่มที่คาเฟ่ด้วย
แถมยังอยู่ได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็นอีก
ก็เลยต้องมองต่างจากจิมจิลบังทั่วไปนิดนึงนะแก
ประเภท | วันธรรมดา ผู้ใหญ่ / เด็ก | วันหยุดสุดสัปดาห์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้ใหญ่ / เด็ก |
แพ็กเกจฮีลลิ่ง | ประมาณ 1,400 บาท / ประมาณ 800 บาท | ประมาณ 1,500 บาท / ประมาณ 900 บาท |
แพ็กเกจฮีลลิ่งพลัส | ประมาณ 1,600 บาท / ประมาณ 1,000 บาท | ประมาณ 1,700 บาท / ประมาณ 1,100 บาท |
แพ็กเกจฮีลลิ่งสำหรับชาวเมืองยางเพียง | ประมาณ 1,300 บาท / ประมาณ 700 บาท | ประมาณ 1,400 บาท / ประมาณ 800 บาท |
แพ็กเกจฮีลลิ่งสำหรับลูกค้าที่พัก | ประมาณ 1,300 บาท / ประมาณ 700 บาท | ประมาณ 1,400 บาท / ประมาณ 800 บาท |
*สำหรับน้องๆ หนูๆ (เด็กเล็ก) หมายถึงน้องๆ ที่อายุตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป จนถึงชั้นประถมเลยนะ
*ส่วนน้องๆ ที่อายุต่ำกว่า 36 เดือน ไม่ต้องจ่ายเพิ่มจ้า ฟรี!



ใน Healing Package เนี่ยนะ
จะรวมค่าเข้า Healbing Club + อาหารกลางวัน + เครื่องดื่ม 1 แก้ว
ส่วน Healing Plus ก็จะจัดเต็มกว่าเดิม มีขนมแถมให้อีกด้วยนะเออ
โดยเฉพาะถ้าใครแพลนมาพักค้างคืนแบบพวกเราล่ะก็
มีอะไรเด็ดๆ ที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษเลยล่ะ!

แขกที่เข้าพักเนี่ย จะได้ส่วนลด Healing Package พื้นฐานไปเลย คนละประมาณ 100 บาท
ทำให้วันธรรมดา ผู้ใหญ่จ่ายแค่ ประมาณ 1,300 บาท เท่านั้นเอง!

ราคานี้รวมอาหารกลางวันด้วยนะ!
มื้อกลางวันของที่นี่เขาเป็นบุฟเฟต์อาหารเพื่อสุขภาพนะทุกคน!
ถ้ามาทานบุฟเฟต์อย่างเดียว ผู้ใหญ่ก็จะตกอยู่ที่ ประมาณ 700 บาท ส่วนน้องๆ หนูๆ (เด็กเล็ก) ก็ ประมาณ 400 บาท จ้า
เวลาเปิดให้บริการคือ 11:30-13:30 น. เข้าได้ถึง 13:00 น.
และจะแบ่งเป็น 2 รอบนะ คือรอบแรก 11:30 น. / รอบสอง 12:30 น.

ดังนั้น เวลาที่เรามาเทียบราคาเนี่ย ต้องดูด้วยนะว่าใน Healing Package พื้นฐาน ประมาณ 1,400 บาท
เขารวมบุฟเฟต์อาหารกลางวันที่มูลค่าถึง ประมาณ 700 บาท พร้อมเครื่องดื่มให้แล้วด้วยนะ คุ้มจริงอะไรจริง!
จะจองยังไงดีล่ะเนี่ย?
Mirinae Healbing Club เขาให้จองผ่าน Naver Reservation ได้เลยนะ
แค่เลือกวันที่กับจำนวนคน ก็จองได้ปุ๊บปั๊บ!

Healing Package เนี่ยจองได้สูงสุด 10 ใบนะทุกคน
แต่พักหลังมานี้เป็น Hot Place ที่ฮิตมว้ากกก
เพราะงั้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เนี่ย อาจจะเต็มไปแล้วหลายรอบเลยนะ
แนะนำให้รีบจองล่วงหน้าทันทีที่แพลนได้เลยจ้า!

ถ้าอยากจะมาพักผ่อนแบบเต็มวันเหมือนพวกเราเลยนะ
การจองที่พักไปด้วยก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยล่ะ!
ส่วนห้องพักของเขาก็มีหลายแบบเลย ตั้งแต่แบบชั้นเดียว, สองชั้น, Plum, Caravan และอื่นๆ อีกเพียบ!
ราคาเป็นไปตามนี้เลยจ้า
ที่พัก | ปกติ/สูงสุด | ราคาปกติ | ช่วงพีค |
ห้อง Ondol แบบชั้นเดียว | 4 คน/6 คน | ประมาณ 3,100 บาท | ประมาณ 3,700 บาท |
แบบสองชั้น | 4 คน/6 คน | ประมาณ 3,800 บาท | ประมาณ 4,600 บาท |
ห้อง Cabin (สตูดิโอ) | 4 คน/6 คน | ประมาณ 2,300 บาท | ประมาณ 2,300 บาท |
Plum สำหรับ 6 คน | 6 คน/8 คน | ประมาณ 3,800 บาท | ประมาณ 4,600 บาท |
Plum สำหรับ 8 คน | 8 คน/10 คน | ประมาณ 4,800 บาท | ประมาณ 5,800 บาท |
แบบ Villa | 6 คน/8 คน | ประมาณ 3,100 บาท | ประมาณ 3,100 บาท |
Caravan | 3 คน/5 คน | วันธรรมดา ประมาณ 3,800 บาท | วันหยุด ประมาณ 4,400 บาท |
👇🏻 คลิกจอง Mirinae Healbing Club ผ่าน Naver Reservation ได้เลย!
2. ข้างในมีอะไรบ้างนะ?

พอได้ลองเดินสำรวจ Mirinae Healbing Club เองแล้วเนี่ย
ห้องอบลูกบอลไบโอเซรามิก, โอแฮงบำบัด, โอคัมบำบัด,
อโรมาเธอราพี, ไปจนถึงโซนนวดเท้าที่หลากหลายสุดๆเลยอ่ะ
บอกเลยว่าธีมเขาหลากหลายเอาเรื่องเลยนะ.

ธีมอบอุ่นร่างกายให้ฟินสุดๆ
มาถึงจิมจิลบังทั้งที จะไม่เหงื่อออกให้ฉ่ำก็ถือว่าพลาดนะจ๊ะ!
โซนบำบัดด้วยความร้อนก็จะมี ห้องอบลูกบอลไบโอเซรามิก,
กูเดิลจัง, โอแฮงบำบัด อะไรพวกนี้เลย.



สำหรับ ห้องอบลูกบอลไบโอเซรามิก เนี่ย
ก็คือการเอาตัวเราไปแช่ในลูกบอลเซรามิกเล็กๆ ที่อุ่นๆ
เป็นเหมือนเตียงซาวน่าที่ไม่เหมือนใครเลยล่ะ.
มันไม่ใช่แค่ความร้อนจากพื้นเหมือนจิมจิลบังทั่วไปนะ
แต่ลูกบอลเซรามิกจะโอบล้อมตัวเราไว้ มันรู้สึกดีเว่อร์เลยอ่ะ.

กูเดิลจัง ตามชื่อเลย คือการนอนพักผ่อนบนพื้นอุ่นๆ
เป็นธีมจิมจิลบังสไตล์เกาหลีแท้ๆ และเป็นโซนที่ฮิตมากๆ ที่นี่ด้วยนะ.

โอแฮงบำบัด เป็นจิมจิลบังที่อยู่ในโซนกลางแจ้งนะ
เป็นโซนบำบัดด้วยความร้อนที่จัดธีมตามธาตุทั้งห้าแบบตะวันออก ได้แก่ ไม้(木)·ไฟ(火)·ดิน(土)·ทอง(金)·น้ำ(水).
อุณหภูมิก็สูงจริงจัง แถมยังมีความชื้นกำลังดี
เหงื่อไหลดีมาก บอกเลยว่าฟินสุดๆ ไปเลย!




โอคัมบำบัด & อโรมาเธอราพี
แต่ถ้าอยากนอนพักเงียบๆ ชิลล์ๆ บ้างเนี่ย โซนที่เลิศก็คือ
โอคัมบำบัดค่ะ.


เขาใช้สีสัน กลิ่นหอม ดนตรี และเสียงต่างๆ มาช่วยบำบัด
ตกแต่งให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสบายๆ
เงียบสงบมาก จนหลายคนมางีบหลับกันเพียบเลยอ่ะ.


โซนแช่เท้าก็หลากหลายกว่าที่คิดนะ!
บอกเลยว่าโซนแช่เท้าที่ Mirinae Healbing Club นี่คือสำคัญกว่าที่คิดเยอะเลย!
มีทั้ง แช่เท้าอโรมา, แช่เท้าไมโครบับเบิล,
แช่เท้าดีท็อกซ์เลมอนและไวน์แดง, แช่เท้าโสมและดอกคำฝอย,
แช่เท้า Kneipp แบบเย็น และอีกมากมายหลายชนิดเลย
ถ้าลองแช่ไปทีละแบบ รับรองว่าเวลาจะผ่านไปเร็วสุดๆ เลย.


ที่นี่ไม่ได้มีแค่แช่เท้าอุ่นๆ อย่างเดียวนะ
แต่ยังมี Kneipp Cold Foot Bath ที่เราต้องเดินย่ำไปบนก้อนกรวดในลำธารน้ำเย็นๆ อีกด้วย!
พอเหงื่อออกจากการอบตัวแล้ว มาปิดท้ายด้วยการแช่เท้าคลายความร้อนแบบนี้
โคตรสดชื่นเท้าเลยแกรรร


เปลญวนกลางแจ้ง & สวนบนดาดฟ้า
ถ้าอากาศเป็นใจ ก็ออกไปข้างนอกได้เลยนะ
มี เปลญวนชิลล์ๆ กับสวนบนดาดฟ้า ให้ใช้บริการด้วย
บอกเลยว่าเขาใส่ใจเรื่องการออกแบบสถานที่แบบสุดๆ!
แต่ถ้าเจอวันฝนตกเหมือนตอนที่ฉันไป
แค่เดินวนๆ ดูโซนอบตัวกับโซนบำบัดในร่ม ก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะแล้วนะ
ก็เลยไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรมากเลย

ตั้งแต่โยคะยันโรงหนัง,
กิจกรรมเยอะกว่าที่คิดอีกนะ
ที่ Mirinae Healbing Club ไม่ได้มีแค่แช่เท้าหรืออบตัวอย่างเดียวนะ
เขามีวิธีการพักผ่อนให้เลือกหลากหลายสุดๆ เลย
ที่เด็ดเลยคือ โซนโยคะ!
เป็นห้องกว้างๆ มีเสื่อโยคะปูเต็มไปหมด
แล้วก็มีจอโปรเจคเตอร์ด้านหน้า ให้เราดูแล้วทำตามท่าต่างๆ ได้เลย

บางช่วงก็จะมีคลาส Wellness Program ด้วยนะ
แต่ถ้าไม่มีคลาส
ก็มาผ่อนคลายร่างกายเบาๆ ได้สบายเลย



เวลาที่อบตัวไปเรื่อยๆ แล้วเริ่มขี้เกียจทำอะไรแล้ว
ก็มาใช้ โซนเต็นท์ที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวๆ นี่แหละ เวิร์กสุดๆ!
ข้างๆ มีหนังสือให้หยิบอ่านได้ด้วยนะ
เลยเห็นคนมาใช้บริการกับลูกๆ เยอะเลย

นี่ยังไม่รวม โซนดูหนังไว้พักผ่อน อีกนะ
บอกเลยว่ากิจกรรมเยอะแบบแน่นๆ เกินคาดสุดๆ!
ใครที่ไม่อยากเข้าๆ ออกๆ ซาวน่าร้อนๆ ตลอดเวลา
โดยเฉพาะถ้ามากับพ่อแม่หรือเด็กๆ
การได้แวะพักในโซนสบายๆ แบบนี้สลับกันไป จะดีงามมากเลยแหละ
3. รีวิวบุฟเฟต์เพื่อสุขภาพ & คาเฟ่

ที่ Mirinae Healbing Club เนี่ย แพ็กเกจฮีลลิ่งไม่ได้รวมแค่ค่าเข้า นะ
แต่ รวมบุฟเฟต์มื้อกลางวันเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มในคาเฟ่อีก 1 แก้วด้วย
พวกเราก็อบตัวกับแช่เท้ากันแบบจัดเต็มไปแล้วตอนเช้า
แล้วก็ไปกินมื้อเที่ยงรอบแรกกันเลย
และไฮไลต์ที่พ่อแม่ปลื้มปริ่มเป็นพิเศษ ก็คือ
บุฟเฟต์เพื่อสุขภาพนี่แหละ!










บุฟเฟต์เวลบีอิง เน้นอาหารเพื่อสุขภาพ!
*เวลาทำการ 11:30~13:30
*รอบ 1 เวลา 11:30 / รอบ 2 เวลา 12:30
*ปิดรับเข้าเวลา 13:00
*ค่าบริการเพิ่มเติม: ผู้ใหญ่ ประมาณ 700 บาท / เด็ก ประมาณ 400 บาท
มื้อเที่ยงที่นี่มันคนละฟีลกับตอนไปกินรามยอนหรือทงคัตสึในร้านอาหารที่จิมจิลบังทั่วไปเลยนะแก
ประเภท | เมนู |
ประเภทเนื้อ | พุลโกกิเนื้อวัว, เจยุกบกกึม (หมูผัดเผ็ด), เป็ดย่างรมควัน |
เมนูตามฤดูกาล | เมมิลยาแชกวา-ริโกชูจิม (ผักรวมนึ่งซอสพริกเกาหลี), ทริปเปิลเบอร์รี่บูชู (กุยช่ายบำรุงสุขภาพ), ทาซึลกิบิบิมบับ (ข้าวยำหอยน้ำจืด) |
นามุล / เครื่องเคียง | พากิมจิ (กิมจิต้นหอม), แบชูกิมจิ (กิมจิผักกาดขาว), โออีกิมจิ (กิมจิแตงกวา), แซอูเอโฮบักมูชิม (กุ้งซูกินีคลุกน้ำมันงา), โออีมูชิม (แตงกวาน้ำมันงา), พมดงมูชิม (ผักกาดขาวคลุกน้ำมันงา), ชองโพมุกมูชิม (วุ้นถั่วเขียวคลุกน้ำมันงา), บรอกโคลี, คาจีทวีกิม (มะเขือยาวทอด) |
สลัด | สลัดแซลมอน, ผักสดตามฤดูกาล |
ซุป / มุลกิมจิ | ฮันบังทักจุก (โจ๊กไก่สมุนไพร), โทโทรีมุกซาบัล (วุ้นลูกโอ๊กในน้ำซุปเย็น), ซุปประจำวัน |
ผัก | ผักห่อ (쌈) และผักสดตามฤดูกาลหลากหลายชนิด |
ของหวาน | มันฝรั่งเนย, ทันโฮบักมักกอลลีซุลปัง (ขนมปังนึ่งฟักทองหมักมักกอลลี), ผลไม้ ฯลฯ |

ตอนแรกที่ได้ยินว่าเป็นบุฟเฟต์เวลบีอิงก็คิดว่าจะมีแต่นามุล (ผักคลุกน้ำมันงา) หรือพวกผักเยอะๆ ซะอีก
แต่ปรากฏว่ามีเมนูที่กินอิ่มท้องและอร่อยหนักๆ เพียบเลยแก
ทั้งพวกเนื้อสัตว์ คาจีทวีกิม (มะเขือยาวทอด) มันฝรั่งเนย หรือฮันบังทักจุก (โจ๊กไก่สมุนไพร) ก็มีให้เลือกเยอะเลยนะ
โดยเฉพาะ คาจีทวีกิม (มะเขือยาวทอด) คือทอดมากรอบแบบฟินๆ เลยแก
รู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เฮลท์ตี้ แต่เป็นเมนูที่อร่อยจัดๆ มากกว่า!
แล้วก็ยังมีเมนูที่เด็กๆ น่าจะกินได้ง่ายด้วยนะ
อย่างมันฝรั่งเนย หรือทันโฮบักมักกอลลีซุลปัง (ขนมปังนึ่งฟักทองหมักมักกอลลี) ก็มีให้เลือกด้วย


แวะพักเบรกชิลๆ ที่คาเฟ่
ที่ Mirinae Healing Club เนี่ย เวลาจองแพ็กเกจฮีลลิง
บัตรเข้าใช้บริการจะรวมเครื่องดื่ม 1 แก้ว ไปด้วยเลยจ้า
คือดีงาม ไม่ต้องควักเงินเพิ่ม ก็เลือกเครื่องดื่มที่ชอบในคาเฟ่ได้เลย!



ที่นี่มีเครื่องดื่มหลากหลายสุดๆ
ตั้งแต่กาแฟ ลาเต้ เอส สมูทตี้ ชาโบราณ ไปจนถึงชาสมุนไพร
คือเลือกไม่ถูกเลยว่าจะสั่งอะไรดี!
ตอนพวกเราไปเป็นช่วงหน้าร้อน พอทำเทอราปีเสร็จปุ๊บ
ก็ได้ แวะพักดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจ เลย
บอกเลยว่าพอเหงื่อออกเยอะๆ แล้วได้ดื่มอะไรเย็นๆ เนี่ยนะ โคตรฟิน อร่อยคูณสิบไปเลยจ้า!
4. รีวิวห้องพักออนดลแบบชั้นเดียว
ห้องพักที่เข้าพัก : 'บา'

ถ้าใครที่เพลินกับโปรแกรมฮีลลิงตลอดทั้งวัน
จนรู้สึกว่าไม่อยากกลับเลยเนี่ยะ
ก็สามารถ ใช้บริการห้องพักที่ Mirinae Healing Club ต่อได้เลยนะ
ฉันเลือกพัก ห้องออนดลแบบชั้นเดียว จากบรรดาห้องพักทั้งหมดนะ
แต่สไตล์ก็ไม่ได้หรูหราทันสมัยเหมือนโรงแรมใหม่ๆ สมัยนี้อะ







แต่!! ที่นี่มี เพดานไม้ หน้าต่างที่ให้ฟีลฮันอก
และ พื้นที่ออนดล ที่เข้ากันได้ดีสุดๆ กับบรรยากาศธรรมชาติๆ ของ Mirinae Healbeing Club เลยแหละ

วิวต้นไม้เขียวๆ นอกหน้าต่างก็คือดีย์!
ตอนที่ฉันไปมันหน้าร้อนพอดี๊พอดี วิวจากห้องพักก็เลย
เขียวชอุ่มไปหมดเลย ถึงแม้จะอยู่ไม่ไกลจากโซลนะ
แต่ก็ได้ฟีลเหมือนมาเที่ยวจริงๆ เลยอะ
ถ้าพักที่นี่ ได้ส่วนลด Healbeing Club ด้วยนะ
ใช่ว่าแค่พักที่นี่แล้วจะได้ ตั๋วเข้า Healbeing Club ไปเลยนะ
รวมอัตโนมัติซะเมื่อไหร่ ต้อง ซื้อแยกต่างหาก นะจ๊ะ
แต่ว่า มีเรตราคาพิเศษสำหรับแขกที่มาพัก ด้วยนะ
คือ วันธรรมดา ประมาณ 1,300 บาท, วันหยุดสุดสัปดาห์ ประมาณ 1,400 บาท เลยจ้า

แต่สิ่งที่ฉันว้าวสุดๆ คือ การจัดสรรพื้นที่ นี่แหละ
ในหนึ่งวันเนี่ย ได้ทำครบหมดเลย ทั้ง โอแฮงเทราพี, โอคัมเทราพี, แช่เท้า, ซาวน่า (จิมจิล)
พอทำครบหมดแล้ว ตัวมันจะเริ่มเมื่อยๆ ล้าๆ แบบที่คิดไว้เลยนะ
แล้วไม่ต้องขับรถกลับโซลนะ
พักผ่อนที่ที่พักได้เลยทันที มันชิลล์มากๆ เลยล่ะ

ส่วนตัวแล้วฉันเลยอยากแนะนำว่า
ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่พักที่มาเพื่อดูห้องเฉยๆ นะ
แต่ฉันแนะนำให้มา ฟินกับ Healbeing Club แบบเต็มวัน
แล้วค่อย พักค้างคืน ต่อเลยดีกว่า
โดยเฉพาะถ้ามากับคุณพ่อคุณแม่หรือเด็กๆ นะ
เพราะเป็นห้องแบบชั้นเดียว ไม่มีบันได
ก็จะสะดวกกว่าแบบสองชั้นเยอะเลย!
แนะนำสำหรับคนแบบนี้!
✔ คนที่อยากพักผ่อนแบบเต็มที่สักวันใกล้ๆ โซล
→ ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่ซาวน่า (จิมจิล) อย่างเดียวนะ แต่มีทั้งแช่เท้า, โอแฮงเทราพี-โอคัมเทราพี, บุฟเฟต์เพื่อสุขภาพ, คาเฟ่ ให้เพลินได้ครบจบในที่เดียวเลย
✔ คนที่กำลังมองหาที่เที่ยวสำหรับครอบครัว พาคุณพ่อคุณแม่ไปได้
→ ที่นี่มีตัวเลือกเยอะมาก ตั้งแต่ซาวน่า (จิมจิล) ร้อนๆ ไปจนถึงมุมพักผ่อนสบายๆ เหมาะกับการไปพักผ่อนกับคุณพ่อคุณแม่แบบชิลล์ๆ เลย
✔ คนที่กำลังมองหาที่เที่ยวในร่มสำหรับวันฝนตก
→ วันที่ฉันไปฝนตกด้วยนะ แต่กลับได้บรรยากาศไปอีกแบบ แถมมีกิจกรรมในร่มให้ทำเยอะมาก แทบไม่กระทบกับทริปเลย
✔ คนที่อยากฮีลลิ่งแบบไม่ซ้ำใคร ไม่ใช่แค่จิมจิลบังธรรมดา
→ ที่นี่มีอะไรให้ลองเยอะมาก ตั้งแต่ซาวน่าลูกบอลไบโอเซรามิก โอแฮงเทราพี, โอคัมเทราพี, แช่เท้าหลายธีม คือเป็นกิจกรรมแบบ Interactive สุดๆ
✔ คนที่ชอบอาหารเพื่อสุขภาพ
→ เพราะในแพ็กเกจฮีลลิ่งมีบุฟเฟต์เพื่อสุขภาพ กับเครื่องดื่มคาเฟ่ 1 แก้วรวมอยู่ด้วย เลยไม่ต้องไปหาข้าวหรือคาเฟ่ที่อื่นเลย สบายสุดๆ
👇🏻 เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ Mirinae Healbeing Club ยางพยอง
📍 Mirinae Healbeing Club
21 Wolsanjeosuji-gil, Jipyeong-myeon, Yangpyeong-gun, Gyeonggi-do
ไปกดติดตามอินฟลูเอนเซอร์ Noryum แล้ว
รับข้อมูลเที่ยวเจ๋งๆ เพิ่มเติมได้เลย 👇🏻

🩷 กดปุ่มแฟน (Fan) เลยนะ! จะมีแจ้งเตือนบทความใหม่ๆ ส่งไปหาทุกคนเลยจ้า 🩷
ค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ในวันธรรมดาของแพ็กเกจฮีลลิ่งที่ Mirinae Healing Club อยู่ที่ประมาณ 1,400 บาท แพ็กเกจนี้รวมค่าเข้าคลับฮีลลิ่ง บุฟเฟต์อาหารกลางวันเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มในคาเฟ่ 1 แก้ว
แขกที่เข้าพักที่ Mirinae Healing Club จะได้รับส่วนลดประมาณ 100 บาทต่อคนสำหรับแพ็กเกจฮีลลิ่งพื้นฐาน ดังนั้นจึงสามารถใช้บริการได้ในราคาประมาณ 1,300 บาทสำหรับผู้ใหญ่ในวันธรรมดา และประมาณ 1,400 บาทสำหรับผู้ใหญ่ในวันหยุดสุดสัปดาห์
บุฟเฟต์เพื่อสุขภาพของ Mirinae Healing Club ประกอบด้วยเมนูเนื้อสัตว์หลากหลายและอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น บุลโกกิ หมูผัดเผ็ด มะเขือยาวทอด และโจ๊กไก่สมุนไพร เวลาทำการของบุฟเฟต์คือ 11:30 น. ถึง 13:30 น. โดยรับเข้ารอบสุดท้ายเวลา 13:00 น.
นอกจาก Bio Ceramic Ball Jjim แล้ว Mirinae Healing Club ยังมี 'กูดูจัง' (Gudeuljang) ที่คุณสามารถนอนพักผ่อนบนพื้นอุ่นๆ และ 'โอแฮงเทราพี' (Ohaeng Therapy) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง โอแฮงเทราพีเป็นพื้นที่บำบัดด้วยความร้อนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธาตุทั้งห้า (ไม้ ไฟ ดิน โลหะ น้ำ) ของปรัชญาตะวันออก
ที่พักแบบออนดลชั้นเดียวของ Mirinae Healing Club มีลักษณะพิเศษคือบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ ผสมผสานเพดานไม้ หน้าต่างสไตล์ฮันอก และพื้นที่ออนดล โครงสร้างชั้นเดียวที่ไม่มีบันไดทำให้สะดวกสำหรับผู้ปกครองหรือเด็กๆ และราคาพื้นฐานสำหรับ 4 ท่านคือประมาณ 3,100 บาท

ถ้ามาโซลแล้วอยากลองชาบูคัลกุกซูรสเด็ดที่คนท้องถิ่นการันตี ต้องปักหมุด '등촌샤브칼국수 สถานีโซล' เลยจ้า! น้ำซุปเข้มข้น เนื้อนุ่ม เส้นหนึบ แถมได้สุขภาพดีด้วยนะ

รีวิวร้านปลาดิบเกาหลีสุดฮิต Daemulseom สาขาจงโน แหล่งแฮงเอาท์ของคนโลคอลย่านจงกัก ลิ้มลองซุกซองฮเวเนื้อนุ่มละมุนลิ้น และเมนูเด็ดที่ห้ามพลาด!

รีวิว Ananti Resort (Anto) โซล ห้อง Timber Junior Room ที่พักสุดกรีนท่ามกลางธรรมชาติในโซล เหมาะสำหรับทริปครอบครัวและคู่รักที่อยากมาโฮ캉ส์ชาร์จแบต!

รีวิว Cafe Tiefe คาเฟ่เปิดใหม่สุดชิคย่านชาโรซูกิล โซล 2026 พิกัดลับสำหรับสายคาเฟ่และคู่รักที่กำลังมองหาที่เดท พร้อมเมนูของหวานและกาแฟซิกเนเจอร์สุดฟิน!

หลบความวุ่นวายมาฟินกับโฮคังส์สุดชิลที่โรงแรมชิมโด แอนด์ สปา ใกล้สถานีชินริม! สปาส่วนตัว ห้องเสื่อทาทามิ ฟีลญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ต้องบินไกลถึงโซล

ตามรอยเชฟจองแจฮยองไปดินเนอร์สุดหรูที่ Bistro de Yountville ร้านอาหารฝรั่งเศสในโซล บรรยากาศดี อาหารเลิศรส คุ้มค่าทุกบาท จองล่วงหน้าแล้วไปฟินกัน!