เลชเช เมืองปูเกลีย: เที่ยวประตูเมืองเก่าสุดปัง สไตล์บารอก
มาเลชเชทั้งที ต้องไม่พลาดประตูเมืองเก่าสุดอลังการ! สัมผัสประวัติศาสตร์สไตล์บารอก ชมสถาปัตยกรรมอันวิจิตร และเดินเล่นชิลล์ๆ ตามรอยเมืองเก่าที่เลอค่าแห่งนี้.
แนะนำที่เที่ยวเลชเช
ประตูเมืองเก่า 3 บานสุดปัง!
ⓒ 글/사진 노마드쌀미
ถ้าได้มาเที่ยว 'เลชเช' ที่ใครๆ ก็ยกให้เป็น 'ฟลอเรนซ์แห่งแดนใต้' ของอิตาลีนะ
จะได้เห็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความโมเดิร์นของเมืองใหม่
กับความขลังของเมืองเก่าที่หยุดเวลาไว้ในยุคกลางเลยล่ะ
เส้นแบ่งระหว่างสองโลกนี้ก็คือ 'กำแพงเมือง' (Mura) กับ 'ประตูเมือง' (Porta) นั่นเอง
แค่ก้าวผ่านประตูเมืองอลังการเหล่านี้เข้าไปนะ
ก็เหมือนหลุดเข้าไปในงานเลี้ยงสไตล์บารอก
ที่ทุกสิ่งสร้างจากหินเลชเชสีทองอร่ามตา! ว้าวมาก!
วันนี้เราจะพาไปเดินเล่นชิลล์ๆ ชมประตูเมืองเก่า 3 บานคู่ใจของเลชเช
พร้อมกับเส้นทางเดินเล่นเลียบกำแพงเมืองสุดโรแมนติกกันจ้า
สารบัญ |
1. Porta Napoli (ประตูนาโปลี) |
2. Mura Urbiche (ทางเดินเลียบกำแพงเมือง) |
3. Porta Rudiae (ประตูรูเดียเอ) |
4. Porta San Biagio (ประตูซานเบียโจ) |
5. เส้นทางเดินเล่นแนะนำ |
6. บทสรุป |
1. Porta Napoli (ประตูนาโปลี)

จุดสตาร์ททริปเลชเชที่ฮิตที่สุดก็คือ
'ประตูนาโปลี' ที่อยู่ทางเหนือของเมืองเก่านั่นเอง

💜 ประวัติศาสตร์น่ารู้ 💜
ประตูนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1548 เพื่อเฉลิมฉลองการมาเยือนของ
จักรพรรดิคาร์ลที่ 5 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
เป็นเหมือน 'ประตูชัย' ขนาดย่อมๆ เลยนะ
เพราะสมัยก่อนตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางไปเมืองนาโปลีไง
เลยได้ชื่อนี้มา

💜 จุดเด่นทางสถาปัตยกรรม 💜
ดีไซน์อลังการที่ถอดแบบมาจากประตูชัยในกรุงโรมเลยนะ
เหนือประตูขึ้นไปจะเห็นตราประจำพระองค์ของจักรพรรดิคาร์ลที่ 5
เป็นรูปนกอินทรีแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง
ให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ในยุคนั้นสุดๆ ไปเลย

ตรงข้ามประตูนาโปลีเป๊ะๆ จะมี
เสาโอเบลิสก์ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
เพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่านักบุญผู้พิทักษ์เมืองเลชเช อย่าลืมแวะไปดูนะจ๊ะ!
📍 Porta Napoli
Piazzetta Arco di Trionfo, 73100 Lecce LE, อิตาลี
2. ทางเดินเลียบกำแพงเมือง (Mura Urbiche)

พอชมประตูนาโปลีเสร็จแล้วนะ
ให้เดินเลียบ 'ทางเดินเลียบกำแพงเมือง' ที่อยู่ติดกันไปเลย
เขาปรับปรุงใหม่จนกลายเป็น
สวนสาธารณะและแหล่งโบราณสถานสุดร่มรื่นเลยล่ะ
ตลอดแนวรั้วกำแพงเมืองที่เคยใช้ป้องกันเลชเชในอดีต
ตอนนี้กลายเป็นสวนสวยๆ ให้เดินเล่นเพลินๆ

พอตกกลางคืน กำแพงเมืองจะเปิดไฟสลัวๆ ทั่วทั้งแนว
หินเลชเชสีทองก็จะเปล่งประกายออกมา โรแมนติกสุดๆ ไปเลยแก!
ส่วนด้านในกำแพงเมืองเนี่ย จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันพิเศษๆ
และต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นนะ บางทีก็มีจัดนิทรรศการด้วย
แต่แอบกระซิบว่า ถ้าไม่ได้มีนิทรรศการอะไรพิเศษ
หลายคนรีวิวว่าข้างในก็ไม่ได้มีอะไรว้าวมากมายเมื่อเทียบกับราคาค่าเข้าอะนะ
แนะนำให้เดินเล่นแค่รอบๆ สวนก็พอแล้ว
ถ้าเวลาจำกัด จะข้ามส่วนนี้ไปก็ได้ ไม่ว่ากันจ้า
📍 Mura urbiche
Viale Michele de Pietro, 10, 73100 Lecce LE, อิตาลี
3. Porta Rudiae (ประตูรูเดียเอ)

เดินเล่นเลียบกำแพงเมืองไปทางตะวันตกเรื่อยๆ
เราจะเจอกับ 'ประตูรูเดียเอ' ประตูที่สวยอลังการที่สุดของเลชเชเลยนะ
ชื่อนี้ได้มาเพราะเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังเมืองโบราณ
'รูเดียเอ' (Rudiae) ซึ่งเป็นที่มาของเลชเชในปัจจุบันนั่นเอง

ปัจจุบัน (เดือนกรกฎาคม 2026) ประตูนี้ยังอยู่ในช่วงของการปรับปรุงนะจ๊ะ
ประตูนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1703 และแสดงถึง
สถาปัตยกรรมสไตล์บารอกแบบคลาสสิกเลย
เหนือประตูขึ้นไปจะมีรูปปั้นของ 'นักบุญโอรอนโซ' (Sant'Oronzo)
ซึ่งเป็นบิชอปคนแรกและนักบุญผู้พิทักษ์เมืองเลชเช ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่
โดยมีนักบุญไอรีนและนักบุญโดมินิโกยืนขนาบข้างคอยปกป้อง
พอเดินลอดประตูรูเดียเอเข้าไปนะ
บอกเลยว่าเราจะเข้าสู่โซนเมืองเก่าจริงๆ
ที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยแคบๆ น่ารักๆ และร้านอาหารอร่อยๆ เพียบ!
📍 Rudiae Gates
Via Giuseppe Libertini, 73100 Lecce LE, อิตาลี
4. Porta San Biagio (ประตูซานเบียโจ)

มาถึงประตูสุดท้ายที่อยู่ทางใต้ของเมืองเก่า
ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟกลางเลยจ้า นั่นก็คือ 'ประตูซานเบียโจ'
ส่วนตัวเราพักอยู่ใกล้ๆ ประตูนี้
เลยเดินเข้าออกบ่อยสุดเลยล่ะ

ประตูนี้สร้างขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 18
อาจจะไม่ใหญ่โตเท่าประตูนาโปลีนะ
แต่มีความสมดุลและสง่างามแบบคลาสสิกสุดๆ
สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญเบลส (St. Biagio)
จุดเด่นคือลวดลายแกะสลักอันวิจิตรเหนือประตู ที่ต้องแหงนมองดีๆ เลยนะ
ประตูนี้ให้ฟีลที่สงบและมีเสน่ห์กว่าประตูอื่นๆ นิดนึง

แถวๆ ประตูนี้มีคาเฟ่และบาร์ Aperitivo ที่คนท้องถิ่นชอบมานั่งชิลล์กันเยอะมาก
เหมาะกับการจิบสปรีตซ์เย็นๆ ปิดท้ายทริปเดินเล่นของเราสุดๆ ไปเลย
📍 Porta San Biagio
Piazza D'Italia, 73100 Lecce LE, อิตาลี
5. เส้นทางเดินเล่นแนะนำ (ประมาณ 1 - 1.5 ชั่วโมง)
เริ่มที่ 'ประตูนาโปลี' (Porta Napoli)
(อย่าลืมแวะดูเสาโอเบลิสก์ด้วยนะ!)
⬇️
เดินชิลล์ๆ ไปทางตะวันตกตาม
'ทางเดินเลียบกำแพงเมือง' (Mura Urbiche)
(จะเดินหรือไม่เดินก็ได้ ไม่บังคับจ้า)
⬇️
เข้าสู่เมืองเก่าผ่าน 'ประตูรูเดียเอ' (Porta Rudiae)
แล้วแวะเดินสำรวจตรอกซอกซอยน่ารักๆ แป๊บนึง
⬇️
จากนั้นจะเดินเลียบกำแพงเมืองด้านนอก
หรือจะลัดเลาะตามซอยเล็กๆ ในเมืองเก่าไปทางใต้
เพื่อไป 'ประตูซานเบียโจ' (Porta San Biagio) ก็ได้หมด
ปิดท้ายทริปด้วยการนั่งจิบเอสเพรสโซ่
หรือกินเจลาโต้ฟินๆ ที่คาเฟ่แถวประตูซานเบียโจ!
6. บทสรุป

ประตูเมืองทั้งสามและกำแพงเมืองของเลชเชเนี่ย
บอกเลยว่ามันคือร่องรอยประวัติศาสตร์และความมุ่งมั่นทางศิลปะ
ที่เมืองนี้สั่งสมมานับพันปีเลยนะ
ถึงแม้โบสถ์สวยๆ ข้างในจะอลังการแค่ไหน
แต่บางทีความมั่นคงของกำแพงเมืองเก่าแก่แบบนี้แหละ
ที่ทำให้การเดินทางของเรามีความหมายและลึกซึ้งขึ้นเยอะเลย
หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยให้เพื่อนๆ วางแผนเที่ยวเลชเชได้อย่างสนุกและฟินขึ้นนะจ๊ะ!
📍 Porta Napoli
Piazzetta Arco di Trionfo, 73100 Lecce LE, อิตาลี
📍 Mura urbiche
Viale Michele de Pietro, 10, 73100 Lecce LE, อิตาลี
📍 Rudiae Gates
Via Giuseppe Libertini, 73100 Lecce LE, อิตาลี
📍 Porta San Biagio
Piazza D'Italia, 73100 Lecce LE, อิตาลี
คำถามที่พบบ่อย
เส้นทางเดินเล่นแนะนำที่ครอบคลุมประตูเมืองหลักทั้งสามแห่งของเลชเชใช้เวลาประมาณเท่าไหร่?
เส้นทางที่เริ่มต้นจาก Porta Napoli ผ่านทางเดินบนกำแพงเมืองและ Porta Rudiae ไปจนถึง Porta San Biagio ใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 1.5 ชั่วโมง ขอแนะนำให้ปิดท้ายทริปด้วยการพักผ่อนที่คาเฟ่ใกล้ๆ กับ Porta San Biagio
อนุสาวรีย์สัญลักษณ์ที่สามารถมองเห็นได้ฝั่งตรงข้าม Porta Napoli คืออะไร?
ตรงข้ามกับ Porta Napoli มีเสาโอเบลิสก์ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญองค์อุปถัมภ์ของเมืองเลชเช ขอแนะนำให้เยี่ยมชมพร้อมกับ Porta Napoli ซึ่งเป็นประตูชัยที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงจักรพรรดิคาร์ลที่ 5
หากต้องการเข้าไปด้านในของทางเดินบนกำแพงเมือง (Mura Urbiche) ต้องทำอย่างไร?
การเข้าไปด้านในกำแพงเมืองสามารถทำได้เฉพาะในโอกาสพิเศษโดยต้องจองล่วงหน้า และมักจะมีการจัดนิทรรศการอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม หากไม่มีนิทรรศการ หลายคนมองว่าอาจจะไม่คุ้มค่านักเมื่อเทียบกับราคา ดังนั้นการเดินเล่นในสวนสาธารณะด้านนอกเพียงอย่างเดียวก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน
มีข้อควรทราบอะไรบ้างหากต้องการไปเยี่ยมชม Porta Rudiae ในขณะนี้?
ณ เดือนมีนาคม 2026 Porta Rudiae กำลังอยู่ในระหว่างการบูรณะซ่อมแซม โปรดคำนึงถึงจุดนี้เมื่อไปเยือน และขอแนะนำให้เดินชมตรอกร้านอาหารที่เริ่มต้นตั้งแต่บริเวณด้านในประตูเมือง
แชร์บทความนี้
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

รีวิว Chicchi & Grani เลชเช่ 2026: คาเฟ่เบเกอรี่โลคอลอิตาลีใต้
ปักหมุด Chicchi & Grani คาเฟ่เบเกอรี่โลคอลสุดชิคในเลชเช่ อิตาลีใต้ ที่คนท้องถิ่นแนะนำ! ฟินกับกาแฟหอมกรุ่นและคอร์เนตโตอบใหม่ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตชาวอิตาเลียนแท้ๆ ที่ไม่เหมือนใคร

รีวิวพิพิธภัณฑ์ Lecce อิตาลีใต้ 2026: พิกัดลับถ่ายรูปสวยเข้าฟรี
แจกพิกัดเที่ยวอิตาลีใต้แบบโลคอล! รีวิวพิพิธภัณฑ์โบราณคดี Lecce (Castromediano) จุดเช็คอินสุดชิคที่คนรักประวัติศาสตร์และสายคอนเทนต์ต้องเลิฟ แถมเข้าฟรีด้วยนะ!

รีวิว IL PIZZICOTTO: พิซซ่าเลชเช่ อิตาลีใต้ ที่คนท้องถิ่นยังซูฮก!
ตามรอยคนท้องถิ่นไปชิมพิซซ่าเตาถ่านแท้ๆ ที่ IL PIZZICOTTO เลชเช่ อิตาลีใต้! สัมผัสรสชาติอิตาเลียนดั้งเดิม พิซซ่าตัดขายตามน้ำหนัก ห้ามพลาดเลย!

รีวิว Lecce Cathedral โบสถ์บาโรกสุดอลังการแห่งอิตาลีใต้
พาเที่ยวอิตาลีใต้ เช็คอิน Lecce Cathedral มหาวิหารสไตล์บารอกสุดอลังการในจัตุรัสปิดอันน่าทึ่ง พร้อมอัปเดตราคาตั๋วและมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่สายคอนเทนต์ห้ามพลาด!

เที่ยวอิตาลี Airbnb ต้องรู้! วิธีแยกขยะง่ายๆ สไตล์คนท้องถิ่น 2026
ไปเที่ยวอิตาลีแบบพัก Airbnb ต้องรู้! มาดูวิธีแยกขยะในอิตาลีแบบง่ายๆ สไตล์คนท้องถิ่น พร้อมเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้การจัดการขยะของคุณราบรื่นตลอดทริป 2026

Bar Cotognata Leccese เลชเช: คาเฟ่เก่าแก่ 130 ปี ขนมท้องถิ่นฟินเว่อร์!
พาทัวร์ Bar Cotognata Leccese คาเฟ่สุดคลาสสิกแห่งเมืองเลชเช อิตาลีใต้ ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1889! สัมผัสบรรยากาศยุโรปแท้ๆ พร้อมชิมขนมท้องถิ่นโคโตญญาตา ต้นตำรับความอร่อยที่ต้องลอง!

