ปิดท้ายทริปเกียวโตวันสุดท้าย
หลังจากเดินลงมาจากวัดคิโยมิซุเดระ (清水寺) แล้วเดินเล่นต่อที่ย่านกิออน (祇園)
บอกเลยว่าเหนื่อยหอบ แทบจะหมดแรงไปเลยจ้า
หน้าร้อนที่เกียวโตนี่มันโหดจริงๆ นะทุกคน แบตชีวิตหมดไวม๊ากกก
เดินมาทั้งเช้า อยากจะหาที่พักขา พักร้อน เปิดแอร์ฉ่ำๆ ด่วนๆ
ตอนนั้นน้องสาวเลยบอกว่ามีห้างที่อยากไป เลยพาเราไปที่
Good Nature Station
ที่นี่เป็นคอมเพล็กซ์ช้อปปิ้งมอลล์อยู่ใกล้สถานี Kawaramachi (河原町駅)
มีทั้งร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตออร์แกนิก และคาเฟ่น่ารักๆ รวมกันอยู่
เหมาะมากกับการแวะพักเหนื่อยระหว่างเที่ยว
และที่ชั้น 3 ของที่นี่ เราก็ได้เจอขนมหวานที่แปลกตาที่สุดในทริปเกียวโตครั้งนี้เลยล่ะ
📌 ข้อมูลพื้นฐาน
หัวข้อ | รายละเอียด |
ที่ตั้ง | เดิน 2 นาทีจากสถานี Kawaramachi ชั้น 3 ของ Good Nature Station
📍 ดูแผนที่ Google |
เวลาทำการ | 11:00-19:00 น. |
ราคา | เค้กประมาณ 400 บาท/ชิ้น กาแฟเอสเปรสโซ่ ประมาณ 100 บาท, อเมริกาโน่ ประมาณ 200 บาท |
ขนมหวานที่จัดแสดงเหมือนงานศิลปะในแกลเลอรี
พอขึ้นมาที่ชั้น 3 ของห้าง แล้วบังเอิญเจอร้าน ‘RAU Patisserie & Chocolate’
สิ่งที่สะดุดตาเราเป็นอันดับแรกเลยคือวิธีการจัดวางเค้กนี่แหละ
เค้กแต่ละชิ้นถูกจัดวางห่างๆ กันบนโต๊ะหินสีเทาดูหรูหรา
ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรีเล็กๆ มากกว่าเป็นคาเฟ่ทั่วไป
ราคาเค้กที่นี่ค่อนข้างสูงนะ
เค้กชิ้นเล็กๆ ชิ้นนึงก็ประมาณ 400 บาทแล้ว
แต่พอเห็นหน้าตาเค้กที่ประณีตสุดๆ กับป้ายที่บอกว่าได้รับเลือกจาก
‘LA LISTE 2025 (คู่มืออาหารฝรั่งเศส)’
ก็อดไม่ได้ที่จะอยากลองชิมดู
บรรยากาศร้านไม่ได้แค่สวยอย่างเดียว แต่ยังให้ความรู้สึกว่าขนมหวานเป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นเอกเลยจริงๆ
โอเอซิสลับๆ ในเกียวโตที่คนเยอะตลอด


เกียวโตนี่นะ ยิ่งใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ยิ่งคนเยอะตลอด
โดยเฉพาะตรงถนนหลัก Kawaramachi หรือคาเฟ่ดังๆ เนี่ย
บางทีเดินร้อนๆ ไปถึงแล้วก็ไม่มีที่นั่งอีก เสียเที่ยวเลยจ้า
แต่ร้านนี้ตอนที่เราไป คนค่อนข้างน้อย บรรยากาศเลยเงียบสงบมากๆ
พอเดินฝ่าฝูงชนข้างนอกมา แล้วได้เข้ามาในที่ที่สงบๆ แบบนี้
น้องสาวถึงกับพูดเลยว่า “ที่นี่บรรยากาศดีจัง” แล้วก็มองไปรอบๆ ร้านอยู่นานเลย
โต๊ะก็จัดวางแบบมีพื้นที่ส่วนตัว ไม่แออัดเหมือนคาเฟ่ทั่วไป
เหมาะกับการมาพักผ่อนจริงๆ
สวย แปลก แต่รสชาติไม่ธรรมดา!
เราสั่งเมนูซิกเนเจอร์ของร้านคือ ‘No.1 Oka’ กับ ‘No.3 Taki’
แล้วก็กาแฟเอสเปรสโซ่ (ประมาณ 100 บาท) กับ อเมริกาโน่ (ประมาณ 200 บาท) มาลองชิมกัน
‘Oka’ ขนมหวานรูปดอกซากุระ


Oka เป็นขนมที่ทำออกมาเป็นรูปดอกซากุระ
แต่บอกตรงๆ ว่ารสชาติค่อนข้างซับซ้อนเลยนะ
มันไม่ใช่ขนมที่เน้นความหวาน แต่เน้นที่ ‘กลิ่นหอม’ มากกว่า
พอกัดเข้าไปคำนึง กลิ่นดอกไม้ก็จะฟุ้งเต็มปากเลย
บางคนอาจจะรู้สึกว่ารสชาติแปลกๆ เหมือนกินเครื่องสำอางเลยก็ได้นะ
เราเองก็สงสัย เลยลองค้นหาดู ปรากฏว่าวัตถุดิบที่ใช้ทำขนมนี้
เป็นส่วนผสมที่ใช้ในน้ำหอมหรือเครื่องสำอางจริงๆ ด้วย! ถึงกับร้องอ๋อเลยจ้า
มันเลยไม่เหมือนขนมหวานทั่วๆ ไปที่เราคุ้นเคย ที่จะเน้นความหวานแบบตรงๆ
เจตนาของเชฟที่อยากจะถ่ายทอดกลิ่นและสัมผัสของธรรมชาติผ่านขนมหวานนั้นดีงามนะ
แต่ถ้าใครคาดหวังความหวานแบบขนมทั่วไป บอกเลยว่าเมนูนี้มีสิทธิ์จะรักหรือไม่ชอบไปเลยก็ได้
‘Taki’ เมนูนี้ถูกใจกว่าเยอะ!


ส่วน Taki นี่กินง่ายกว่าเยอะเลยจ้า
เป็นทีรามิสุที่ทำออกมาเป็นรูปน้ำตก ไหลรินลงมา สวยจนแทบไม่กล้าใช้มีดตัดเลยนะ
พอผ่าเปลือกบางๆ ด้านนอกเข้าไปข้างใน
จะเจอครีมทีรามิสุที่เข้มข้นและนุ่มละมุนลิ้น ผสมผสานกับรสเฮเซลนัทได้อย่างลงตัว
ยิ่งได้กินตอนที่เดินเหงื่อแตกมาทั้งวัน แล้วได้มานั่งพักในห้องแอร์เย็นๆ
พร้อมจิบอเมริกาโน่รสขมหน่อยๆ บอกเลยว่าความเหนื่อยล้าละลายหายไปหมดเลย ฟินสุดๆ!
แม้ว่าราคาอาจจะดูสูงไปหน่อย
แต่พอกินแล้วก็รู้สึกว่า “เป็นประสบการณ์ขนมหวานที่คุ้มค่ากับการได้ลองที่เกียวโตสักครั้ง”
ข้อดี
- ขนมหวานดีไซน์เก๋ไก๋เหมือนงานศิลปะที่จัดแสดง
- เป็นโอเอซิสที่เงียบสงบในย่าน Kawaramachi ที่คนเยอะวุ่นวาย
- สะดวกสบาย เพราะอยู่ใน Good Nature Station ที่มีร้านค้าอื่นๆ ให้เดินเล่นด้วย
ข้อสังเกต
- ราคาเค้กค่อนข้างสูง ประมาณ 400 บาท/ชิ้น เมื่อเทียบกับคาเฟ่ทั่วไป
- เค้กซากุระ (Oka) มีกลิ่นดอกไม้แรง อาจจะไม่ถูกปากทุกคนที่ชอบรสหวานแบบทั่วไป
- ปริมาณไม่เยอะ ไม่เหมาะกับการกินแทนมื้ออาหาร
เหมาะกับใคร?
- คนที่อยากได้ประสบการณ์ขนมหวานที่ไม่ซ้ำใครในเกียวโต ไม่ใช่แค่คาเฟ่ธรรมดาๆ
- คนที่กำลังมองหาคาเฟ่บรรยากาศเงียบสงบ
- คนที่ต้องการที่พักเหนื่อยชั่วคราวแถว Kawaramachi
- คนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ของขนมหวานและบรรยากาศร้าน
📝 สรุปสั้นๆ
คาเฟ่ Kawaramachi ที่เหมาะกับการแวะพักหายใจจากผู้คนวุ่นวาย
และได้ลิ้มลองขนมหวานที่สวยงามเหมือนงานศิลปะ
🔻 บทความที่น่าสนใจอื่นๆ 🔻