ชิฮึง เวฟพาร์ค
ที่เที่ยวชิลล์ๆ กับลูก
มิโอคอสต้า
ชิฮึง เวฟพาร์คเนี่ยนะ
เป็นสวนน้ำที่ตกแต่งสไตล์ต่างประเทศ
แถมยังมี Wave Pool ให้เล่นด้วยนะ
ตอนแรกฉันคิดว่าที่นี่มีแต่ที่เล่นเซิร์ฟซะอีก
แต่จริงๆ แล้วโซนสวนน้ำที่มีเครื่องเล่นก็คือ 'มิโอคอสต้า' นี่เอง
ถ้าจะจองก็จองในชื่อมิโอคอสต้านี่แหละจ้า
การจอง ㅡ ยอกีออแต, แพ็กเกจโรงแรม
(จ่ายเอง จบนะ!)
โรงแรม Le Collective
มีแพ็กเกจมิโอคอสต้าด้วย
ฉันเลยจองไปพักมาล่ะ
ราคาที่รวมตั๋ว (ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก) 2 ใบ
มันคุ้มค่าอยู่นะ
แถมยังใกล้ด้วย..
ฉันจองแค่บัตรเข้าสวนน้ำสำหรับเด็กผ่าน Naver
ใช้คูปองส่วนลดที่ได้มา
กับแต้มที่มีอยู่ทั้งหมด
ก็เลยจองไปทั้งหมด ประมาณ 3,000 บาท
อ้อ! บัตรเข้าชม Wave Park Live ก็มีด้วยนะ
ตอนที่เราจองไปอ่ะนะ
ราคามันแพงกว่า เลยเลือกแพ็กเกจโรงแรม
มันถึงจะถูกกว่าไง
ส่วนโรงแรมนี้
เช็คอินเช็คเอาท์แบบ Non-Contact ได้เลย
เริ่ดมากแม่!
จาก Surf Cove ก็มองเห็นโรงแรมเลยนะ
ห้องพักโรงแรมก็มีวิวเซิร์ฟด้วยนะ
ข้อมูลส่วนลดอื่นๆ
บัตร Hana Card ลด 40% เลยนะ!
ส่วนชาวเมืองชิฮึงได้ลดตั้ง 30% แหนะ
ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้
<เวลาทำการ>
9:00 - 20:00 น.
(มิโอคอสต้า 8:30 - 20:00 น.)
<สอบถาม>
1544-9662
<ที่จอดรถ>
จอดฟรี 12 ชั่วโมง
ตอนที่เราไปถึงประมาณ 11 โมงกว่าๆ
ที่จอดรถก็เต็มแน่นเอี๊ยดแล้ว
เลยต้องดรอปสัมภาระกับคนลงก่อน
แล้วคนขับก็ต้องไปจอดที่ลานจอดรถชั่วคราว
<ค่าบัตรเข้า>
(ราคานี้เป็นโปรไลฟ์พิเศษ เลยถูกลงกว่าเดิมนะ)
ค่าเช่าเสื้อชูชีพ ประมาณ 200 บาท
ซื้อแบบแพ็กเกจรวมเสื้อชูชีพไปเลยน่าจะคุ้มกว่า
เปรียบเทียบราคาแพ็กเกจมิโอคอสต้าปี 26 และจองได้ที่นี่เลย 🔽
ของที่ต้องเตรียม
ใส่ Rash Guard, สวมหมวก
อุปกรณ์เล่นน้ำ
(เสื้อชูชีพ, ห่วงยาง, รองเท้า Aqua Shoes, ซองกันน้ำ, หมวกบังแดด, หมวก)
ผ้าเช็ดตัว, ผ้าเช็ดตัวชายหาด (มีให้เช่าแบบมีค่าใช้จ่าย)
ครีมกันแดด & เครื่องสำอาง (โลชั่นหลังอาบน้ำ, แป้งตลับ ฯลฯ)
อุปกรณ์อาบน้ำ (ครีมนวดผม, โฟมล้างหน้า, ยาสีฟัน, แปรงสีฟัน ฯลฯ)
เสื้อชูชีพมีให้เช่า (ประมาณ 200 บาท)
การเข้าใช้บริการ
จากซงโดใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที
เราก็มาถึงตอน 11 โมงกว่าๆ
ก็เลยให้เด็กๆ กับสัมภาระลงตรงนี้
ส่วนคุณสามีก็ไปหาที่จอดรถต่อ
ไม่รู้ทางไปไหนเลย
เห็นคนอื่นเดินไปไหนก็เดินตามเค้าไปเลยจ้า
พอเดินไปด้านหลัง ก็เจออาคารที่มีป้าย Wave Park โดดเด่นเลยจ้า
พอเดินลงไปชั้นใต้ดินปุ๊บ
ก็เจอตุ๊กตามาสคอตชื่อ 'มีโอ' ตั้งเด่นเป็นสง่าเลย!
ไม่รอช้า ขอแชะภาพเป็นที่ระลึกหน่อยยย
พวกอุปกรณ์เล่นน้ำหลักๆ เนี่ย
มีร้านให้ช้อปได้หมดเลยย
เห็นตู้เกมตั้งอยู่ด้วยนะ
แต่ก็ต้องจ่ายเงินเล่นทุกตู้เลยจ้าาา....
สำหรับใครที่พักที่โรงแรม
ให้โชว์ข้อความยืนยันการจองโรงแรม (เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 1644)
ที่ช่องขายตั๋ว Wave Park
ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและออกตั๋วเข้าชมให้
ส่วนคนที่จองผ่าน Naver
ไม่ต้องไปวุ่นวายออกตั๋วอะไรเลยนะ
แค่กดลิงก์ในข้อความที่มาจาก Naver
แล้วโชว์บาร์โค้ดที่เด้งขึ้นมาก็พอแล้ว
ใครที่จองผ่าน Naver
พุ่งตรงไปที่ทางเข้าได้เลยนะ!
มีการตรวจกระเป๋าแบบเบาๆ ด้วยนะ
(ห้ามนำเสื่อและอาหารเข้าจ้า)
มือนึงถือของ อีกมือนึงถ่ายรูป ก็เลยเบลอไปหมดเลย 😅
พอเข้ามาด้านในแล้ววว
เค้าก็จะให้สายรัดข้อมือมาเลย
สายรัดข้อมืออันนี้แหละ
ที่เราจะใช้เปิดปิดตู้เก็บรองเท้าและล็อกเกอร์ได้หมดเลย
เป็นระบบสัมผัส สะดวกสุดๆ ไปเลย
พวกเราใส่ชุด rash guard มาจากบ้านกันทุกคนเลย
ก็เลยเก็บแค่กระเป๋าใบเล็กๆ ไว้ในล็อกเกอร์
(พวกชุดเปลี่ยน เสื้อผ้า และของใช้ในห้องน้ำ)
แต่กระเป๋าใส่อุปกรณ์เล่นน้ำเอาเข้าไปได้นะ
(เช่น เสื้อชูชีพ, ห่วงยาง, กระเป๋าที่มีน้ำแข็ง)
มีทั้งไดร์เป่าผมและพัดลมให้พร้อม
ร้านให้เช่าอุปกรณ์
(ผู้ใหญ่ก็ต้องใส่เสื้อชูชีพนะ
ถึงจะลงสระคลื่นได้)
มิน่าล่ะ...ถึงเห็นคนต่อแถวกันเพียบเลย
(จ่ายด้วยบัตรเครดิตได้สบายเลย)
เสื้อชูชีพสำหรับผู้ใหญ่
1 ตัว ประมาณ 200 บาท
ห้องอาบน้ำสำหรับครอบครัว
ดีงามมากที่มีห้องอาบน้ำแบบครอบครัวให้ใช้
ดูเหมือนว่าคนจะยังใช้บริการไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
(อันนี้เราออกตอนเค้าปิดแล้วนะ เลยไม่รู้ช่วงกลางวันคนเยอะรึเปล่า)
ทางเดินที่จะไปโซนสระว่ายน้ำ
ก็ประมาณนี้เลย
แนะนำให้ใส่รองเท้า Aqua Shoes นะ
ถึงแม้ว่าเราจะเดินเท้าเปล่าไปก็ตาม
แต่ตอนกลางวันพื้นมันจะร้อนนิดหน่อยนะ
แต่ยังไงน้ำก็ไหลตลอดเวลาอยู่แล้ว
เดินเท้าเปล่าเล่นก็ได้ ไม่ได้แย่อะไร
ขนาดแค่สิบเอ็ดโมงครึ่งเองนะเนี่ย
ก็เริ่มร้อนแล้วจ้าาา
เห็นน้ำแล้วอยากพุ่งตัวลงไปเร็วๆ แล้วเนี่ยยย... 🤣
เสื้อชูชีพ ห่วงยาง แล้วก็กระเป๋าน้ำแข็งเนี่ย
เราวางไว้แถวๆ ซันเบด ตรงโซนที่มีห่วงยางเยอะๆ นะ
แล้วก็ไปเล่นน้ำกันเลยยย
ซันเบดและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
(รูปนี้จากทางสถานที่นะจ๊ะ)
ห่วงยางก็ไปเติมลมที่จุดเติมลมกันก่อน
ส่วนเด็กๆ ก็เริ่มลงไปเล่นที่สระเด็กกันแล้ว
โซนสระเด็ก & สระเต่า
สรุปมันคือเต่า (!) จ้าาา
พวกเราเรียกมันว่าคางคกกันมาตั้งนาน...ฮ่าๆๆ
(ขอโทษน้าาา)
ใต้คอเต่าตัวนี้ (!) เนี่ยแหละ
ถ้าเข้าไปนะ จะเจอ
ภารกิจดรีมทีมเล่นน้ำ ของเด็กๆ เลยจ้าาา ฮ่าๆ
(ฉันเรียกเองตามใจชอบนะ)
ตรงสองข้างหน้าเต่านั่นแหละ
มีสไลเดอร์อยู่ด้วยนะ
สระคลื่น Miocosta
คนเยอะอยู่นะ แต่ก็ยังเล่นได้แบบสบายๆ เลย
สระคลื่นมีทั้งโซนตื้นกับโซนลึก (ประมาณ 1.5 เมตรขึ้นไป)
ผู้ใหญ่ก็เล่นสนุกได้เลย
น้ำออกจะอุ่นๆ หน่อย
แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ แล้วรู้ว่าเป็นน้ำอุ่น
ก็เลยดีตรงที่ไม่รู้สึกหนาวเลย
ถ้าจะลงเล่นสระคลื่นเนี่ย
ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเลย
ต้องใส่เสื้อชูชีพนะจ๊ะ
สระน้ำอุ่น
ช่วงต้นเดือนสิงหาฯ อะนะ
น้ำมันอุ่นๆ กำลังดีเลย
เลยไม่จำเป็นต้องลงสระน้ำอุ่นก็ได้ สบายๆ
สระกิจกรรม (Recreation Pool)
รูปนี้เอามาจากทางสถานที่นะ
ทำไมถึงไม่มีรูปของสระนี้เลยน่ะเหรอ......
ก็เพราะว่ามัวแต่เล่นและถ่ายรูปอย่างเมามันส์
พอมาถึงสระกิจกรรมนี้ปุ๊บ
แบตกล้องดันหมดเกลี้ยงเลยง่าาาา ㅠㅠ
ตอนเล่น Zip Line อะนะ
ชั้นอะนะ ดิ่งลงน้ำไปเลยจ้าาาาา 555
(สงสัยแขนคงสร้างมาจากไขมันล้วนๆ เลยมั้งเนี่ย...
ไม่มีแรงเลยอ่าาาาาาาาา ;;;;)
ยิ่งตกลงมาเร็วเท่าไหร่ น้ำก็ยิ่งลึกนะจะบอกให้
เด็กๆ เล่นเก่งกว่าชั้นอีกอะ
ส่วนพวกแก๊งขี้กลัวของชั้นพอเห็นแม่ดิ่งลงน้ำไป
ก็ตกใจจนไม่กล้าเล่นเลย ฮ่าๆ
จริงๆ มันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรนะ..
(ขอโทษนะลูกๆ)
ได้ยินมาว่ามีโซนกระโดดน้ำด้วยนะ
แต่พาลูกๆ มาด้วย
เลยเหนื่อยเกินกว่าจะไปตามหาดูได้ ฮือออ
เตียงอาบแดด (Sunbed)
หลังบ่าย 3 โมงไปแล้ว....
บอกเลยว่าคนเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยแกรรร....
แล้วก็ช่วงพักของสระเด็กเนี่ย
ทุกคนก็จะแห่กันไปลงสระคลื่น
คนก็เลยยิ่งเยอะขึ้นไปอีกจ้าาา
โซนเซิร์ฟ (Surf Zone)
เอาจริงตอนแรกชั้นคิดว่าที่ Siheung Wave Park เนี่ย
จะมีแค่โซนเซิร์ฟเท่านั้นซะอีกนะ
ไม่ได้คิดเลยว่าจะมี Miocosta (สระคลื่น) อยู่ด้วย...
สงสัยคงเพราะว่า Wave Park เนี่ยเขาดังเรื่องเซิร์ฟมากๆ ก็เลยเข้าใจผิดไปหน่อย ;;
ทำไมถึงทำบรรยากาศแบบชายหาดออกมาได้เหมือนจริงขนาดนี้ก็ไม่รู้.....
มื้อเที่ยง
มีศูนย์อาหาร, ต็อกบกกี, พิซซ่า และอื่นๆ อีกเพียบเลย
พวกเราเลยไปกินต็อกบกกีที่อยู่ใกล้ทางเข้าที่สุดเลย
ต็อกบกกีร้าน Jeongwon Bunsik
สระเด็กเนี่ยจะมีการพักเป็นเวลา 15 นาทีนะ
ตอนนั้นน่าจะประมาณบ่าย 2 โมงได้มั้ง....
พอถึงเวลาที่เด็กๆ เริ่มหิวท้องร้อง
พอชั้นไปสั่งอาหารที่ Jeongwon Bunsik เท่านั้นแหละ
ก็เจอคนต่อคิวกันยาวเลยจ้า
ส่วนแถวที่มองเห็นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ตรงหน้าเนี่ย
คือจุดที่ต้องเติมเงินใส่สายรัดข้อมือแล้วจ่ายเงิน นะ
พอเดินเข้าไปข้างใน
มีตู้คีออสก์ให้สั่งอาหารได้เลยนะ
จ่ายด้วยบัตร ได้สบายมาก!!
แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ
คิวยาวเฟื้อยเลยแก
สั่งไปแล้ว
รอไปชั่วโมงกว่าๆ
กว่าจะได้กิน
หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย...
แถมเด็กๆ ก็งอแงอีก....
รู้งี้ไปฟู้ดคอร์ตดีกว่าไหมนะ.....
ถ้ามาที่จองวอนบุนชิกแล้ว
เจอคิวยาวจัดๆ
เผ่นไปฟู้ดคอร์ตเลยนะ!!
หรือไม่ก็
สั่งไว้ล่วงหน้าเลยจ้า!!
เครื่องทำสายไหม
เครื่องทำสายไหมให้เราเองเลยนะ
โลกเรานี่มันดีจริงๆ เลยเนอะ
อยู่ในร้านจองวอนบุนชิกนี่แหละ
ส่วนตัวคือไม่แนะนำเลย
เลือกรูปทรงสวยๆ มาทำได้ด้วยนะ
แต่ลูกสาวฉันนี่สิ พอเห็นของสวยๆ
ก็บอกว่าเสียดาย ไม่กล้ากิน เลยสั่งแบบธรรมดามาซะงั้นอ่ะㅠ
ประมาณ 100 บาท
ขนาดก็ไม่ได้ใหญ่มากอย่างที่คิดเลยอ่ะ;;;
สำหรับฉันถือว่าแพงไปเยอะเลยนะ;;;
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ
ทั้งปาก ฟัน ลิ้นของเด็กๆ กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มเลยจ้า
แล้วก็มีอะไรไม่รู้เป็นผงๆ ร่วงลงมาบนโต๊ะตลอดเลย
ก็เลยไม่แนะนำเลยนะ
ลูกเอ๊ย...แม่ขอโทษ...
ถึงลูกๆ จะชอบ ฉันก็เลยซื้อให้นะแต่ว่าㅠ
รู้สึกเหมือนว่ามันทำให้สีน้ำเงินติดเร็วกว่าสายไหมอื่นๆ
หรือตอนกินสเลอปี้อีกนะ
(แต่ก็นะ อาจจะเป็นเพราะสีน้ำเงินมันแปลกๆ ก็ได้)
บรรยากาศภายในร้าน
โต๊ะเยอะแยะเลยนะ มีอยู่ทุกมุมเลย
แต่ดันไม่มีที่นั่งซะงั้น.......
(ก็คนมันเยอะนี่นา ก็ต้องเป็นแบบนี้แหละเนอะ....)
ที่จองวอนบุนชิกเนี่ย
ฉันก็นึกว่ามีเซ็ตเมนูด้วยซะอีกนะ
แต่ที่นี่คงไม่มีมั้ง;
พอดีไม่มีในตู้คีออสก์
ก็เลยสั่งเป็นเมนูเดี่ยวๆ มาแทน
เมนูที่เราสั่งไปมีดังนี้จ้า
ต็อกบกกีบูแด
(เพิ่มเส้นมาม่า)
ของทอดรวมมิตร
มินิแซนด์วิชมอนเตคริสโต 2 ชิ้น
ไซเดอร์
มินิแซนด์วิชมอนเตคริสโต เนี่ย
ก็มินิจริงๆ นั่นแหละ ชิ้นเล็กจิ๋วเลย
แซนด์วิชมอนเตคริสโต
ประมาณ 1/4 ของขนมปังแผ่น
ส่วนของทอดรวมมิตรก็มี
เกี๊ยวทอด, ผักรวมทอด, มันหวานทอด, คิมมารีทอด (สาหร่ายห่อวุ้นเส้นทอด),
แล้วก็ข้าวเกรียบกุ้ง
ต็อกบกกีบูแด
ไม่มีต็อกบกกีธรรมดาให้สั่งนะ
เลยคิดว่าต็อกบกกีบูแดน่าจะคล้ายๆ กัน ก็เลยสั่งมาเลย
มีไส้กรอก ไข่ ชีส ที่เด็กๆ ชอบด้วยนะ
ส่วนเส้นอุด้งนี่น่าจะเป็นท็อปปิ้งพื้นฐานมั้ง
ถึงน้ำซอสจะไม่ดูเยอะมากเท่าไหร่
แต่พอใส่เส้นมาม่าลงไปคลุกกิน
แล้วยังใส่อุด้งลงไปคลุกเพิ่มอีก ก็ยังโอเคอยู่นะ
รสชาติก็ถือว่าใช้ได้เลยแหละ
รสชาติเหมือนต็อกบกกีแป้งข้าวสาลีทั่วไปเลย
แต่มีกลิ่นอายแบบบูแดนิสๆ (เพราะมีไส้กรอกกับชีสด้วยไง)
เป็นฟีลที่เพิ่มเข้ามา
ไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นบูแดจิแกมากขนาดนั้น
ก็เลยรอดไปค่ะ
ไม่เผ็ดมาก เด็กๆ ก็กินกันอร่อยเลย
ชนแก้วด้วยไซเดอร์กัน!
(ไม่มีแก้วให้ไงล่ะ ㅠ)
พวกเราต้องออกก่อน 2 ทุ่ม เพราะร้านปิด
เลยอาบน้ำออกมาประมาณ 7 โมงครึ่ง
รีบหาที่เปิด 24 ชั่วโมงเลย
สุดท้ายก็ไปจบที่ Obongjip เลยจ้าาา 😆
ถึงแม้ว่าตอนเย็นจะสนุกสุดๆ ไปเลยนะ
แต่วันนี้ฉันก็ใช้พลังงานหมดตัวไปแล้วล่ะ 😅