สวัสดีค่าทุกคน! ใครมีแพลนไปเที่ยวซัปโปโรช่วงปี 2026 นี้บ้าง? การเดินทางจากสนามบินชินชิโตเสะ (New Chitose Airport) เข้าเมืองเนี่ย มันมีหลายวิธีให้เลือกเลยนะ ส่วนใหญ่ถ้าจะไปสถานีซัปโปโรก็มักจะเลือกนั่งรถไฟ JR กันใช่มั้ยล่ะ แต่ถ้าจุดหมายของเราคือย่าน Susukino หรือ Odori Park ที่เป็นแหล่งฮิตใจกลางเมืองเนี่ย รถบัส Airport Limousine คือทางเลือกที่สะดวกสบายสุดๆ ไปเลย!
แต่ปัญหาคือข้อมูลเกี่ยวกับรถบัสเนี่ย บางทีก็หายาก แถมแต่ละคนก็พูดไม่เหมือนกันอีก
บางคนก็ว่ารถบัส Chuo Bus เท่านั้นที่รับบัตรเครดิต หรือบางคนก็บอกว่าบัตร Suica ใช้ไม่ได้นะ บลาๆๆ ข้อมูลผิดๆ เยอะไปหมดเลยค่ะ
แต่สรุปง่ายๆ เลยนะทุกคน! รถบัส Airport Limousine ที่ซัปโปโร “รับบัตรเครดิต” จ่ายได้สบายหายห่วงจ้าาา!!
วันนี้เราจะมาแชร์ข้อมูลแบบละเอียดโคตรๆ ตั้งแต่วิธีจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต ไปจนถึงทริคการขึ้นรถบัสที่สนามบินชินชิโตเสะให้ได้ที่นั่งชัวร์ๆ ไม่มีพลาด! พร้อมแล้วปักหมุดตามมาเลย!
✈️สารบัญ ✈️
✔️ จุดขึ้นรถ - ป้ายหยุดรถบัสหมายเลข 22 (อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ)
✔️ ตารางเวลาเดินรถ
✔️ วิธีชำระเงิน
✔️ การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตสำหรับหลายคน
✔️ รีวิวการเดินทางจริง
จุดขึ้นรถ
ปกติแล้วจุดขึ้นรถบัส Airport Limousine จากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (International Terminal) คือป้ายหมายเลข 84 นะคะ แต่ว่ารถบัสจะแวะรับผู้โดยสารที่ป้าย 14 และ 22 ของอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (Domestic Terminal) ก่อนจะมาถึงป้าย 84 ค่ะ
ดังนั้น ถ้าอยากได้ที่นั่งชัวร์ๆ แบบไม่ต้องยืนยาวๆ ก็แนะนำให้ไปขึ้นที่ป้าย 22 ของอาคารผู้โดยสารภายในประเทศจะดีที่สุดค่ะ!
ตอนเราไปถึงเนี่ย เดินมาจากโซน Air Busan ซึ่งป้ายบอกทางก็ชัดเจน ไม่ได้หายากอะไรนะ แต่ว่าอาคารระหว่างประเทศมันอยู่ค่อนข้างลึกค่ะ ใช้เวลาเดินไปอาคารภายในประเทศประมาณ 10-15 นาทีเลยทีเดียว
แต่พอรู้ทีหลังถึงกับร้องอ๋อ! เพราะจริงๆ แล้วมันมีทางลัดจากอาคารระหว่างประเทศไปอาคารภายในประเทศแบบตรงๆ ได้เลยนะทุกคน! 😅
อย่าเดินอ้อมเหมือนเรานะ! ลองมองหาป้ายตามรูปเลยค่ะ จะมีบันไดเลื่อนที่เขียนว่า Domestic (ภายในประเทศ) อย่างเดียว อันนั้นแหละ! ขึ้นไปเลยจ้าาา
หลังจากนั้นก็แค่เดินตามป้ายตัวอักษรสีเหลืองที่เขียนว่า Domestic ไปเรื่อยๆ เลยค่ะ ง่ายมากๆ ไม่มีหลงแน่นอน!
สุดท้ายก็ลงบันไดเลื่อนนี้ไปก็จะเจอสถานีรถบัสภายในประเทศแล้วค่ะ มองหาแผนที่ที่ติดอยู่ตามจุดต่างๆ แล้วเดินไปที่ป้ายหยุดรถบัสหมายเลข 22 ได้เลย
ระหว่างป้าย 14 กับ 22 เนี่ย ป้าย 22 คือป้ายแรกที่รถบัสออกตัว ค่ะ เราเลยเลือกมารอตรงนี้เลย
พอได้ลองนั่งจริงๆ ก็เห็นเลยว่าพอรถมาถึงป้าย 14 และป้าย 84 (อาคารระหว่างประเทศ) ที่นั่งก็แทบไม่เหลือแล้วค่ะ เหลือไม่ถึง 10 ที่ด้วยซ้ำ! ถ้าไปรอป้ายหลังๆ อาจจะต้องรอนานมากๆ เลยนะทุกคน
ระหว่างที่ยืนรอคิวอยู่ พนักงานก็จะเข้ามาถามว่าเราจะลงที่ไหนค่ะ ตอนนั้นเราบอกไปว่า Odori Koen (โอโดริ โคเอน) พนักงานก็พูดภาษาญี่ปุ่นรัวๆ จนเรางงไปเลยค่ะ สงสัยคิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นแน่ๆ เลย ฮ่าๆๆ
พอเห็นเราทำหน้างง ก็เปลี่ยนมาถามเป็นภาษาเกาหลีว่า “จะให้เอาสัมภาระไปเก็บไว้ก่อนเลยไหมคะ?” แหม... ตกใจหมดเลย! สรุปคือพนักงานจะช่วยเก็บสัมภาระของผู้โดยสารทั้งหมดไว้ก่อน พอรถบัสมาถึงก็จะเอาไปใส่ช่องเก็บของใต้รถให้เองเลยค่ะ สะดวกสุดๆ!
ตารางเวลาเดินรถ
นี่คือตารางเวลาเดินรถบัสนะคะ สีแดงคือ Chuo Bus (ชูโอ บัส) ส่วนสีเขียวคือ Hokuto Bus (โฮคุโตะ บัส)
ทั้งสองบริษัทมีเส้นทางเดินรถเหมือนกันหมดเลยค่ะ ทั้งไป Susukino, Odori Park และ Sapporo Station แถมค่าโดยสารก็เท่ากันด้วยนะ
ความแตกต่างหลักๆ คือเรื่องการรองรับบัตร IC Card ซึ่งเราจะอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อถัดไปค่ะ
วิธีชำระเงิน บัตรเครดิต, เงินสด, บัตร IC Card
นี่คือรูปป้ายประกาศที่เราถ่ายมาช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2026 นี้เลยค่ะ
สรุปง่ายๆ คือ Chuo Bus (สีแดง) รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต, เงินสด, และบัตร IC Card ได้ทั้งหมด (*บัตร IC Card เช่น Suica, Pasmo)
ส่วน Hokuto Bus (สีเขียว) ไม่รองรับบัตร IC Card เท่านั้น แต่ยังคงรับบัตรเครดิตและเงินสดได้ปกติค่ะ
ดังนั้น ไม่ว่าจะขึ้นรถบัสของบริษัทไหน ก็สามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายได้สบายๆ เลยค่ะ
(+) อัปเดตล่าสุด: ตอนนี้รับเฉพาะบัตร Visa เท่านั้นนะคะ บัตร Mastercard ยังไม่รองรับจ้า
ค่าโดยสารรถบัสจะอยู่ที่ 1,300 เยน (ประมาณ 300 บาท) เราสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าจากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติก่อนขึ้นรถก็ได้ หรือจะขึ้นรถไปก่อนแล้วค่อยจ่ายตอนลงก็ได้เช่นกันค่ะ
เห็นว่าถ้าซื้อตั๋วแบบไป-กลับล่วงหน้า จะได้ส่วนลดนิดหน่อยด้วยนะ แต่ตอนนั้นเรากะว่าจะนั่งรถไฟ JR ขากลับ ก็เลยไม่ได้ซื้อแบบไป-กลับค่ะ
ตอนเราอยากลองจ่ายด้วยบัตร Visa แบบ Contactless ก็เลยถามคนขับรถดูค่ะ คุณลุงคนขับก็บอกว่าให้แตะบัตรตรงจุดที่เห็นในรูปนี้เลยนะ
ส่วนเครื่องข้างบนนั่นสำหรับบัตร IC Card นะคะ อย่าแตะผิดอันล่ะ!
เราจะแตะบัตรตอนขึ้นรถหนึ่งครั้ง และแตะอีกครั้งตอนลงรถ ค่ะ รวมเป็นสองครั้งนะ
แต่ระวังหน่อยนะ! เครื่องแตะบัตรตอนลงรถจะอยู่คนละตำแหน่งกับตอนขึ้นค่ะ!
ตอนลงรถ ให้แตะบัตรที่เครื่องนี้เลยค่ะ อยู่ด้านหลังคนขับรถนะ
สำหรับใครที่จ่ายด้วยเงินสด ไม่ต้องจ่ายตอนขึ้นรถนะคะ จ่ายตอนลงรถได้เลย
แต่แนะนำให้เตรียมเงินสดให้พอดีกับค่าโดยสารจะดีที่สุดค่ะ เผื่อบางทีคนขับอาจจะไม่มีเงินทอนนะ
การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตสำหรับหลายคน
เราลองใช้บัตรเครดิตใบเดียวจ่ายค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ 2 คนได้ด้วยนะ!
ก่อนแตะบัตร ให้บอกคนขับว่า 'Futari desu' (ฟุทาริเดส = 2 คนค่ะ/ครับ) คนขับก็จะปรับยอดเงินให้ แล้วค่อยแตะบัตรจ่ายได้เลย
การตัดเงินจะไม่ได้ตัดทันทีนะคะ จะตัดประมาณเที่ยงวันของวันถัดไปค่ะ ตอนนั้นเราจ่ายไปประมาณ 600 บาท สำหรับ 2 คนค่ะ
รีวิวการเดินทางจริง
ตอนจะลงรถก็เหมือนรถเมล์บ้านเราเลยค่ะ กดกริ่งได้เลย
ป้ายหยุดรถบัสที่กำลังจะจอดก็มีภาษาอังกฤษให้ดูด้วยนะ แถมยังเช็กเส้นทางได้ง่ายๆ จาก Google Maps อีกต่างหาก สะดวกสบายสุดๆ ไปเลย
ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะลงที่ป้าย Minami 3-jo Susukino (มินามิ ซันโจ ซุซุกิโนะ) กันค่ะ
จากสนามบินมาถึงตรงนี้ใช้เวลาประมาณ 70 นาทีค่ะ ไม่นานเกินไป กำลังดีเลย
ตอนแรกก็แอบกังวลเหมือนกันว่าจะใช้บัตรเครดิตไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงตั้งแต่ขึ้นรถยันจ่ายเงินคือสะดวกและง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ
ตอนนั้นเราใช้บัตรเดบิต Visa แบบ Contactless จ่ายค่ะ นอกจากบัตรนี้แล้ว บัตร Visa อื่นๆ ที่รองรับ Contactless ก็ใช้ได้หมดนะ ลองแตะจ่ายกันดูได้เลยค่ะ!
🔻รีวิวการเดินทางจากสถานีซัปโปโรไปสนามบินด้วยรถไฟ JR 🔻