เที่ยวซาลซ์บูร์ก 1 คืน 2 วัน 2026: แพลนเที่ยวสุดชิลล์ งบประมาณสบายกระเป๋า
ใครชอบเมืองเล็กๆ น่ารักสไตล์ยุโรป ต้องหลงรักซาลซ์บูร์กแน่นอน! มาดูกันว่า 1 คืน 2 วันจะเที่ยวไหนได้บ้าง พร้อมที่พักและงบประมาณแบบจัดเต็ม!
กำลังโหลด...
ใครชอบเมืองเล็กๆ น่ารักสไตล์ยุโรป ต้องหลงรักซาลซ์บูร์กแน่นอน! มาดูกันว่า 1 คืน 2 วันจะเที่ยวไหนได้บ้าง พร้อมที่พักและงบประมาณแบบจัดเต็ม!


สำหรับใครที่เลิฟเมืองเล็กๆ ในยุโรปแบบเรา บอกเลยว่าที่นี่คือโดนตกเต็มๆ กับ
ทริปเที่ยวซาลซ์บูร์ก ประเทศออสเตรีย
หลายคนชอบมาเที่ยวที่นี่แบบวันเดียวกลับ (One Day Trip)
แต่สำหรับเรา ขนาดไปแบบ 2 วัน 1 คืน ยังรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปไวเกิ๊น จนอยากกลับไปซ้ำอีกรอบเลย
ถ้าใครมีเวลาเหลือๆ ชิลๆ แพลนแบบ 3 วัน 2 คืน กำลังดีเลย
หรือถ้าเวลาน้อยหน่อย 2 วัน 1 คืนแบบอัดแน่นจัดเต็ม ก็เริ่ดไม่แพ้กันนะ
วันนี้เราเลยรวบรวมแพลนเที่ยวซาลซ์บูร์ก 2 วัน 1 คืน พร้อมกับ
รีวิวโรงแรมที่พัก และสรุปค่าใช้จ่ายต่างๆ มาฝากกันแบบหมดเปลือก!
ส่วนรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารอร่อยๆ และที่พักในแพลนเที่ยวซาลซ์บูร์กนั้น
เราเขียนแยกไว้ให้หมดแล้วในหมวดเที่ยวออสเตรียในบล็อกนี้
ใครอยากดูดีเทลเจาะลึก ตามไปจิ้มอ่านกันได้เลยนะจ๊ะ!
แพลนเที่ยวซาลซ์บูร์ก 2 วัน 1 คืน
วันที่ 1: ซังคท์ กิลเกน (Sankt Gilgen) - ป้อมปราการโฮเอนซาลซ์บูร์ก (Hohensalzburg Fortress)
วันที่ 2: พระราชวังมิราเบล (Mirabell Palace) - บ้านเกิดโมสาร์ท (Mozart's Birthplace) - เดินชิลเลียบแม่น้ำซาลซัค (Salzach)
#เที่ยวซาลซ์บูร์ก #ซาลซ์บูร์ก
#แพลนเที่ยวซาลซ์บูร์ก
วันที่ 1
เดินทางจากมิวนิก > ซาลซ์บูร์ก
🔽
ฝากกระเป๋าเดินทางที่ที่พัก
🔽
มื้อเช้า
🔽
เดินทางไปซังคท์ กิลเกน
🔽
เดินเล่นเที่ยวชมและมื้อเที่ยง
🔽
เดินทางกลับซาลซ์บูร์ก
🔽
ป้อมปราการโฮเอนซาลซ์บูร์ก
🔽
มื้อเย็น

พวกเราเลือก นั่งรถไฟจากมิวนิกตรงดิ่งมาซาลซ์บูร์ก เลย
ซึ่งถ้าใช้ ตั๋วเยอรมนี (Deutschland-Ticket)
ในราคา 49 ยูโรต่อเดือน เราจะสามารถนั่ง รถสาธารณะในเยอรมนีได้หมดเลย ทั้งรถบัส, ทรัม, รถไฟใต้ดิน
รวมถึง รถไฟท้องถิ่นต่างๆ (ยกเว้นรถไฟความเร็วสูง) ได้แบบไม่อั้น
และเพราะมันมีรถไฟที่วิ่งยาวต่อเดียวจากมิวนิกถึงซาลซ์บูร์กได้เลย
งานนี้เราเลยใช้ตั๋ว Deutschland-Ticket โบกนี้ขึ้นไปแบบสบายกระเป๋า
⬇️ ข้อมูลตั๋วเยอรมนี (Deutschland-Ticket) ⬇️

พอถึงซาลซ์บูร์กปุ๊บ เราก็พุ่งตัวไปที่พักซึ่งอยู่ ห่างจากสถานีรถไฟกลางแค่เดินประมาณ 5 นาทีเอง
นั่นก็คือโรงแรม Adlerhof ในซาลซ์บูร์กนั่นเอง (ทำเลคือดีย์งามมาก!)
เนื่องจากไปถึงเช้าเกินไปเลยยังเช็คอินไม่ได้
แต่ก็ไม่มีปัญหา เพราะเราสามารถฝากกระเป๋าเดินทางหนักๆ
ไว้ที่โรงแรมก่อน แล้วตัวปลิวออกไปเริ่มลุยเที่ยวกันเลย!

ตอนแรกแพลนว่าจะซื้อของกินเช้าจากสถานีมิวนิกมาหม่ำชิลๆ บนรถไฟ
แต่ดันวิ่งขึ้นรถไฟแบบหอบแฮกเกือบไม่ทัน (เกือบตกรถไฟจ้า 555)
สุดท้ายเลยต้องพึ่งคาเฟ่เล็กๆ ในสถานีกลางซาลซ์บูร์ก
จัดแซนด์วิชกับกาแฟและชาร้อนๆ เติมพลังไปตามระเบียบ
📍 natoo Austria
Salzburg Hauptbahnhof, Südtiroler Pl. 1, 5020 Salzburg, Austria

อิ่มท้องแล้วก็นั่ง รถบัสสาย 150 จากสถานีกลาง
มุ่งหน้าสู่ ซังคท์ กิลเกน (Sankt Gilgen) เมืองที่เห็นวิวทะเลสาบวูล์ฟกังสุดปัง
ที่นี่คือลิสต์ที่อยากมานานมากกก เพราะทะเลสาบเขาสวยตาแตกสุดๆ
แต่แก... วันที่เราไปคือฝนตกหนักแบบสู้กลับมาก ท้องฟ้าก็หม่นหมองครึ้มสุด...
แถมแจ็กพอตเจอแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมและสภาพอากาศแปรปรวนทั่วออสเตรียไปอีก
ดวงดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้วจ้า! (ประชดนะ 555)

แต่พอลองเดินลงไปใกล้ๆ ทะเลสาบ ก็ยังพอเห็นสีน้ำสวยๆ
แบบที่เราตั้งตารอคอย แอบโผล่มาทักทายให้ใจชื้นอยู่บ้างนะ
คิดดูดิ ขนาดฟ้ามืดฝนตกหนักยังสวยเบอร์นี้ ถ้าฟ้าเปิดแดดดี
จะสวยจึ้งขนาดไหนกันนะ... (เสียดายยยย)

แถมพายุเข้าด้วย คาเฟ่กับร้านอาหารแถวนั้นเลยปิดหนีกันไปเยอะมาก
พวกเราเลยเดินวนหาจนเจอร้าน Bruentti ที่ยังอุตส่าห์เปิดอยู่ รอดตายไปที
รสชาติโดยรวมถือว่าพอไปวัดไปวาได้ตามมาตรฐานทั่วไป
แต่ออกจะเค็มและเลี่ยนไปนิดสำหรับลิ้นคนไทย เลยกินได้ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่


แต่ดีที่ด้านในร้านตกแต่งแนวแอนทีควินเทจสุดคลาสสิก
แถมวิวนอกหน้าต่างก็ยังสวยเก๋พอให้มองเพลินๆ ปลอบใจได้บ้างนิดนึง

ซังคท์กิลเกน (Sankt Gilgen) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ
ที่มีบ้านเมืองน่ารักตะมุตะมิเต็มไปหมดเลยแก!
ถ้าลมไม่พัดแรงขนาดนี้ แค่ได้เดินเล่นชมบ้านเรือนชิลๆ
ก็คงฟินจนลืมเวลากันไปเลยล่ะ


แต่อุตส่าห์มาถึงที่ทั้งที จะให้ยอมแพ้กลับเลยก็ทำใจไม่ได้
เลยขอแชะภาพคู่กับทะเลสาบเก็บไว้สักหน่อย...
จริงๆ ที่นี่เป็นหนึ่งในพิกัดที่ฉันตั้งตารอที่สุดในทริปนี้เลยนะ
แอบเสียดายที่ไม่ได้เสพความปังแบบจัดเต็ม รอบหน้าต้องกลับมาซ่อมแน่นอน!


แล้วก็นั่งรถบัสกลับมาถึงสถานีรถไฟกลางซัลซ์บูร์ก!
ด้วยความที่หนาวจนสั่นสู้ไม่ไหว เลยพุ่งตัวไป H&M เพื่อหาซื้อเสื้อผ้ากับถุงเท้าหนาๆ มากันหนาวด่วนๆ
แล้วก็แวะร้าน DM ซื้อชาแก้หวัดมาตุนไว้ด้วย
รอบๆ สถานีรถไฟกลางซัลซ์บูร์กมีครบหมดทั้ง H&M, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้าน DM, และร้านขายยา
บอกเลยว่าแหล่งช้อปของจำเป็นสำหรับนักเดินทางเพียบ!
แถมต่างจากสถานีรถไฟใหญ่เมืองอื่นตรงที่ รอบๆ สะอาดสะอ้านและปลอดภัยดีงามสุดๆ


ตามแพลนจริงวันนี้เราต้องไปเที่ยวพระราชวังเฮลบรุนน์ (Hellbrunn Palace) กันต่อ
แต่วันนี้พายุลมหนาวทำพิษ ขอยกเลิกแพลนแล้ววาร์ปเข้าโรงแรมด่วนๆ
นอกจากจะใกล้สถานีรถไฟกลางแบบเดินสับๆ แป๊บเดียวถึงแล้ว
มู้ดแอนด์โทนสไตล์แอนทีคคลาสสิกแบบยุโรปแท้ๆ ของที่นี่ยังโดนใจฉันสุดๆ
ยิ่งพอได้เห็นเตียงของจริงคือน่ารักโรแมนติกมากแก!
ล็อบบี้โรงแรมก็อัดแน่นไปด้วยความเท่ฟีลยุโรป ดีงามพระรามแปดไปหมด
จองโรงแรมอัดเลอร์ฮอฟ (Adlerhof) คลิกที่นี่
⬇️รีวิวที่พักซัลซ์บูร์ก ทำเลทอง ราคาสบายกระเป๋า ถูกใจใช่เลย⬇️
แนะนำที่พักเที่ยวซัลซ์บูร์ก โรงแรมใกล้สถานีกลาง ทำเลดี ราคาโดนใจ Adlerhof

เราแวะไปรับบัตรซัลซ์บูร์กการ์ด (Salzburg Card) ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวในสถานีรถไฟกลางก่อน
แล้วก็เริ่มลุยเที่ยวซัลซ์บูร์กแบบจัดเต็มกันเลย!
ด้วยความที่ใช้บัตรซัลซ์บูร์กการ์ดขึ้นระบบขนส่งสาธารณะได้ฟรี
เราเลยนั่งรถราง (Tram) มุ่งหน้าไปยังสถานีรถรางฟูนิคูลาร์
เพื่อเตรียมตัวขึ้นไปยังป้อมปราการโฮเอนซัลซ์บูร์กกัน
ซื้อบัตรซัลซ์บูร์กการ์ดผ่าน Trip.com
จองล่วงหน้าถูกกว่าซื้อหน้างาน คลิกเลย

รถรางฟูนิคูลาร์ที่วิ่งขึ้นไปยังป้อมปราการโฮเอนซัลซ์บูร์กนี่
แอบเร็วปรื๊ดอยู่เหมือนกันนะแก
มีทางที่เดินเท้าขึ้นไปได้เหมือนกันนะ
แต่ทางชันและสูงใช่ย่อยเลย แถมเรามีบัตรซัลซ์บูร์กการ์ดที่ขึ้นได้ฟรีอยู่แล้ว
เพื่อเซฟแรงและเซฟเวลา แนะนำให้นั่งฟูนิคูลาร์ขึ้นไปเถอะ เชื่อเพื่อน!

และนี่คือวิวที่มองลงมาจากป้อมปราการโฮเอนซัลซ์บูร์ก!
สวยจับใจสุดๆ แต่ก็แอบคิดนะว่าถ้าวันนี้ฟ้าเปิดและอากาศดีกว่านี้
วิวจะจึ้งขนาดไหน แอบเสียดายเบาๆ
เห็นว่าวิวกลางคืนจากจุดนี้สวยสับมากเลยนะ
แต่จะให้อยู่รอจนค่ำคงไม่ไหว เพราะพายุฝนและลมหนาวกระหน่ำแรงมาก
เพื่อรักษาสภาพร่างกายไว้ลุยต่อวันพรุ่งนี้ เราเลยต้องรีบถอยทัพลงมาก่อน

นอกจากวิวพาโนรามาสุดปังแล้ว ข้างบนยังมีอะไรให้ดูอีกเยอะมาก
ถือเป็นพิกัดที่มาเที่ยวซัลซ์บูร์กแล้วต้องแวะมาเช็กอินด่วนๆ
เพราะที่นี่เก็บรักษาสภาพโบราณไว้ได้ดีสุดๆ
แถมในอดีตเคยใช้เป็นป้อมปราการจริงๆ เลยมีร่องรอยประวัติศาสตร์อย่างช่องยิงปืนใหญ่โบราณ
และโครงสร้างสถาปัตยกรรมแปลกตาเท่ๆ ให้เราเดินดูเพียบ!

พอฟ้าเริ่มมืด แสงไฟในเมืองเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ
เผยให้เห็นอีกหนึ่งมุมที่สวยสะกดสายตาต่างจากตอนกลางวันลิบลับเลย
ยุโรปขึ้นชื่อเรื่องวิวกลางคืนที่แสนโรแมนติกอยู่แล้ว
ดังนั้นถ้าอยากสัมผัสฟีลลิ่งแบบเต็มอิ่ม แนะนำว่ามาเที่ยวซัลซ์บูร์กทั้งทีควรค้างคืนอย่างน้อย 1 คืนเถอะ คุ้มชัวร์!

และเพื่อเป็นการปลอบใจร่างกายที่สู้ชีวิตผ่านศึกพายุฝนมาทั้งวัน
เราเลยเปิดเน็ตหาลายแทงร้านอร่อยขั้นเทพในซัลซ์บูร์กแบบเอาเป็นเอาตาย
จนได้มาเจอกับร้าน Johann
บอกเลยว่าอร่อยแสงออกปาก! ชนิดที่ว่าถ้าได้กลับมาซัลซ์บูร์กอีกครั้ง
ยังไงก็ต้องกลับมาซ้ำร้านนี้แน่นอน!
ไม่ว่าจะเป็นชะนีตเซิล (Schnitzel) สปาเกตตี ซุปร้อนๆ ไปจนถึงของหวาน
คือดีงามพระรามแปด เป็นมื้อที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติสุดๆ!
รีวิวร้านอร่อยซาลซ์บูร์ก คาเฟ่ใกล้สถานีรถไฟกลาง ชนิทเซิล ของหวาน ไกเซอร์ชมาร์เริน ร้าน Johann
วันที่ 2
อาหารเช้าของโรงแรม
🔽
พระราชวังมิราเบล
🔽
บ้านเกิดโมซาร์ท
🔽
มื้อเที่ยงแสนอร่อย
🔽
เจลาโต้
🔽
เดินเล่นชิลๆ ริมแม่น้ำซาลซัค


เช้าวันต่อมาคือแบบ... ลืมภาพท้องฟ้าครึ้มๆ เมื่อวานไปได้เลย
เพราะวันนี้ฟ้าใส ปลอดโปร่ง แดดดีเป็นใจสุดๆ
โรงแรม Adlerhof มีอาหารเช้าบริการฟรีด้วยนะแกรรร พวกเราเลยลงไปกินกันที่ห้องอาหารชั้น 1
ถึงไลน์อาหารจะไม่ได้มีให้เลือกเยอะสิ่งอลังการ
แต่บอกเลยว่าอร่อยจริงจัง อิ่มท้องพร้อมลุยทั้งวันแน่นอน!
โดยเฉพาะพวกแฮม ขนมปัง แล้วก็ชีส คือดีงามจนสัมผัสได้เลยว่าเขาใช้ของเกรดดีมาก
แค่เอาชีสกับแฮมมาวางบนขนมปังธรรมดาๆ ก็ฟินจนแสงออกปากแล้วอะ
แถมบรรยากาศในห้องอาหารก็ดีงามไม่แพ้ตัวโรงแรมเลย
อินทีเรียสีสันน่ารักกรุบกริบ ถ่ายรูปเช็กอินคือปังมาก

ฝากกระเป๋าเดินทางไว้เสร็จปุ๊บ ก็ได้เวลาสตาร์ททริปซาลซ์บูร์กวันที่สองกันเลย!
บอกทริคคูลๆ หน่อย: เมืองที่แวะเที่ยวสั้นๆ แบบซาลซ์บูร์กเนี่ย
การจองที่พักแถวๆ สถานีรถไฟจะช่วยเซฟเวลาชีวิตและเดินทางสะดวกได้เยอะมากกก
แต่ช้าก่อน! แถวสถานีรถไฟกลางบางเมืองอาจจะแอบเปลี่ยวหรือมีคนแปลกๆ
เพราะงั้นก่อนกดจอง อย่าลืมเช็กเรื่องความปลอดภัยรอบๆ กันด้วยนะจ๊ะ เตือนด้วยความหวังดี!
ส่วน Adlerhof ที่พวกเราพักเนี่ย เดินแค่ 5 นาทีจากสถานีรถไฟกลางเลย
แถมแถวนั้นสะอาดสะอ้าน ไม่รู้สึกว่าอันตรายหรือน่ากลัวเลยสักนิด ปลอดภัยหายห่วง!
ที่พักซาลซ์บูร์กใกล้สถานีรถไฟกลาง
กดจองโรงแรม Adlerhof ได้ที่นี่เลย


พิกัดแรกของวันที่สอง เราพุ่งตัวไปกันที่ พระราชวังและสวนมิราเบล (Mirabell Palace & Gardens)
ที่นี่คือเข้าฟรีไม่เสียตังค์สักบาท! เหมาะกับการมาเดินเล่นรับลมชิลๆ มาก
สถาปัตยกรรมตัวตึกกับน้ำพุคือสวยจึ้งคลาสสิกมาก
ขนาดมีคู่รักมาถ่ายพรีเวดดิ้งกันที่นี่เลยคิดดูดิ!

ซาลซ์บูร์กในวันที่ฟ้าเปิดคือดีงามเกินต้าน เดินไปมุมไหนก็สวยไปหมด
ในใจคือกรีดร้องว่า 'ขออยู่ต่ออีกสักครึ่งวันเถอะค่าาา'


สถานีต่อไป... บ้านเกิดโมซาร์ท (Mozart's Birthplace)!
จุดนี้ก็ใช้ Salzburg Card เข้าชมได้ฟรีเหมือนกันนะ คุ้มไม่ไหว!
เขามีออดิโอไกด์อธิบายดีและเข้าใจง่ายมาก
ตอนแรกสารภาพเลยว่ารู้จักแค่ชื่อโมซาร์ท แต่พอมาดูของจริงคืออินเฉย สนุกและได้ความรู้สุดๆ
⬇️วิธีใช้บัตรซาลซ์บูร์กการ์ด & รีวิวบ้านเกิดโมซาร์ทแบบเรียลๆ⬇️
เที่ยวออสเตรีย รีวิว Salzburg Pass Card ค่าเข้าบ้านเกิดโมซาร์ท ราคา เวลาเปิดปิด


มื้อเที่ยงเราไปตามรอยโมซาร์ทกันที่ร้านอาหารในตำนานอย่าง Sternbräu
และแน่นอนว่ามาเที่ยวยุโรปทั้งที สิ่งที่โหยหาที่สุดก็คือ เจลาโต้! ต้องตบตูดด้วยของหวานสิคะ
ที่ร้าน Sternbräu พนักงานบริการน่ารักใส่ใจสุดๆ
แต่แอบกระซิบว่ารสชาติอาหารแอบเฉยๆ ไปนิด แอบเสียดายส่วนนี้เหมือนกัน
ส่วนเจลาโต้เราแวะร้าน De Martin เป็นร้านที่รีวิวคะแนนสูงปรี๊ดในย่านนี้
เห้ยแกกกก! มันอร่อยนัวจนความเฟลจากมื้อเที่ยงปลิวหายไปในพริบตา! อร่อยแบบตะโกน!
📍 Sternbräu
Griesgasse 23, 5020 Salzburg, ออสเตรีย
📍 De Martin
Münzgasse 1, 5020 Salzburg, ออสเตรีย

ถือไอติมเจลาโต้คนละถ้วย แล้วเดินทอดน่องชิลๆ ริมแม่น้ำซาลซัค (Salzach)
เป็นการปิดทริปแบบแฮปปี้ฟินๆ...!

ขากลับคือนั่งรถไฟเพลินมากกก มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นยอดเขาแอลป์มีหิมะปกคลุมขาวโพลนด้วยแก! โคตรสวยสะกดสายตา!
สรุปค่าใช้จ่ายทริปซาลซ์บูร์ก 2 วัน 1 คืน
สรุปงบเที่ยวรอบนี้ เป็นทริป 2 วัน 1 คืน สำหรับแก๊งเพื่อน 3 คน นะคะ
โดยแบ่งออกเป็นหมวด ค่าเดินทาง / ที่พัก / ค่าอาหาร / ค่าเข้าสถานที่ / ของฝาก
ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยจ้า!
ค่าเดินทาง: ทั้งหมด ประมาณ 6,200 บาท
ตั๋ว Deutschland-Ticket : 49 ยูโร * 3 ใบ
ตกคนละ ประมาณ 1,600 บาท แต่แก...
เอาไปใช้เดินทางไปมิวนิกกับอินส์บรุคได้ด้วยนะเออ!
รถบัสไปซังคท์กิลเกน (St. Gilgen) : ประมาณ 1,500 บาท
ค่าที่พัก: ทั้งหมด ประมาณ 6,100 บาท
Adlerhof : ประมาณ 5,900 บาท (ห้องพักสำหรับ 4 คน 1 คืน / รวมอาหารเช้า)
ภาษีเมือง (City Tax) : 6 ยูโร (ประมาณ 200 บาท)
ค่ากิน: ทั้งหมด ประมาณ 7,000 บาท
มื้อหลัก : ประมาณ 6,400 บาท
ขนมและน้ำดื่ม : ประมาณ 600 บาท
ค่าเที่ยว: ทั้งหมด ประมาณ 2,900 บาท
บัตร Salzburg Card : ประมาณ 2,900 บาท (บัตรแบบ 24 ชั่วโมง)
ของฝาก: ประมาณ 200 บาท
สำหรับ 3 คน (ไม่รวมของฝาก)
รวมทั้งหมด ประมาณ 22,200 บาท
ตกคนละ ประมาณ 7,300 บาท
อันนี้คือรวมค่าตั๋ว Deutschland-Ticket เข้าไปด้วยแล้วนะ
แต่เพราะเราเอาไปใช้ต่อที่มิวนิก แถมยังใช้นั่งไปอินส์บรุคได้อีก
ถ้าหักลบกันจริงๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายจริงตกคนละ ประมาณ 6,400 บาท เองแก! ถูกเวอร์!
⬇️ป้ายยาซิมสำหรับเที่ยวยุโรป⬇️
รีวิวซิมยุโรป eSIM USIMSA เที่ยวยุโรปตะวันออก ยุโรปตะวันตก เน็ตไม่อั้น แนะนำเลย!

ฉันใช้ตั๋ว Deutschlandticket ของเยอรมนีค่ะ/ครับ ด้วยราคา 49 ยูโรต่อเดือน คุณสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะและรถไฟในเยอรมนีได้ ยกเว้นรถไฟความเร็วสูง ฉันจึงสามารถเดินทางจากมิวนิกไปยังซาลซ์บูร์กได้ในรวดเดียว
คุณสามารถนั่งรถบัสหมายเลข 150 จากสถานีรถไฟกลางซาลซ์บูร์ก การนั่งรถบัสจะพาคุณไปยังซังคท์กิลเกน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีบ้านเรือนสวยงามมากมาย และคุณสามารถเพลิดเพลินกับวิวของทะเลสาบวูล์ฟกังได้
บัตร Salzburg Card มีประโยชน์มากค่ะ/ครับ ด้วยบัตรนี้ คุณสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะ นั่งรถรางขึ้นไปยังป้อมปราการโฮเฮนซาลซ์บูร์ก และเข้าชมบ้านเกิดของโมสาร์ทได้ทั้งหมด
Hotel Adlerhof ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย ห่างจากสถานีรถไฟกลางซาลซ์บูร์กเพียงเดิน 5 นาที ราคาที่พักต่อคืนสำหรับห้องควอดรูเปิลสำหรับ 3 คนคือ ประมาณ 5,900 บาท ซึ่งรวมอาหารเช้าแล้ว และจะมีภาษีเมืองอีก 6 ยูโรแยกต่างหาก
รวมค่าเดินทาง ที่พัก อาหาร การเที่ยวชม และของที่ระลึก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับ 3 คนคือ ประมาณ 22,200 บาท โดยรวมค่าตั๋ว Deutschlandticket แล้ว จะตกอยู่ที่ ประมาณ 7,300 บาท ต่อคน

รีวิววิธีเดินทางจากสนามบินเวียนนาเข้าเมืองด้วยรถไฟ CAT (City Airport Train) แค่ 16 นาทีถึง! สะดวกสบายสุดๆ พร้อมแจกพิกัดจองตั๋วราคาคุ้มเว่อร์ อัปเดต 2026

เปิดประสบการณ์สุดคลาสสิกที่ Cafe Demel เวียนนา คาเฟ่เก่าแก่คู่ราชสำนักฮับส์บูร์ก! เราจะพาไปดูคิว บรรยากาศ และลองเมนูเด็ดอย่าง Einspänner กับ Kaiserschmarrn จะฟินแค่ไหน ตามมาดูเลย!

มา Salzburg ทั้งที อย่าคิดแค่ One Day Trip นะแก! เพราะที่นี่มีอะไรให้ฟินเยอะกว่าที่คิด! เรามีที่พักเด็ดใกล้สถานีกลาง Adlerhof มาแนะนำ สะดวก ปลอดภัย คุ้มค่าสุดๆ!

ค้นพบโรงแรมชาลี วีนน่า ที่พักสุดคุ้มในเวียนนา ใกล้สถานีกลาง เดินทางสะดวกสบายไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แถมราคาเป็นมิตรสุดๆ สำหรับปี 2026!

กูรูส์พาเปิดพิกัดลับตู้เด็ดที่สนามบินเวียนนา! รีวิว Wolfgang Puck Kitchen & Bar ร้านอาหารคาเฟ่ของเชฟดังระดับโลก อร่อยฟินก่อนขึ้นเครื่องบินกลับ ชิมเมนูโลคอลอย่างกูลาซ รสชาติเข้มข้นถูกปากคนไทย ชี้เป้าเมนูเด็ดและเครื่องดื่มท้องถิ่น ห้ามพลาด!
รีวิวบุก Cafe Sacher คาเฟ่ระดับตำนานแห่งเวียนนา ออสเตรีย ชิมเค้กช็อกโกแลต Sacher-Torte ต้นตำรับ และกาแฟ Einspänner แบบไม่ต้องต่อคิวยาว!