รีวิวโรงแรม Adlerhof Salzburg 2026: ทำเลดีใกล้สถานีกลาง ราคาคุ้ม!
มา Salzburg ทั้งที อย่าคิดแค่ One Day Trip นะแก! เพราะที่นี่มีอะไรให้ฟินเยอะกว่าที่คิด! เรามีที่พักเด็ดใกล้สถานีกลาง Adlerhof มาแนะนำ สะดวก ปลอดภัย คุ้มค่าสุดๆ!
กำลังโหลด...
มา Salzburg ทั้งที อย่าคิดแค่ One Day Trip นะแก! เพราะที่นี่มีอะไรให้ฟินเยอะกว่าที่คิด! เรามีที่พักเด็ดใกล้สถานีกลาง Adlerhof มาแนะนำ สะดวก ปลอดภัย คุ้มค่าสุดๆ!
ซาลซ์บูร์ก (Salzburg) เป็นเมืองที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมากนะแก
หลายคนเลยชอบไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับ (One day trip) แต่บอกเลยว่าที่เที่ยวเยอะกว่าที่คิดมากกก,
แถมยังเดินทางไป ซังคท์กิลเกน (Sankt Gilgen) เมืองข้างๆ ที่เห็นทะเลสาบวูล์ฟกังได้แบบชิลๆ ด้วยนะ
ถ้าอยากจะเก็บให้ครบ ทั้งทะเลสาบสีมรกตวิบวับกับทุกซอกทุกมุมของซาลซ์บูร์กละก็
ไปวันเดียวบอกเลยว่าเวลามันไม่พอจริงๆ ค่า!
พวกเรานอนค้างที่ซาลซ์บูร์กมา 1 คืน
แต่เอาจริง แอบคิดว่าถ้านอนสัก 2 คืนน่าจะฟินและเที่ยวได้จุใจกว่านี้เยอะเลย
ใครที่กำลังลังเลว่าจะไปเช้าเย็นกลับ หรือนอนค้างสักคืนดี... เชียร์ให้นอนค้างอย่างน้อย 1 คืนเลยจ้า!
แล้วทริปนี้เราได้ที่พักโลเคชั่นโคตรดีงามจนอยากกราบ
เลยอยากมารีวิวความประทับใจของห้องพัก ราคา อาหารเช้าของ Adlerhof (อัดเลอร์โฮฟ) และ
พิกัดที่พักแนะนำในซาลซ์บูร์กมาให้เพื่อนๆ ครบจบที่นี่เลย!
แนะนำที่พักสำหรับทริปซาลซ์บูร์ก
โรงแรม Adlerhof ใกล้สถานีรถไฟกลาง
1️⃣ พิกัดที่พักในซาลซ์บูร์ก
2️⃣ ห้องพักและราคา
3️⃣ อาหารเช้า
พิกัดที่พักในซาลซ์บูร์ก

ก่อนอื่นเลย สำหรับทริปยุโรปที่เราต้องพึ่งรถไฟเดินทางข้ามเมืองเป็นหลักเนี่ย
พิกัดที่พักที่อยากแนะนำที่สุดก็คือ "แถวสถานีรถไฟ" นั่นเองจ้า
โซนที่แนะนำให้จองในซาลซ์บูร์กหลักๆ คือ:
✅ แถวสถานีรถไฟกลาง (Central Station)
✅ แถวพระราชวังมิราเบล (Mirabell Palace) ~ บ้านเกิดโมซาร์ท (ย่านแหล่งท่องเที่ยวฮิตๆ)
ลองไปส่องราคาห้องพักคร่าวๆ แล้ว
ย่านแหล่งท่องเที่ยวมักจะราคาแอบแรงกว่าแถวสถานีรถไฟกลางอยู่พอสมควรเลย
และถ้าเป็นทริปสั้นๆ แค่ 1~2 คืน
ถ้าไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับการลากกระเป๋าเดินทางไปมา
เลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟกลางไว้ก่อนคือดีที่สุดเลย
แต่ก็นั่นแหละ... บางเมืองในยุโรปแถวสถานีรถไฟมันจะชอบดูเปลี่ยวๆ น่ากลัวใช่ปะ?
ทำให้บางทีทำเลใกล้สถานีก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป ต้องคอยเช็คกันให้ดีๆ
(แต่สำหรับซาลซ์บูร์ก แถวสถานีรถไฟกลางสะอาดสะอ้านและปลอดภัยหายห่วงเลยจ้า!)

อย่างโรงแรม Adlerhof ที่เราพักครั้งนี้
เดินจากสถานีรถไฟกลางแค่ 6 นาทีเท่านั้นแกรรร! สะดวกสบายชีวิตดีมาก
การเลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟกลางเนี่ย
นอกจากจะเดินทางข้ามเมืองสะดวกสุดๆ แล้ว
แถวนี้ยังเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งสาธารณะในเมืองอีกด้วยนะ
เวลาจะออกไปเที่ยวจุดเช็คอินต่างๆ เลยง่ายมาก รถเมล์ รถรางผ่านเพียบ
ไม่ต้องยืนรอทรามหรือง้อรถบัสนานๆ เลยสักนิด!
ยิ่งถ้าใครมีแพลนอยากจะไปตะลุยเมืองรอบนอกแบบพวกเราละก็
หน้าสถานีรถไฟเขามีป้ายรถบัสใหญ่เบิ้มเลย
ทั้งย้ายเมือง / เที่ยวเมืองรอบนอก / ตะลอนทัวร์ในเมืองซาลซ์บูร์ก
ตอบโจทย์ครบ 3 อย่างในที่เดียว สะดวกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!

วันที่เราไปถึง ฝนดันตกกระหน่ำฟ้าหม่นสุดๆ
ถ้าเกิดที่พักอยู่ไกลจากสถานีขึ้นมาอีก
สภาพคงจะทุลักทุเลลากกระเป๋าตากฝนจนเหนื่อยโฮกแน่ๆ


แพลนวันแรกของทริปซาลซ์บูร์ก 2 วันของเราคือ
การเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรมก่อน
แล้วค่อยพุ่งตัวไปเที่ยวเมืองรอบๆ อย่าง "ซังคท์กิลเกน" ทันที
พอเดินมาถึงตัวโรงแรม สัมผัสได้ถึงความคลาสสิกสไตล์วินเทจตั้งแต่ตึกด้านนอกเลยล่ะ
ที่สำคัญคือเขามี ที่จอดรถ ให้ด้วยนะ ใครที่แพลนโรดทริปเช่ารถขับเที่ยวเอง
ก็น่าจะใช้บริการได้แบบสบายๆ เลย


พอผลักประตูเดินเข้ามาในล็อบบี้ ก็มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งชิลๆ พักผ่อน
พร้อมกับมี เครื่องชงกาแฟ และตู้กดน้ำหยอดเหรียญ ไว้บริการด้วยล่ะ

นอกจากภายนอกจะดูวินเทจแล้ว วิธีการเช็คอินก็แอนทีคคลาสสิกสไตล์อนาล็อกเช่นกัน
พี่พนักงานจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้เราเขียนกรอก
ชื่อ, เลขพาสปอร์ต, และที่อยู่
พอเช็คอินเสร็จเรียบร้อย เราก็ฝากกระเป๋าเดินทางไว้ แล้วตัวปลิวออกไปซ่าได้เลย!

ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับก็มีข้อมูลเรื่องการต่อ Wi-Fi
อธิบายไว้อย่างละเอียดและชัดเจนเลยล่ะ
#เที่ยวซาลซ์บูร์ก #ที่พักซาลซ์บูร์ก
#โรงแรมซาลซ์บูร์ก #พิกัดที่พักซาลซ์บูร์ก
ห้องพักและราคา

เวลาเราไปทริปยุโรปแบบลุยๆ บางทีก็ต้องทำใจเจอโรงแรมที่ไม่มีลิฟต์
หรืออย่างเก่งก็เป็นลิฟต์แคบๆ ชนิดที่ว่ายัดกระเป๋าเดินทางใบเดียวก็เต็มพิกัดแล้ว
แต่สำหรับ Adlerhof ที่พักของเราที่ซาลซ์บูร์กทริปนี้
ลิฟต์ค่อนข้างใหม่ทันสมัย แถมพื้นที่ข้างในยังกว้างขวางพอตัวเลยจ้า เริ่ดมาก!

ประตูห้องพักยังเป็นแบบใช้ กุญแจ ไขแบบดั้งเดิมนะจ๊ะ
แล้วความเก๋คือไม่ได้บิดแกรกเดียวเปิดได้เหมือนบ้านเรานะ
แต่ต้องหมุนให้สุดประมาณ 2 รอบ ถึง 2 รอบครึ่งเลยล่ะ ได้ฟีลสายลับสุดๆ 5555



ห้องที่เราจองมาก็คือห้อง "Quadruple Room (ห้องสำหรับ 4 คน)" นั่นเองงง!
พวกเรามากัน 3 คน ตอนแรกกะจะจองห้องทริปเปิล (Triple Room)
แต่ห้องทริปเปิลดันเต็มหมดแล้วจ้าาา
ก็เลยต้องขยับมาเลือกห้องที่นอนได้ถึง 4 คนแทน
ในห้องจะมี เตียงควีนไซส์ 1 เตียง, เตียงเดี่ยว 1 เตียง แล้วก็โซฟาเบด 1 ตัว
แต่เจ้าโซฟาเบดดูทรงแล้วถ้านอนจริงจังน่าจะไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
พวกเราเลยใช้มันเป็นลานกว้างสำหรับกางกระเป๋าเดินทาง วางอุปกรณ์อาบน้ำ และแผ่เสื้อผ้าซะเลย สะดวกสุดๆ
คิดไปคิดมา การนอนห้องสี่คนกันสามคนนี่ก็ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มและลงตัวดีเหมือนกันนะเนี่ย

พื้นที่ในห้องก็ไม่แคบเลยนะ นอน 3 คนได้แบบชิลๆ สบายมากกก



ตู้เสื้อผ้าคือมีความแอนทีคคลาสสิกสุดๆ
ถึงแม้ว่าเราจะเลือกที่นี่เพราะเน้นความคุ้มค่าราคาสบายกระเป๋า
แต่บอกเลยว่าได้ฟีลลิ่งความเป็นยุโรป๊ยุโรป มากกว่าที่พักสไตล์โมเดิร์นจ๋าๆ ซะอีกนะแกรรร
เปิดตู้เสื้อผ้ามาก็มี ตู้เซฟ แล้วก็ ไม้แขวนเสื้อ เตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ
พวกเราเลยได้เอาเสื้อคลุมกับเสื้อที่เปียกฝนมาแขวนผึ่งไว้ตรงนี้ สะดวกสุดๆ




ในห้องมีทั้ง กระจกเงาบานใหญ่แบบเต็มตัว, กาต้มน้ำร้อน, แล้วก็ตู้เย็น
แถมมีปลั๊กไฟอยู่ข้างเตียงเลย นอนเล่นโทรศัพท์ไปชาร์จไปได้แบบฟินๆ

เตียงนอนสุดคิ้วท์ที่มีความละมุนละไมแบบตะโกน! ชอบมากกกก
โครงเตียงไม้ดีไซน์เก๋ บวกกับวิวต้นไม้เขียวขจีสดชื่นนอกหน้าต่าง
ถึงแม้ว่าซาลซ์บูร์กจะมีที่เที่ยวเยอะจนเราแทบไม่ได้ใช้เวลาอยู่ในห้องเท่าไหร่
แต่พอเปิดประตูห้องเข้ามาก็เจอแต่บรรยากาศอบอุ่นน่านอนในฝันสไตล์ยุโรปที่โฮมมี่สุดๆ


ยันโคมไฟข้างเตียงและผ้าม่านก็คือดีงามคุมโทนไปหมด เลิฟเลยจ้าาา Adlerhof ที่พักซาลซ์บูร์กที่ใช่!


ส่วนห้องน้ำเขาก็แยกสัดส่วนดีนะ แยกโซนห้องอาบน้ำกับห้องส้วมออกจากกัน ชัดเจนเลย
ในห้องอาบน้ำจะมี อ่างล้างหน้า, ไดร์เป่าผม, แก้วน้ำสำหรับแปรงฟัน,
และอเมนิตี้เบสิกอย่าง สบู่เหลวอาบน้ำ&สระผม, และสบู่ก้อน เตรียมไว้ให้เรียบร้อย


ฝักบัวเป็นแบบถอดเปลี่ยนได้นะ ใครสายแพ้ง่ายแบบเราพกฝักบัวกรองน้ำไปเปลี่ยนใช้ได้เลยชิลๆ
ส่วนผ้าเช็ดตัวจะมีให้คนละ 2 ผืน (ผืนใหญ่ 1 ผืน, ผืนเล็ก 1 ผืน)

ฝั่งตรงข้ามห้องอาบน้ำก็จะเป็นห้องส้วมแยกต่างหาก
เอาจริง เวลาทำธุระเสร็จแล้วต้องเดินข้ามมาล้างมือในห้องอาบน้ำก็แอบเขินและขัดใจนิดหน่อยนะ 555
แต่ข้อดีคือ ตอนเช้าที่ต้องรีบแต่งตัวกัน ถ้าเพื่อนคนนึงกำลังอาบน้ำอยู่
เราก็ยังเดินเข้าห้องส้วมได้แบบไม่ต้องรอคิว ดีงามตรงนี้แหละ!

แถมที่ Adlerhof ที่พักซาลซ์บูร์กแห่งนี้ เขายังมีบริการ ให้เช่าจักรยาน ด้วยนะเออ!
ครึ่งวัน 8 ยูโร / ทั้งวัน 12 ยูโร
พวกเรามากัน 3 คน แต่ห้องทริปเปิลเต็ม เลยต้องจองห้องสี่คน (Quadruple) ตกคืนละประมาณ 5,900 บาท
แต่ถ้าใครอยากดูราคาห้องพักเริ่มต้นอย่าง ห้องทวิน (Twin Room)
ลองไปเช็กราคาจากแต่ละเว็บไซต์เทียบกันดูได้ตามนี้เลยจ้า!
Agoda | Booking.com | Tripbtoz | Trip.com |
ประมาณ 3,200 บาท รวมอาหารเช้า ยกเลิกฟรีได้ | ประมาณ 3,400 บาท รวมอาหารเช้า ยกเลิกฟรีได้ | ประมาณ 3,400 บาท รวมอาหารเช้า ยกเลิกฟรีได้ | ประมาณ 3,400 บาท รวมอาหารเช้า ยกเลิกฟรีได้ |
Agoda ถูกที่สุดในบรรดาทั้ง 4 เว็บนี้เลย
แถมตอนที่เรากดจอง Agoda ก็ได้ราคาดีที่สุดจริงๆ!
ปกติเวลาเตรียมตัวเที่ยว ก่อนจะจองที่พัก
เราชอบเอาราคาจากหลายๆ เว็บมาเทียบกันก่อน
แต่ส่วนใหญ่หวยก็มักจะตกที่ Agoda ตลอดเลย เพราะราคาดีสุด!
ราคาที่โชว์ทั้ง 4 เว็บนี้คือรวมอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ
จริงอยู่ว่าถ้าไม่เอาอาหารเช้า ค่าห้องอาจจะถูกลงอีกนิดหน่อย
แต่บอกเลยว่า แค่ไปหาแซนด์วิชกับกาแฟกินตามคาเฟ่ในสถานีรถไฟ
สองคนก็ปาไปตั้ง 20 ยูโร (ประมาณ 600 บาท) แล้วอ่ะ!
เพราะฉะนั้น ยอมจ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อย แค่ประมาณ 300 บาท
แล้วมากินอาหารเช้าของโรงแรมเถอะ คุ้มกว่าเห็นๆ!
อาหารเช้า


และนี่คือไลน์อาหารเช้าที่เราเลิฟมากกก!
ช่วงเวลาอาหารเช้าคือตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง 10 โมงตรงนะฮะ
แถมตรงบอร์ดประชาสัมพันธ์ที่ล็อบบี้มีภาษาเกาหลีบอกเวลาอาหารด้วย ดีต่อใจสุดๆ
ตอนเช็คอิน พนักงานจะแจกเหรียญสำหรับอาหารเช้ามาให้
ตอนเช้าจะไปกินข้าว ก็แค่พกเหรียญนี้ไปยื่นที่ห้องอาหารได้เลยจ้า


บรรยากาศห้องอาหารชั้น 1 คือดีงามพระรามแปด โดนใจสุดๆ
ฟีลลิ่งแบบห้องอาหารยุโรปสไตล์แอนทีคสุดคลาสสิก!
โซฟาผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินกับวอลเปเปอร์สีเหลืองคือเข้ากันได้ดีและเท่มากแก








อาหารเช้าที่นี่จัดมาเป็นสไตล์ตะวันตกแท้ๆ (Western Breakfast) เลยจ้า
มีทั้งซีเรียล, เนย, ขนมปัง, โยเกิร์ต, แฮม, ชีส
และที่เริ่ดคือเค้ามีเครื่องทำวาฟเฟิลด้วยนะ เอาแป้งเทใส่ปุ๊บ
ทำวาฟเฟิลร้อนๆ กินเองได้เลย ฟินเว่อร์!




พวกแยมสตรอว์เบอร์รี่, แอปริคอต, ราสเบอร์รี่ และน้ำผึ้งก็มีพร้อมเสิร์ฟนะ
แถมมาในรูปแบบหลอดบีบๆ รู้สึกสะอาดและถูกสุขอนามัยสุดๆ
นอกจากนี้ยังมีผลไม้สด พริกหวาน และชาแบบซองหลากหลายรสชาติให้เลือกด้วยล่ะ




ใครสายโปรตีนก็มีไข่ให้ตักเติมพลังนะจ๊ะ
จะเลือกกินแบบไข่ต้ม หรือจะใช้เครื่องทำไข่คนข้างๆ
มาทำไข่คนกินเองร้อนๆ ก็ได้ โคตรล้ำอ่ะ เพิ่งเคยเห็นเลย!
เครื่องชงกาแฟก็มีเมนูให้กดเพียบ เลือกสรรกันได้ตามใจชอบเลย


และนี่คือไข่คนที่ทำจากเครื่องทำไข่คนจ้า กินคู่กับ
เอาขนมปังปิ้งร้อนๆ ทาเนย แล้วโปะแฮมกับชีสลงไปกินด้วยกัน
คือมันไม่ใช่เมนูพิเศษอะไรเลยนะ แต่มันอร่อยแบบแสงออกปากเฉยเลยแกรรร!

แถมมู้ดแอนด์โทนสีของห้องอาหารเช้าคือดีย์งามมากกก
เลยขอจิบกาแฟชิลๆ แล้วแชะภาพเก็บไว้สักหน่อย 5555


โรงแรม Adlerhof อยู่ห่างจากสถานีรถไฟกลางซาลซ์บูร์กด้วยการเดินเพียง 6 นาที เนื่องจากตั้งอยู่ในศูนย์กลางของสถานีรถไฟและการคมนาคมในเมือง จึงสะดวกมากสำหรับการเดินทางไปยังเมืองใกล้เคียงเช่น St. Gilgen หรือสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมือง
ห้องน้ำและห้องอาบน้ำถูกแยกออกจากกัน ห้องอาบน้ำมีอ่างล้างหน้า ไดร์เป่าผม และของใช้ต่างๆ เช่น แชมพูสระผมและครีมอาบน้ำ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมตัวได้ดีเมื่อมีผู้เข้าพักหลายคน
ได้ ทางโรงแรมมีบริการให้เช่าจักรยาน ค่าเช่าอยู่ที่ 8 ยูโรสำหรับครึ่งวัน และ 12 ยูโรสำหรับการเช่าเต็มวัน
สามารถรับประทานอาหารเช้าได้ตั้งแต่เวลา 7:00 น. ถึง 10:00 น. ที่ห้องอาหารชั้น 1 โดยต้องนำเหรียญอาหารเช้าที่ได้รับตอนเช็คอินมาด้วย มีเมนูสไตล์ตะวันตก เช่น ขนมปัง ซีเรียล แฮม และชีส พร้อมด้วยเครื่องทำวาฟเฟิลและเครื่องทำไข่คนให้คุณทำทานเองได้
สำหรับห้องพักแบบเตียงแฝด คุณสามารถจองในราคาที่ถูกที่สุดได้ที่ ประมาณ 3,200 บาท ผ่านอโกด้า (Agoda) ราคานี้รวมอาหารเช้าแล้ว ซึ่งการจองแบบรวมอาหารเช้าของโรงแรมนั้นคุ้มค่ากว่าการไปทานที่คาเฟ่ข้างนอก

ค้นพบโรงแรมชาลี วีนน่า ที่พักสุดคุ้มในเวียนนา ใกล้สถานีกลาง เดินทางสะดวกสบายไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แถมราคาเป็นมิตรสุดๆ สำหรับปี 2026!

รีวิว Novotel Suites Wien City ที่พักเวียนนาสุดคุ้ม ห้องกว้าง ทำเลดีใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวกไปแลนด์มาร์กดังใน 10 นาที พร้อมไลน์อาหารเช้าสุดฟิน!

กูรูส์พาเปิดพิกัดลับตู้เด็ดที่สนามบินเวียนนา! รีวิว Wolfgang Puck Kitchen & Bar ร้านอาหารคาเฟ่ของเชฟดังระดับโลก อร่อยฟินก่อนขึ้นเครื่องบินกลับ ชิมเมนูโลคอลอย่างกูลาซ รสชาติเข้มข้นถูกปากคนไทย ชี้เป้าเมนูเด็ดและเครื่องดื่มท้องถิ่น ห้ามพลาด!
รีวิวบุก Cafe Sacher คาเฟ่ระดับตำนานแห่งเวียนนา ออสเตรีย ชิมเค้กช็อกโกแลต Sacher-Torte ต้นตำรับ และกาแฟ Einspänner แบบไม่ต้องต่อคิวยาว!

รีวิว Ribs of Vienna ร้านซี่โครงหมูอบสุดฮิตในตำนานแห่งกรุงเวียนนา อร่อย คุ้มค่า บรรยากาศห้องใต้ดินสุดเก๋ พร้อมวิธีจองโต๊ะและราคาอัปเดตปี 2026

รีวิววิธีเดินทางจากสนามบินเวียนนาเข้าเมืองด้วยรถไฟ CAT (City Airport Train) แค่ 16 นาทีถึง! สะดวกสบายสุดๆ พร้อมแจกพิกัดจองตั๋วราคาคุ้มเว่อร์ อัปเดต 2026