ปรากหน้าร้อน 2026: สภาพอากาศ เตรียมชุดไปยุโรปให้เป๊ะ!
หนีร้อนเมืองไทยไปปรากหน้าร้อนปี 2026! อากาศเป็นยังไง? กลางวันสดใส กลางคืนเย็นสบาย พร้อมทิปส์จัดชุดเที่ยวให้ปัง ถ่ายรูปสวยเป๊ะ!
กำลังโหลด...
หนีร้อนเมืองไทยไปปรากหน้าร้อนปี 2026! อากาศเป็นยังไง? กลางวันสดใส กลางคืนเย็นสบาย พร้อมทิปส์จัดชุดเที่ยวให้ปัง ถ่ายรูปสวยเป๊ะ!
สวัสดีค่าาา นักเดินทางสายชิลทุกคน!
ช่วงนี้ข่าวเมืองไทยมีแต่เรื่องคลื่นความร้อน อากาศร้อนตับแตกกันทุกวันเลยใช่มั้ยคะ? ส่วนตัวเราเองก็เพิ่งกลับจากปรากมาเมื่อต้นเดือนสิงหาฯ ปี 2026 ที่ผ่านมานี้เอง พอมาเห็นรูปทริปเก่าๆ ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า 'เออเนอะ! ตอนอยู่ปรากไม่ได้ร้อนขนาดนี้เลยนี่นา!' ก็เลยอยากจะมาสรุปสภาพอากาศของปรากในเดือนสิงหาคมจากประสบการณ์จริงของเราให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครที่กำลังมองหาที่หนีร้อนไปเที่ยวโซนยุโรปหน้าร้อนนี้อยู่นะคะ ปักหมุดไว้เลย!

ตอนที่เราออกจากเมืองไทยคืออากาศอบอ้าวสุดๆ แต่พอเท้าแตะปรากปุ๊บ สัมผัสแรกคืออากาศมันต่างกันลิบลับเลยค่ะ! สิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนคือ ความชื้นต่ำมาก ทำให้แม้ว่าอุณหภูมิกลางวันจะพอๆ กัน แต่ความรู้สึกร้อนที่กระทบตัวคือต่างกันเยอะเลยนะ
ลองเช็กข้อมูลดูแล้ว อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของปรากในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ประมาณ 26 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 14 องศาเซลเซียส ซึ่งก็ตรงกับที่เราสัมผัสได้เลยค่ะ
คือหน้าร้อนแต่ใส่เสื้อยืดแขนสั้นตัวเดียวก็เอาอยู่สบายๆ แล้ว เพราะความชื้นต่ำ เหงื่อออกก็แห้งเร็ว รู้สึกสบายตัวสุดๆ ไปเลยค่ะ ผิดกับเมืองไทยที่แค่เดินเข้าห้องที่ไม่มีแอร์แป๊บเดียวก็หายใจไม่ออกแล้ว แต่ที่ปรากนี่แค่เปิดหน้าต่างลมก็พัดเข้ามาเย็นสบาย ชิลมากจริงๆ ค่ะ

ตลอดทริปที่เราไปเที่ยวมา ท้องฟ้าโปร่งใสไร้เมฆ ซะส่วนใหญ่เลยค่ะ
ดูจากรูปที่ถ่ายหน้าหอคอยสะพานเมืองเก่า (Old Town Bridge Tower) ตรงสะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) ก็จะเห็นเลยว่าฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสไร้เมฆก้อน แถมแดดยังแรงจัดจ้านมากด้วยค่ะ
ฉะนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือครีมกันแดด ส่วนใครที่มีแพลนเที่ยวกลางแจ้งเยอะๆ หมวกปีกกว้างหรือหมวกแก๊ปบางๆ ก็ช่วยได้เยอะเลยนะคะ
แม้แดดจะแรงจนถ่ายรูปออกมาสวยปังทุกมุม แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนเดินกลางแดดตรงๆ ก็ร้อนเอาเรื่องอยู่เหมือนกันค่ะ เพียงแต่ว่ามันเป็นความร้อนคนละแบบกับความร้อนชื้นของเมืองไทย ทำให้ ไม่รู้สึกหงุดหงิดหรือเหนียวตัวเท่า เลยค่ะ

สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือ พอเดินเข้าที่ร่มปุ๊บ อุณหภูมิที่รู้สึกได้คือลดลงฮวบฮาบเลยค่ะ
เขาบอกว่าเป็นลักษณะเฉพาะของภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีปที่มีความชื้นต่ำ ทำให้พอเดินกลางแดดร้อนๆ แล้ว พอเข้าใต้ร่มไม้ หรือเข้าอาคารปุ๊บ ก็จะรู้สึกเย็นสบายขึ้นทันที
ต่างกับเมืองไทยที่แม้จะเข้าที่ร่มแล้วก็ยังรู้สึกเหนียวเหนอะหนะจากความชื้นอยู่เลย ปรากนี่คือต่างกันจริงๆ นะคะ
ดังนั้น เวลาจัดตารางเที่ยวช่วงกลางวัน เราเลยพยายามสลับไปตามตรอกซอกซอยที่มีร่มเงา หรือเข้าชมภายในโบสถ์บ้าง ทำให้เดินเที่ยวได้สบายๆ ไม่เหนื่อยง่าย
ฟีลเหมือนเดินกลางแดดจ้าๆ แล้วพอเลี้ยวเข้าลานภายในของอารามเก่าแก่ อุณหภูมิก็ลดลงทันที ฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ ทำให้เราเลือกเดินตามเส้นทางที่มีร่มเงาเยอะๆ โดยไม่รู้ตัวเลย

พอพระอาทิตย์เริ่มตกดิน อุณหภูมิก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ ตอนที่เราไปรอชมแสง Blue Hour ที่สะพานชาร์ลส์ช่วงเย็นๆ นี่ถึงกับต้องหาเสื้อคลุมบางๆ มาใส่ทับเสื้อยืดแขนสั้นเลยนะ
แม้กลางวันจะเดินสบายๆ ด้วยเสื้อยืดแขนสั้น แต่ถ้ามีแพลนเที่ยวช่วงเย็น แนะนำให้พกเสื้อคาร์ดิแกนบางๆ ติดกระเป๋าไว้ตลอด จะอุ่นใจกว่าค่ะ
ด้วยความที่อุณหภูมิกลางวันกลางคืนต่างกันแบบนี้ ทำให้ตอนเดินเล่นชมวิวกลางคืนก็รู้สึกสบายตัว ไม่เหนียวเหนอะหนะเลย
ถ้าเทียบกับอากาศบ้านเราที่ตอนกลางคืนยังร้อนอบอ้าว การได้เดินเล่นรับลมเย็นๆ แบบนี้คือฟินมากจริงๆ ค่ะ
โดยเฉพาะ บนสะพานที่มีลมแม่น้ำพัดมาเย็นๆ นี่ถึงกับต้องดึงเสื้อคลุมมาปิดให้มิดชิดเลย ซึ่งสำหรับคนที่เหนื่อยล้าจากอากาศร้อนมาทั้งปีอย่างเราแล้ว ความเย็นสบายแบบนี้คือดีต่อใจสุดๆ ไปเลยค่ะ

สรุปแล้ว การแต่งตัวที่เวิร์คที่สุดคือ กลางวันใส่เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขาสั้น พร้อมครีมกันแดดและหมวก ส่วน ตอนเย็นก็ เพิ่มเสื้อแขนยาวบางๆ หรือคาร์ดิแกน เข้าไปค่ะ
ด้วยความชื้นที่ต่ำ ทำให้เสื้อผ้าไม่ค่อยเปียกเหงื่อจนรู้สึกไม่สบายตัวเท่าไหร่
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่ก็เป็นแค่ประสบการณ์จากทริปของเรานะคะ สภาพอากาศอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี เพราะฉะนั้นก่อนเดินทางอย่าลืมเช็กพยากรณ์อากาศล่าสุดอีกครั้ง เพื่อความชัวร์นะคะ
ส่วนตัวเราเองจำได้ว่าตอนจัดกระเป๋าไป ดันขนเสื้อยืดแขนสั้นไปซะเยอะ พอตกเย็นเลยแอบเสียดาย ถ้าได้ไปอีกครั้ง คงจะหยิบเสื้อกันลมบางๆ ใส่ไว้บนสุดของกระเป๋าเดินทางแน่นอนเลยค่ะ

ช่วงที่เมืองไทยกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนระอุแบบนี้ เราก็เลยคิดถึง ร่มเงาเย็นๆ และลมยามเย็นที่ปรากไม่หยุดเลยค่ะ
ถ้าใครกำลังมองหาที่เที่ยวหนีร้อนในช่วงซัมเมอร์นี้ ปรากก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยนะคะ
แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ ซัมเมอร์นี้มีแพลนหนีร้อนไปเที่ยวไหนกันบ้าง? ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศ มาเล่าให้ฟังในคอมเมนต์หน่อยน้าาา
ตามบทความ อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในปรากช่วงเดือนสิงหาคมอยู่ที่ประมาณ 26 องศาเซลเซียส และต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 14 องศาเซลเซียส ซึ่งต่างจากคลื่นความร้อนในเกาหลีตรงที่ความชื้นต่ำ ทำให้รู้สึกร้อนน้อยกว่าและอากาศสบายกว่าครับ/ค่ะ
ช่วงกลางวัน แนะนำให้ใส่เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขาสั้น และพกครีมกันแดดกับหมวกไปด้วยครับ/ค่ะ ส่วนตอนเย็น อุณหภูมิจะลดลง ดังนั้นการสวมเสื้อแขนยาวบางๆ หรือคาร์ดิแกนเพิ่มเติมจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดครับ/ค่ะ
ปรากมีลักษณะพิเศษคือเมื่อเข้าไปในที่ร่ม อุณหภูมิที่รู้สึกได้จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในตอนเย็น อุณหภูมิจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก จนกระทั่งตอนรอช่วงบลูอาวเวอร์ที่สะพานชาร์ลส์ ก็ต้องสวมเสื้อคลุมบางๆ เลยครับ/ค่ะ

ปรากเมืองในฝันของนักเดินทาง! ถ้าอยากได้ของฝากน่ารักๆ ทั้งขนมอร่อย เครื่องสำอางปังๆ ของที่ระลึกเก๋ๆ กลับบ้าน เรามีลิสต์เด็ดพร้อมพิกัดมาบอก ห้ามพลาดเลยนะ!

ตามรอยประวัติศาสตร์สุดสะเทือนใจที่ Pinkas Synagogue ปราก หนึ่งในโบสถ์ยิวเก่าแก่ที่เก็บเรื่องราวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ Holocaust และนิทรรศการ 'Journeys with No Return' ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

Klausen Synagogue ในย่านยิวปราก ที่ภายนอกดูเรียบง่าย แต่ภายในกลับอลังการด้วยสไตล์บาโรก ถ่ายรูปสวยทุกมุม! มาดูกันว่าทำไมที่นี่ถึงเป็น Hidden Gem ที่สายเที่ยวต้องปักหมุด

กำลังวางแผนเที่ยวปราก-ซาลซ์บูร์กอยู่ใช่ไหม? มาดูวิธีจอง Flixbus รถบัสยอดฮิตในยุโรปแบบ Step-by-Step ไม่ต้องกลัวหลง! พร้อมทริคดีๆ เพียบ อัปเดตปี 2026

ใครกำลังแพลนเที่ยวปรากช่วงปลายปี 2026 ต้องอ่าน! เราสรุปสภาพอากาศเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน พร้อมแนะนำเสื้อผ้าและของใช้จำเป็น ให้คุณเที่ยวปรากแบบชิลๆ

พาทัวร์ Prague Jewish Quarter ครั้งแรก! เจาะลึกบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ยิว พร้อมพาชม Old New Synagogue อายุกว่า 700 ปี และ Jewish Town Hall สุดคลาสสิก ปักหมุดเลย!