ป้ายทางเข้าจะระบุ Pinkas Synagogue และสุสานชาวยิวเก่าไว้คู่กันเลยค่ะ ส่วนเวลาทำการก็เหมือนกับ Klausen Synagogue ที่เราแนะนำไปก่อนหน้านี้เลย คือจะแตกต่างกันไปตามฤดูนะ
ช่วงฤดูร้อน (พฤษภาคม-สิงหาคม) จะเปิดตั้งแต่ 09:00 น. ถึง 19:00 น.
ส่วนฤดูหนาวจะปิดเร็วขึ้น คือตอน 16:30 น. ค่ะ
และที่สำคัญคือที่นี่ปิดทำการในวันเสาร์และวันหยุดเทศกาลของชาวยิวเช่นกันค่ะ อย่าลืมเช็กก่อนไปน้า

3. นิทรรศการกลางแจ้ง “Journeys with No Return”
นิทรรศการกลางแจ้งที่จัดแสดงตลอดแนวผนังของโบสถ์ มีชื่อว่า
“Journeys with No Return” (Cesty bez návratu) ค่ะ
จากป้ายข้อมูลระบุว่านี่คือนิทรรศการถาวรที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหยื่อเหตุการณ์ Holocaust ที่เกิดขึ้นในดินแดนเช็กเกีย
อ่านคำอธิบายแล้วยิ่งเศร้าใจค่ะ เพราะระหว่างปี 1939-1945 ชาวยิวเกือบ 81,000 คนในเช็กเกียถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานไปยังค่ายกักกันและเกตโต และในจำนวนนั้นมีมากกว่า 78,000 คนที่ต้องจบชีวิตลง ภาพขาวดำของผู้คนที่กำลังแบกสัมภาระเดินไปยังสถานีรถไฟ พร้อมกับประโยคที่ว่า “ไม่มีใครรู้เลยว่ากำลังจะไปไหน” มันติดอยู่ในใจเรานานมากเลยค่ะ

4. จุดรวมพลและเกตโตเทเรซิน
ป้ายถัดมาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “จุดรวมพล” (Assembly Points / Shromaždiště) ค่ะ
มีจุดรวมพลทั้งหมด 15 แห่งทั่วดินแดนที่ถูกควบคุม ผู้คนจะถูกเรียกให้มารวมตัวกันที่นี่ จัดเก็บสัมภาระ รายงานทรัพย์สิน แล้วจึงเดินทางไปยังสถานีรถไฟเพื่อขึ้นรถไฟไป...ไหนก็ไม่รู้ แผนที่แสดงจำนวนผู้ถูกขับไล่ระบุว่า จากปรากเพียงแห่งเดียวมีถึง 44,712 คน และทั่วทั้งเช็กเกียรวม 76,883 คนค่ะ

ส่วนป้ายต่อมาก็คือเรื่องราวของเกตโตเทเรซิน (Ghetto Terezín) ค่ะ
ระหว่างปี 1941-1945 มีผู้คนประมาณ 140,000 คนถูกส่งมาที่นี่ และในจำนวนนั้นประมาณ 84,000 คนถูกย้ายไปยังค่ายกักกันทางตะวันออก ซึ่งมีผู้เสียชีวิตที่นั่นประมาณ 33,500 คนเลยนะ และแม้แต่ในเกตโตเทเรซินเองก็มีผู้คนเสียชีวิตไปมากกว่า 35,000 คนค่ะ อ่านตัวเลขแต่ละตัวแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่านี่คือชีวิตของคนจริง ๆ นะ ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ปราศจากความรู้สึก

5. ความรู้สึกหลังได้มาเยือน
บอกตามตรงว่าที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนมาเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปเลยค่ะ แต่เหมือนเป็นที่ที่เราได้หยุดเดิน แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเรื่องราวในอดีตจริง ๆ
เวลามาเที่ยวปราก เรามักจะเห็นแต่สถาปัตยกรรมสวย ๆ หรือวิวสวย ๆ จนอาจจะมองข้ามเรื่องราวเหล่านี้ไป แต่การได้มาปิดท้ายทริปย่านชาวยิวด้วยสถานที่แบบนี้ มันทำให้การเดินทางของเรามีความหมายและลึกซึ้งขึ้นเยอะเลยค่ะ ถ้าใครมีแพลนจะมาเที่ยวย่านชาวยิว แนะนำให้เผื่อเวลาเยอะ ๆ แล้วค่อย ๆ อ่านป้ายข้อมูลไปทีละป้ายนะคะ
ตอนที่เราอ่านตัวเลขของผู้ถูกขับไล่และผู้เสียชีวิตไปเรื่อย ๆ มันทำให้เรานึกถึงประวัติศาสตร์ในบ้านเราเอง ที่ผู้คนต้องเผชิญกับความยากลำบากจากการสูญเสียอิสรภาพและการถูกกดขี่ แม้จะต่างยุคต่างสถานที่ แต่ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมันคล้ายกันมากเลยนะ การได้มาเห็นประวัติศาสตร์อันเศร้าของชนชาติอื่นในต่างแดน กลับทำให้เราได้ย้อนกลับมาทบทวนประวัติศาสตร์ของตัวเองอีกครั้ง เป็นประสบการณ์ที่เปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้เราเลยค่ะ
ที่นี่เราใช้เวลาไปกับการอ่านมากกว่าการถ่ายรูปเยอะเลยค่ะ เลยไม่ใช่ที่สำหรับมาเช็คอินถ่ายรูปสวย ๆ เหมือนที่อื่นนะ แต่ถ้าอยากเข้าใจประวัติศาสตร์หลาย ๆ มิติของปราก ที่นี่กลับเป็นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าปราสาทหรือสะพานสวย ๆ ซะอีกค่ะ

สำหรับบทความนี้ เราได้สรุปเรื่องราวเกี่ยวกับ Pinkas Synagogue และนิทรรศการรำลึกเหตุการณ์ Holocaust กลางแจ้งมาให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ ย่านชาวยิวในปรากนี้ ถ้าจะเที่ยวแบบสบาย ๆ ให้เก็บรายละเอียดครบ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณครึ่งวัน หรือถ้าจะให้ดีก็เต็มวันไปเลยค่ะ
ตอนหน้าเราจะพาไปเที่ยวสถานที่อื่น ๆ ในปรากวันที่ 3 กันต่อนะคะ รอติดตามกันได้เลย!