รีวิว Nom Dining โฮจิมินห์ 2026: ไฟน์ไดนิ่งมิชลินสุดปังพร้อมไวน์แพริ่ง
Nom Dining โฮจิมินห์ ร้านไฟน์ไดนิ่งมิชลินที่ต้องมาลอง! เราพาไปชิมไวน์แพริ่งกับอาหารเวียดนามฟิวชั่นสุดเซอร์ไพรส์ที่อร่อยจนต้องบอกต่อ ใครสายกินห้ามพลาด!

รีวิว Nom Dining ร้านอาหารมิชลิน โฮจิมินห์ Michelin Selected พิกัดอร่อยสายกินห้ามพลาด
มาต่อกันเลยจ้ากับรีวิวร้านมิชลินไกด์ ณ โฮจิมินห์ เวียดนาม
รีวิวคอร์สไวน์แอนด์ไดนนิ่งสุดฟินที่ Nom Dining

ไวน์ขาวแก้วที่สองสำหรับแพริ่งนี้คือ...
Celeste Verdejo 2024 จากสเปนนั่นเอง!
ต่างจากไวน์ขาวแก้วแรกที่เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดกระตุ้นต่อมน้ำลายสุดๆ
แก้วนี้จะมีความนุ่มละมุน สดชื่นกำลังดี
จับคู่กินกับเมนูที่เน้นปลาได้แบบเข้าก๊นนนเข้ากัน ดื่มเพลินมากกก

‘หมี่กว๋าง’ (Mỳ Quảng) บะหมี่แห้งสไตล์เวียดนามกลาง
จุดเด่นของเมนูนี้คือเส้นสีเหลืองอ๋อยจากขมิ้น
แต่นี่คือเวอร์ชันตีความใหม่จ้า! เสิร์ฟคู่กับเส้นปลาหมึก, กุ้งลายเสือ, และเนื้อน่องกบ
พร้อมท็อปปิ้งแน่นๆ ให้เราได้ราดซอสคลุกเคล้ากันแบบฟินๆ

ไข่นกกระทาสอดไส้กุ้งสะดุ้งลิ้น
และข้าวเกรียบมะพร้าวกรุบกรอบ
ไซส์มินิตะมุตะมิที่ดึงเอกลักษณ์ของหมี่กว๋างออกมาได้เริ่ดสุดๆ


แอบสปอยล์ว่ามีเนื้อกบตุ๋นอย่างใจเย็นซ่อนอยู่ในนี้ด้วยนะเออ
เอาจริงคือนุ่มหนึบ อร่อยมากกกก ถ้าไม่บอกนี่ไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นน้องกบ 🐸

จานนี้คือการรีเมคเมนูก๋วยเตี๋ยวปลา ‘บั๋นกันจ๋าจ๋า’ (Bánh Canh Chả Cá)
เอาปลาค็อดอบ, กระเพาะปลา, และแคเวียร์สุดหรู
มากินคู่กับเส้นบั๋นกันที่ทำจากแป้งสาคูเหนียวนุ่ม
แถมยังมีลูกชิ้นปลาทอดเสิร์ฟมาเคียงกันอีก
คือดีงามมาก ได้ลิ้มลองรสสัมผัสของปลาในหลากหลายมิติแบบจัดเต็มสุดๆ

ชารังนกเก๊กฮวย
ท็อปด้วยรังนกนุ่มๆ ฟูๆ เหมือนฟองนมด้านบนแก้วชา
ปกติคนเวียดนามเค้ากินรังนกเพื่อบำรุณร่างกายกันอยู่แล้ว
แต่คือน้องไม่มีรสชาติแปลกปลอมอะไรเลยนะ
ใครยังไม่เคยลอง สบายใจได้จ้า ไม่ต้องกลัวเลย ลื่นคอสุดๆ

ปิดท้ายความสดชื่นด้วยเชอร์เบทลูกแพร์ ชาเก๊กฮวย และไซรัปพุทราจีน
หวานเย็นชื่นใจ ได้ฟีลชาสมุนไพรบำรุงร่างกายแบบพรีเมียม!


โบกมือลาเมนูภาคกลางที่ชั้น 2 แล้วเดินขึ้นชั้น 3 กันต่อจ้า ระหว่างทางขึ้น...
เค้ามีเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับถ้วยชามเซรามิกแบบดั้งเดิมของเวียดนามให้ฟังด้วยนะ
แอบกระซิบว่า ประตูสีแดงซ้ายมือตรงโซนโชว์ถ้วยชามก็คือห้องน้ำนั่นเองจ้า (ซ่อนเนียนม๊ากก)!
สัมผัสรสชาติแห่งเวียดนามใต้แบบฟินๆ กันต่อที่ชั้น 3



และแล้วพิกัดต่อไปของทริปชิมแหลกบนชั้น 3
ก็คืออาหารเวียดนามใต้ ซึ่งเป็นภาคเดียวกับโฮจิมินห์นี่เอง!
บอกเลยว่ามีเมนูคาว 4 อย่าง และของหวานอีก 4 อย่างรอให้เราไปถล่มอยู่ล่ะพวกเธอ

สำหรับแก้วที่ 3 รอบนี้เป็นไวน์แดงจากนิวซีแลนด์
Te Pa Marlborough Pinot Noir 2023
เสิร์ฟมาก่อนจานหลักจะมา
เค้าจัดตัวนี้มาคั่นรายการ เพื่อเตรียมลิ้นปรับโทนจากไวน์ขาวไปเป็นไวน์แดงแบบเข้มข้น
ด้วยเจ้า Pinot Noir รสสัมผัสเบาๆ สบายๆ ดื่มง่ายละมุนลิ้นสุดๆ แก้วนี้เลยจ้า



เมนูที่เอา 'บุ๋นเรียวcua' (Bún riêu cua) หรือขนมจีนซุปมะเขือเทศปูมาตีความใหม่แบบล้ำๆ
เค้าฝานมะเขือเทศบางๆ มาทำเป็นแผ่นเกี๊ยว แล้วสอดไส้เนื้อปูเน้นๆ ไว้ข้างใน
กลายเป็นเกี๊ยวมะเขือเทศสุดเก๋ เสิร์ฟคู่กับปอเปี๊ยะทอดไส้เนื้อปูและหมูสับกรอบๆ ฟินๆ

ส่วนถ้วยซ้ายมือนั่นคือไข่ตุ๋นจ้า

เค้าเอาเนื้อปูมาเคี่ยวจนงวดแล้วอบเป็นแผ่นกรอบ (Tuile)
วางโปะเป็นท็อปปิ้งไว้บนไข่ตุ๋น
บอกเลยว่าแผ่นปูกรอบเนี่ย อยากขอเบิ้ลสัก 10 แผ่นเลยอ่ะแกรรร งือออ 5555
ในไข่ตุ๋นยังมีเนื้อปู มะเขือเทศ
เต้าหู้ทอดกรอบๆ แล้วก็เส้นขนมจีนซ่อนอยู่ข้างในด้วย
เคี้ยวสนุก เทกเจอร์คือเอาไปเต็มสิบไม่หัก!

ไวน์ตัวท็อปจาก 'มอลโดวา' ประเทศมหาอำนาจแห่งโลกไวน์ในยุโรปตะวันออก
Taraboste Cabernet Sauvignon & Merlot Blend
เอาจริง ปกติแทบไม่รู้จักประเทศมหาเสน่ห์อย่างมอลโดวาเลยนะเนี่ย
ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเปิดวาร์ปชิมไวน์ยุโรปที่ชื่อไม่คุ้นหูขนาดนี้ ดีงามสุดๆ
จิบแรกคือนัวมาก บอดี้แน่นๆ แทนนินนุ่มละมุนลิ้นจนต้องรีบเสิร์ชหาข้อมูลเลยว่าคืออะไร
อ๋อออ เค้าคัดสรรเฉพาะองุ่นที่สุกได้ที่จากไร่ที่ดีที่สุดเท่านั้น
ผลิตในจำนวนจำกัด เป็นไวน์เกรดพรีเมียมขั้นสุด
แถมยังบ่มในถังโอ๊คนานถึง 18-23 เดือนเลยแกรรร แม่เจ้า! คุณภาพตะโกนมากก
เอามาแพริ่งปิดท้ายคอร์สคือเริ่ดไม่ไหว ลงตัวสุดๆ!!!!

ทานคู่กับขนมปังบาแก็ตกรอบนอกนุ่มใน
เมนูสตูว์เนื้อสไตล์เวียดนาม 'บั๋นหมี่ บ่อโค' (Bánh mì Bò Kho)
และนี่แหละคือพระเอกตัวจริงเสียงจริงของมื้อนี้!!!!
เค้าใช้น้ำมะพร้าวสดเป็นเบส เคี่ยวกับผงพะโล้จีนห้ากลิ่นและตะไคร้
จนได้ซอสบ่อโคเข้มข้น หอมกรุ่นแบบเข้าเนื้อ
เสิร์ฟพร้อมสเต็กเนื้อส่วนซี่โครงวากิว A4 ที่ผ่านการดรายเอจมาถึง 14 วัน
กินคู่กับขนมปังบาแก็ตทอดกรอบที่ซ่อนอยู่ใต้หัวหอม... อื้อหือ!
พอยิ่งจิบไวน์แดงตามเข้าไปนะ อื้อหือออ แสงออกปาก!
เนื้อวากิวคือนุ่มแบบแทบไม่ต้องเคี้ยว ละลายในปากไปเลยจ้าแม่!

เมนูข้าวหักหมูย่างสุดฮิตของเวียดนามใต้ หรือ 'กิ๊มเติ๋ม' (Cơm tấm)
ที่เค้าเอามายกระดับใหม่โดยใช้หมูดำไอบีเรียน (Iberico) ตัวท็อปของสเปนมาทำแทน
ผักดองเปรี้ยวหวานเคียงข้างก็จัดจานมาได้สวยคิวท์สุดๆ

ข้าวหุงร้อนๆ หอมฉุยพึ่งเสร็จใหม่ๆ เลยจ้า


มีทั้งหมูสามชั้นไอบีเรียน, สันในหมู และไส้กรอก
ตักหมูไอบีเรียนบ่มแต่ละส่วนทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ
โอ๊ยยย... เพิ่งรู้ว่าเนื้อหมูไอบีเรียนมันนุ่มละมุนลิ้นขนาดนี้ น้ำตาจะไหล...

อิ่มของคาวแล้ว ก็ได้เวลาลุยของหวานกันต่อสิคะ!
เริ่มด้วยน้ำแข็งไสโค코넛ที่มีเนื้อลูกน้ำนม (Star Apple) สดๆ
ท็อปด้วยไอศกรีมและเครมบรูเล่รสลูกน้ำนม, เยลลี่,
ลูกน้ำนมเชื่อมซอสมะม่วง และซอร์เบต์ทุเรียนเทศ (Soursop)
ตักน้ำแข็งไสโค코넛กินพร้อมกันทุกอย่างในคำเดียว
เป็นเมนูของหวานจากลูกน้ำนมที่ครีเอทสุดๆ
สนุกมากที่ได้ลองชิมลูกน้ำนมในหลากหลายรสสัมผัสและรูปแบบที่แตกต่างกัน ดีงามมม!

ปิดท้ายมื้อด้วยชาร้อนๆ หอมๆ

เค้กกล้วยโฮมเมดแบบนึ่ง เสิร์ฟราดซอสน้ำกะทิเข้มข้น
เติมน้ำตาลมะพร้าวหน่อย แล้วจิบคู่กับชา... เคี้ยวหนึบหนับ ฟินสุดๆ ไปเลยคุณน้า

เค้กใบเตย ทานคู่กับไอศกรีมถั่วเขียวซีกทอง
สปันจ์เค้กไข่เป็ดสุดนุ่มฟู
และขนมครกเวียดนามหน้ามะพร้าวอ่อน หรือ 'บั๋นกัน' (Bánh căn)
ทั้งสามอย่างเสิร์ฟมาในขนาดพอดีคำ น่ารักปุ๊กปิ๊กมาก
นั่งจิบชาไป ทานขนมไป เพลินจนลืมเวลาเลยล่ะ

เค้าจะมีชามาให้เลือก 3 ชนิด มีทั้งชาเวียดนามดั้งเดิมที่เสิร์ฟระหว่างคอร์ส,
ชามะลิ และชาเขียว พอเราเลือกกลิ่นที่ชอบปุ๊บ...
เค้าก็จะบรรจุชาใส่ในโถเซรามิกใบเล็กสุดน่ารักให้เป็นของขวัญกลับบ้านด้วยนะแก! ใส่ใจเวอร์!
กลับไทยไปต้มชาดื่มเมื่อไหร่ ต้องคิดถึงความทรงจำดีๆ ที่ร้าน Nôm Dining แน่นอนเลยยย งื้ออออ 🤍

ใครมาเที่ยวโฮจิมินห์ เวียดนาม
บอกเลยว่าต้องมาเช็กอินที่ Nom Dining ให้ได้สักครั้ง! ไม่มาคือพลาดมากกก
ดีงามจนอยากพาครอบครัวมาด้วยเลย
แถมอีก 3 เดือนข้างหน้าเมนูคอร์สเขาจะเปลี่ยนใหม่ด้วยนะ นี่คิดไว้แล้วว่าต้องกลับมาซ้ำแน่นอน!
Nom Dining ร้านอาหาร Michelin Selected แห่งโฮจิมินห์ เวียดนาม เลิศไม่ไหว~

มาต่อกันเลยกับรีวิว Nom Dining
ร้านอาหารมิชลินตัวท็อปแห่งโฮจิมินห์ เวียดนาม!

ไวน์ขาวตัวที่สองที่เอามาจับคู่กันคือ
Celeste Verdejo 2024 จากสเปนจ้า
ตัวนี้ไม่เหมือนไวน์ขาวขวดแรกที่เปรี้ยวจี๊ดจนน้ำลายสออันนั้นนะ
น้องคนนี้จะมีความนุ่มละมุน สดชื่นกำลังดี
ดื่มแล้วแฮปปี้สุดๆ ยิ่งกินคู่กับเมนูปลาคือเข้ากันแบบกิ่งทองใบหยก!

"หมี่กว๋าง" (Mì Quảng) ก๋วยเตี๋ยวแห้งสไตล์เวียดนามกลาง
เอกลักษณ์ของหมี่กว๋างคือเส้นสีเหลืองอ๋อยจากขมิ้น
แต่จานนี้เขาเอามาตีความใหม่จ้า! ใช้เส้นปลาหมึก เสิร์ฟพร้อมกุ้งลายเสือ และเนื้อน่องกบ
ท็อปปิ้งแน่นๆ ราดน้ำซอสคลุกเคล้าให้เข้ากันคือนัวมาก

ไข่นกกระทายัดไส้กุ้ง กับ
แครกเกอร์ไรซ์เปเปอร์มะพร้าวกรุบกรอบ
เป็นเครื่องเคียงไซส์มินิที่ถอดรหัสความเป็นหมี่กว๋างออกมาได้น่ารักตะมุตะมิสุดๆ


แอบมีเนื้อกบตุ๋นไฟอ่อนซ่อนอยู่ในนี้ด้วยนะแกกกด!
คือมันมีความหนึบหนับ อร่อยเคี้ยวเพลินมาก ถ้าเขาไม่บอกนี่ดูไม่ออกเลยจริงๆ นึกว่าเนื้อไก่เนื้อปลาทั่วไป!

จานนี้คือการทรานส์ฟอร์ม "บั๋นกัญจ๋าปลา" (Bánh Canh Chả Cá) ก๋วยเตี๋ยวปลาในตำนานให้ออกมาล้ำๆ
เอาปลาค็อดทอด กระเพาะปลา และคาเวียร์
มารับประทานคู่กับเส้นบั๋นกัญหนึบๆ ที่ทำจากแป้งท้าวยายม่อม
แถมยังมีลูกชิ้นปลาทอดกรอบเสิร์ฟคู่กันอีก
คือดีงามมาก ได้ฟินกับปลาในหลายรูปแบบในจานเดียว เลิฟเลย!

ชาเก๊กฮวยรังนกแท้
ท็อปปิ้งด้วยรังนกฟูๆ เหมือนฟองนมด้านบนชา
ชารังนกนี่คนเวียดนามเขาฮิตกินเป็นยาบำรุงกำลังกันนะ
ส่วนเรื่องรสชาติน่ะเหรอ? จริงๆ มันไม่มีรสชาติอะไรเลยจ้า
ใครเพิ่งเคยกินครั้งแรกไม่ต้องกลัวเลย ทานง่ายมาก!

ปิดท้ายคอร์สนี้ด้วยซอร์เบต์ลูกแพร์ ชาเก๊กฮวย และไซรัปพุทราจีน
ออกมาเป็นชาสมุนไพรบำรุงร่างกายแบบเย็นเจี๊ยบชื่นใจ หวานหอมลงตัวสุดๆ


หลังจากดื่มด่ำกับอาหารเวียดนามภาคกลางที่ชั้น 2 เสร็จแล้ว ระหว่างทางเดินขึ้นชั้น 3
เราก็จะได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับถ้วยชามเซรามิกแบบดั้งเดิมของเวียดนามด้วยนะ เก๋ดี
แอบบอกพิกัดนิสนึง ประตูสีแดงฝั่งซ้ายของโซนโชว์จานชามคือห้องน้ำนะจ๊ะ!
ลิ้มลองรสชาติแดนใต้ของเวียดนามที่ชั้น 3



บทสรุปของทริปสายกินสุดหรูบนชั้น 3 นี้
จะพาทุกคนไปสัมผัสรสชาติอันจัดจ้านของภาคใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโฮจิมินห์นั่นเอง!
โดยมีอาหารจานหลัก 4 อย่าง และของหวานอีก 4 อย่างรอเสิร์ฟอยู่ ช้อนในมือสั่นแล้วจ้า!

ไวน์คู่หูขวดที่สามเป็นไวน์แดงจากนิวซีแลนด์จ้าาา
Te Pa Marlborough Pinot Noir 2023 นั่นเอง!
เนื่องจากจานหลักยังไม่มา
เลยขอดักทางด้วยตัวนี้ก่อนขยับจากไวน์ขาวเบาๆ ไปเป็นไวน์แดงรสเข้มข้นตัวถัดไป
ไวน์ปิโนนัวร์ (Pinot Noir) เบาๆ นุ่มๆ ดื่มง่ายสบายคอ



เมนูที่เอา 'บุ๋นเรียวcua' (Bún riêu cua) หรือขนมจีนซุปมะเขือเทศปูมาตีความใหม่แบบล้ำๆ
ใช้มะเขือเทศฝานบางๆ แทนแป้งเกี๊ยว ห่อไส้เนื้อปูแน่นๆ ไว้ข้างใน
เสิร์ฟเป็นเกี๊ยวมะเขือเทศปูคู่กับปอเปี๊ยะทอด (짜조) ไส้เนื้อปูผสมหมูสับกรอบๆ ฟินๆ

ถ้วยซ้ายมือที่เห็นนั่นคือไข่ตุ๋นนะจ๊ะ

เค้าเอาเนื้อปูมาทำเป็นแผ่นกรอบ (Tuile)
แล้วเอามาท็อปไว้บนไข่ตุ๋นอีกที
บอกเลยว่าแค่น้ำปูกรอบแผ่นนี้ อยากกินสัก 10 แผ่นรวดเลยอ่ะ แฮะๆ,,
ส่วนข้างในไข่ตุ๋นก็ยังมีเนื้อปู มะเขือเทศ
เต้าหู้ทอดกรอบๆ และเส้นขนมจีนซ่อนอยู่ด้วย
เคี้ยวสนุก Texture ให้เต็มสิบไม่หัก!

ไวน์ตัวท็อปจาก 'มอลโดวา' ประเทศมหาอำนาจด้านไวน์แห่งยุโรปตะวันออก
Taraboste ที่เบลนด์ระหว่าง Cabernet Sauvignon กับ Merlot
เอาจริงตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีประเทศชื่อมอลโดวา
ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะได้มาลิ้มรสไวน์ยุโรปที่เราไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน!
พอดื่มแล้วเฮ้ย! บอดี้แน่นแต่นุ่มละมุนลิ้นมากกก แอบไปเสิร์ชดู
เค้าบอกว่าเป็นไวน์ระดับพรีเมียมที่คัดเฉพาะองุ่นสุกเต็มที่จากไร่ที่ดีที่สุด
เพื่อมาผลิตในจำนวนจำกัดเท่านั้น!
แถมยังบ่มในถังโอ๊คนานถึง 18-23 เดือนเลยทีเดียว คุณพระ! (ใจสั่นแป๊บ)
เอามาจับคู่ (Pairing) ปิดท้ายคอร์สคือดีงามพระรามแปดมากกกก!!!!

ขนมปังฝรั่งเศสฝานบางๆ ที่กินคู่กับ
สตูเนื้อสไตล์เวียดนามอย่าง 'บั๋นหมี่ บ่อโค' (Bánh mì bò kho)
อันนี้แหละพระเอกของงานที่แท้ทรู..!!!!
เค้าใช้น้ำมะพร้าวสดเป็นเบส เคี่ยวกับผงพะโล้และตะไคร้
จนงวดเข้มข้นกลายเป็นซอสบ่อโคสุดนัว
แล้วเสิร์ฟสเต็กเนื้อส่วนร่องซี่โครงวากิว A4 ที่บ่มนานถึง 14 วัน
เวลากินให้กินคู่กับบาเก็ตทอดกรอบๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอมใหญ่บอกเลยเด็ด!
พอกินคู่กับไวน์แดงนะแกเอ๊ยยย ยิ่งทวีคูณความอร่อย
และที่สำคัญคือ เนื้อวากิวเข้าปากปุ๊บละลายหายไปเลยจ้าแม่!

เมนูข้าวหัก (Cơm tấm - เกิมตั๊ม) อาหารสไตล์เวียดนามใต้ที่ปกติเป็นหมูย่างถ่าน
ที่ร้านเอามาตีความใหม่โดยใช้หมูไอบีริโก (Iberico) ชั้นยอดจากสเปน
แม้แต่ผักดองเปรี้ยวๆ ที่เคียงมาเค้ายังจัดจานได้คิ้วท์สุดๆ

ข้าวสวยร้อนๆ ที่เพิ่งหุงเสร็จใหม่ๆ


มีทั้งหมูสามชั้นไอบีริโก, สันในหมู, และไส้กรอกหมู
ตักกินส่วนต่างๆ ของหมูไอบีริโกที่บ่มมาอย่างดีพร้อมกับข้าวร้อนๆ
ฟินจนต้องคิดในใจว่า... หมูไอบีริโกมันนุ่มละมุนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย...

คาวเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาเปิดตู้ของหวานกันแล้วจ้า!
ของหวานจานนี้ใช้ 'สตาร์แอปเปิ้ล' (ลูกน้ำนม) เป็นนางเอกจ้า เริ่มจากบิงซูมะพร้าวที่มีเนื้อสตาร์แอปเปิ้ลสดๆ อยู่ข้างใน
กินคู่กับไอศกรีมสตาร์แอปเปิ้ล, แครมบรูว์เล, เยลลี่,
สตาร์แอปเปิ้ลแช่อิ่มในไซรัปมะม่วง และซอร์เบต์ทุเรียนเทศ (Soursop)
แล้วตักกินพร้อมบิงซูมะพร้าวในคำเดียว
บอกเลยว่าเป็นเมนูสตาร์แอปเปิ้ลที่ประทับใจสุดๆ
ได้เปิดประสบการณ์ชิมสตาร์แอปเปิ้ลในหลากหลาย Texture คือสนุกและเก๋มากกก

จิบชาร้อนๆ ปิดท้ายคอร์สแบบคูลๆ

เค้ากกล้วยนึ่งราดซอสน้ำกะทิหอมๆ นัวๆ
แอบใส่น้ำตาลมะพร้าวหวานละมุน แล้วจิบคู่กับชา อื้มมม... ฟินลืมมม

เค้กใบเตยหอมๆ เสิร์ฟคู่ไอศกรีมถั่วเขียว,
สปันจ์เค้กไข่เป็ด,
และขนมมะพร้าวสไตล์เวียดนาม 'บั๋นกัน' (Bánh căn)
ทั้งสามอย่างนี้มาในสไตล์ Finger Food ชิ้นน่ารักตะมุตะมิ
เหมาะกับการนั่งจิบชาไป ทานขนมไปแบบสโลว์ไลฟ์สุดๆ

ความใส่ใจคือ เค้าจะมีชาให้เลือก 3 ชนิด (ชาเวียดนามโบราณที่เสิร์ฟระหว่างคอร์ส,
ชามะลิ, และชาเขียว) พอเราเลือกกลิ่นที่ชอบได้แล้ว
เค้าจะใส่ใบชาในโหลเซรามิกใบจิ๋วให้เราเอากลับบ้านเป็นของขวัญปิดท้ายด้วยนะแก น่ารักม้ากกก!
จิบชาทีไร เป็นต้องคิดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ Nôm Dining ทุกทีเลยสิน่า~

ถ้าเพื่อนๆ มีแพลนมาเที่ยวโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม
บอกเลยว่าต้องมาเช็กอินที่ Nôm Dining ให้ได้สักครั้ง! ป้ายยาแรงๆ เลยฮะ
ถ้าครอบครัวมาเที่ยวโฮจิมินห์เมื่อไหร่ จะต้องพามาฟินด้วยกันแน่นอน
แถมอีก 3 เดือนข้างหน้าพอเมนูคอร์สเปลี่ยนใหม่ ก็อยากจะกลับมาซ้ำอีกรอบให้ได้เลย!
Nôm Dining ร้านอาหารดีกรี Michelin Selected แห่งโฮจิมินห์ เวียดนาม
📍 NÔM Dining
53 Đ. Trần Nhật Duật, Tân Định, Hồ Chí Minh 71008 เวียดนาม
คำถามที่พบบ่อย
เมนูคอร์สของ Nom Dining ในโฮจิมินห์เปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
เมนูคอร์สของ Nom Dining จะเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 3 เดือน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่คุณไปเยือน คุณจะได้สัมผัสกับอาหารหลากหลายเมนูที่นำอาหารจากแต่ละภูมิภาคของเวียดนามมาตีความใหม่
พื้นที่รับประทานอาหารชั้น 2 และชั้น 3 ของ Nom Dining มีความแตกต่างกันอย่างไร?
ที่ชั้น 2 จะเสิร์ฟคอร์สอาหารที่นำอาหารจากภาคกลางของเวียดนามมาตีความใหม่ เมื่อย้ายขึ้นไปที่ชั้น 3 คุณจะได้ลิ้มรสอาหารและของหวาน 4 อย่างจากภาคใต้ซึ่งเป็นที่ตั้งของโฮจิมินห์
อาหารจานหลัก 'บั๋นหมี่บ่อคอ' (Banh Mi Bo Kho) ทำมาจากวัตถุดิบอะไรบ้าง?
ใช้ซอสบ่อคอเข้มข้นที่ทำจากน้ำมะพร้าวสด ผงพะโล้ และตะไคร้เป็นเบส เสิร์ฟพร้อมกับสเต็กเนื้อวากิว A4 ส่วนซี่โครงที่บ่มนาน 14 วัน และบาแกตต์ทอด
ไวน์มอลโดวาที่รวมอยู่ในคอร์สจับคู่ไวน์มีลักษณะเด่นอย่างไร?
เป็นไวน์ระดับท็อปที่เบลนด์ระหว่าง Taraboste Cabernet Sauvignon และ Merlot โดยคัดสรรองุ่นจากไร่องุ่นชั้นเลิศ นำไปบ่มในถังโอ๊คเป็นเวลา 18 ถึง 23 เดือน เพื่อให้ได้บอดี้ที่หนักแน่น
ของขวัญประเภทชาที่มอบให้หลังจบมื้ออาหาร สามารถเลือกจากชาชนิดใดได้บ้าง?
คุณสามารถเลือกชาได้ 1 ชนิดจาก 3 ชนิด ได้แก่ ชาเวียดนามแบบดั้งเดิม ชามะลิ และชาเขียว ชาที่คุณเลือกจะถูกบรรจุในภาชนะเซรามิกพิเศษเพื่อมอบให้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายของมื้ออาหาร
แชร์บทความนี้
อยู่ในคอลเลกชัน
พบเรื่องราวการเดินทางที่คัดสรรในธีมเดียวกัน
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

โฮจิมินห์ 2026: ชี้เป้าของฝากช็อกโกแลตสุดเก๋ ไม่ซ้ำใคร!
มาโฮจิมินห์ทั้งที อย่าให้ของฝากซ้ำใคร! เราจะพาไปส่องร้านช็อกโกแลตพรีเมียม ที่คนท้องถิ่นก็ยังเลิฟ พร้อมทิปส์เด็ดๆ ให้ของฝากไม่ละลายกลับบ้าน

โฮจิมินห์ 2026: ร้านอาหารญี่ปุ่นย่าน 1 ทงคัตสึ ราเมงเด็ด!
เตรียมตัวฟินกับรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆ กลางโฮจิมินห์ 2026! เราจะพาไปเปิดวาร์ปร้านทงคัตสึหนานุ่ม 2.5 ซม. และราเมงเส้นเหนียวหนึบย่านญี่ปุ่นแท้ๆ ในเขต 1 ที่สายกินห้ามพลาด!

โฮจิมินห์ 2026: สภาพอากาศฤดูฝน สิงหาคม-กันยายน ฟินกว่าที่คิด!
ใครว่าเที่ยวโฮจิมินห์ช่วงหน้าฝนจะกร่อย? มาดูกันว่าทำไมช่วงสิงหาคม-กันยายน 2026 ถึงเป็นโอกาสทองให้เราได้สัมผัสโฮจิมินห์แบบฟินๆ ทั้งของอร่อย คาเฟ่ปังๆ และบรรยากาศสุดชิล!

รีวิว Runam Cafe โฮจิมินห์ 2026: คาเฟ่หรูใกล้ไปรษณีย์กลาง ถ่ายรูปสวยปัง!
มาโฮจิมินห์ทั้งที ต้องไม่พลาดเช็คอิน Runam Cafe คาเฟ่สุดหรูสไตล์ฝรั่งเศสใจกลางเมือง ใกล้แลนด์มาร์คสำคัญ ถ่ายรูปสวยทุกมุม กาแฟก็เด็ด!

รีวิว Pho2000 โฮจิมินห์: เฝอเนื้อนุ่ม ร้านโปรดใกล้ตลาดเบนถั่น 2026
ตามรอยประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาลองเฝอเนื้อนุ่มที่ Pho2000 ร้านโปรดใกล้ตลาดเบนถั่น โฮจิมินห์! น้ำซุปเข้มข้น สปริงโรลเด็ด ห้ามพลาดเด็ดขาด!

รีวิว Soo Kafe โฮจิมินห์ 2026: คาเฟ่ลับข้างตลาดเบ๊นถั่ญ ฟีลดี ถ่ายรูปสวย
หลบความวุ่นวายในโฮจิมินห์ที่ Soo Kafe คาเฟ่สุดชิลข้างตลาดเบ๊นถั่ญ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการนั่งทำงาน ถ่ายรูปสวยทุกมุม! คอกาแฟห้ามพลาด ปักหมุดเลย!


