พิพิธภัณฑ์ออร์แซ ปารีส: จองตั๋ว, มิวเซียมพาส & ไฮไลต์ 2026
มาปารีสต้องไม่พลาดพิพิธภัณฑ์ออร์แซ! ที่นี่งานศิลป์ปังกว่าลูฟวร์เยอะ แถมคนไม่แน่นมาก เราจะมาบอกวิธีจองตั๋ว, ใช้มิวเซียมพาส และเส้นทางชมไฮไลต์ปี 2026 ห้ามพลาดนะ!

จองตั๋ว & ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ออร์เซ (Orsay Museum) ปารีส
ลายแทงผลงานเด็ด แพลนเดินเที่ยว และการใช้มิวเซียมพาส
ถ้าพูดถึงปารีส นอกจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์แล้ว
อีกหนึ่งพิกัดสุดปังที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ พิพิธภัณฑ์ออร์เซ (Orsay Museum) นี่แหละค่า!
ส่วนตัวรู้สึกว่าที่นี่คนไม่แน่นเอี้ยดเท่าลูฟร์ เดินสบายกว่าเยอะ
แถมเราอินกับพวกรูปภาพศิลปะมากกว่าด้วยมั้ง
เลยรู้สึกฟินและประทับใจที่ออร์เซมากกว่าลูฟร์แบบก.ไก่ล้านตัวเลยยย
วันนี้เราก็เลยจะมารีวิววิธี จองตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ออร์เซ
พร้อมชี้เป้าวิธีใช้ มิวเซียมพาส และลายแทงการเดินดูรูปชิ้นโบแดง แบบละเอียดยิบกันไปเลย!
ค่าเข้าชม

ประเภทตั๋ว | ราคา | ลิงก์จอง |
มิวเซียมพาส *ต้องจองคิวล่วงหน้า | อิงตามแบบ 4 วัน ประมาณ 3,900 บาท~ | |
ตั๋วเข้าชมทั่วไป *ไม่ต้องจองล่วงหน้า | ประมาณ 600 บาท |
สำหรับใครที่มีมิวเซียมพาสอยู่แล้ว เข้าฟรีได้เลยจ้า
ส่วนตั๋วธรรมดา ถ้าซื้อหน้าเว็บหลักจะอยู่ที่ 16 ยูโร (ประมาณ 600 บาท)
ถึงแม้ราคาในเว็บเอเจนซี่ท่องเที่ยวแต่ละเจ้าจะต่างกันนิดหน่อย
แต่ถ้ากดจองผ่าน WAUG แล้วใส่โค้ดส่วนลดเพิ่ม
บอกเลยว่าได้ราคา ถูกที่สุด แค่ประมาณ 600 บาท เท่านั้นฮะ!
แถมเป็นตั๋วแบบไม่ฟิกซ์เวลาเป๊ะๆ เลยไม่ต้องเหนื่อยจองรอบให้วุ่นวาย!
การจองคิว

ตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ออร์เซ : Billet, place, pass & programmation | Expo
เราสามารถเข้าไป จองคิวล่วงหน้าได้ที่เว็บออฟฟิเชียล ของทางพิพิธภัณฑ์เลย
เมื่อก่อนคนที่มีมิวเซียมพาสนี่สบายมาก ไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า
แค่ไปเดินสวยๆ เข้าช่อง Fast Track ได้ทันที แต่ทว่า...
ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป เนื่องจากมีโครงการปรับปรุงพื้นที่ครั้งใหญ่
ทำให้คนที่จะใช้มิวเซียมพาส "จำเป็นต้องจองคิวล่วงหน้า" เท่านั้นนะจ๊ะ!
ตามประกาศแจ้งว่าระยะเวลาปรับปรุงจะยาวไปจนถึงหน้าร้อนปี 2028 นู่นเลย
แต่ก็นะ... งานก่อสร้างในยุโรปอ่ะ มีแววขยายเวลาเลทได้ตลอดแหละ 555

พอกดเข้าเว็บมาแล้ว ก็เลือกประเภทตั๋วให้ตรงกับตัวเราเลย
ว่าจะซื้อตั๋วธรรมดา หรือเรามีมิวเซียมพาสอยู่แล้ว
เลือกเสร็จแล้วก็กดเลือกวันและรอบเวลาที่สะดวกได้เลยฮะ
ที่นี่ฮิตจริงอะไรจริง คิวเต็มไวม้ากกกก
แนะนำว่าให้รีบจองล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ เลยจะปลอดภัยที่สุด!


สำหรับใครที่มีมิวเซียมพาส พอจองแล้วยอดจะขึ้นเป็น 0 ยูโร เหมือนรูปขวาเลยค่ะ
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มชัวร์ๆ!
การเข้าชม

จากเดิมที่คนใช้มิวเซียมพาสสามารถเดินเข้าแถว C ได้เลย
แต่ตอนนี้เพราะมีงานก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่
เค้าเลยมีการเปลี่ยนเลนคิวใหม่ตามนี้เลยนะ


แถวสำหรับคนจองคิวล่วงหน้า : Entrance 1 - Quay
(สำหรับนักท่องเที่ยวที่มี Paris Museum Pass
ที่จองรอบเวลามาแล้ว)
แถวรอหน้างาน (ไม่ได้จองเวลา) : Parvis du musée – 2
(สำหรับผู้ที่มีตั๋วแต่ไม่มีรอบเวลาจองล่วงหน้า)
สรุปสั้นๆ คือใครที่จองคิวมาแล้ว (รวมถึงคนใช้มิวเซียมพาส)
ให้พุ่งตัวตรงไปเข้าช่องหมายเลข 1 ได้เลยฮะ!
ผลงานไฮไลต์ & ลายแทงการเดินเที่ยว


💡 ทริคเด็ด! รูปวาดชื่อดังของศิลปินในดวงใจอย่าง แวนโก๊ะ (Van Gogh) และ โมเนต์ (Monet)
เกือบทั้งหมดจะรวมตัวกันอยู่ที่ชั้น 5 น้า แนะนำให้ ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 5 ก่อนเพื่อนเลย
พอเสร็จแล้วค่อยๆ เดินชมนิทรรศการไล่ลงมาทีละชั้น จะประหยัดพลังงานขาที่สุดค่ะ!
ชั้น | ผลงานไฮไลต์ |
ชั้น 5 | ▶️โคลด โมเนต์ (Claude Monet) - หญิงสาวกับร่มกันแดด (Woman with a Parasol), ดอกบัวสีน้ำเงิน (Blue Water Lilies), ภาพชุดวิหารรูอ็อง (Rouen Cathedral series), มื้อกลางวันบนยอดหญ้า (Le Déjeuner sur l'herbe) ▶️แวนโก๊ะ (Van Gogh) - ภาพเหมือนตนเอง (Self-Portrait), ราตรีประดับดาวแห่งแม่น้ำโรน (Starry Night Over the Rhône), ห้องนอนที่อาลส์ (Bedroom in Arles) ▶️เรอนัวร์ (Renoir) - งานเต้นรำที่มูแลงเดอลากาแล็ต (Bal du moulin de la Galette) ▶️โกแกง (Gauguin) - สาวตาฮิตี (Tahitian Women) ▶️มาเนต์ (Manet) - มื้อกลางวันบนยอดหญ้า (Le Déjeuner sur l'herbe) ▶️เอดการ์ เดอกา (Edgar Degas) - ชั้นเรียนบัลเลต์ (The Ballet Class) |
ชั้น 2 | ▶️โรแด็ง (Rodin) - ประตูสู่นรก (The Gates of Hell) |
ชั้น 0 (ชั้นล่างสุด) | ▶️มิลเลต์ (Millet) - คนเก็บรวงข้าว (The Gleaners), ภาพสวดมนต์ยามเย็น (The Angelus) ▶️มาเนต์ (Manet) - เด็กชายเป่าขลุ่ย (The Fifer), โอแล็งเปีย (Olympia) |
ในแต่ละชั้นมีป้ายบอกเลขห้องแสดงผลงานชัดเจนสุดๆ
รับรองว่าไม่มีงง ไม่มีหลงแน่นอนจ้า
งานศิลปะที่นี่เยอะแบบตะโกน! แถมต้องใช้เวลาเดินอย่างต่ำ 3 ชั่วโมงขึ้นไปเลยนะ
ถ้าใครอยากฟังเจาะลึกสตอรี่เด็ดๆ ของผลงานไฮไลท์แบบเนื้อๆ เน้นๆ
เราแนะนำให้จองทัวร์แบบมีไกด์ไปเลย ดีงามมาก!
ดูทัวร์ไกด์พิพิธภัณฑ์ออร์เซ (Orsay Museum) คลิกเลย

ก่อนจะขึ้นไปชั้น 5 เพื่อชมงานศิลปะ
แวะไปแชะภาพที่มุมมหาชนตรงหอนาฬิกากันก่อนนะ!
แถวอาจจะดูยาวนิดนึง แต่รันคิวไวมาก แป๊บเดียวก็ได้ถ่ายแล้ว


จริงๆ ตรงโซนร้านอาหารก็มีหอนาฬิกาเหมือนกันนะ
แต่คิวตรงจุดถ่ายรูปหลักมันไหลไวมาก ไม่ต้องดั้นด้นไปถ่ายในร้านอาหารหรอกจ้า

<โคลด โมเนต์ - หญิงสาวกับร่มกันแดด>
นี่คือหนึ่งในผลงานที่โชว์ลายเส้นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโมเนต์ได้ชัดเจนที่สุดเลย
ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่ก็มีชีวิตชีวาในเวลาเดียวกัน
โทนสีพาสเทลคือละมุนตาดีต่อใจสุดๆ
บอกเลยว่าเป็นรูปของโมเนต์ที่เราเลิฟที่สุดแล้วล่ะ


<โคลด โมเนต์ - ดอกบัวสีน้ำเงิน / ภาพชุดวิหารรูอ็อง>

<โคลด โมเนต์ - มื้อกลางวันบนยอดหญ้า>
งานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานของมาเนต์
เป็นผลงานชิ้นเอกชื่อเดียวกันที่โมเนต์วาดไว้ตอนอายุแค่ 20 กว่าๆ เท่านั้นเอง
จริงๆ แล้วตอนแรกมันเป็นรูปวาดไซส์ยักษ์ที่กว้างกว่า 6 เมตรเลยนะ!
แต่ช่วงนั้นโมเนต์ถังแตก ไม่มีตังค์จ่ายค่าเช่าบ้าน เลยเอาภาพนี้ไปจำนำกับเจ้าของบ้านไว้ก่อน
แต่เจ้าของบ้านดันทิ้งๆ ขว้างๆ จนภาพเน่าเปื่อยเสียหายไปซะงั้น (โกรธแทน!)
สุดท้ายเลยต้องตัดเอาเฉพาะส่วนที่ไม่เสียหายออกมา
ตอนนี้ก็เลยถูกแบ่งโชว์เป็น 2 ชิ้นแยกกันอย่างที่เห็นนี่แหละ น่าเสียดายสุดๆ

<วินเซนต์ แวนโก๊ะ - ภาพเหมือนตนเอง>
วาดขึ้นตอนที่แวนโก๊ะพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช
เป็นช่วงหลังจากที่เขาเผชิญกับอาการคลุ้มคลั่งอย่างหนัก พอเริ่มสงบลงก็เลยวาดภาพนี้ขึ้นมา
ถึงเขาจะวาดรูปตัวเองไว้เยอะมาก แต่เห็นทีไรก็อดคิดถึงชีวิตสุดดราม่าและน่าเห็นใจของเขาไม่ได้เลย... หน่วงในใจแปลกๆ

<วินเซนต์ แวนโก๊ะ - ราตรีประดับดาวแห่งแม่น้ำโรน (Starry Night Over the Rhône)>
ภาพวิวค่ำคืนที่เขาเห็นจากเมืองอาลส์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส
แสงไฟสีเหลืองที่สะท้อนลงบนผิวน้ำคือสวยสะกดสายตามากกกก

<วินเซนต์ แวนโก๊ะ - ห้องนอนที่อาลส์>
ภาพห้องนอนที่แวนโก๊ะใช้ชีวิตอยู่ตอนที่พักที่เมืองอาลส์นั่นเอง
ที่ภาพนี้ดังระดับโลกก็เพราะเขาตั้งใจบิดเบือนมุมมองความลึก (Perspective)
ทำให้ห้องดูเบี้ยวๆ และให้ความรู้สึกไม่มั่นคงนิดๆ
ถ้าสังเกตดีๆ รูปทรงของเตียงและเก้าอี้จะไม่ตรงเป๊ะ
แถมผนังกับพื้นก็ดูเอียงๆ ลอยๆ แปลกตาดีเหมือนกันนะ

<เรอนัวร์ - งานเต้นรำที่มูแลงเดอลากาแล็ต>
ภาพงานเต้นรำกลางแจ้งสุดคึกคักในย่านมงมาตร์ (Montmartre)
จุดเด่นคือต่อให้มีคนในภาพเยอะสิ่งขนาดไหน
แต่พอมองดูแล้วกลับไม่รู้สึกอึดอัดหรือรกรุงรังเลยแม้แต่นิดเดียว เก่งเวอร์!

<เอดูอาร์ มาเนต์ - มื้อกลางวันบนยอดหญ้า>
นี่คือหนึ่งในผลงานที่สร้าง 'ดราม่า' และฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะเลยก็ว่าได้!
ภาพวาดที่นำเสนอผู้หญิงในชีวิตจริงแบบเปลือยเปล่า ไม่ใช่เทพธิดาในตำนานที่ถูกแต่งแต้มจนเพอร์เฟกต์เลิศเลอ
แถมยังวาดให้อยู่ร่วมเฟรมกับพวกผู้ชายในชุดสูททะมัดทะแมงยุคเดียวกันอีกต่างหาก
เล่นเอาสังคมปารีสในยุคนั้นช็อกตาตั้ง ดราม่ากันยับๆ เลยล่ะค่า!

<เอ็ดการ์ เดอกา - The Ballet Class>
เดอกาเนี่ย เขาชอบวาดภาพห้องซ้อมและขั้นตอนการเตรียมตัว
มากกว่าฉากบัลเล่ต์สวยหรูบนเวทีซะอีกนะ
ลองมองตามสายตาของคุณครูตรงกลาง (คนที่ถือไม้เท้า)
และสายตาของเด็กๆ ดูสิคะ
มันจะช่วยให้เราเห็นมิติและเรื่องราวในภาพแบบ 3D สมจริงขึ้นเยอะเลย!

<โอกุสต์ รอแด็ง - ประตูสู่นรก (The Gates of Hell)>
งานประติมากรรมชิ้นนี้สเกลใหญ่ยักษ์อลังการมากกก
พอเดินขึ้นมาถึงชั้น 2 ปุ๊บ ก็จะกระแทกตาปั๊บ ทันทีเลยค่ะ
จุดไฮไลท์เด็ดที่ห้ามพลาดเลยก็คือ
การแอบส่องดีเทลรูปปั้น "The Thinker" (คนครุ่นคิด) ที่อยู่ตรงกลางประตูนั่นเอง!

<ฌ็อง-ฟร็องซัว มีแล - คนเก็บรวงข้าว (The Gleaners)>
คุณพี่ "มีแล" เขาขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายทอดหยาดเหงื่อแรงงานของชาวไร่ชาวนาอยู่แล้ว
แต่น่าเสียดายมากที่รูป "The Angelus" (ภาพอธิษฐานยามเย็นอันโด่งดัง)
ดันบินไปโชว์ตัวที่อื่นซะงั้น เลยอดเจอตัวจริงเลย แงงง 🥺

<เอดัวร์ มาแน - เด็กชายเป่าฟลุต (The Fifer)>
มาแนเนี่ยชอบความฉีก! เขาตัดพวกฉากหลังที่รุงรังอลังการ
หรือเรื่องราวดราม่าซับซ้อนที่ฮิตๆ กันในยุะนั้นออกไปจนหมดเกลี้ยง
แล้วเน้นฟาดด้วยเสน่ห์และออร่าความเด่นของตัวละครเพียวๆ
ซึ่งรูปเจ้าหนูเป่าฟลุตภาพนี้แหละ คือตัวอย่างความชิคระดับตัวแม่ที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึง!

<เอดัวร์ มาแน - โอลิมเปีย (Olympia)>
พอเดินดูจนถึงรูปโอลิมเปียชิ้นสุดท้าย
เวลาก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก ล่อไปเกือบ 3 ชั่วโมงเต็มๆ แล้วจ้า!
ขนาดนี่ว่าเดินสับๆ รีบดูแล้วนะ ยังใช้เวลาขนาดนี้
ถ้าใครที่เป็นสายเสพงานศิลป์ ค่อยๆ ละเลียดชมล่ะก็
เผื่อเวลาไว้เลยอย่างต่ำ 4 ชั่วโมง++ ชัวร์ๆ ค่ะ!
🔗 สรุปข้อมูลปารีสมิวเซียมพาสแบบจัดเต็ม







