รีวิว Musée d'Orsay ปารีส 2026: มุมถ่ายรูปนาฬิกาสุดปัง
รีวิว Musée d'Orsay ปารีส อัปเดตปี 2026 พาส่องงานศิลปะแวนโก๊ะ ถ่ายรูปมุมหน้าต่างนาฬิกาสุดฮิต พร้อมทริคใช้ Paris Museum Pass เข้าชมแบบคุ้มๆ!

แก... เหตุผลที่ปารีสมันมีเสน่ห์ดึงดูดใจนักเดินทางแบบเราๆ ก็เพราะแค่เดินชิลๆ ริมถนนก็สัมผัสได้ถึงความโรแมนติกแล้วป่ะ? แต่ที่เริ่ดไปกว่านั้นคือสถานที่เที่ยวทางศิลปะและวัฒนธรรมเค้าแน่นมาก! ถ้ามาปารีสแล้วไม่ได้แวะ 3 ทหารเสืออย่าง พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre), ออรองเจอรี (Orangerie) และ พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d'Orsay) ถือว่ามาไม่ถึงนะบอกเลย!

สำหรับออร์แซ (Musée d'Orsay) เนี่ย ต่อให้แกไม่ใช่สายอาร์ตจ๋า ไม่ได้เรียนศิลปะมา ก็เดินดูได้แบบเพลินๆ ส่วนตัวเราตอนแรกก็ไม่ได้อินมาก แต่พอได้มาสัมผัสจริงๆ คือว้าวมาก! ถึงที่นี่อาจจะไม่ได้ใหญ่โตเท่าลูฟวร์ แต่บอกเลยว่า "จิ๋วแต่แจ๋ว" เพราะรวบรวมผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่สั่นสะเทือนวงการศิลปะโลกไว้เพียบ!

ต่อให้ไม่มีความรู้เรื่องภาพวาดเลยยยยย อย่างน้อยแกก็ต้องเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างแหละ จากวิชาศิลปะตอนเด็กๆ หรือในสารคดี เพราะที่นี่คือแหล่งรวมผลงานของแท้! ของศิลปินระดับตำนานอย่าง แวนโก๊ะ (Van Gogh) และ โมเนต์ (Monet) มาดูของจริงด้วยตาเนื้อคือฟินสุดๆ!

และแน่นอนค่ะซิส! มุมมหาชนที่โถงหลัก และ "มุมหน้าต่างนาฬิกา" บนชั้น 5 ใกล้โซนขายของที่ระลึก คือจุดเช็คอินที่สายคอนเทนต์ห้ามพลาดเด็ดขาด! ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกว่า "ฉันมาถึงแล้วนะ" แต่มันคือมุมที่แสงโกงมาก ถ่ายยังไงก็ออกมาเป็นรูปโปรไฟล์ใหม่ได้สบายๆ

ทริคสำคัญอัปเดตปี 2026: ถ้าแกมี Paris Museum Pass จะสามารถเข้าชมได้ฟรีเลยนะ! แต่เดี๋ยวก่อน... กฎใหม่ของที่เที่ยวฮิตๆ ในปารีสตอนนี้คือ "ต้องจองคิวล่วงหน้า (Time Slot)" จ้าาาา ถามว่าไม่จองไปได้มั้ย? ได้ค่ะ... แต่เตรียมตัวยืนขาแข็งรอคิวไปเลยยาวๆ และใช่ค่ะ... ทริปนี้เราจองคิวออร์แซไม่ทัน เพราะคิวเต็มไวเวอร์! (ร้องไห้หนักมาก)
พาสเทพ Paris Museum Pass & ทริคการจองคิว

ทริปนี้เราอยู่ปารีสหลายวัน เลยจัด Paris Museum Pass แบบ 4 วันมาเลย คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม! เพราะเข้าได้หมดทั้ง พระราชวังแวร์ซาย, ลูฟวร์, แซ็งต์-ชาแปล, กงซีแยร์จือรี, ประตูชัย (Arc de Triomphe), ออรองเจอรี และ ออร์แซ ที่เรากำลังรีวิวอยู่นี่แหละ ใครมาปารีสคือ "ของมันต้องมี" นะคะ
Paris Museum Pass - Klook (จองล่วงหน้าคุ้มสุด)
เรากดจองล่วงหน้าผ่าน Klook สะดวกมากกก สมัยก่อนต้องไปแลกบัตรแข็งใช่มะ แต่เดี๋ยวนี้อัปเดตใหม่เป็น E-Voucher สแกน QR Code เข้าได้เลยสวยๆ! เวลาจะเริ่มนับถอยหลังเป๊ะๆ ตั้งแต่เราสแกนใช้งานครั้งแรก (แบบ 2 วันคือ 48 ชม. / แบบ 4 วันคือ 96 ชม.) ไม่ได้นับตัดเที่ยงคืนแบบบัตรเหมาทั่วไปนะ วางแผนดีๆ คือคุ้มเว่อร์!

จากลิสต์ที่ไปมาทั้งหมดรอบนี้ มีแค่ ประตูชัย (Arc de Triomphe) กับ ปงเตอง (Panthéon) เท่านั้นที่เราเดินเข้าไปได้เลยแบบไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า ส่วนที่เหลือ... ถ้าไม่อยากยืนรอคิวนานจนท้อ แนะนำให้เข้าไปจอง Time Slot ในเว็บออฟฟิเชียลของแต่ละที่ไว้เลยค่ะ

เมื่อก่อนแค่มี Paris Museum Pass ก็เหมือนมีบัตรเบ่ง เดินเข้าช่อง Fast Track ได้ชิลๆ แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วจ้า! คนที่จองออนไลน์มาเท่านั้นถึงจะได้เดินเข้าสวยๆ ถ้าใครกดจองไม่ทันแบบเรา ก็ต้องไปต่อแถวรอคิวหน้างานรวมกับคนที่มาซื้อตั๋วสดนั่นแหละ... สู้ชีวิตสุดๆ

วิธีจองก็ไม่ยาก เสิร์ชหาเว็บออฟฟิเชียลของ "Musée d'Orsay" แล้วกดจองตามจำนวนคนได้เลย แต่ขอเตือนตัวโตๆ ว่าช่วงไฮซีซั่นอย่างเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป... ขนาดเราเข้ามาดูคิวก่อนตั้ง 1 เดือน สล็อตเวลายังเต็มเกลี้ยง! สุดท้ายเลยต้องยอมไปยืนต่อคิวหน้างานแบบคนสู้ชีวิต

ขั้นตอนการจองในเว็บ: เปลี่ยนภาษาเป็นอังกฤษก่อน แล้วกดซื้อตั๋วตามสเต็ป พอถึงตอนเลือกประเภทตั๋ว ให้เลือก "Free admission - Adult" (สำหรับคนมี Pass) จากนั้นระบบจะส่ง E-Ticket มาให้ทางอีเมล ถึงวันจริงก็โชว์ตั๋วตามเวลาที่จองไว้ เดินเข้าได้เลยแบบสับๆ!
พาส่องด้านใน: ฟีลสถานีรถไฟเก่าสุดคลาสสิก

วันที่เราไป เค้ามีการจัดสเปซตรงกลางเหมือนเตรียมจัดงานดนตรีอะไรสักอย่างด้วยนะ ได้เห็นการใช้พื้นที่แบบใหม่ๆ ก็เก๋ไปอีกแบบ อ้อ! ข้อมูลน่ารู้ที่อยากเอามาฝากคือ... รู้มั้ยว่าที่นี่เคยเป็น "สถานีรถไฟ" มาก่อนนะแก!

การที่เค้าเก็บโครงสร้างเดิมของสถานีรถไฟเอาไว้ แล้วปรับให้เป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ มันทำให้มู้ดของที่นี่มีเสน่ห์และยูนีคมาก! ผลงานทุกชิ้นคือประเมินค่าไม่ได้ เดินไปแค่ 10 ก้าวก็เจอผลงานมาสเตอร์พีซที่เราเคยเห็นในหนังสือแล้วอ่ะ ขนลุก!

กฎการถ่ายรูป: ถ้าไม่ได้ใช้แฟลช ขาตั้งกล้อง หรือถ่ายทำเชิงพาณิชย์ ก็สามารถหยิบมือถือมาถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอได้ชิลๆ เลยจ้า ข้อดีของที่นี่คือ เลย์เอาต์เดินง่ายมากกกก ไม่ซับซ้อนเหมือนเขาวงกตที่ลูฟวร์ แนะนำให้เดินวนเป็นวงกลม (ตามเข็มหรือทวนเข็มนาฬิกาก็ได้) ดูให้ครบทีละชั้นแล้วค่อยขึ้น/ลง จะเก็บครบแบบไม่หลงแน่นอน

ผลงานระดับตำนานอย่าง "The Gleaners" (หญิงเก็บข้าวรวง) ของ Millet ก็อยู่ที่นี่นะ! แต่วันนั้นโชคร้ายนิดนึง ตรงที่โซนนั้นดันมีอุปกรณ์จัดงานคอนเสิร์ตมาวางบังไว้ เลยเข้าไปดูใกล้ๆ ไม่ได้ แอบเสียดายเบาๆ

ส่วนภาพนี้คือ "The Birth of Venus" ของ Alexandre Cabanel ของจริงคือสวยสะกดสายตามากกกก (ชื่อคล้ายๆ กับภาพวาดชื่อดังที่หอศิลป์อุฟฟีซี อิตาลี) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของออร์แซที่ต้องมาดูให้เห็นกับตา!

งานประติมากรรมดังๆ อย่าง "The Thinker" และ "The Gates of Hell" ของ Rodin ก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วยนะ! ที่เล่ามาทั้งหมดนี่แค่ "น้ำจิ้ม" เท่านั้น เพราะตอนที่เราไปมีนิทรรศการพิเศษของ Renoir ด้วย เอาเป็นว่าต่อให้ไม่ใช่สายอาร์ต เดินดูเพลินๆ ก็ตาแฉะแล้วจ้า (ทั้งหมดนี้อยู่แค่ชั้น 0-2 นะ!)
ชั้น 5 โซนไฮไลต์: โมเนต์, แวนโก๊ะ และมุมหน้าต่างนาฬิกา!

แค่เดินเก็บรายละเอียดชั้น 0-2 ก็ปาไป 1-2 ชั่วโมงแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน... ไฮไลต์ตัวแม่ที่ทุกคนรอคอย ผลงานป๊อปๆ ที่คนทั่วไปรู้จักกันดีอย่างของ "แวนโก๊ะ (Van Gogh)" และ "โมเนต์ (Monet)" เค้าจัดแสดงอยู่บนชั้น 5 จ้า! พุ่งตัวขึ้นไปด่วนๆ

ข้อควรระวัง! ระหว่างทางเดินแกจะเจอร้านอาหารที่มี "หน้าต่างนาฬิกา" สวยๆ อยู่ตรงนั้น... อย่าเพิ่งพุ่งตัวเข้าไปถ่ายรูปนะ เพราะมันเป็นโซนร้านอาหาร จะไปแทรกตัวถ่ายรูปตอนคนกำลังกินข้าวก็ไม่ได้ ไม่ต้องตกใจ เดินลึกเข้าไปอีกนิด ตรงใกล้ๆ ร้านขายของที่ระลึก จะมี "มุมมหาชน" ของจริงรออยู่จ้า!

ชั้น 0-2 ว่าคนเยอะแล้ว... ขึ้นมาบนชั้น 5 คือคนมหาศาล! ยิ่งภาพไหนดังๆ นะ ต้องต่อคิวชะเง้อคอดูอยู่ข้างหลังเลยทีเดียว แต่ก็เข้าใจได้แหละ เค้ามีการจำกัดคนเป็นรอบๆ ทำให้บรรยากาศโดยรวมยังพอเดินดูได้แบบไม่เบียดจนเกินไป

และนี่คือ... ภาพ "Self-Portrait" (ภาพเหมือนตัวเอง) ของแวนโก๊ะของแท้! ทริคในการหาภาพดังๆ บนชั้น 5 คือ... ตรงไหนคนมุงเยอะๆ เดินตามไปตรงนั้นเลยจ้า 5555 แต่จริงๆ แนะนำให้ค่อยๆ เดินดูตามลำดับไปเรื่อยๆ จะฟินกว่านะ

อย่างที่บอกว่าเราไม่ใช่กูรูด้านศิลปะ คงไม่กล้าไปวิจารณ์ผลงานระดับโลกหรอก แต่บอกเลยว่าทุกชิ้นคือทรงพลังมาก! ก่อนหน้านี้เราไปดูที่ออรองเจอรีมาแล้ว พอมาเจอภาพ "Water Lilies" (สระบัว) ของโมเนต์ที่นี่อีกครั้ง ก็ยังรู้สึกประทับใจอยู่ดี

แอบกระซิบว่า ใครที่ชอบภาพสระบัวของโมเนต์ เราแนะนำให้จัดสรรเวลาไปเที่ยว "พิพิธภัณฑ์ออรองเจอรี (Musée de l'Orangerie)" ด้วยนะ เพราะที่นั่นเค้าออกแบบห้องจัดแสดงมาเพื่อภาพชุดนี้โดยเฉพาะเลย สวยสลบ! (เดี๋ยวไว้มารีวิวแยกให้อีกโพสต์นึงน้า)

เดินดูงานศิลปะจนหนำใจแล้ว พอเห็นร้านขายของที่ระลึก (Goods Shop) อย่าเพิ่งเดินหนีนะแก! ลองเดินเข้าไปดู เพราะตรงนี้แหละคือที่ซ่อนของ "มุมถ่ายรูปหน้าต่างนาฬิกา" สุดฮิต! ด้วยความที่เป็นแสงธรรมชาติ เงาที่ตกกระทบจะสวยมากกกก ไม่ต้องมีสกิลตากล้องเทพก็ถ่ายออกมาสวย แนะนำทริคแต่งรูปนิดนึง: ดึงแสงตัวเรากับนาฬิกาให้มืดลงเป็นเงา Silhouette แล้วให้วิวด้านนอกสว่างคมชัด แค่นี้ก็ได้รูปไอจีช็อตแบบปังๆ แล้ว!

สรุปทริปนี้คือฟีลเจอร์กู๊ดมากก แม้จะแอบเฟลที่จองคิวออนไลน์ไม่ทัน แต่ก็คุ้มค่าที่ยอมยืนรอ ไหนๆ ก็ซื้อ Paris Museum Pass มาแล้ว ต้องมาเก็บให้ครบ! ความทรงจำเมื่อ 10 ปีก่อนมันเลือนลางไปหมดแล้ว ได้กลับมารื้อฟื้นความทรงจำอีกครั้งคือดีมาก

สรุปเลยนะ ใครที่ลังเลว่า "ไม่มีความรู้ศิลปะจะมาดูรู้เรื่องมั้ย?" ตอบเลยว่า มาเถอะ! มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ได้มาเห็นของจริงสักครั้งในชีวิต ส่วนใครที่เป็นสายอาร์ตอยู่แล้ว... ที่นี่คือสวรรค์ของคุณเลยล่ะ!
ย้ำอีกที!! พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d'Orsay) ใช้ Paris Museum Pass เข้าฟรีได้เลย แต่ "ต้องจองคิวออนไลน์" นะ! ไม่งั้นต้องยืนรอคิวหน้างานอย่างน้อย 1 ชั่วโมง (เราโดนไป 1 ชั่วโมงครึ่งเต็มๆ ขาแทบลาก) ถ้าแพลนเที่ยวชัวร์แล้ว รีบเข้าไปกดจอง Time Slot ในเว็บออฟฟิเชียลเลยจ้า จองฟรีไม่เสียเงินเพิ่ม!
📍 Musée d'Orsay (พิพิธภัณฑ์ออร์แซ)
Esplanade Valéry Giscard d'Estaing, 75007 Paris, France
แชร์บทความนี้
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

แพนธีออน ปารีส 2026: ใช้ Museum Pass เข้าฟรี ไม่ต้องจอง!
ใครว่าแพนธีออน ปารีสไม่น่าสนใจ? ผิดถนัด! ที่นี่เต็มไปด้วยเรื่องราวสำคัญของฝรั่งเศส แถมใช้ Paris Museum Pass เข้าฟรี ไม่ต้องจอง! พร้อม 2 ไฮไลต์เด็ดที่ต้องรู้ก่อนไป!

รีวิว มหาวิหารน็อทร์-ดาม ปารีส (Notre-Dame) อัปเดต 2026 วิธีจองคิว+ขึ้นหอระฆังฟรี!
สายยุโรปห้ามพลาด! อัปเดตมหาวิหารน็อทร์-ดาม ปารีส 2026 กลับมาอลังการกว่าเดิม แจกทริคจองคิวล่วงหน้าแบบไม่ต้องรอคิว พร้อมวิธีขึ้นหอระฆังฟรีด้วย Museum Pass

รีวิว Musée d'Orsay ปารีส 2026: เทียบกับลูฟวร์ ที่ไหนปังกว่า? พร้อมทริคจองตั๋ว
ปารีสไม่ได้มีแค่ลูฟวร์! มาดูรีวิว Musée d'Orsay พิพิธภัณฑ์สุดชิคในสถานีรถไฟเก่า มุมถ่ายรูปนาฬิกาในตำนานที่ต้องไป! เทียบชัดๆ กับลูฟวร์ ที่ไหนจะโดนใจสายเที่ยวแบบเรามากกว่ากัน?




