รีวิว London Pass 2026: บัตรเที่ยวลอนดอน 3 วัน คุ้มไหม ไปไหนได้บ้าง
รีวิวใช้ London Pass 3 วันเที่ยวลอนดอนแบบจัดเต็ม! จ่ายแค่ 7,300 บาท แต่เที่ยวคุ้มทะลุ 12,900 บาท พร้อมแพลนเที่ยวและทริคจองคิวที่สายลุยต้องรู้

ทริปยุโรปประเทศแรกของเราประเดิมที่ "อังกฤษ" ค่ะ!
รอบนี้เราปักหลักอยู่ลอนดอนยาวๆ 6 คืน ตระเวนเที่ยวแบบจัดเต็มมาก
หลังจากวันแรกที่เดินทางมาถึง เราก็เริ่มใช้ London Pass แบบ 3 วัน
ตระเวนเข้าสถานที่เที่ยวฮิตๆ ที่ร่วมรายการแบบไม่ต้องจ่ายค่าเข้าเพิ่มเลย

สรุปให้ฟังตรงนี้เลยนะ สำหรับเราคือ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!
※ ราคาบัตร 3 วัน : 169 ปอนด์ (ประมาณ 7,300 บาท)
※ มูลค่าที่เที่ยวที่เราไปทั้งหมด : 10 ที่ รวมมูลค่าประมาณ 12,900 บาท
แน่นอนว่าอาจจะต้องตื่นเช้าหน่อยและทำเวลาในบางจุด
แต่ถ้าเพื่อนๆ เป็นสายลุย ชอบเก็บแลนด์มาร์คหลายๆ ที่
ไม่ได้เน้นแช่อยู่ที่เดียวนานๆ บัตรนี้คือตอบโจทย์และประหยัดงบไปได้เยอะมาก
จอง London Pass Go City: All-Inclusive Pass - Klook
ส่วนตัวเราซื้อผ่าน Klook ล่วงหน้าไปจากไทยเลยค่ะ
สิ่งที่ห้ามลืมคือ ต้องโหลดแอป "Go City" ติดเครื่องไว้นะคะ
พอซื้อเสร็จก็เอา Voucher มาผูกในแอปนี้
เวลาไปถึงที่เที่ยวก็แค่โชว์ QR Code ในมือถือ สแกนปุ๊บเข้าปั๊บ สะดวกเว่อร์

แต่เดี๋ยวก่อน! มีข้อควรระวังนิดนึงที่ต้องรู้ไว้
มี London Pass ไม่ได้แปลว่าจะเดินดุ่มๆ เข้าได้ทุกที่เลยนะ
(อารมณ์เดียวกับ Paris Museum Pass เลย)
สถานที่ฮิตๆ บางแห่ง บังคับจองรอบเวลาล่วงหน้า (Time Slot)
ถ้าไม่จองคิวไว้ก่อน อาจจะอดเข้าได้นะคะ

จากประสบการณ์ทริปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ
เดี๋ยวเราจะมารีวิวให้ดูว่า แพลนเที่ยว 3 วันของเราไปไหนมาบ้าง
ตรงไหนต้องจองคิวล่วงหน้า เก็บไว้เป็นไอเดียจัดทริปของเพื่อนๆ ได้เลยค่ะ!
แพลนเที่ยววันที่ 1

อ้อ ลืมบอกไปว่าบัตรของ Go City มี 2 แบบนะคะ
แนะนำให้เลือกแบบ "All-Inclusive" แบบที่เราใช้
เพราะจะครอบคลุมพวกรถบัสชมเมืองและที่เที่ยวที่ต้องจองคิวด้วย
วันแรกเราประเดิมด้วยการนั่งรถบัสชมเมือง 2 ชั้น
เปิดใช้สิทธิ์ BIG BUS TOUR แบบ 2 วันกันก่อนเลย

วิธีใช้ก็ง่ายมาก ไปที่ป้ายรถบัส โชว์ London Pass ให้พนักงานดู
เขาจะปริ้นท์ตั๋วใบเสร็จมาให้ เราก็เก็บใบนี้ไว้โชว์เวลาขึ้นลงตลอด 2 วัน
Hop-on Hop-off ได้ชิลๆ ทั่วเมืองเลยค่ะ
รถบัสวิ่งตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึงประมาณ 6 โมงเย็น
แนะนำให้เริ่มตั้งแต่เช้า จะได้ใช้คุ้มๆ นะคะ

ทริคสำคัญ: โหลดแอป "BIG BUS TOUR" ไว้ด้วยน้า
เราจะดูตำแหน่งรถบัสแบบเรียลไทม์และเช็คเส้นทางได้
ช่วยลดเวลาไปยืนรอเก้อ และวางแผนการเดินทางได้ดีมากๆ

ที่เที่ยวที่แรกที่เราแวะลงคือ มหาวิหารเซนต์พอล (St. Paul's Cathedral)
ที่นี่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอังกฤษ
สถาปัตยกรรมอลังการมาก มีสุสานของบุคคลสำคัญอยู่ด้านใน
ความเริ่ดคือเขามี Audio Guide ภาษาไทยให้ฟรียืมฟังเพลินๆ ด้วย
ใช้เวลาเดินชมประมาณ 2 ชั่วโมงกำลังดีค่ะ

จากนั้นเราก็นั่ง BIG BUS ไปต่อที่จุดเช็คอินที่สอง
นั่นก็คือ ทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge) สะพานสุดไอคอนิกของลอนดอน
🚨 ตรงนี้สำคัญ: ทาวเวอร์บริดจ์ ต้องจองรอบล่วงหน้าในแอป Go City นะคะ!
จริงๆ จะเดินถ่ายรูปเล่นข้างนอกก็ได้แหละ
แต่มีบัตรแล้วทั้งที ก็ต้องขึ้นไปชมวิวด้านบนสิคะ!

พอขึ้นไปข้างบนคือแอบขาสั่นเบาๆ 555
เพราะทางเดินบางช่วงเป็นพื้นกระจกใส มองทะลุเห็นรถวิ่งข้างล่างเลย
เป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและได้รูปสวยๆ ไม่ซ้ำใครแน่นอน

ถ้าถามว่าที่ไหนป๊อปสุดในลอนดอน หลายคนคงตอบว่า "หอคอยแห่งลอนดอน" (Tower of London)
ข้างในกว้างมากและมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้ดูเยอะสุดๆ
ปกติค่าเข้าแพงเอาเรื่อง แต่ใช้ London Pass สแกนเข้าฟรีไปเลยจ้า ฟิน!

ปิดท้ายวันแรกแบบชิลๆ ด้วยการ ล่องเรือแม่น้ำเทมส์ (Thames River Cruise)
เราขึ้นเรือจากท่า Tower of London Pier ไปลงที่ท่า London Eye Pier
เป็นตั๋วเที่ยวเดียวที่รวมในบัตรแล้ว ส่วนตัวชอบบรรยากาศตอนล่องเรือมาก โรแมนติกสุดๆ
แพลนเที่ยววันที่ 2

เริ่มต้นวันที่ 2 กันที่ เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ (Westminster Abbey)
จริงๆ กะจะไปวันที่ 3 แต่กลัวแพลนรวน เลยรีบมาเก็บก่อน
เมื่อ 10 ปีก่อนเคยมาแล้วไม่ได้เข้า รอบนี้เลยตั้งใจมาแต่เช้าเพื่อเข้าไปชมสถาปัตยกรรมด้านในให้เห็นกับตา

ที่ต่อไปไม่ได้เสียค่าเข้านะ แต่ใช้ BIG BUS นั่งมาลงได้
นั่นคือย่าน น็อตติ้งฮิลล์ (Notting Hill) ย่านสีพาสเทลสุดคิ้วท์ที่ห้ามพลาด
โชคดีมากที่เราไปตรงกับวันเสาร์พอดี เลยได้เดินตลาด Portobello Market
บรรยากาศคึกคักมาก มีของวินเทจ ของกินสตรีทฟู้ดเพียบ เดินเพลินสุดๆ

หาของอร่อยกินที่น็อตติ้งฮิลล์เสร็จ เราก็เดินย่อยชิลๆ
ไปต่อที่ พระราชวังเคนซิงตัน (Kensington Palace)
ที่นี่เป็นที่ประทับจริงของราชวงศ์อังกฤษเลยนะคะ
แต่เขาเปิดบางส่วนให้คนทั่วไปเข้าชมเป็นพิพิธภัณฑ์
ได้เห็นไลฟ์สไตล์ความหรูหราของราชวงศ์ แต่พอเห็นพื้นที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ แอบรู้สึกเหงาๆ แทนเหมือนกันนะ

ช่วงบ่ายแก่ๆ เราไปขึ้น ลอนดอนอาย (London Eye) 🚨 อย่าลืมว่าต้องจองคิวนะ!
แคปซูลใหญ่มากก จุคนได้ประมาณ 15 คน นิ่งและปลอดภัยสุดๆ
วิวเมืองลอนดอนจากมุมสูงมองเห็นแม่น้ำเทมส์แบบพาโนรามาคือปังมาก ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย

ปิดจบวันที่ 2 ด้วยจุดชมวิวกลางคืนสุดฮอต "เดอะชาร์ด" (The Shard)
🚨 ที่นี่ก็บังคับจองล่วงหน้า! ตอนแรกแอบนอยด์เพราะจองไม่ทันตั้งแต่อยู่ไทย
แต่ปรากฏว่าพอกดเข้าแอป Go City วันนั้น มีคิวหลุดพอดี!
เลยรีบกดจองแล้วพุ่งตัวไปเลยจ้า วิวกลางคืนแสงไฟระยิบระยับ โรแมนติกมากกก
แพลนเที่ยววันที่ 3

วันที่ 3 ของทริป ช่วงนี้ปี 2026 กระแสฟุตบอลโลกกำลังอินสุดๆ
เราเลยขอเอาใจสายกีฬาด้วยการไปทัวร์สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ซะหน่อย
ทีมนี้เป็นทีมที่ ซน ฮึงมิน (Son Heung-min) ค้าแข้งมาเป็นสิบปีแถมเป็นกัปตันทีมด้วยนะ
แฟนบอลพรีเมียร์ลีกชาวไทยอย่างเราบอกเลยว่าใจฟูมาก!

ทัวร์สนามจะเปิดเฉพาะวันที่ไม่มีแข่งนะคะ
เดินชมเองชิลๆ พร้อมฟัง Audio Guide (มีภาษาเกาหลีด้วย)
ใครอินฟุตบอลคือต้องมา! (แอบกระซิบว่า London Pass ใช้ทัวร์สนามเชลซี กับ อาร์เซนอล ได้ด้วยนะ คุ้มเกิ๊น!)
จริงๆ บัตรวันที่ 3 ยังเหลือเวลาให้ไปต่อได้อีก
แต่เราขอจบแพลนแค่นี้ เพราะเป็นวันที่ต้องย้ายที่พักจากเกสต์เฮาส์ไปโรงแรมพอดี
บวกกับร่างกายเริ่มประท้วงจากอาการ Jet Lag ด้วย เลยขอพักร่างดีกว่า
(แอบเสียดายนิดๆ ที่ไม่ได้แวะไป Madame Tussauds)

สรุปการลงทุนซื้อ London Pass 3 วัน ในราคาประมาณ 7,300 บาท
เราเก็บที่เที่ยวหลักๆ (รวมค่าเดินทางบางส่วน) ไปถึง 10 แห่ง
คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 12,900 บาท! กำไรเห็นๆ!
แม้ว่าการเที่ยวแบบใช้พาสอาจจะทำให้เราใช้เวลาซึมซับแต่ละที่ได้ไม่นานมาก
แต่ถ้ามองในมุมความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ได้รับ บอกเลยว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสุดๆ ค่ะ
📍 หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London)
London EC3N 4AB, UK
📍 มหาวิหารเซนต์พอล (St. Paul's Cathedral)
St. Paul's Churchyard, London EC4M 8AD, UK
📍 เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ (Westminster Abbey)
Dean's Yard, London SW1P 3PA, UK
📍 สนามท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (Tottenham Hotspur Stadium)
782 High Rd, London N17 0BX, UK
📍 พระราชวังเคนซิงตัน (Kensington Palace)
Kensington Gardens, London W8 4PX, UK







