วิธีเดินทาง สนามบินโรม ไป Termini 2026: รถไฟ บัส รถรับส่ง
แพลนเที่ยวโรมต้องรู้! เปรียบเทียบวิธีเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองไปสถานี Termini แบบไหนคุ้มสุด ปลอดภัยจากแก๊งล้วงกระเป๋า อัปเดตล่าสุดปี 2026

วิธีเดินทางจากสนามบินโรมเข้าเมือง สู่สถานี Termini
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย รถบัส, รถรับ-ส่งส่วนตัว, รถไฟ พร้อมพิกัดจอง!
ⓒ แชร์ประสบการณ์จริงจากทริปอิตาลี
สวัสดีค่าชาวแก๊งนักเดินทาง! ใครมีแพลนไปเยือนอิตาลีปี 2026 มารวมกันตรงนี้เลย
จากสนามบิน Fiumicino (FCO) เข้าไปใจกลางเมืองโรมที่สถานี Termini
เผื่อเวลาเดินทางไว้หลวมๆ สัก 1 ชั่วโมงกำลังดีค่ะ
จริงๆ ทั้งรถไฟและรถบัสของที่นี่ทำไว้ค่อนข้างดี เดินทางไม่ยากเลย
แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ แอบหวั่นใจที่สุดก็หนีไม่พ้น...
แก๊งมิจฉาชีพและนักล้วงกระเป๋าในตำนานของอิตาลีนั่นเองค่ะ ^.^

หลังจากคิดหนักมาก สุดท้ายเราเลยตัดสินใจว่า ยอมจ่ายเพิ่มอีกนิด
เพื่อแลกกับความปลอดภัยและความสบายใจ เซฟพลังไว้ไปเดินถ่ายรูปสวยๆ ดีกว่า!
ขาไป (สนามบิน > เมือง) : นั่งรถไฟด่วน Leonardo Express
ขากลับ (เมือง > สนามบิน) : ใช้บริการรถรับ-ส่งส่วนตัว (Pickup & Drop-off)
ด้านล่างนี้เราสรุป 3 วิธีเดินทางยอดฮิต พร้อมพิกัดจองมาให้แล้ว
ใครกำลังจะไปโรม ปักหมุดเซฟเก็บไว้ดูได้เลยน้า :)
สารบัญ | |
1 | เดินทางด้วยรถบัส (Bus) |
2 | เดินทางด้วยรถยนต์ : รถรับ-ส่งสนามบินส่วนตัว |
3 | เดินทางด้วยรถไฟ : Leonardo Express |
4 | สรุปเปรียบเทียบแบบรวบรัด |
1. เดินทางด้วยรถบัส (Bus)
ถ้าโจทย์หลักของทริปนี้คือ "เซฟงบ" ไว้ไปกินเจลาโต้กับพาสต้า
รถบัสคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดค่ะ!
ข้อมูลการนั่งรถบัส
ราคา : เที่ยวเดียวประมาณ 300 - 400 บาท/คน (ขึ้นอยู่กับบริษัท)
ระยะเวลาเดินทาง : ประมาณ 50 นาที - 1 ชั่วโมง
ความถี่ : มีรถออกทุกๆ 20 นาที
ข้อดี : ราคาถูกที่สุด คุ้มค่าเว่อร์
ข้อเสีย : มีรีวิวโดนล้วงกระเป๋าให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ต้องระวังตัวตลอดเวลา
>> จองตั๋วรถบัสล่วงหน้าได้ที่นี่เลย <<

ราคาถูกกว่ารถไฟประมาณ 200 กว่าบาท เรื่องความคุ้มค่ายกให้เลย
แต่พอไปอ่านรีวิวเจอคนโดนล้วงกระเป๋าเยอะ เราก็เลยแอบถอยดีกว่า ㅠㅠ
จริงๆ มันเป็นรถวิ่งตรงเข้าเมืองเลยนะคะ ไม่จอดแวะป้ายยิบย่อย
แถมโชว์ QR Code สแกนขึ้นรถได้เลย สะดวกมาก
แต่ถ้าใครสัมภาระเยอะ หรือมาคนเดียว อาจจะต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัยนิดนึงน้า
2. รถยนต์ : บริการรถรับ-ส่งสนามบินส่วนตัว
วิธีนี้แพงที่สุด แต่บอกเลยว่า "สบายที่สุด" ฟีลลูกคุณหนูท่านหนึ่ง!
จองรถรับ-ส่งสนามบินส่วนตัวไปเลย จบๆ
วันที่เราต้องกลับสนามบิน ดันแจ็คพอตเจอรถไฟประท้วงหยุดงานพอดี
บวกกับพลังงานชีวิตที่ติดลบจากการเดินเที่ยวมาหลายวัน เลยตัดสินใจใช้บริการนี้ค่ะ
ข้อดีคือ ไม่ต้องกลัวโจร นั่งชิลๆ แอร์เย็นฉ่ำ
มารับถึงหน้าโรงแรม ไปส่งถึงหน้าเทอร์มินอล เซฟแรงไปได้เยอะมาก!
บริการรถรับ-ส่งสนามบินส่วนตัว
ราคา : ประมาณ 3,700 - 5,300 บาท ต่อคัน
ระยะเวลาเดินทาง : ประมาณ 40 - 50 นาที
ข้อดี : สบายสุดๆ (ไม่ต้องลากกระเป๋าเดินทางบนถนนหินกรวดของอิตาลี!)
ข้อเสีย : ราคาสูงกว่าวิธีอื่น

เราลองเทียบราคากับการเรียก Uber ดูแล้ว
จองรถรับ-ส่งล่วงหน้าแบบนี้ได้ราคาดีกว่านิดหน่อยค่ะ
ทริปนี้เรามีกระเป๋าไซส์ 24 นิ้ว กับ 28 นิ้ว เลยต้องจองรถคันใหญ่ขึ้นมานิดนึง
ได้มาในราคาประมาณ 3,400 บาท
(ตอนนั้นเช็ค Uber อยู่ที่ 84 ยูโร หรือราวๆ 3,300 บาท ใกล้เคียงกันเลย)
* ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนนะคะ
รถรับ-ส่งสนามบินทั่วไป | บริษัทที่มีเจ้าหน้าที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ |
2 คน ประมาณ 3,400 - 3,700 บาท | 2 คน ประมาณ 5,300 บาท |
ส่วนตัวเราเลือกจองอันที่ราคาถูกกว่าค่ะ!
คนขับสื่อสารภาษาอังกฤษพื้นฐานได้ ไม่มีปัญหาเลย


อย่างที่บอกว่าเรามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 28 นิ้ว กับ 24 นิ้ว
ไหนๆ ราคาก็พอๆ กัน เลยเลือกรถไซส์ Standard จะได้นั่งสบายๆ ไม่อึดอัดค่ะ
ตอนจอง พอกดลูกศรสีฟ้าตรงราคา จะมีบริษัทให้เลือกหลายเจ้าเลย
เลือกเจ้าที่ราคาดีที่สุดได้เลยค่ะ บริการได้มาตรฐานเหมือนกันหมด!!

ใครเคยไปยุโรปจะรู้ซึ้งถึง "ถนนหินกรวด" (Cobblestone) เป็นอย่างดี
การไม่ต้องลากกระเป๋าหนักๆ บนถนนแบบนั้น แล้วเอาตัวไปนั่งบนเบาะนุ่มๆ คือนิพพานที่แท้ทรู..! ㅋㅋ
3. รถไฟ : Leonardo Express
รถไฟขบวนนี้วิ่งตรงจากสนามบินไปถึงสถานี Termini เลยค่ะ
ความเสี่ยงเรื่องโดนล้วงกระเป๋าน้อยกว่าบัสเยอะ
เราเลยเลือกใช้วิธีนี้ตอนเดินทางเข้าเมืองครั้งแรก
รถไฟ : Leonardo Express
ราคา : 14 ยูโร/คน (ประมาณ 550 บาท)
ระยะเวลาเดินทาง : ประมาณ 40 นาที
ความถี่ : มีรถออกทุกๆ 15 - 20 นาที
ข้อดี : วิ่งตรงรวดเดียว โอกาสสัมภาระหายหรือโดนขโมยน้อยกว่า
ข้อเสีย : อิตาลีชอบมีประท้วงหยุดงาน (Strike) บ่อยๆ และถ้าคนเยอะอาจจะต้องยืนตลอดสาย
> จองตั๋วรถไฟ Leonardo Express <

พอรับกระเป๋าเสร็จ ให้เดินตามป้าย TRAIN จาก Terminal 3 มาเรื่อยๆ
ใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาทีเลย แนะนำให้เผื่อเวลาเดินชิลๆ ด้วยนะคะ
(ทริปนี้เราบินต่อเครื่องกับ Finnair เลยมาลงที่ Terminal 3 พอดีค่ะ)

สแกนตั๋ว QR Code ผ่านเกทเข้ามาได้เลย ง่ายมาก
นักท่องเที่ยวเกิน 90% มุ่งหน้าไปสถานี Termini กันหมด
เดินตามมวลมหาประชาชนไปขึ้นรถไฟได้เลย ไม่หลงแน่นอน!

ข้อควรระวัง: ถ้ามาขึ้นรถไฟช้า ที่นั่งอาจจะเต็ม
และที่สำคัญคือ "ที่วางกระเป๋าเดินทาง" จะเต็มไวมากกกก...
ทริคเล็กๆ: พกแม่กุญแจหรือสายสลิงไปคล้องกระเป๋าไว้กับชั้นวางก็อุ่นใจดีค่ะ
แต่ถ้าไม่มี ก็ไม่ต้องแพนิกไป เพราะเป็นรถไฟวิ่งตรง
แค่เดินมาเช็คกระเป๋าตัวเองล่วงหน้าก่อนถึงสถานีปลายทางก็พอแล้ว!
4. สรุปเปรียบเทียบแบบรวบรัด
ทำตารางสรุปมาให้ดูกันง่ายๆ แคปหน้าจอเก็บไว้ได้เลยจ้า!
สายประหยัด เน้นถูกสุด > รถบัส (Bus)
สายคุณหนู เน้นสบายสุด > รถรับ-ส่งส่วนตัว (Pickup & Drop-off)
สายบาลานซ์ เน้นไวและปลอดภัย > รถไฟ (Leonardo Express)
ประเภท | รถบัส | รถรับ-ส่ง | รถไฟ |
ราคา | ประมาณ 300 บาท | คันละประมาณ 3,700 บาท | ประมาณ 550 บาท |
ระยะเวลา | ประมาณ 50 นาที - 1 ชั่วโมง | ประมาณ 40 - 50 นาที | ประมาณ 40 นาที |
ความถี่ (รอบรถ) | ทุก 20 นาที | - | ทุก 20 นาที |
* อ่านบนมือถือ เลื่อนขวาดูตารางได้เลยนะคะ :)
ลองเลือกวิธีเดินทางที่ตอบโจทย์สไตล์และบัดเจทของตัวเองดูน้า เที่ยวอิตาลีให้สนุกนะคะ!








