ขับรถเที่ยวอิตาลี 2026: เช่ารถที่โรมสนามบิน พร้อมทริคจองสุดคุ้ม!
วางแผนขับรถเที่ยวอิตาลี 2026 ต้องอ่าน! รวมทริคเช่ารถให้ได้ราคาดี รับ-คืนรถที่สนามบินโรมง่ายๆ พร้อมข้อควรระวังเรื่องถนน การจราจร และความปลอดภัยฉบับอัปเดต
กำลังโหลด...
วางแผนขับรถเที่ยวอิตาลี 2026 ต้องอ่าน! รวมทริคเช่ารถให้ได้ราคาดี รับ-คืนรถที่สนามบินโรมง่ายๆ พร้อมข้อควรระวังเรื่องถนน การจราจร และความปลอดภัยฉบับอัปเดต
เปิดวาร์ปพิกัดรับรถที่สนามบินโรม พร้อมทริคเด็ด จองรถเช่าให้ได้ราคาดีที่สุด!
สวัสดีค่าทุกคน! ใครมีแพลนไปตะลุยอิตาลีใต้แบบสุดปังบ้างคะ?
วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์เช่ารถขับเองที่อิตาลี
บอกเลยว่าสะดวกมาก (แต่ก็มีเรื่องให้ลุ้นนะ 555) โดยเฉพาะการรับรถที่สนามบินโรม
พร้อมทริคเด็ดๆ ที่จะช่วยให้ได้รถราคาดีที่สุด! ปักหมุดรอเลยจ้า
สารบัญ | 1. วิธีเช่ารถในอิตาลี ให้ปลอดภัยและได้ราคาดี 2. การรับรถเช่าที่สนามบินโรม 3. การคืนรถเช่าที่สนามบินโรม |
1. วิธีเช่ารถในอิตาลี ให้ปลอดภัยและได้ราคาดี

ได้รถใหม่เอี่ยม ยังมีพลาสติกหุ้มอยู่เลยค่ะ
เว็บสำหรับจองรถเช่าในอิตาลีเนี่ย มีให้เลือกเยอะแยะมากมายเลยค่ะ
*คลิกที่ชื่อเว็บเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทรถเช่าแต่ละแห่งได้เลยนะคะ
ประมาณ 5 เว็บไซต์นี้แหละค่ะ ที่คนนิยมใช้กันเยอะสุดๆ นอกจากนี้ก็มีเว็บไซต์ทางการของบริษัทรถเช่าแต่ละแห่งโดยตรงอีกนะ
แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวของเรา เว็บไซต์ทางการของบริษัทรถเช่ามักจะแพงที่สุดเลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเปรียบเทียบเลยค่ะ
สำหรับ ทัวร์แอนด์แมพ (Travel & Map) เป็นตัวแทนของ Hertz ในเกาหลี ส่วน Klook กับ Trip.com ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว สองเว็บนี้จะช่วยให้เราเปรียบเทียบตัวเลือกรถเช่าจากบริษัทดังๆ อย่าง Hertz ได้ง่ายๆ ในหน้าเดียวเลยค่ะ
ส่วน Noleggiare เป็นบริษัทรถเช่าท้องถิ่นของอิตาลีเอง ซึ่งเราก็ดูเปรียบเทียบราคามาจนถึงวินาทีสุดท้ายเลยนะ
และ MyRealTrip ก็เป็นบริษัทเกาหลีเหมือนกัน ข้อดีคือจองง่ายและสะดวกค่ะ

*ตั๋วทางด่วนอิตาลี
ส่วนตัวเราเลือกจองผ่านเอเจนซี่ของ Hertz ในเกาหลีค่ะ เพราะคิดว่าถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น จะได้มีคนไทยช่วยประสานงานให้ได้รวดเร็วทันใจ ถือเป็นข้อดีที่ทำให้เราอุ่นใจมากๆ
แต่ถ้าพูดถึงราคาที่ถูกที่สุดเนี่ย Klook มักจะเจอราคาดีๆ บ่อยกว่า แถมยังมีรีวิวให้อ่านประกอบการตัดสินใจได้เลยนะ ก็เลือกตามสไตล์ของแต่ละคนได้เลยค่ะ
แอบกระซิบว่า Noleggiare ถ้าลองเสิร์ชใน Google ว่า "noleggiare promo code" จะเจอโค้ดส่วนลดเพียบเลยค่ะ ด้วยความที่เป็นบริษัทท้องถิ่น ราคาก็เลยค่อนข้างดีงามเลยแหละ
แต่เราก็ไม่ได้จองกับ Noleggiare นะคะ เพราะเห็นรีวิวเชิงลบเยอะไปหน่อย ก็เลยขอเซฟไว้ก่อนค่ะ 😅

เวลาจองผ่าน ทัวร์แอนด์แมพ (Travel & Map) พอเลือกจุดรับรถแล้ว ระบบจะแสดงเวลาทำการของแต่ละสาขาให้เลยค่ะ อย่าลืมเช็คให้ดีๆ นะคะ จะได้วางแผนการเดินทางได้เป๊ะๆ
แน่นอนว่าเราสามารถเลือกจุดรับรถกับจุดคืนรถคนละที่กันได้ค่ะ
แต่สำหรับเรา ด้วยความที่เวลาทำการของสาขาที่สถานี Termini ปิดค่อนข้างเร็ว ก็เลยจำเป็นต้องเลือกรับและคืนรถที่สนามบิน ทำให้เสียเวลาเดินทางไปหน่อย แต่ก็ต้องยอมค่ะ
ย้ำอีกครั้งว่า! เช็คเวลาทำการของแต่ละสาขาให้ดีๆ เลยนะ สำคัญมากกกก!
ทริคเด็ด! จองรถเช่าให้ได้ราคาดีที่สุด!
ปกติแล้ว การจองรถเช่าส่วนใหญ่จะให้เราจ่ายเงินเมื่อไปรับรถ ดังนั้น แนะนำให้จองล่วงหน้าไปก่อน แล้วค่อยหมั่นเช็คราคาไปเรื่อยๆ จนถึงวันก่อนเดินทาง 1 วันเลยนะ
ถ้าเป็นช่วงหน้าไฮซีซั่น ราคาอาจจะแพงขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่ใช่ช่วงพีค ราคามักจะลดลงเรื่อยๆ ค่ะ
เราสามารถยกเลิกการจองเดิมแล้วจองใหม่ได้ตลอดเวลาเลยค่ะ
เราเองก็ใช้วิธีนี้แหละค่ะ จองล่วงหน้าไว้ก่อน พอใกล้ๆ วันเดินทาง ราคาลดลงเยอะมาก ก็เลยยกเลิกของเก่าแล้วจองใหม่ทันที! อย่าลืมลองใช้วิธีนี้กันดูนะ คุ้มชัวร์!
2. การรับรถเช่าที่สนามบินโรม


ที่สนามบินโรมเนี่ย มีป้ายบอกทางชัดเจนมากๆ เลยค่ะ แค่เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีทางหลงแน่นอน
เรามาถึงสนามบินฟิอูมิชิโน (Fiumicino) เทอร์มินอล 3 (T3) ตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากผ่านตม. เรียบร้อย ก็เดินตามป้าย "Car Rental" ไปเลยค่ะ พอออกมาจากอาคารแล้ว จะต้องขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนนะ


โซนบริษัทรถเช่าจะอยู่ทางไปเทอร์มินอล 1 (T1) นะคะ เดินประมาณ 10 นาทีได้ค่ะ
เห็นไหมคะว่าป้ายบอกทางชัดเจนขนาดนี้ ไม่มีทางหลงแน่นอน!


บริษัทรถเช่าจะรวมตัวกันอยู่ในอาคารคล้ายๆ ลานจอดรถค่ะ
เราต้องเช็คให้ดีว่าบริษัทที่เราจองไว้อยู่ที่ลานจอดรถฝั่งไหน
ของเราจอง Hertz ก็เลยต้องไปที่โซน A ค่ะ

พอถึงโซน A แล้ว ก็ต้องขึ้นลิฟต์อีกทีค่ะ
ถึงแม้ว่าจะไม่หลงทาง แต่ก็ต้องเดินขึ้นๆ ลงๆ ลิฟต์หลายรอบหน่อยนะ ก็เลยใช้เวลาพอสมควรเลยค่ะ
Hertz ของเราอยู่ที่ชั้น 1 ของลานจอดรถโซน A ค่ะ


พอถึงออฟฟิศ ก็ยื่นเอกสารที่เตรียมมาให้พนักงานได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่สากลหรือเอกสารการจองต่างๆ
ตอนเราไปถึงเป็นช่วงเปิดทำการแรกๆ เลย ไม่มีคนอื่นเลยค่ะ
แต่พนักงานก็ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ สงสัยจะเพิ่งตื่นเช้าเหมือนกัน 😅

รถที่เราได้
อ้อ! มี 2 เรื่องสำคัญที่ต้องเช็คให้ดีมากๆ เวลาเช่ารถในอิตาลีนะคะ
อย่างแรกเลยคือเรื่องถนนและที่จอดรถในอิตาลีเนี่ย ค่อนข้างลำบากค่ะ
ถนนบางเส้นแคบมากกกก แถมที่จอดรถก็เล็กจิ๋วสุดๆ
มีโอกาสสูงที่จะพลาดไปเฉี่ยวชนได้ ดังนั้น แนะนำให้ทำประกันแบบครอบคลุมไปเลยนะ อุ่นใจกว่าเยอะ!
และที่สำคัญไปกว่านั้น!!!!!
อิตาลีเป็นประเทศที่รถโดนขโมยของบ่อยมากกกกกก!
มีเคสที่กระจกรถโดนทุบแล้วขโมยของไปเยอะแยะเลย
ดังนั้น ห้ามทิ้งสัมภาระอะไรที่มองเห็นได้จากนอกรถเด็ดขาดเลยนะคะ กระเป๋าเดินทางทุกใบต้องซ่อนไว้ในกระโปรงหลังให้มิดชิดที่สุด!

แน่นอนว่าถ้าเราไม่ได้แวะจอดระหว่างทาง แต่ขับตรงไปที่พักเลย ก็สามารถวางกระเป๋าเดินทางไว้เบาะหลังได้ค่ะ
แต่ตอนนั้นเรามีแพลนจะแวะเที่ยวปอมเปอีด้วย ก็เลยต้องซ่อนกระเป๋าไว้ในกระโปรงหลังให้มิดชิดที่สุดเลย
รถยุโรปส่วนใหญ่กระโปรงหลังจะเล็กกว่ารถบ้านเรานะ แนะนำให้เช็คสเปกรถดีๆ ก่อนจองเลยค่ะ
ของเราจองรถที่ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ 2 ใบขึ้นไป และโชคดีที่ได้รถคันใหญ่กว่าที่จองไว้ ก็เลยมีพื้นที่เหลือเฟือเลยค่ะ
**แต่ถ้าใครไม่ได้แวะจอดบ่อยๆ หรือเน้นขับเที่ยวอิตาลีใต้จริงๆ รถคันเล็กจะดีกว่าเยอะเลยนะคะ เพราะถนนแคบและคดเคี้ยวสุดๆ ขับรถคันใหญ่แล้วจะยิ่งลำบากค่ะ
3. การคืนรถเช่าที่สนามบินโรม


การคืนรถก็มาที่เดิมเลยค่ะ พอมาถึงก็จะมีพนักงานมาคอยบอกให้เราจอดรถตรงไหน แล้วก็เช็คสภาพรถให้เลย
ของเราก็คืนรถเรียบร้อย ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ!
ต้องขอบคุณคุณสามี (หรือเพื่อนร่วมทริป) ที่ขับรถได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางถนนที่แคบและคดเคี้ยว แถมยังมีการจราจรที่ค่อนข้างท้าทายของอิตาลี! ปรบมือรัวๆ เลยค่ะ
ส่วนตัวแล้ว ถ้าไม่ได้มีเหตุผลพิเศษจริงๆ เราไม่ค่อยแนะนำให้เช่ารถขับในยุโรปเท่าไหร่ค่ะ
เพราะถนนบางทีก็ไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ ไหนจะต้องวนหาที่จอดรถอีก ไหนจะเรื่องกังวลรถโดนงัดอีก ปวดหัวหลายเรื่องเลย
ถ้าไม่ได้มีเหตุผลจำเป็นจริงๆ แนะนำให้ใช้บริการทัวร์แบบ One Day Trip ไปตามเมืองใกล้ๆ จะสบายใจกว่าเยอะเลยค่ะ
เราเองก็จำเป็นต้องเช่ารถเพราะตารางเดินทางมันไม่ลงตัวกับทัวร์เท่าไหร่ แถมคนอิตาลีขับรถค่อนข้างดุดัน ทำให้เราเครียดกับการขับรถมากๆ เลยค่ะ ㅠㅠ
แต่ถึงอย่างนั้น ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนเช่ารถในอิตาลีไม่มากก็น้อยนะค้าาา

หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ให้เดินตามป้าย "Car Rental" ไปทางอาคารผู้โดยสาร 1 (T1) ประมาณ 10 นาที มุ่งหน้าไปยังอาคารจอดรถซึ่งเป็นจุดรวมบริษัทรถเช่า คุณจะพบสำนักงาน Hertz อยู่ที่ชั้น 1 ของลานจอดรถ A
เนื่องจากปกติแล้วการเช่ารถมักจะเป็นการชำระเงินทีหลัง วิธีการคือให้จองไว้ก่อน จากนั้นคอยเช็คราคาเรื่อยๆ จนถึงหนึ่งวันก่อนเดินทาง หากไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น ราคามักจะถูกลงเมื่อใกล้ถึงวันเดินทาง ซึ่งคุณสามารถยกเลิกการจองเดิมและทำการจองใหม่ในราคาที่ถูกกว่าได้
เนื่องจากสาขาสถานีรถไฟแตร์มินีมีเวลาทำการสั้น โดยปิดให้บริการในช่วงหัวค่ำ ซึ่งไม่ตรงกับตารางเวลาของผู้เขียน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเวลาทำการ จึงเลือกที่จะรับและคืนรถที่สนามบิน แม้ว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยก็ตาม
เนื่องจากมีการโจรกรรมรถยนต์บ่อยครั้ง จึงควรเลือกขนาดรถที่กระเป๋าเดินทางทั้งหมดสามารถใส่ในกระโปรงหลังได้พอดี เพื่อไม่ให้มองเห็นสัมภาระจากภายนอก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากถนนและลานจอดรถในอิตาลีตอนใต้แคบและขรุขระมาก หากไม่มีแผนที่จะแวะเที่ยวระหว่างทางโดยทิ้งสัมภาระไว้ในรถ ก็ควรเลือกรถที่มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ถ้าขับรถเที่ยวโซเรนโต้ อิตาลี แล้วกังวลเรื่องที่จอดรถแพงหรือหายาก มาทางนี้เลย! เรามีพิกัดที่จอดรถราคาดี ปลอดภัย แถมสะดวกสบายเหมือนเพื่อนมาบอกต่อ

วางแผนเที่ยวซิซิลี 2026 ให้ปัง! ค้นหาช่วงเวลาที่เหมาะกับสไตล์คุณ ไม่ว่าจะเป็นสายทะเล สายเดินเที่ยว หรือสายเทศกาล มาดูกันว่าเดือนไหนคือคำตอบที่ใช่ที่สุด!

แพลนเที่ยวโรมต้องรู้! เปรียบเทียบวิธีเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองไปสถานี Termini แบบไหนคุ้มสุด ปลอดภัยจากแก๊งล้วงกระเป๋า อัปเดตล่าสุดปี 2026

พัก Mestre ประหยัดกว่า! สอนวิธีซื้อตั๋วรถไฟข้ามไปเกาะหลักเวนิส (Venice) อัปเดต 2026 ค่าตั๋วถูกมากแค่ 1.5 ยูโร พร้อมทริคนั่งเรือ Vaporetto เที่ยวต่อแบบชิลๆ

ลังเลอยู่ไหมว่าจะไปโพสิตาโน่แบบไหนดี? รีวิวเปรียบเทียบทัวร์อิตาลีใต้แบบไปเช้าเย็นกลับ และค้างคืน 1 คืน 2 วัน เจาะลึกการเดินทาง ฉบับอัปเดตปี 2026

เที่ยวเวนิส (Venice) อิตาลี 2026 แบบอินไซด์! แจกแพลนเดินชิลตามตรอกลับ พร้อมพิกัดชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกที่สะพาน Accademia สวยตะโกนจนต้องบอกต่อ!