รีวิววิธีจองชินคันเซ็น (Shinkansen) โอซาก้า-โตเกียว ผ่าน Klook ง่ายเว่อร์!
แชร์ทริคจองตั๋วชินคันเซ็น (Shinkansen) โอซาก้า-โตเกียวผ่าน Klook แบบสับๆ ฉบับคนไทย อัปเดตปี 2026 จองง่ายไม่ต้องง้อเว็บหลัก พร้อมทริคเลือกที่นั่งดูฟูจิซัง!

รีวิววิธีจองชินคันเซ็นญี่ปุ่นผ่าน Klook ฉบับคนไทยทำตามได้เป๊ะๆ ©ภาพ/เรื่อง: นักเดินทางสายชิล
ทริปญี่ปุ่นรอบล่าสุดของเราจัดเต็มรูท นาโกย่า - โอซาก้า - โตเกียว เลยจ้า
เดินทางข้ามภูมิภาคแบบนี้ก็ต้องพึ่งรถไฟความเร็วสูงสิเนอะ
โพสต์นี้เลยขอมาแชร์
ฮาวทูจองตั๋วรถไฟชินคันเซ็น (Shinkansen) แบบละเอียดยิบ รับรองว่าอ่านจบจองเป็นแน่นอน! :)
ข้อมูลการจองชินคันเซ็นที่ควรรู้ |
วิธีจองให้ง่ายและคุ้มกว่าเว็บหลัก |
ที่นั่งอิสระ vs ระบุที่นั่ง เลือกแบบไหนดี? |
รีวิวประสบการณ์ขึ้นรถไฟจริง |
วิธีจองชินคันเซ็น (Shinkansen) ฉบับคนไทย

สารภาพเลยว่าตอนแรกแอบลังเลว่าจะไปซื้อตั๋วหน้าตู้ หรือกดผ่านเว็บ Official ของ JR ดีไหม
แต่พอไปลองเว็บ JR คือปวดหัวมากแม่!
ทั้งต้องสมัครสมาชิก ตัดบัตรเครดิตก็แอบยุ่งยาก เราเลยจบที่แอป Klook ที่ใช้ประจำฮะ ‼️
ข้อดีคือจองเป็นภาษาไทยได้เลย
ราคาแทบไม่ต่างกัน แถมจ่ายผ่านบัตรไทยหรือสแกนจ่าย
ก็สะดวกสุดๆ ฟินตรงนี้แหละ

เลือกรถไฟชินคันเซ็น
ขบวนไหนดี?
สำหรับรูท โอซาก้า (สถานี Shin-Osaka) - โตเกียว
จะเป็นสาย Tokaido Shinkansen นะคะ
วิ่งผ่าน โอซาก้า - เกียวโต - นาโกย่า - ชินโยโกฮาม่า - โตเกียว
หลักๆ จะมีรถไฟ 3 ประเภทให้เลือกตามนี้เลย:
🚄 Nozomi (โนโซมิ) — เร็วที่สุด!
ใช้เวลาแค่ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที จอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆ (คนไทยฮิตสุด)
🚄 Hikari (ฮิคาริ) — ความเร็วระดับกลางๆ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง มีที่นั่งแบบ Non-reserved ให้ลุ้น!
สายเที่ยวแบบยืดหยุ่น+เน้นคุ้มต้องขบวนนี้
🚄 Kodama (โคดามะ) — สายชิลล์ จอดทุกป้าย!
ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง
ราคาตั๋วพื้นฐานจะเท่ากันหมดค่ะ
แต่จะไปต่างกันตรงค่าระบุที่นั่ง (Reserved Seat)
รถไฟเริ่มวิ่งตั้งแต่ตี 6
มีออกทุกๆ 10 นาที ถี่มากกกก
จัดแพลนเที่ยวได้ชิลๆ เลย
ส่วนตัวเราเป็นสายทำเวลา อยากรีบไปช้อปปิ้งต่อ
เลยกดจองขบวน Nozomi ไปเลยจ้า
ขั้นตอนการจองผ่าน Klook ง่ายๆ

1) เข้าไปที่ หน้าจองชินคันเซ็นของ Klook < คลิก
2) เลือก สถานีต้นทาง และ ปลายทาง
3) เลือก วันที่ และ เวลา เดินทาง


4) เลือกประเภทที่นั่ง แบบระบุที่นั่ง หรือ ไม่ระบุที่นั่ง
5) จ่ายเงินเสร็จ รับ QR Code ไปสแกนขึ้นรถไฟได้เลย ปังมาก!

เอาจริงๆ ทริปนี้แอบกลัวตื่นสาย
เลยไปกดจองเอาตอน นั่งรถไฟใต้ดินกำลังจะไปสถานี
ก็ยังทันนะ! ระบบเค้าไวเวอร์
+ข้อควรระวัง: ถ้าใครเล็ง ที่นั่งฝั่งวิวภูเขาไฟฟูจิ
แนะนำให้จองล่วงหน้านานๆ หน่อยน้า เพราะเต็มไวมากกกก
เจาะลึก: ที่นั่งแบบอิสระ (Non-reserved) vs ระบุที่นั่ง (Reserved)

ความต่างของที่นั่งสองแบบ

ถ้าเป็นขบวน Nozomi แบบระบุที่นั่งจะบวกเพิ่มประมาณ 160 บาท
ส่วนขบวน Hikari จะบวกเพิ่มประมาณ 80 บาทค่ะ
ถ้าเราเลือกล็อก ที่นั่งฝั่งวิวฟูจิซัง, ริมหน้าต่าง, หรือริมทางเดิน
ก็จะมีค่าธรรมเนียมบวกเพิ่มนิดหน่อยนะ
ทริคจากเรา: ถ้าเดินทางช่วง วันหยุดสุดสัปดาห์, หน้าเทศกาล (เช่น Golden Week), หรือมากันเป็นแก๊งใหญ่
แนะนำให้ยอมจ่ายค่าระบุที่นั่งไปเลยค่ะ ชัวร์กว่า! แต่ถ้ามาคนเดียวหรือคู่รักช่วงวันธรรมดา ตั๋วอิสระก็เอาอยู่จ้า
+หมายเหตุ: ช่วงพีคมากๆ อย่างปีใหม่
บางวันเค้าอาจจะงดขายตั๋วแบบไม่ระบุที่นั่งเลยนะ ต้องเช็คดีๆ
วันนั้นเราไปวันธรรมดา เลยได้นั่งริมหน้าต่างแบบชิลๆ
คนไม่ค่อยแน่น ‼️
แต่แอบเสียดาย ตรง ที่นั่งฝั่งวิวฟูจิ
เต็มหมดแล้ว ฮือออ

🗻 แจกพิกัด! ที่นั่งวิวภูเขาไฟฟูจิ (จดไว้เลย!)
ขาไป (โอซาก้า → โตเกียว) : เลือกที่นั่งฝั่งซ้าย (แถว D และ E)
ขากลับ (โตเกียว → โอซาก้า) : เลือกที่นั่งฝั่งขวา (แถว D และ E)
อีกเรื่องที่คนไทยกังวลคือ กระเป๋าเดินทาง!
กฎของชินคันเซ็นคือ ถ้ากระเป๋าวัดรวม 3 ด้าน (กว้าง+ยาว+สูง) เกิน 160 ซม.
จะถือว่าเป็น สัมภาระขนาดพิเศษ (Oversized Baggage) นะคะ!
ใครแบกบ้านมา (ไซส์ใหญ่ๆ) ต้องจอง ที่นั่งแบบมีพื้นที่วางกระเป๋าโดยเฉพาะ เท่านั้น!
ส่วนใครใช้กระเป๋าไซส์ 20-24 นิ้ว
ยกขึ้นเก็บตู้เหนือศีรษะได้เลยจ้า

สำหรับที่โอซาก้า เราต้องมาขึ้นชินคันเซ็นที่ สถานี Shin-Osaka นะคะ (คนละที่กับสถานี Osaka น้า อย่าหลง!)

รถไฟญี่ปุ่นตรงเวลาเป๊ะระดับวินาที! แนะนำให้เผื่อเวลามาถึงสถานี
สัก 20-30 นาที จะได้เดินหาชานชาลาแบบไม่หอบกิน
มาถึง สถานี Shin-Osaka สบายๆ ดีกว่า
ป้ายบอกทางในสถานีมีภาษาอังกฤษชัดเจนมาก
มือใหม่มาครั้งแรกก็หาทางไปขึ้นรถไฟได้สบายๆ ไม่หลงแน่นอน

พอถึงเกท ก็เอา QR Code สแกนผ่านประตู เข้าไปได้เลย
จากนั้นก็ ดูป้ายหมายเลขขบวน ว่าต้องไปรอที่ชานชาลาไหน จบปิ๊ง!


แวะซื้อเสบียงก่อนขึ้นรถ! ในสถานีมีทั้ง 7-11, Starbucks, และร้านขายข้าวกล่องรถไฟ (Ekiben) เพียบ
วัฒนธรรมการกินบนรถไฟนี่แหละฟินสุดๆ
ซื้อตุนไว้เลยจ้า

ที่นั่งชั้น Green Car (First Class) จะเป็นแบบ 2-2
ส่วนชั้นธรรมดา (Ordinary) จะเป็นแบบ 3-2 ค่ะ

ตอน สแกน QR ผ่านเกทเข้ามา เครื่องจะคายตั๋วกระดาษใบเล็กๆ ออกมาให้ด้วยนะ
เพราะเดี๋ยวพนักงานรถไฟจะเดินตรวจตั๋วตอนเรานั่งอยู่
เอาวางไว้ตรงที่เสียบตั๋วหลังเบาะหน้า
ให้เค้าเห็นชัดๆ ได้เลย

ตรงที่นั่งมีปลั๊กไฟให้ ชาร์จแบตมือถือ ด้วย เริ่ดมาก!
และแน่นอนว่า กินอาหารบนชินคันเซ็นได้เต็มที่ ไม่มีใครว่าจ้า

มื้อนี้เราจัดข้าวกล่องคิตตี้สุดคิ้วท์ กินคู่กับลาเต้จาก 7-11 คือดีงามมมม :)
บนรถไฟเดี๋ยวนี้ไม่มีรถเข็นขายขนมแล้วนะ
ต้องซื้อตุนมาจากสถานีเท่านั้นเด้อ

บนรถไฟมี Wi-Fi ฟรีให้ใช้ด้วย แต่แอบช้าและหลุดบ่อย
ส่วนตัวเราใช้เน็ตโรมมิ่งของตัวเองลื่นกว่าเยอะ

นั่งกินอิ่มก็เผลอหลับไปงีบนึง
ตื่นมาอีกทีอดดูฟูจิซังเลย แงงง
แต่รวมๆ คือนั่งสบายมาก แอร์เย็น เบาะนุ่ม วาร์ปจากโอซาก้ามาโตเกียว
แบบชิลๆ :)
ตอนแรกแอบลังเลว่าจะบินสายการบินในประเทศดีไหม
แต่พอบวกเวลาเดินทางไป-กลับสนามบิน + ค่ารถไฟเข้าเมืองอีก
สรุป นั่งชินคันเซ็น คุ้มและเซฟเวลากว่าเยอะเลยทุกคน!

ห้องน้ำบนรถไฟก็สะอาดสะอ้าน สไตล์ญี่ปุ่นเค้าล่ะ หายห่วง :)


พอถึง สถานี Tokyo ปุ๊บ
เราก็ใช้บัตร Tokyo Subway Ticket
เปิดแมพตะลุยเที่ยวโตเกียวต่อได้เลย สะดวกสุดๆ ><🩵


สรุปเลยนะ ใครมีแพลนข้ามภูมิภาค โอซาก้า - นาโกย่า - โตเกียว
จองชินคันเซ็นผ่าน Klook
คือตอบโจทย์คนไทยสุดๆ ไม่ต้องปวดหัวกับเว็บ Official 🩵
ถ้าไปวันธรรมดา ตั๋วแบบไม่ระบุที่นั่งก็มีที่ว่างเหลือเฝือ
แถมได้ตั๋ว QR Code มาเลย ไม่ต้องไปยืนต่อคิวหน้าตู้ขายตั๋วให้เมื่อยตุ้ม
ใครมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วต้องข้ามเมือง
ลองมาสัมผัส ฟีลลิ่งการนั่งชินคันเซ็นกินข้าวกล่อง ดูน้า มันเป็นประสบการณ์ที่ต้องมาโดนจริงๆ :)
พิกัดจองตั๋วชินคันเซ็น:
คำถามที่พบบ่อย
มีข้อดีอะไรบ้างในการจองตั๋วชินคันเซ็นญี่ปุ่นผ่าน Klook?
Klook มีขั้นตอนการเข้าสู่ระบบและการลงทะเบียนบัตรที่ซับซ้อนน้อยกว่าเว็บไซต์ทางการของ JR ชินคันเซ็น ทำให้สามารถจองได้อย่างง่ายดายในภาษาไทย นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือสามารถชำระเงินได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่มีความแตกต่างด้านราคา
รถไฟชินคันเซ็นโทไกโดที่วิ่งระหว่างโอซาก้า (สถานีชินโอซาก้า) และโตเกียวมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่?
รถไฟชินคันเซ็นโทไกโดมี 3 ประเภท ได้แก่ Nozomi, Hikari และ Kodama โดย Nozomi ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที, Hikari ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และ Kodama ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง
ราคาแตกต่างกันเท่าไหร่ระหว่างที่นั่งแบบไม่ระบุที่นั่ง (Non-reserved) และที่นั่งแบบระบุที่นั่ง (Reserved) บนรถไฟชินคันเซ็น Nozomi และ Hikari?
สำหรับรถไฟชินคันเซ็น Nozomi มีความแตกต่างของราคาประมาณ 100 บาท ระหว่างที่นั่งแบบไม่ระบุที่นั่งและที่นั่งแบบระบุที่นั่ง สำหรับรถไฟ Hikari ความแตกต่างของราคาอยู่ที่ประมาณ 100 บาท
หากต้องการชมวิวภูเขาไฟฟูจิขณะนั่งชินคันเซ็นจากโอซาก้าไปโตเกียว ควรนั่งที่นั่งฝั่งไหน?
เมื่อเดินทางจากโอซาก้าไปยังโตเกียว ควรนั่งที่นั่งฝั่งซ้าย (ที่นั่ง D·E) เพื่อชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ที่นั่งชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้รับความนิยมมากและอาจถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว
แชร์บทความนี้
อยู่ในคอลเลกชัน
พบเรื่องราวการเดินทางที่คัดสรรในธีมเดียวกัน
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

รีวิว Universal Studios Japan: ซื้อตั๋ว USJ Express Pass คุ้มจริงดิ? มาดูกัน!
แพลนเที่ยว Universal Studios Japan ปี 2026 ต้องรู้! รีวิว USJ Express Pass ว่าคุ้มไหม? ไม่ต้องรอคิวนาน ได้เล่นครบโซน Harry Potter และ Nintendo World พร้อมทริคจองตั๋ว.

รีวิวปราสาทโอซาก้า 2026: อัปเดตค่าเข้า เวลาเปิดปิด และทริคจองตั๋ว
อัปเดตรีวิวปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ปี 2026! สรุปครบทั้งค่าเข้าชม เวลาเปิด-ปิด พิกัดจุดถ่ายรูปสวย และทริคเที่ยวสุดคุ้มด้วยบัตรเด็ดที่ต้องมี!

รีวิว Karaksahotel Osaka Namba 2026: ที่พักครอบครัวสุดคุ้มใจกลางนัมบะ
กำลังมองหาที่พักโอซาก้า นัมบะ สำหรับครอบครัวที่เดินทางสะดวกและคุ้มค่าอยู่ใช่ไหม? มารีวิว Karaksahotel Osaka Namba โรงแรมที่ตอบโจทย์ทุกอย่าง!

บัตร USJ โอซาก้า 2026: วิธีเลือกตั๋วและเครื่องเล่นห้ามพลาด
สรุปครบจบในที่เดียว! คู่มือซื้อบัตร Universal Studios Japan (USJ) โอซาก้า ปี 2026 อธิบายละเอียดทั้งบัตรผ่านประตู Express Pass และทริคเข้าโซนยอดฮิต!

รีวิว Oriental Hotel Universal City โอซาก้า 2026: โรงแรมใกล้ USJ ราคาดี
เตรียมตัวไป Universal Studios Japan แบบปังๆ ด้วยการพัก Oriental Hotel Universal City! เดินใกล้แค่ 5 นาที ห้องใหม่เอี่ยม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมลุย USJ ได้ตั้งแต่เช้าตรู่!

รีวิว Red Roof Inn Osaka Namba: ที่พักนัมบะราคาประหยัด
รีวิว Red Roof Inn & Suites Osaka Namba ที่พักสุดคุ้มย่านนัมบะ เดินทางง่ายจากสนามบินคันไซ ใกล้แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารเพียบ!


