รีวิว Red Roof Inn Osaka Namba: ที่พักนัมบะราคาประหยัด
รีวิว Red Roof Inn & Suites Osaka Namba ที่พักสุดคุ้มย่านนัมบะ เดินทางง่ายจากสนามบินคันไซ ใกล้แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารเพียบ!
กำลังโหลด...
รีวิว Red Roof Inn & Suites Osaka Namba ที่พักสุดคุ้มย่านนัมบะ เดินทางง่ายจากสนามบินคันไซ ใกล้แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารเพียบ!
เที่ยวโอซาก้าแบบคุ้มๆ พักย่านนัมบะ (Osaka Namba) เซฟงบสุดพลัง!
ที่พักโอซาก้า Red Roof Inn

สวัสดีค่าทุกคนนน
นาบงซุน อินฟลูเอนเซอร์สายเที่ยวคนเดิมเพิ่มเติมคือความป้ายยาเก่งมารายงานตัวแล้วจ้า!
เมื่อไม่นานมานี้ แอบควงคุณสามี
ไปเที่ยวโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นมาค่ะ
บอกเลยว่านี่ไปญี่ปุ่นบ่อยมากกก
จนแทบจะเก็บที่พักราคาประหยัดแถวสถานีนัมบะมาเกือบครบแล้ว
แต่สุดท้าย ท้ายสุด ถ้ามีห้องว่างตรงใจล่ะก็...
ยังไงก็ต้องกดเลือกที่ Red Roof Inn ตลอดเลยจริงๆ!
https://maps.app.goo.gl/ydL4QqwpnjBW3ux56
เรียกว่าเป็นโรงแรมขาประจำสุดเลิฟในนัมบะ
ที่ไปซ้ำมาแล้วหลายรอบเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเลยล่ะ
และเพื่อทุกคนที่กำลังมองหาโรงแรมโอซาก้าสุดคุ้มที่
"ถึงห้องจะกะทัดรัดสไตล์ญี่ปุ่นไปนิด แต่สะอาด ปลอดภัย แถมราคาสบายกระเป๋าตัวจริงเสียงจริง"
วันนี้เราจะมารีวิวแบบเรียลๆ จัดเต็มตั้งแต่พิกัด ห้องพัก
ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกใน Red Roof Inn มาให้ชมกันแบบละเอียดเลยจ้า
1. พิกัดและการจอง Red Roof Inn

เรื่องแรกคือเรื่องทำเล บอกเลยว่ายืนหนึ่ง!
เป็นโรงแรมโอซาก้าที่ทำเลดีงามพระรามแปดในราคาที่เห็นแล้วต้องร้องกรี๊ด
พิกัดนางอยู่ใกล้กับ Sotetsu Grand Fresa Osaka Namba
ที่คนไทยนิยมไปพักกันมากๆ เลยค่ะ
ทำเลดีเหมือนกันเป๊ะ แต่ราคาห้องพักคือเป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์มากกว่าเห็นๆ!

ตัวโรงแรมจะอยู่ฝั่งเด็นเด็นทาวน์ (Den Den Town) แหล่งรวมของเล่นและเกมสุดฮิต
แต่พอตกดึกปุ๊บ บรรยากาศจะค่อนข้างเงียบสงบกว่าโซนช้อปปิ้ง
หรือย่านของกินหลักๆ ซึ่งเป็นอะไรที่ดีต่อการนอนหลับพักผ่อนมากกกก
🏢🛏️
Red Roof Inn & Suites Osaka Namba Nipponbashi
レッドルーフイン&スイーツ
ที่อยู่
2 Chome-7-9 Nipponbashi, Chuo Ward,
Osaka, 542-0073
เวลาเช็คอิน: ตั้งแต่ 15:00 น. เป็นต้นไป
เวลาเช็คเอาท์: ไม่เกิน 11:00 น.

ใครที่เดินทางมาจากสนามบินคันไซด้วยรถไฟด่วน
นั่งมาลงที่สถานี Nankai Namba ปุ๊บ เดินต่อมาโรงแรมไม่ถึง 4 นาทีเท่านั้นแก!
ใครแลนดิ้งไฟล์ทบินดึกๆ ก็สับเท้ามาเช็คอินได้ไวสุดๆ แล้วพุ่งตัวไปหาของอร่อยๆ
แถวย่านคนพลุกพล่านกินให้อิ่มพุงกางได้ทันที!
แถมตรงข้ามโรงแรมคือตลาดคุโรมน (Kuromon Market) เลยจ้า!
กลางวันนี่เดินข้ามฝั่งไปหาของกินสตรีทฟู้ดฟินๆ ได้สบายมาก

ไม่ใช่แค่โดทงโบริ (Dotonbori) นะคะ แต่ย่านชิคๆ คูลๆ ที่กำลังฮิตอย่าง
ตลาดชินเซไก (Shinsekai) ก็อยู่ในระยะที่สามารถเดินชิลๆ
ไปดูไฟยามค่ำคืน แล้วแวะจิบเบียร์เย็นๆ สักแก้วสองแก้ว
เดินกลับโรงแรมได้แบบชิวๆ สบายๆ เลยค่ะ
รู้ๆ กันอยู่ว่าค่าแท็กซี่ที่ญี่ปุ่นโหดร้ายทารุณมากกกก
การที่โรงแรมใกล้แหล่งท่องเที่ยวระยะเดินถึง และมีสถานีรถไฟใต้ดิน
ให้เลือกขึ้นตั้งหลายสายเนี่ย ถือเป็นบุญหัวและช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้เยอะที่สุดแล้วค่ะคุณผู้ฟัง!

สำหรับใครที่จะจอง แนะนำให้กดลิงก์ข้างล่างนี้เลยจ้า
นางจะรวบรวมและเปรียบเทียบราคาโรงแรมแถวนัมบะแบบเรียลไทม์ให้เราเห็นกันจะๆ
ลองไปกดเทียบราคาแล้วสอยห้องราคาโปรโมชั่นพิเศษกันได้เลยยยย
จองโรงแรม Red Roof Inn โอซาก้า ผ่าน Agoda ที่นี่เลย!
ช่วงซีซั่นปกติ วันธรรมดา ห้องพักสำหรับ 2 คน เริ่มต้นแค่ประมาณ 1,300 ~ 1,500 บาท ต่อคืนเท่านั้นเอง!
ถูกจนใจเจ็บ!
จริงๆ ฉันเคยนอนมาแล้วหลายประเภทห้องนะ แต่รอบนี้มากับสามีสองคน
เลยเน้นเรื่อง "ความคุ้มค่า" มาเป็นอันดับหนึ่ง เลยจิ้มห้องสแตนดาร์ด ดับเบิ้ล (Standard Double Room) ไป
สรุปคือนอนยาววันธรรมดา 5 คืน จ่ายไปแค่ประมาณ 6,400 บาท เองแกรรรร!
เฉลี่ยคืนละพันนิดๆ คือดีย์ไม่ไหวไหมอ่า?

โลโก้และดีไซน์ภายในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นคลีนๆ สะอาดตาโดนใจมากกก
เข้ามาปุ๊บก็เจอเคาน์เตอร์เช็คอินที่ชั้น 1 เลย
พี่ๆ พนักงานก็น่ารักและต้อนรับอย่างเป็นกันเองเสมอเลยค่ะ

ใครมาถึงก่อนเวลาหรืออยากเที่ยวต่อหลังเช็คเอาท์ก็สามารถฝากกระเป๋าเดินทางไว้ได้ด้วยนะ
แล้วที่เริ่ดคือ ตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้า ประตูทางเข้าโรงแรมจะล็อกอัตโนมัติ
ต้องใช้คีย์การ์ดห้องพักสแกนเข้าเท่านั้น ทำให้รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย
และไม่มีเสียงดังรบกวนเลยล่ะค่ะ
2. รีวิวห้องพัก

ห้องสแตนดาร์ด ดับเบิ้ล ที่เราพักยาวๆ ในทริปนี้ มีขนาด 13 ตร.ม. ค่ะ
แต่อิจฉาความนอนเตียงดับเบิ้ลเบดหลังเดี่ยวมาก เพราะพอมีเตียงเดียวปุ๊บ
ทำให้รู้สึกว่าในห้องแอบมีพื้นที่เหลือให้เดินสับและกางกระเป๋าได้กว้างกว่าห้องเตียงเดี่ยวคู่ (Twin Room) ซะอีกนะ!

ด้วยความที่เลเวลไซส์ตัวของพวกเราสองคนสามีภรรยาค่อนข้างจะบิ๊กบึ้ม (ตัวใหญ่ทั้งคู่ว่างั้นเถอะ)
ตอนแรกก็แอบนอยด์ กลัวว่าเตียงจะเล็กไปไหมนะ
แต่พอเห็นของจริงคือโล่งอกเลยจ้า ขนาดเตียงกว้างกำลังดี นอนสองคนได้สบายๆ แบบไม่เบียดกันเลย
รอดตายแล้วพวกเรา! ฮ่าๆๆ

ทริปนี้เราพกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ยักษ์มาด้วยใบนึงกับคุณสามี
ซึ่งตรงหน้าต่างมันมีพื้นที่เหลือให้กางกระเป๋าเดินทางได้พอดีเป๊ะ
ทำให้ห้องดูไม่ได้แคบอย่างที่คิด มีสเปซให้หายใจหายคออยู่บ้างนะเออ
แถมเดินไปเดินมาในห้องได้สะดวก ไม่ต้องเล่นยิมนาสติกหลบสิ่งกีดขวาง
นอนเอนกายบนเตียงนุ่มๆ แล้วดูทีวีได้ฟินๆ เลยล่ะ

ข้างๆ กันนั้นก็มีโต๊ะทำงานไม้สุดแข็งแรงตั้งอยู่ด้วยนะ


ความเก๋คือมันเปิดร่างทอง แปลงร่างเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วยจ้า!
ตอนเช้าๆ จะแต่งหน้าทาปากก็สะดวกสุดๆ หรือจะวางโน้ตบุ๊กทำงานก็มั่นคงแข็งแรงดีไม่มีโยกเยก
ทำงานได้ยาวๆ ไปเลยค่ะ

ที่นี่จะไม่มีตู้เสื้อผ้าแยกต่างหากนะจ๊ะ แต่เขามีราวแขวนพร้อมไม้แขวนเสื้อหลายอันติดไว้ข้างประตูทางเข้า
ซึ่งเราว่าดีมากเลยนะ วันไหนซักผ้าอ้อมๆ แป๊บๆ แล้วเอามาตากไว้
แป๊บเดียวก็แห้งสนิทละ ใช้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ!

ในห้องมีสลิปเปอร์แบบใช้แล้วทิ้งที่สะอาดเอี่ยม, สเปรย์ฉีดผ้าหอม (ดับกลิ่นปิ้งย่างดีเวอร์),
กาต้มน้ำร้อน, เซฟขนาดมินิ,
แล้วก็ตู้เย็นมินิที่เย็นเจี๊ยบชื่นใจ
แถมมีน้ำดื่มฟรีให้วันละ 2 ขวดทุกวันด้วยนะค้าบ

สมมงกับการเป็นที่พักโอซาก้าแถวย่านนัมบะที่เน้น "ความคุ้มค่า"
ห้องน้ำก็แน่นอนว่าต้องไซส์มินิตามสไตล์ญี่ปุ่น แต่บอกเลยว่าสะอาดกริ๊บ!
ส่วนพวกสบู่แชมพูก็เป็นขวดกดแบบใช้ร่วมกัน
มีแชมพู, ครีมนวดผม และครีมอาบน้ำให้ครบ
สระแล้วผมนุ่มลื่น กลิ่นหอมสะอาด ใช้ดีจนติดใจเลยล่ะ

ตรงอ่างล้างหน้าก็มีโฟมล้างหน้า/ล้างมือ แล้วก็แปรงสีฟันยาสีฟันเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ

ส่วนพวกของใช้อื่นๆ อย่าง ที่โกนหนวด, หวี, สำลีแผ่น หรือคอตตอนบัด
รวมไปถึงชุดคลุมนอน สามารถไปหยิบได้เองแบบตามใจชอบที่ชั้น 1
ตรงแถวหน้าลิฟต์เลยจ้า หยิบได้ไม่อั้น (แต่เอาพอดีใช้น้า)
และสิ่งที่ประทับใจสุดๆ สำหรับที่พักโอซาก้าแห่งนี้ก็คือ ถ้าใครนอนหมอนต่ำแล้วไม่ชิน เขามีหมอนเสริมให้ขอเพิ่มได้ด้วยนะแกรรร ดีงามมาก!

ปกติแล้วโรงแรมราคาน่ารักๆ ในนัมบะเนี่ย
มักจะทำความสะอาดห้องให้แค่ตอนที่เราพักติดต่อกัน 2-3 วันขึ้นไปใช่ไหมล่ะ?
แต่ที่นี่แค่เราแจ้งความประสงค์ เขาก็เข้ามาทำความสะอาดให้อย่างเอี่ยมอ่องทุกวันเลย!
หรือถ้าวันไหนเราอยากนอนอืดพักผ่อนตอนกลางวัน ไม่อยากให้ใครมารบกวนจนไม่ได้ขอให้ทำความสะอาด
พี่แม่บ้านเขาก็จะจัดเตรียมผ้าเช็ดตัวผืนใหม่กับน้ำดื่มใส่ถุงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
แล้วเอามาวางไว้ให้หน้าห้องแบบนี้เลย ใส่ใจสุดๆ!
3. สิ่งอำนวยความสะดวกและส่วนกลาง (부대시설)

บอกเลยว่านี่คือ "ทีเด็ด" และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เวลากดจองทริปโอซาก้าทีไร
สิ่งแรกที่ฉันต้องทำคือเช็กก่อนเลยว่าโรงแรม Red Roof Inn มีห้องว่างเหลืออยู่ไหม!

เพราะตรงมุมหนึ่งของชั้น 1 เขามีโซน "Free Drink" บริการเครื่องดื่มฟรีตลอดจ้า!
ในโซนนี้มีตู้กดกาแฟ, ชาต่างๆ, ตู้กดน้ำแข็งใสๆ ชื่นใจ
แถมมีไมโครเวฟให้เราได้ใช้บริการอุ่นอาหารได้ตามสบายเลยล่ะ

ด้วยความที่เราต้องมาทำงานและมาเที่ยวที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ
บางทีก็ไปหาซื้อของกินเล่นหรืออาหารเช้าง่ายๆ จากตลาดแถวนั้น
แล้วเอามานั่งกินตรงล็อบบี้นี่แหละ พร้อมกับจิบชาฟรีที่เขาเตรียมไว้ให้
แถมที่นั่งตรงนี้มีปลั๊กไฟให้เสียบสายชาร์จเพียบเลยด้วยนะเออ
ทำให้สามารถมานั่งหย่อนก้นบนเก้าอี้นุ่มๆ ที่ชั้น 1 ของโรงแรม Red Roof Inn Osaka แล้วกางโน้ตบุ๊กทำงานได้อย่างชิลๆ เลยล่ะค่ะ

ถึงแม้ห้องนอนจะเล็กไปนิด แต่การมีพื้นที่ส่วนกลางอารมณ์คาเฟ่ไร้คนขับ แถมฟรีอีกต่างหากแบบนี้
ช่วยเซฟเงินค่าซื้อน้ำซื้อเครื่องดื่มไปได้โขเลยนะทุกคน!
แถมไม่ต้องเสียตังค์ไปคาเฟ่ข้างนอกเพื่อหาปลั๊กเสียบทำงานให้วุ่นวายใจอีกต่างหาก
ถือเป็นการลดงบเที่ยวโอซาก้าไปได้เยอะแบบเน้นๆ เลยล่ะจ้า!
4. ส่งท้ายความประทับใจ (마치며)

สำหรับทริปเที่ยวโอซาก้าด้วยตัวเองกับคุณสามีในครั้งนี้...
ก็แหม... เที่ยวเพลินจนดึกดื่นทุกคืน ทั้งลุยเมืองรอบๆ ทั้งตะลอนในเมือง
เดินสับๆ วันละเป็นหมื่นก้าว กลับถึงห้องก็ดึกสะบัด
ต้องรีบอาบน้ำ เคลียร์งาน แล้วก็นอนสลบไสลเพราะเหนื่อยโฮก
บอกเลยว่าคิดถูกสุดๆ ที่เลือก "Red Roof Inn"
ที่พักโอซาก้าสุดคุ้มค่าแห่งนี้ ตอบโจทย์คนชอบลุยสุดๆ!

ถึงน้องจะไม่ใช่โรงแรมหรูหราอลังการงานสร้างในย่านนัมบะ
แต่เดินทางสะดวกม๊ากกก แถมเดินเท้าไปแลนด์มาร์กหลักๆ
รอบนัมบะได้สบายๆ ด้วยข้อดีเรื่องทำเลทองขนาดนี้
ช่วยเซฟทั้งเวลาและพลังขาไปได้เยอะเลยล่ะค่ะ
แถมการนอนยาวๆ ที่โรงแรมสุดคุ้มในนัมบะแห่งนี้
ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้โขเลย! และแน่นอนว่า...
ทริปนี้ฉันเลยจูงมือสามีไปจัดทัวร์กินแหลกแบบดุดันไม่เกรงใจใคร
ทุ่มงบกินเที่ยวได้แบบเต็มที่ ไม่มีกั๊กเลยค่าาา!

ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้! ไปญี่ปุ่นต่อให้พัก 5 ดาว
ห้องพักก็มักจะไซส์มินิตะมุตะมิอยู่ดี
เพราะงั้นสายลุยเน้นความคุ้มค่าอย่างเราๆ ถึงชอบหาที่พักเน้นฟังก์ชันกันใช่ไหมล่ะ?
ลองมาพักผ่อนยาวๆ แบบสบายกระเป๋าที่
Red Roof Inn & Suites Osaka Namba Nipponbashi กันดูน้าาา แฮปปี้แน่นอนค่ะ!
ใช้เวลาเดินจากสถานีนันไคนัมบะไม่ถึง 4 นาที การเดินทางจึงสะดวกสบายมาก ฝั่งตรงข้ามมีตลาดคุโรมง และสามารถเดินไปยังโดทงโบริและตลาดชินเซไกได้
ห้องสแตนดาร์ดดับเบิลมีขนาด 13 ตร.ม. ในช่วงฤดูกาลปกติสำหรับ 2 ท่านในวันธรรมดา สามารถจองได้ในราคาประมาณ 1,300 ถึง 1,500 บาทต่อคืน ผู้เขียนบทความนี้เข้าพัก 5 คืนในวันธรรมดาในราคาประมาณ 6,400 บาท
ในห้องพักมีแชมพู ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ฯลฯ ส่วนมีดโกนหนวดและชุดนอนสามารถหยิบได้ที่หน้าลิฟต์ชั้น 1 สำหรับการเข้าพักหลายคืนติดต่อกัน หากร้องขอจะมีบริการทำความสะอาดทุกวัน หากไม่ต้องการให้ทำความสะอาด พนักงานจะนำผ้าเช็ดตัวและน้ำดื่มใส่กล่องวางไว้ที่หน้าประตูห้อง
ที่โซนเครื่องดื่มฟรีชั้น 1 คุณสามารถใช้บริการเครื่องชงกาแฟ ชาชนิดต่างๆ น้ำแข็ง และไมโครเวฟได้ฟรีอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีที่นั่งพร้อมเต้ารับไฟฟ้า จึงเหมาะสำหรับการนั่งทำงานบนแล็ปท็อปพร้อมกับจิบชาไปด้วย

รีวิว Alfacio Riverside Stay Hakata ที่พักฟุกุโอกะสไตล์อพาร์ทเมนท์สำหรับ 5 คน วิวแม่น้ำนากาสุสวยๆ ตอบโจทย์ครอบครัวและแก๊งเพื่อนในราคาคุ้มค่าช่วงไฮซีซั่น

หาที่พักโอซาก้าดีๆ อยู่ใช่ไหม? มาดูรีวิว Sotetsu Grand Fresa Osaka Namba 2026 โรงแรมประจำของเราที่นัมบะ เดินทางสะดวก สะอาด และราคาคุ้มค่าสุดๆ!

สายเที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้! Ref by Vessel Hotel คุมาโมโตะ ที่พักสุดคุ้มพร้อมออนเซ็นส่วนกลาง ฟินกับการแช่น้ำอุ่นๆ หลังเดินเที่ยวปราสาทคุมาโมโตะและช้อปปิ้งมาทั้งวัน!

มองหาโรงแรมในโตเกียวที่ได้วิวโตเกียวทาวเวอร์แบบจึ้งๆ แถมราคาสบายกระเป๋า? Remm Roppongi คือคำตอบ! มาดูกันว่าห้องพักและทำเลจะปังแค่ไหน ห้ามพลาด!

รีวิว Trunk Hotel Yoyogi Park บูทีคโฮเทลสุดชิคในโตเกียวที่สายคอนเทนต์ต้องเลิฟ! พาชมสระว่ายน้ำอุ่นบนดาดฟ้าวิวสวนโยโยกิ พร้อมแชร์ทริคจองห้องพักราคาคุ้มที่สุด

หาที่พักโอซาก้าใกล้ตลาดคุโรมน เดินแค่ 3 นาที! รีวิวที่พักสไตล์คอนโดสุดคุ้ม ใกล้สถานี Nipponbashi ห้องกว้าง มีครัว ระเบียงส่วนตัว ฟีลเหมือนอยู่บ้าน!