VietnamAirlines
จากโฮจิมินห์ไปฟู้โกว๊ก
กับสายการบิน Vietnam Airlines
รอบนี้ที่เราเลือกบินจากโฮจิมินห์ไปฟู้โกว๊ก ก็คือ Vietnam Airlines จ้าาา คือตอนแรกก็เล็ง Vietjet ไว้นะ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอเปิดประสบการณ์สายการบินที่ไม่เคยลองบ้างดีกว่า!
เหตุผลที่ต้องมาต่อเครื่องที่โฮจิมินห์ก็เพราะว่า… ตั๋วตรงไปฟู้โกว๊กมันแพงม้ากกกกก! ตอนที่เราเช็กราคาช่วงนั้นคือ ประมาณ 16,200 บาท เลยนะ ถ้าเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี่พุ่งไป ประมาณ 23,200 บาท เลยจ้าาา โอ้โห! กระเป๋าฉีกกันเลยทีเดียว
แต่ๆๆๆ ตั๋วไปโฮจิมินห์เนี่ย ราคาดีๆ ชอบโผล่มาบ่อยๆ เราก็เลยใช้วิธีจับตั๋วราคาถูกไปโฮจิมินห์ก่อน แล้วค่อยต่อเครื่องบินในประเทศจากโฮจิมินห์ไปฟู้โกว๊กอีกที วิธีนี้เวิร์คมาก ประหยัดไปได้เยอะเลยนะ ทริปนี้ก็มาด้วยวิธีนี้แหละ บอกเลยว่าคุ้ม!
Vietnam Airlines เขาเป็นสายการบินแห่งชาติของเวียดนามนะ เทียบกับบ้านเราก็เหมือนการบินไทยประมาณนั้นเลยแหละ

จริงๆ แล้วสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศเนี่ย ราคาตั๋วก็ไม่ได้ต่างจาก Vietjet มากเท่าไหร่นะคะ แถมบนเครื่องก็ไม่มีจอส่วนตัวให้ดูด้วย
แต่ที่รู้สึกได้เลยคือ ระยะห่างระหว่างที่นั่งของ Vietnam Airlines ดูจะกว้างกว่า Vietjet อยู่นิดหน่อยนะ นั่งแล้วรู้สึกสบายกว่า


โต๊ะหน้าที่นั่งก็ออกแบบมาค่อนข้างบางเบา เหมาะสำหรับวางอาหารหรือเครื่องดื่มกำลังดีเลยค่ะ (แต่ถ้าใครจะเอามานั่งเขียนบล็อก หรือทำงานแบบเรานี่ อาจจะรู้สึกว่าเล็กไปนิดนึงนะ)


ก่อนเครื่องออก แอร์โฮสเตสก็จะแจกน้ำเปล่ากับผ้าเย็นให้ด้วยนะ ดีงามมาก! สมกับเป็นสายการบินแห่งชาติจริงๆ ค่ะ

สำหรับน้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง น่าจะอยู่ที่ 12 กิโลกรัมนะ (ตอนแรกเราเข้าใจว่า 7 กิโลกรัม + 2 กิโลกรัม แต่คิดว่าอันนั้นน่าจะเป็นของ Vietjet ที่เราใช้ในทริปนี้ด้วย)
ตอนเช็คอินก็ไม่ได้มีการชั่งน้ำหนักกระเป๋าถือแยกนะ แต่ตอนขึ้นเครื่องเนี่ย มีพนักงานยืนดูสัมภาระของผู้โดยสารทุกคนอย่างละเอียดเลย คือปกติก็จะมีป้ายติดกระเป๋าบอกว่าผ่านการเช็คมาแล้ว แต่ไม่ค่อยเห็นใครตรวจจริงจังเท่าไหร่ แต่รอบนี้แอบเห็นพนักงานจ้องกระเป๋าเรานานเลยนะ ไม่แน่ใจว่าตรวจอะไร แต่คิดว่าน่าจะดูป้ายที่ติดกระเป๋านั่นแหละ เพราะแอบเห็นมันติดอยู่แบบไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ 😂
เครื่องออกช้ากว่ากำหนดไปประมาณ 15 นาที แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติของการบินนะ ไม่ได้ซีเรียสอะไร


ส่วนที่นั่งด้านหน้าสุดเนี่ย ไม่น่าจะเป็น Business Class นะคะ น่าจะเป็น Premium Economy มากกว่า พอเครื่องขึ้นแล้วเขาก็จะกั้นม่านแยกโซนเลย (อันนี้คือเที่ยวบินในประเทศนะ ไม่ใช่เส้นทางบินระยะไกล)


อันนี้เป็นรูประยะห่างระหว่างที่นั่งของ Vietnam Airlines ตอนขากลับจากฟู้โกว๊กมาโฮจิมินห์นะ พอดีตอนขาไปถ่ายมาอาจจะดูไม่ชัด เลยถ่ายมาให้ดูอีกรอบตอนขากลับจ้า

มีอย่างนึงที่แปลกใจและว้าวมาก คือเขา มีชานมไข่มุกขายบนเครื่องด้วย! ราคา 50,000 ดองเวียดนาม หรือประมาณ 100 บาท นี่แหละค่ะ
ตอนขาไปจากโฮจิมินห์ไปฟู้โกว๊กก็เห็นนะ แต่ไม่แน่ใจว่าแจกฟรีหรือขาย ก็เลยงงๆ มัวแต่ลังเล รถเข็นก็เลยผ่านไปแล้ว อดเลยจ้าาา
ดังนั้น ขากลับรอบนี้เลยตั้งใจรอสอยมาลองให้ได้เลย!



ไม่รู้ทำไมถึงใส่ถุงมาให้นะ (แล้วก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนที่ซื้อคนอื่นๆ ไม่กินบนเครื่อง แต่รอจนเครื่องแลนดิ้งแล้วค่อยถือถุงออกไป...) แต่เขาก็ให้มาแบบนี้แหละ
เราก็จัดการชิมทันที ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่เซอร์ไพรส์นะ! ชานมอร่อยเลยแหละ ส่วนไข่มุก... อืมมม ไม่ได้หนึบหนับแบบที่เราคุ้นเคยกันนะ ออกแนวแข็งๆ หน่อย เหมือนไข่มุกร้านชานมที่รสชาติไม่ค่อยโดนใจตามข้างถนนน่ะ
แต่โดยรวมแล้ว ชานมเข้มข้น รสชาติดี ก็เลยดื่มเพลินๆ หมดแก้วเลยจ้า
ในตารางบินบอกว่าใช้เวลาประมาณ 55-65 นาที แต่จริงๆ แล้วรู้สึกว่าบินแค่ประมาณ 30 นาทีเองนะ ก็มีประกาศเตรียมลงจอดแล้ว ดื่มชานมเพลินๆ แป๊บเดียวก็ถึงแล้วจ้าาา
วิธีนี้ที่เราใช้บ่อยๆ เวลาไปเวียดนามบ่อยๆ คือการจองตั๋วราคาถูกไปลงเมืองใหญ่ แล้วค่อยต่อเครื่องบินภายในประเทศไปอีกที บอกเลยว่าประหยัดงบไปได้เยอะจริงๆ นะทุกคน
ก็ขอจบรีวิว Vietnam Airlines เส้นทางโฮจิมินห์-ฟู้โกว๊ก ทั้งเรื่องที่นั่ง โต๊ะพับ และชานมไข่มุกบนเครื่องไว้เท่านี้ก่อนนะค้าาา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นักเดินทางทุกคนเลย!