รีวิวเที่ยวโตเกียว 2026: Shibuya Sky & จุดเช็คอินห้ามพลาด!
ปักหมุดที่เที่ยวโตเกียวสุดปัง! ตั้งแต่ Shibuya Sky วิวหลักล้าน ยันจุดถ่ายรูปสุดชิค พร้อมทริคเที่ยวแบบคนท้องถิ่น อัปเดตล่าสุดปี 2026
กำลังโหลด...
ปักหมุดที่เที่ยวโตเกียวสุดปัง! ตั้งแต่ Shibuya Sky วิวหลักล้าน ยันจุดถ่ายรูปสุดชิค พร้อมทริคเที่ยวแบบคนท้องถิ่น อัปเดตล่าสุดปี 2026

ที่ผ่านมา เวลาไปเที่ยวโตเกียว
ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ไปจนถึงที่เที่ยวแถบชานเมือง
ก็แวะไปมาหลายที่เลยนะ
แทนที่จะมาลิสต์ชื่อสถานที่ดังๆ ทั่วไป
วันนี้เลยขอรวบรวมที่เที่ยวที่ประทับใจจริงๆ จากที่ได้ไปมาเอง
มาเล่าให้ฟังกันแบบเน้นๆ ว่าเป็นยังไงบ้าง!
1. ชิบูย่า สกาย (Shibuya Sky), สี่แยกชิบูย่า (Shibuya Scramble Crossing)

ที่แรกเลยคือจุดชมวิว Shibuya Sky
ที่ให้เราได้เห็นวิวกลางคืนของโตเกียวแบบเต็มตา!
ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน
เราชอบขึ้นจุดชมวิวหรือหอคอยไปดูวิวกลางคืนมากๆ
ที่โตเกียวก็เลยต้องมา Shibuya Sky ซะหน่อย


เราเข้าประมาณ 4 โมงเย็น
ได้ดูวิวตั้งแต่ตอนพระอาทิตย์ตกไปจนถึงวิวกลางคืนเลย
บอกเลยว่าช่วงเวลาใกล้พระอาทิตย์ตกนี่คือแย่งกันจองสุดๆ!
การเข้าไปรอล่วงหน้าจะดีกว่านะ
อยากเห็นทั้งบรรยากาศกลางวันและกลางคืน
ไหนๆ ก็ขึ้นไปแล้ว
เราเลยอยู่ดูตั้งแต่พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าเลยจ้า

โซนข้างนอกลมแรงมากเว่อร์
พอพระอาทิตย์ตกแล้วก็เลยค่อนข้างหนาวเลยนะ
ถ้าไม่ใช่หน้าร้อนจ๋าๆ พกเสื้อกันหนาวไปด้วยนะ!
ตั๋ว Shibuya Sky เนี่ย
เขาบอกว่าถ้าซื้อออนไลน์หมดแล้ว การซื้อหน้างานจะยากมาก
เพราะฉะนั้นจองล่วงหน้าออนไลน์คือต้องทำนะทุกคน
Klook | ประมาณ 700~ ประมาณ 700 บาท | |
Trip.com | ประมาณ 700 บาท |
ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 500 กว่าบาท
แต่ราคานั้นจะเป็นช่วงเช้าหรือบ่ายต้นๆ นะ
แนะนำให้เทียบราคาตามวันที่จะไปแล้วค่อยจองนะ
※ตั๋วเข้าชมซื้อได้ตอนเที่ยงคืนล่วงหน้า 2 สัปดาห์นะจ๊ะ, ช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกนี่คือการแข่งขันสูงมาก!


ช่วงนี้การแข่งขันลดลงบ้าง เลยสามารถจองวันเดียวกันได้ด้วยนะ
แม้ว่าช่วงเวลาฮิตๆ จะถูกตัดออกไปแล้ว
แต่ราคาถูกลงเหลือประมาณ 600 บาทเท่านั้นเอง
ในทางกลับกัน ถ้าจองล่วงหน้า 2 สัปดาห์
ก็จะมีช่วงเวลาให้เลือกเยอะขึ้นหน่อย
แต่ราคาก็จะแพงขึ้นเป็นประมาณ 700 บาทนะจ๊ะ อย่าลืมเช็กกันดีๆ ล่ะ

หลังจากชม Shibuya Sky เสร็จแล้ว
เราก็ลงมาดูสี่แยกชิบูย่าข้างล่างตึกเลย
เป็นวิวสัญลักษณ์ของโตเกียวที่เห็นบ่อยๆ ในวิดีโอ
พอมาเห็นของจริงก็รู้สึกทึ่งดีนะ
แต่ถ้ามาแค่เพื่อดูสี่แยกชิบูย่าอย่างเดียวก็อาจจะเสียดายนิดหน่อย
เลยคิดว่าถ้าตั้งใจจะมาช้อปปิ้งที่ชิบูย่าหรือขึ้นจุดชมวิวอยู่แล้ว
แวะมาดูสี่แยกด้วยก็จะคุ้มกว่านะ
2. โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower), สวนชิบะ (Shiba Park)

และแล้วก็มาถึงแลนด์มาร์กสุดคลาสสิกของโตเกียว
นั่นก็คือ Tokyo Tower ที่เราแวะไปดูมาเหมือนกัน
เราไม่ได้ขึ้นไปบนจุดชมวิวนะ
แค่แหงนมองจากข้างล่างหอคอยเท่านั้นเอง
แต่บอกเลยว่ามันดูใหญ่กว่าที่เห็นจากไกลๆ เยอะเลยล่ะ!


สวนชิบะ (Shiba Park) เป็นมุมถ่ายรูปที่เด็ดมาก
เพราะมี Tokyo Tower เป็นฉากหลังให้รูปเราปังๆ ได้เลย
ตรงใต้หอคอยเลยจะถ่ายภาพให้เห็นทั้งหอคอยยากหน่อย
แต่ที่สวนชิบะนี่คือถ่ายง่ายมาก
เพราะมีทั้งสนามหญ้าและ Tokyo Tower อยู่ในเฟรมเดียวกันเป๊ะ
3. ปังเมซง, สำนักงานใหญ่ Asahi Group,
วัดเซ็นโซจิ อาซากุสะ

สำหรับทริปเที่ยวอาซากุสะของเราเนี่ยนะ
วัดเซ็นโซจิ เราแวะไปทั้งกลางวันและกลางคืนเลยแหละ
สมกับที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของโตเกียวจริง ๆ
ตั้งแต่หน้าประตูคามินาริมง คนก็แน่นเอี๊ยดไปหมดเลย!


จุดที่คนเยอะสุดในวัดเซ็นโซจิก็คือ โอะมิคุจิ (Omikuji) หรือการเสี่ยงเซียมซีทายดวงนี่แหละ
ลองเสี่ยงดวงขำ ๆ ดู จ่ายไปประมาณ 20 บาทเอง



ตรงถนนคนเดินที่ทอดยาวไปจนถึงวัดเซ็นโซจิเนี่ย
มีร้านขายของที่ระลึกกับของกินเรียงรายเพียบ!
เราก็เดินดูไปเรื่อย ๆ ชิล ๆ เลย
เราเองก็เดินดูร้านค้าแถวนั้น
แล้วก็ลองซื้อของกินที่น่าสนใจมาชิมทีละอย่างเลยนะ

ถ้าเป้าหมายคือมาเดินดูร้านค้า ช้อปปิ้งของกินเล่น
แนะนำให้มาช่วงกลางวันจะดีกว่า
ส่วนตอนกลางคืน แม้จะได้เห็นประตูคามินาริมงที่เปิดไฟสวย ๆ
แต่ถนนคนเดินส่วนใหญ่ก็เริ่มปิดตั้งแต่ประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว
ของที่น่าสนใจให้เดินดูเลยจะน้อยกว่าช่วงกลางวันเยอะเลยล่ะ

พูดถึงญี่ปุ่น ก็ต้อง ปังเมซง (Pain Maison) นี่แหละ ที่ดังสุด ๆ!
สาขากินซ่าคนรอคิวยาวเฟื้อย เราเลยมาสาขาอาซากุสะโดริแทน
ตอนที่เราไปเนี่ย ไม่มีคิวเลยสักนิด!
เดินเข้าไปซื้อกินได้เลยทันที ฟินสุด ๆ

ขนมปังที่ซื้อมาก็กินได้เลยในร้าน
ใครที่อยากลองปังเมซง ถ้ามีแพลนจะไปอาซากุสะอยู่แล้ว
แนะนำให้แวะสาขาอาซากุสะโดริเลยนะ

พอจัดการขนมปังที่ปังเมซงเสร็จแล้ว
เราก็ย้ายไปสำนักงานใหญ่ Asahi Group กันต่อ
ที่เลานจ์ชมวิวบนชั้น 22 ของสำนักงานใหญ่ Asahi Group เนี่ยแหละ
เราสามารถชมวิวแม่น้ำสุมิดะกับใจกลางโตเกียว
พร้อมจิบเบียร์สดอาซาฮีเย็น ๆ ฉ่ำ ๆ ได้ด้วย
ในฐานะสายเบียร์ตัวจริง มันคืออีกหนึ่งที่ที่ต้องห้ามพลาดเลยนะ!


ที่นี่ไม่ต้องจองล่วงหน้านะ ตอนที่เราไปเนี่ย
รอคิวเข้าประมาณ 30 นาทีได้เลย
ที่สำคัญคือ ไม่มีที่นั่งประจำนะจ๊ะ ถ้าอยากนั่งริมหน้าต่าง
ก็ต้องคอยดูจังหวะที่คนก่อนหน้าลุกออกไป
แล้วค่อยขยับไปนั่งได้เลย
แต่เบียร์ 400ml แก้วละประมาณ 200 บาท
ถ้าใครไม่ได้ชอบดื่มเบียร์เป็นพิเศษ ก็อาจจะไม่แนะนำนะ

ถ้ากำลังเดินเที่ยวอาซากุสะเหนื่อย ๆ แล้วอยากจิบเบียร์พักขา
หรืออยากหามุมสวย ๆ ชมวิวไปพลาง พักไปพลาง
ที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่น่าแวะเลยล่ะ
4. สวนชินจูกุเกียวเอน, คาบูกิโจ ทาวเวอร์
โอโมอิเดะ โยโคโชะ
เวลาเปิด-ปิดของสวนชินจูกุเกียวเอนจะต่างกันไปตามฤดูนะ
ฤดูใบไม้ผลิ·ฤดูใบไม้ร่วง 09:00~18:00 น.
ฤดูร้อน 09:00~19:00 น.
ฤดูหนาว 09:00~16:30 น. นะ
เข้าได้ถึง 30 นาทีก่อนเวลาปิดนะ
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 500 เยน
ผู้สูงอายุ 65+ กับนักเรียน 250 เยน
ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าฟรีจ้า


ที่ชินจูกุ เราเริ่มต้นด้วยการไปชินจูกุเกียวเอ็นเป็นที่แรกเลย
ถึงแม้จะอยู่ใจกลางเมือง แต่พอเดินเข้าไปในสวนแล้ว
มีสนามหญ้ากว้างๆ กับต้นไม้เรียงรายไปหมด
เหมือนหลุดเข้าไปในป่าเลยอะแก
เป็นที่ที่เหมาะกับการเดินเล่นชิลๆ ในวันอากาศดีสุดๆ
แต่ๆๆ สวนมันค่อนข้างใหญ่มากนะ รองเท้าสบายๆ คือต้องมีเลย!

ตอนที่เราไปเนี่ย ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน
ใบไม้เปลี่ยนสีก็ยังไม่พีคสุดนะ
แต่ต้นไม้ก็เริ่มเปลี่ยนสีนิดๆ หน่อยๆ แล้ว
เดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศใบไม้ร่วงเงียบๆ สบายใจสุดๆ ไปเลย

เดินเล่นในสวนได้แบบชิลๆ สบายๆ
ใครที่ชอบที่เงียบๆ ไม่วุ่นวายเหมือนแหล่งท่องเที่ยวที่คนเยอะๆ
อยากเดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ แนะนำที่นี่เลยนะ!
ชินจูกุเกียวเอ็นเนี่ย ซื้อตั๋วหน้างานก็ได้นะ
แต่ที่นี่นักท่องเที่ยวเยอะ บางทีคิวก็ยาวเฟื้อยเลย
ซื้อออนไลน์ถูกกว่าซื้อหน้างานอีกนะ
เราเลยจองล่วงหน้าไปเลยจ้า
Klook | ประมาณ 100 บาท | |
Trip.com | ประมาณ 100 บาท |
ราคาในแต่ละแพลตฟอร์มก็ใกล้เคียงกันมาก
เลือกจองกับแพลตฟอร์มที่ใช้ประจำ
หรือที่สะดวกได้เลย

หลังจากเดินชมชินจูกุเกียวเอ็นเสร็จแล้ว
เราก็ย้ายไปเดินเล่นแถวคาบูกิโจต่อเลย
ได้ยินมาว่าความปลอดภัยไม่ค่อยดี ก็แอบกังวลอยู่นะ
แต่ตอนที่เราไป นักท่องเที่ยวเยอะมาก
ก็เลยเดินเที่ยวชมถนนได้แบบไม่มีปัญหาอะไรเลย
แต่ถ้าไปช่วงดึกๆ บรรยากาศก็อาจจะไม่ค่อยน่าเดินเท่าไร
แล้วถ้ามีคนมาเรียกชวนคุย ก็ไม่ต้องตอบนะ ปลอดภัยกว่า!

เราแวะไปคาบูกิโจทาวเวอร์ที่อยู่ด้านในถนนด้วยนะ


ที่ชั้น 1 มีโซนร้านอาหารที่ตกแต่งด้วยของประดับใหญ่ๆ กับไฟนีออน
อลังการเหมือนงานเทศกาลญี่ปุ่นเลยแก
ที่ชั้น 2 ก็มีตู้คีบตุ๊กตา ตู้เกมอะไรแบบนี้ด้วยนะ
แต่จริงๆ แล้ว นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรน่าสนใจให้เดินดูมากเท่าไรหรอก

ใกล้ๆ สถานีชินจูกุเนี่ย
เราก็แวะไปโอโมอิเดะ โยโคโจด้วย
เป็นตรอกเล็กๆ ที่มีร้านอิซากายะเล็กๆ เรียงรายกันไป
ให้ฟีลแตกต่างจากคาบูกิโจที่ดูอลังการ
ที่นี่จะให้บรรยากาศตรอกซอยญี่ปุ่นเก่าๆ แทน

ตลอดสองข้างทางของตรอกแคบๆ จะมีร้านอิซากายะเล็กๆ รวมตัวกันอยู่
ทั้งกลิ่นควันปิ้งย่าง เสียงคนจอแจ
แถมยังมีเสียงรถไฟอีกด้วย ทำให้ได้บรรยากาศที่ไม่เหมือนใครเลยนะ
เราก็เดินเล่นในตรอกไปเรื่อยๆ พอเจอร้านไหนน่าเข้าก็แวะเลย
สั่งของปิ้งย่างกับเครื่องดื่มมาลองนิดหน่อย
ร้านส่วนใหญ่จะเล็กๆ แล้วก็มีนักท่องเที่ยวเยอะกว่าคนท้องถิ่นอีกนะ
ใครที่ซีเรียสเรื่องความสะอาด หรือเรื่องควันบุหรี่ อาจจะไม่แนะนำนะ
แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศตรอกอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ก็ลองแวะมาเดินเล่นดูได้เลย
5. ถนนกินซ่า

กินซ่านี่คือแหล่งรวมร้านแบรนด์เนมกับห้างสรรพสินค้า
เป็นถนนช้อปปิ้งตัวท็อปของโตเกียวเลยก็ว่าได้
วันที่เราไปเป็นช่วงสุดสัปดาห์
ถนนรถยนต์ถูกปิดให้เป็นถนนคนเดินเลยนะ

เดินไปเดินมา ก็แวะเข้าร้าน Ginza Kimuraya
ร้านขนมปังอันปังถั่วแดงต้นตำรับที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1874 เลยนะ!
ตอนที่ฉันไป ถ้าอยากนั่งกินที่ชั้น 2 เนี่ย
ต้องรอคิวประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงเลยนะ
เลยซื้อขนมปังแบบห่อกลับบ้าน แล้วก็ออกไปกินข้างนอกแทน
พอเป็นร้านที่มีประวัติมานาน ฉันก็เลยอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง เลยแวะไปดู
แต่เอาจริงๆ สำหรับฉันนะ รสชาติก็คล้ายๆ อันปังถั่วแดงทั่วไปนั่นแหละ
เลยไม่ได้ติดใจอะไรมาก

นี่คือตึก Seiko ที่เป็นแลนด์มาร์คของกินซ่าเลยนะ
ตอนกลางคืน ตึกกับหอนาฬิกาจะเปิดไฟ
ทำให้เหมาะกับการเดินชมวิวกลางคืนของกินซ่า แล้วก็ถ่ายรูปสวยมากเลยล่ะ

บนถนนก็มีนักแสดงข้างถนนที่ยืนนิ่งๆ เหมือนรูปปั้น
ให้เราได้ดูกันด้วยนะ
+ ทิปหน่อย เค้าก็ยอมถ่ายรูปคู่ด้วยนะ!
กินซ่าเป็นแหล่งรวมแบรนด์ดังๆ อย่าง Itoya, Ginza Six, Uniqlo และอื่นๆ
ที่เหมาะกับการเดินเล่นชมร้านค้าแบรนด์ต่างๆ เพลินๆ เลย
6. วอร์เนอร์ บราเธอร์ส
สตูดิโอแฮร์รี่ พอตเตอร์ โตเกียว

ถ้ามองหาสถานที่เที่ยวที่ไปได้ทุกสภาพอากาศ ไม่ต้องกลัวฝนหรือแดดเนี่ย
สตูดิโอแฮร์รี่ พอตเตอร์ โตเกียว ตอบโจทย์สุดๆ เลยนะ
ที่นี่ไม่ใช่สวนสนุกที่มีแต่เครื่องเล่นนะ
แต่เป็นสตูดิโอที่รวบรวมฉาก เซ็ต อุปกรณ์ประกอบฉาก
และเบื้องหลังการถ่ายทำจากในภาพยนตร์มาให้เราได้เดินชมแบบจัดเต็มเลย

พอเข้าไปข้างใน เราจะได้เจอกับฉากต่างๆ จากซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์
รวมถึงเบื้องหลังการถ่ายทำที่จัดแสดงเรียงกันไปเรื่อยๆ
ซึ่งเป็นฉากที่เราคุ้นเคยจากการดูหนังมาแล้ว
บอกเลยว่าสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ห้ามพลาดเด็ดขาด!

ระหว่างทางเดินชม ก็จะมีจุดให้แวะพักกินบัตเตอร์เบียร์กับป๊อปคอร์นได้ด้วยนะ!
แถมแก้วบัตเตอร์เบียร์เนี่ย ล้างเองแล้วเอากลับบ้านได้เลย
เหมาะจะเป็นของฝากมากๆ
เพราะมีอะไรให้ดูเยอะมาก ทำให้ต้องเดินเยอะ
การได้นั่งพักผ่อนชมบรรยากาศกลางทางนี่คือดีงามสุดๆ


ในร้านขายของที่ระลึกเนี่ย มีทั้งเสื้อผ้า ไม้กายสิทธิ์ ของตกแต่ง
และสินค้าเกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ให้เลือกเยอะจนตาลายเลย
ระวังกระเป๋าตังค์จะฉีกนะ! 🥹

สามารถเดินชมข้างในได้แบบสบายๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องสภาพอากาศเลย
ส่วนฉันใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 4 ชั่วโมงเลยนะ
ถ้าเป็นแฟนแฮร์รี่ พอตเตอร์
แนะนำให้เผื่อเวลาเยอะๆ แล้วมาเที่ยวที่นี่นะ
แน่นอนว่าที่นี่ก็เหมือนกัน!
จองล่วงหน้าถูกกว่าเยอะเลย ฉันเลยจองล่วงหน้าแล้วค่อยไป
Klook | ประมาณ 1,400 บาท รวมคูปองส่วนลด 1,000 เยนสำหรับร้านขายของที่ระลึก | |
Trip.com | ประมาณ 1,400 บาท รวมคูปองส่วนลด 500 เยนสำหรับมื้ออาหาร |
ราคาต่างกันไม่มาก แต่สิทธิพิเศษที่ได้จะต่างกันนะ
ถ้าตั้งใจจะซื้อของที่ระลึก Klook จะดีกว่า
แต่ถ้าอยากกินข้าวข้างใน Trip.com ก็คุ้มกว่านะ
ยิ่งจองใกล้ๆ วันเดินทาง ราคายิ่งแพงขึ้นนะ
แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน!
7. คาวากุจิโกะ เที่ยวฟูจิแบบไปเช้าเย็นกลับ

ถ้าใครเที่ยวในตัวเมืองโตเกียวจนครบแล้ว
หรือมีเวลาในแพลนเยอะหน่อย ก็แนะนำให้ไปเที่ยวคาวากุจิโกะ
แบบไปเช้าเย็นกลับ เพื่อไปชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้เลยนะ
จากโตเกียวเนี่ย ใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 4 ชั่วโมงเลยนะ
ต้องแพลนไว้ 1 วันเต็มๆ
แต่พอได้เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิกับตาตัวเองแล้วเนี่ย
มันอลังการคุ้มค่ากับการเดินทางจริงๆ ประทับใจสุดๆ ไปเลย


พวกเราเช่าจักรยานแถวๆ นั้น แล้วปั่นเที่ยวรอบหมู่บ้านเลยล่ะ
ระหว่างทางก็เห็นภูเขาไฟฟูจิจากหลายทิศทางมาก
ปั่นจักรยานไป ชมฟูจิไป ได้เห็นฟูจิในมุมต่างๆ ตลอดทางเลย ฟินสุดๆ

ขากลับก็ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิคู่กับรถไฟอีกต่างหาก
ได้ชมฟูจิจนวินาทีสุดท้ายเลยนะ
ถ้าใครเคยมาโตเกียวแล้วรอบสอง
หรือเที่ยวในเมืองมาหมดแล้ว
หรืออยากเห็นฟูจิแบบจัดเต็มจริงๆ จังๆ แนะนำให้แพลนมาเที่ยววันเดย์ทริปก็ได้นะ คุ้มมาก!
8. คามาคุระ เที่ยววันเดียวชิลล์ๆ

ถ้าอยากเห็นวิวทะเลสวยๆ กับบรรยากาศตรอกซอกซอยสุดคลาสสิกใกล้โตเกียว
คามาคุระก็เป็นอีกที่ที่เหมาะกับการไปเที่ยววันเดียวมากๆ เลย


ตรงทางข้ามใกล้สถานี รถไฟวิ่งเลียบทะเลไปเลยนะทุกคน!
มองไปทีเดียวเห็นทั้งวิวทะเลสวยๆ กับรถไฟเอโนเด็นคู่กัน
คนเลยมายืนรอถ่ายรูปตอนรถไฟวิ่งผ่านกันเยอะแยะเลย
บรรยากาศที่นี่ต่างจากในโตเกียวโดยสิ้นเชิงเลยล่ะ
ฟีลเหมือนได้มาเที่ยวต่างจังหวัดจริงๆ จังๆ เลย


มื้อเที่ยง เราแวะร้านโซบะที่มีสวนสวยๆ
นั่งกินโซบะกับเทมปุระแกล้มเบียร์เย็นๆ ชิลล์ๆ ไปเลย

ทางรถไฟเอโนเด็นทอดผ่านย่านที่อยู่อาศัย
ทำให้เราเดินเล่นชมตรอกเล็กๆ ไปเรื่อยๆ ได้เพลินเลย
แต่ขอบอกว่าทางรถไฟอยู่ใกล้บ้านคนจริงๆ นะ
ตอนถ่ายรูปหรือเดินผ่านก็ต้องระวังรอบข้างดีๆ ด้วยล่ะ


สุดท้าย เราก็เดินเล่นย่านช้อปปิ้งโคมาจิโดริ แถวสถานีคามาคุระด้วยนะ
คามาคุระนี่ครบเครื่องจริงๆ ทั้งทะเล รถไฟเอโนเด็น ย่านช้อปปิ้ง ของอร่อย
คือวันเดียวได้ฟีลหลากหลายมาก
ถ้าอยากเห็นวิวที่แตกต่างจากในโตเกียว แนะนำให้มาวันเดย์ทริปเลยจ้า
ส่วนเราเนี่ย เที่ยวควบกับโยโกฮามะเลย
พิเศษ. เทศกาลเบียร์เยอรมันโยโกฮามะ
ส่วนใหญ่จะจัดช่วงเดือนตุลาคมนะ

ถ้าช่วงที่มาเที่ยวโตเกียวตรงกับช่วงจัดงานพอดี
โยโกฮาม่าออคโทเบอร์เฟสต์ก็เป็นอีกที่ที่น่าไปสุดๆ เลยนะ
บริเวณมินาโตะมิไรที่เป็นที่จัดงาน
ปกติก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอยู่แล้วล่ะ

พวกเราจ่ายค่าเข้าคนละ ประมาณ 100 บาท แล้วก็เข้าไปร่วมงานเลย
ในเต็นท์ขนาดใหญ่นี่เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังสนุกกับเบียร์และอาหาร
พอเดินเข้าไปปุ๊บก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศคึกคักสุดๆ เลย
มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และสนุกมากเลยนะ
ที่ได้ชนแก้วกับคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน แล้วก็เฮฮาปาร์ตี้กันไปแบบธรรมชาติสุดๆ
แม้จะบังเอิญได้มา แต่การได้มาดื่มสังสรรค์กับชาวต่างชาติในญี่ปุ่นแบบนี้
ถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ
ได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลที่ไม่เหมือนกับการเที่ยวในโตเกียวเลย
ถ้าแพลนเที่ยวตรงกับช่วงที่จัดงานพอดี
แนะนำว่าไปโยโกฮามะด้วยก็เริ่ดนะ!
โตเกียวนี่พื้นที่กว้างใหญ่มาก
ทำให้มีบรรยากาศและที่เที่ยวหลากหลายแบบสุดๆ
ไปกี่ครั้งก็สนุกกับการได้ค้นพบที่ใหม่ๆ ตลอดเลย
ถ้ามาเที่ยวครั้งแรก ก็เน้นเก็บแลนด์มาร์คดังๆ อย่างชิบูย่า โตเกียวทาวเวอร์ อาซากุสะก่อนนะ
ส่วนถ้ามาซ้ำแล้ว หรือมีเวลาเหลือๆ ก็เพิ่มทริปใกล้ๆ อย่างภูเขาไฟฟูจิกับคามาคุระเข้าไปด้วยเลย รับรองไม่ผิดหวัง!
หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกที่เที่ยวในโตเกียวของเพื่อนๆ นะ :)
ตั๋วเข้าชม Shibuya Sky ต้องจองล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้น และสามารถซื้อได้ตั้งแต่เที่ยงคืนของสองสัปดาห์ก่อนหน้า ช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดินมีการแข่งขันสูง หากจองสำหรับวันที่ล่วงหน้าสองสัปดาห์ คุณจะมีตัวเลือกเวลาที่ยืดหยุ่นขึ้น แต่ราคาอาจสูงขึ้นเป็นประมาณ 700 บาท
หากคุณต้องการเดินชมถนนช้อปปิ้งและลิ้มลองอาหาร แนะนำให้ไปช่วงกลางวัน ในเวลากลางคืนคุณสามารถชมประตูคามินาริมงที่สว่างไสวด้วยแสงไฟได้ แต่ร้านค้าส่วนใหญ่จะเริ่มปิดตั้งแต่เวลา 17.00 น. ทำให้มีสิ่งน่าสนใจให้ดูน้อยกว่าช่วงกลางวัน
ค่าเข้าชมสวนชินจูกุเกียวเอนสำหรับผู้ใหญ่คือ 500 เยน, ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) และนักเรียน 250 เยน, และเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าฟรี แม้ว่าจะสามารถซื้อตั๋วหน้างานได้ แต่คิวอาจยาว การจองล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Klook (ประมาณ 100 บาท) หรือ Trip.com (ประมาณ 100 บาท) มักจะถูกกว่า
Asahi Group Headquarters 22nd-floor observation lounge ไม่ได้ใช้ระบบการจองล่วงหน้า และคุณอาจต้องรอประมาณ 30 นาทีเมื่อไปถึง ที่นั่งไม่ได้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า ดังนั้นหากคุณต้องการที่นั่งริมหน้าต่าง คุณจะต้องสังเกตจังหวะที่คนก่อนหน้าลุกออกไปแล้วจึงเคลื่อนย้ายไป
ที่ Klook คุณสามารถซื้อตั๋วในราคาประมาณ 1,400 บาท ซึ่งรวมคูปองช้อปปิ้งมูลค่า 1,000 เยนสำหรับร้านขายของที่ระลึก ส่วนที่ Trip.com คุณสามารถซื้อตั๋วในราคาประมาณ 1,400 บาท ซึ่งรวมคูปองอาหารมูลค่า 500 เยน ดังนั้นควรเลือกตามแผนการซื้อของที่ระลึกของคุณ
พบเรื่องราวการเดินทางที่คัดสรรในธีมเดียวกัน

รีวิววิธีนั่งรถบัสลิมูซีนจากสนามบินฮาเนดะไปชินจูกุ อัปเดตล่าสุดปี 2026 จองง่ายผ่าน KKday และ Klook สบายกว่านั่งรถไฟ ไม่ต้องลากกระเป๋าให้เหนื่อย!

อยากไปเห็นฟูจิซังด้วยตาตัวเองสักครั้งไหมคะ? รีวิวทัวร์ภูเขาไฟฟูจิแบบวันเดย์ทริปจากโตเกียวปี 2026 เที่ยวครบจุดไฮไลท์ยอดฮิตในราคาประหยัดเพียง 1,200 บาท!

เที่ยวโตเกียวปี 2026 ให้ฟินสุดๆ! มาเตรียมตัวจอง Tokyo Metro Pass ตัวช่วยประหยัดและสะดวกสบายในการเดินทางรอบเมืองกัน!

รีวิว Remm Roppongi โรงแรมสุดคุ้มใจกลางโตเกียว เดินจากสถานีแค่ 2 นาที แถมได้ห้องพักวิวโตเกียวทาวเวอร์แบบพาโนรามา ในราคาเริ่มต้นแค่ประมาณ 2,100 บาท!

รีวิววิธีจองตั๋ว Harry Potter Studio โตเกียว แบบคุ้มที่สุดปี 2026! เทียบราคาเว็บตรง vs Klook พร้อมแจกโค้ดส่วนลดพิเศษ ไปตามรอยเวทมนตร์กันเลย!

แจกพิกัดร้านยากิโทริลับโตเกียว Meat Man ย่านรปปงงิ ร้านแฮงเอาท์สุดชิลของคนโลคอล อาหารอร่อย บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย ปักหมุดแล้วตามไปฟินกันเลย!