teamLab Tokyo 2026: Borderless vs Planets เลือกที่ไหนดี ให้ฟินสุด!
มาโตเกียวทั้งที ต้องไม่พลาด teamLab! แต่สงสัยไหมว่า Borderless กับ Planets ต่างกันยังไง? เรามีคำตอบ พร้อมวิธีเลือกให้ถูกใจสายอาร์ตและมุมถ่ายรูปปังๆ!
กำลังโหลด...
มาโตเกียวทั้งที ต้องไม่พลาด teamLab! แต่สงสัยไหมว่า Borderless กับ Planets ต่างกันยังไง? เรามีคำตอบ พร้อมวิธีเลือกให้ถูกใจสายอาร์ตและมุมถ่ายรูปปังๆ!

TOKYO
teamLab Borderless โตเกียว
ความต่างของ teamLab Planets กับ Borderless, วิธีจองตั๋วเข้าชม, และที่เที่ยวแนะนำในโตเกียว ญี่ปุ่น
© 글・사진 โดย Hyeoniz บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว Naver
ฮอตสปอตที่โตเกียวที่เจนนี่ (BLACKPINK) ยังไปมาแล้ว,
teamLab Borderless ฉันก็ได้ไปมาแล้วเหมือนกันในที่สุด!
พอเสิร์ช teamLab โตเกียว ก็จะขึ้น Borderless กับ Planets มา
มี 2 ที่ เลยแอบสงสัยว่ามันต่างกันยังไงนะ?
สรุปแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะ ถ้าชอบถอดรองเท้า
แล้วก็ชอบสัมผัสประสบการณ์ด้วยร่างกายทุกส่วนล่ะก็ ต้องไป Planets!
แต่ถ้าเน้นถ่ายรูป เดินเล่นชิลล์ๆ
แล้วอยากเอนจอยงานอาร์ตแบบไม่มีขอบเขต ก็แนะนำ Borderless เลย!

📍 teamLab Borderless: MORI Building DIGITAL ART MUSEUM
B1, Azabudai Hills Garden Plaza B, 5-chōme−9−9 Toranomon, Minato City, Tokyo 〒106-0041 ญี่ปุ่น
📍 teamLab Planets Tokyo
6-chōme-1-16 Toyosu, Koto City, Tokyo 135-0061 ญี่ปุ่น
1. มาดูความต่างของ teamLab Borderless vs teamLab Planets กัน!

แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นนิทรรศการมีเดียอาร์ตของ teamLab เหมือนกัน
แต่สไตล์การชมงานต่างกันนะ!
| teamLab Borderless | teamLab Planets |
ที่ตั้ง | Minato City Azabudai Hills | Toyosu |
ลักษณะของนิทรรศการ | แบบอิสระ (สำรวจได้ตามใจ) | แบบดื่มด่ำ・สัมผัสประสบการณ์ |
วิธีการชม | เดินทางได้อิสระ | เคลื่อนที่ตามลำดับงาน |
รองเท้า | ใส่รองเท้าชมได้ปกติ | บางโซนต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่า |
จุดเด่น | งานศิลปะที่ไร้ขอบเขตเชื่อมโยงกัน | สัมผัสประสบการณ์ด้วยร่างกาย (เช่น น้ำ, กระจก) |
เหมาะสำหรับ | คู่รัก・เพื่อน | ครอบครัว・เด็กๆ |

สำหรับ teamLab Planets เนี่ย จะให้ความรู้สึกที่ได้ประสบการณ์งานศิลปะด้วยร่างกายเต็มๆ
แบบว่าต้องเดินลุยน้ำด้วยตัวเองเลยนะ
บางโซนก็ต้องถอดรองเท้ากับถุงเท้าออก
แล้วเดินเท้าเปล่าเข้าไปเลย แถมเขามีผ้าขนหนูเตรียมไว้ให้ด้วยนะ

ส่วน Borderless เนี่ย ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า
ไม่มีขอบเขตระหว่างงานศิลปะแต่ละชิ้นเลย
เดินไปได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องมีแผนที่ อยากจะเดินเข้าออกห้องไหนก็ได้
หรือจะกลับไปดูห้องที่เคยเห็นแล้วอีกรอบก็ได้ด้วยนะ
เรียกได้ว่าเป็นนิทรรศการที่เหมาะกับการถ่ายรูปปังๆ ทำคอนเทนต์ลงโซเชียลสุดๆ!


ดังนั้น ถ้าไปเที่ยวแบบครอบครัวที่มีเด็กๆ ด้วย
หรือใครที่ไม่ชอบถอดรองเท้าเข้าออกบ่อยๆ
ก็อยากแนะนำ Borderless มากกว่าหน่อย!
แถมจะบอกว่าที่เจนนี่ไปมาเนี่ย
ก็คือ teamLab Borderless นั่นเองนะทุกคน :)
2. มาจองบัตรเข้า teamLab Borderless vs teamLab Planets กัน!

ฉันจองล่วงหน้าผ่าน Klook มาจ้ะ
ถูกกว่าซื้อหน้างานเยอะเลย
แถมใช้ QR Code เข้าได้เลย สะดวกสุดๆ ไปเลยฮะ
teamLab เค้าให้จองแบบระบุวันและเวลาเป๊ะๆ เลยนะ
ช่วงเวลาฮอตๆ ก็อาจจะเต็มเร็วนิดนึง
ถ้าไปช่วงสุดสัปดาห์ แนะนำให้ลองเช็กเวลาที่อยากไปตั้งแต่ 3-4 อาทิตย์ล่วงหน้าเลยนะ
| teamLab Borderless | teamLab Planets |
บัตรเข้าชมทั่วไป (ระบุเวลา) | ประมาณ 700 บาท~ แถมฟรีเจลาโต้ มูลค่าประมาณ 700 เยน | ประมาณ 700 บาท~ |
บัตรเข้าชมแบบไม่ระบุเวลา (เข้าได้เลย) | ประมาณ 2,500 บาท | ประมาณ 2,500 บาท |
แพ็กเกจ | ประมาณ 1,100 บาท~ แพ็กเกจรวมตั๋วชมวิว Roppongi Hills City View | ประมาณ 900 บาท~ แพ็กเกจรวมตั๋วชมวิว Tokyo Tower |
ลิงก์จอง |
※ ราคาอาจแตกต่างกันไปนะทุกคน ขึ้นอยู่กับวันที่กับช่วงเวลาที่เราเช็คเลย

ราคาจะแตกต่างกันนิดหน่อยในแต่ละช่วงเวลาน้า..!
บัตรที่เข้าได้ทุกช่วงเวลาแบบไม่ต้องสนเวลา
บัตรเข้าชมแบบฟรีสไตล์ (Flexible หรือ Premium Pass) เนี่ย
มันก็สะดวกจริงแหละ แต่ราคาแพงกว่าเยอะเลยอะดิ,
ถ้าแพลนเที่ยวเราค่อนข้างชัวร์แล้วนะ
บัตรแบบระบุเวลาจะคุ้มค่ากว่าเยอะเลย!
ส่วนเราไปตอนบ่าย 2 โมงวันธรรมดานะ
คนไม่เยอะเท่าที่คิดเลยแก!
คูปองส่วนลด Klook
세시간전260001
มากกว่าประมาณ 1,200 บาท → ลดประมาณ 0 บาท
세시간전260002
มากกว่าประมาณ 2,300 บาท → ลดประมาณ 100 บาท
세시간전260003
มากกว่าประมาณ 4,600 บาท → ลดประมาณ 200 บาท
*ใช้ได้ถึง: 30 กันยายน 2026 นี้เลยนะ
คูปองส่วนลดข้างบนนี้ ไม่ได้ใช้แค่กับ TeamLab นะ
แต่ยังใช้ได้กับบัตรเดินทาง Suica หรือ Skyliner ไรงี้ด้วย
เวลาจองแพ็กเกจเที่ยวญี่ปุ่นอย่างอื่นอะ
เอามาใช้ร่วมกันได้เลย บอกเลยว่าคุ้ม!
ลองเปรียบเทียบราคาตามช่วงเวลาและตั๋วที่เหลืออยู่ก่อนได้เลยนะ :)
3. รีวิวประสบการณ์เที่ยว TeamLab Borderless


บอกเลยว่ามันแตกต่างจากที่เห็นในรูปมากจริงๆ แก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงานมันไม่ได้อยู่นิ่งๆ
แต่มันขยับและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลย
คือแม้จะเป็นพื้นที่เดิมนะ แต่ถ้าเดินกลับไปอีกทีแป๊บเดียว
ฟีลมันก็เปลี่ยนไปแล้วอะแก!

แสงสีแดงฉ่ำๆ ที่สาดส่องมาจากทุกทิศทางแบบ 360 องศา
โซน Light Sculpture นี่คือสุดยอดไปเลยแก!
มันไม่ใช่แค่เรากำลังเดินชมนิทรรศการอยู่นะ
แต่อารมณ์เหมือนจู่ๆ ก็หลุดเข้าไปอยู่ตรงกลางงานศิลปะเลยอะ?

สิ่งที่พีคที่สุดที่เราชอบใน Borderless นะ
คือมันไม่มีลำดับการเดินชมตายตัวอะ
แค่เดินตามแสงสวยๆ ไปเรื่อยๆ ได้เลยจ้า



ใน Borderless ก็มีโซนให้เรามีส่วนร่วมกับงานได้ด้วยนะ!
ถ้าเราวาดรูประบายสีเอง แล้วเอาไปสแกนปุ๊บ
รูปที่เราวาดก็จะเหมือนมีชีวิต ขยับได้เฉยเลยยยย 😆
เป็นโซนที่เด็กๆ ชอบเป็นพิเศษเลยนะ
แต่เราก็แอบตั้งใจระบายสีแบบจริงจังนะจ๊ะ ฮิฮิ
รูปที่เราวาดเป็นไงบ้างงง..?


ในแอปเราเช็คชื่อผลงานที่เรากำลังดูได้นะ
พร้อมคำอธิบายด้วย คือมันดีกว่าแค่ถ่ายรูปแล้วเดินผ่านไปเยอะเลยแก!
เวลาที่ใช้ในการเดินชมทั้งหมดเนี่ย
ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมงเลยนะ
เพราะโซนจัดแสดงมันกว้างมากกกก
เดินเยอะกว่าที่คิดอยู่นะแก
แต่ก็มีที่ให้นั่งพัก กับห้องน้ำอยู่เป็นจุดๆ ให้เราได้แวะพักด้วยนะ

ไปเดินชมนะ แนะนำเลยว่าให้ใส่รองเท้าที่สบายที่สุด!
แล้วก็พื้นกระจกเยอะมากก
ใครใส่กระโปรงไปต้องระวังมากๆ เลยนะ!!!
ใส่กางเกงไปเถอะแก.. เชื่อเรา

สรุป! จะไป Borderless หรือ Planets ดีล่ะ?
ถ้าเพิ่งเคยไป TeamLab ครั้งแรก
อยากถ่ายรูปชิลๆ ชมงานได้แบบฟรีสไตล์
อยากได้รูปปังๆ กับแฟนหรือเพื่อนสนิท
อยากลองเดินเท้าเปล่าลุยน้ำแบบฟินๆ
อยากพาลูกไปดูนิทรรศการสุดล้ำไม่ซ้ำใคร

ที่โตเกียวเนี่ย ไม่ว่าฝนจะตกหนัก แดดจะเปรี้ยง หรือหนาวจะจับใจแค่ไหน
ที่นี่ก็เป็นที่เที่ยวในร่มที่เราเอนจอยได้แบบไม่ต้องห่วงเรื่องสภาพอากาศเลย
คือมันดีงามมากเลยนะแก ที่จะลิสต์ไว้ในแพลนเที่ยวอะ
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือช่วงพีคๆ เนี่ย
เวลาที่เราอยากไปอาจจะเต็มก่อนได้นะ ถ้าวันเที่ยวชัวร์แล้ว
รีบเช็กช่วงเวลาที่ยังว่างอยู่ก่อนเลยจ้า :)
จองทีมแล็บ บอร์เดอร์เลส ราคาสุดคุ้มตรงนี้เลย!
▼▼▼▼▼▼▼▼
teamLab Borderless เป็นนิทรรศการแบบสำรวจอิสระที่คุณสามารถเดินไปมาได้อย่างอิสระและถ่ายรูปสวยๆ ได้ดี ในขณะที่ teamLab Planets เป็นนิทรรศการแบบดื่มด่ำที่คุณจะได้สัมผัสงานศิลปะด้วยร่างกาย เช่น ถอดรองเท้าและเดินลุยน้ำ
คุณสามารถจองได้โดยระบุวันและช่วงเวลาบน Klook ซึ่งราคาถูกกว่าการซื้อหน้างาน ตั๋วเข้าชมทั่วไปแบบระบุเวลาเริ่มต้นที่ประมาณ 700 บาท และแพ็กเกจรวมเจลาโตฟรีมีให้เลือกตั้งแต่ประมาณ 700 บาท
เวลาเข้าชมทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง เนื่องจากพื้นที่จัดแสดงกว้างขวางและต้องเดินเยอะ จึงแนะนำให้สวมรองเท้าที่ใส่สบาย และเนื่องจากมีพื้นกระจกจำนวนมาก ควรสวมกางเกงมากกว่ากระโปรง
teamLab กำหนดให้จองโดยระบุทั้งวันและช่วงเวลา และช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมอาจเต็มก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณวางแผนจะเข้าชมในวันหยุดสุดสัปดาห์ แนะนำให้ตรวจสอบและจองเวลาที่ต้องการล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์
ตามรายงานข่าว เจนนี่ได้ไปเยี่ยมชม teamLab Borderless ซึ่งเป็นนิทรรศการที่ไม่มีขอบเขตระหว่างผลงานศิลปะ ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเดินสำรวจได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องใช้แผนที่ และเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการถ่ายรูปสวยๆ

รีวิววิธีนั่งรถบัสลิมูซีนจากสนามบินฮาเนดะไปชินจูกุ อัปเดตล่าสุดปี 2026 จองง่ายผ่าน KKday และ Klook สบายกว่านั่งรถไฟ ไม่ต้องลากกระเป๋าให้เหนื่อย!

อยากไปเห็นฟูจิซังด้วยตาตัวเองสักครั้งไหมคะ? รีวิวทัวร์ภูเขาไฟฟูจิแบบวันเดย์ทริปจากโตเกียวปี 2026 เที่ยวครบจุดไฮไลท์ยอดฮิตในราคาประหยัดเพียง 1,200 บาท!

เที่ยวโตเกียวปี 2026 ให้ฟินสุดๆ! มาเตรียมตัวจอง Tokyo Metro Pass ตัวช่วยประหยัดและสะดวกสบายในการเดินทางรอบเมืองกัน!

รีวิว Remm Roppongi โรงแรมสุดคุ้มใจกลางโตเกียว เดินจากสถานีแค่ 2 นาที แถมได้ห้องพักวิวโตเกียวทาวเวอร์แบบพาโนรามา ในราคาเริ่มต้นแค่ประมาณ 2,100 บาท!

รีวิววิธีจองตั๋ว Harry Potter Studio โตเกียว แบบคุ้มที่สุดปี 2026! เทียบราคาเว็บตรง vs Klook พร้อมแจกโค้ดส่วนลดพิเศษ ไปตามรอยเวทมนตร์กันเลย!

แจกพิกัดร้านยากิโทริลับโตเกียว Meat Man ย่านรปปงงิ ร้านแฮงเอาท์สุดชิลของคนโลคอล อาหารอร่อย บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย ปักหมุดแล้วตามไปฟินกันเลย!