ทัวร์เยสจี ไทเป รีวิว 2026: เที่ยว 3 แลนด์มาร์กดังไต้หวันงบหลักร้อย
รีวิวทัวร์รถบัสเยสจี (Yesji Tour) ไทเป ไต้หวัน ปี 2026 เที่ยว 3 พิกัดดัง เย่หลิว สือเฟิ่น จิ่วเฟิ่น ในงบประหยัดเพียงประมาณ 200 บาท สะดวกสบายไม่ต้องแพลนเอง!
กำลังโหลด...
รีวิวทัวร์รถบัสเยสจี (Yesji Tour) ไทเป ไต้หวัน ปี 2026 เที่ยว 3 พิกัดดัง เย่หลิว สือเฟิ่น จิ่วเฟิ่น ในงบประหยัดเพียงประมาณ 200 บาท สะดวกสบายไม่ต้องแพลนเอง!


เที่ยวไทเป ไต้หวัน
รีวิวทัวร์รถบัส เยสจี (เย่หลิว-สือเฟิ่น-จิ่วเฟิ่น) กับ Fun Trip
เขียน/ภาพโดย ©ไฮบูบู (Hi-Bubu)
คนไทยส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวไทเป ไต้หวัน
มักจะไปทัวร์เก็บแลนด์มาร์กนอกเมืองปังๆ ด้วยเงินแค่ประมาณ 200 บาท
นั่นก็คือ 'ทัวร์เยสจี (Yes-Ji)' นั่นเองค่าาา
แต่แบบ... ทัวร์ท้องถิ่นมันมีให้เลือกเยอะสิ่งเอเวอรี่ติงมากกก
จนเลือกไม่ถูกใช่ไหมล่ะว่าจะไปเจ้าไหนดี?
วันนี้เราเลยจะมารีวิวทัวร์ที่เราเพิ่งไปมาสดๆ ร้อนๆ
นั่นก็คือ ทัวร์รถบัสเยสจีของ Fun Trip
จะมาป้ายยาข้อมูลและรีวิวแบบเรียลๆ ให้ฟังกันจ้า!
ทัวร์ไฟลท์บังคับของไทเป ไต้หวัน อย่าง 'เยสจี' เนี่ย
จริงๆ แล้วมันย่อมาจากอักษรตัวแรกของ
3 แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตนอกเมืองตามนี้เลยยย 👇
เย : สวนธรณีวิทยาเย่หลิว (Yehliu)
สือ : ตลาดโบราณและสถานีรถไฟสือเฟิ่น (Shifen)
จิ่ว : เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen) วิวกลางคืน
จริงๆ ทัวร์มันมีหลายแบบมากนะ ทั้ง เยสจินจี, เยสพกจินจี (รวมน้ำตกด้วย) บลาๆๆ
แต่ส่วนตัวเราแนะนำ 'ทัวร์เยสจี' (3 ที่นี้) ที่สุดเลยแกรรร
เหตุผลก็เพราะว่า ได้เก็บเฉพาะแลนด์มาร์กเด็ดๆ ตัวท็อปจริงๆ
▶️ แถมเวลาทัวร์ออกสตาร์ทคือ 13:30 น. (บ่ายโมงครึ่ง)
ทำให้ตอนเช้าเรายังมีเวลาเดินชิล เที่ยว กิน สับๆ ในตัวเมืองได้อีกด้วย!
แถมพอไปแค่ 3 ที่ ค่าทัวร์ก็เลยถูกแบบตะโกน
แค่ประมาณ 200 บาทเท่านั้นเองแกรรร! ถูกมากกก
สบายกระเป๋าแบบสุดๆ แทบไม่ต้องคิดเยอะเลย
ทัวร์ที่เราไป สามารถจิ้มจองได้ที่ลิงก์ข้างล่างนี้เลยนะ
ใครสนใจตามไปตำกันได้เลยจ้า!
> จองทัวร์รถบัส เยสจี ไทเป ที่นี่เลย <
และนี่คือรีวิวหลังไปทัวร์จริง
พร้อมกับลิสต์สิ่งห้ามพลาดของแต่ละที่ ไปดูกันเลยยย!

📍 จุดขึ้นรถบัสทัวร์ จะมีให้เลือก 2 ที่คือ สถานีซีเหมิน (Ximen) หรือ สถานีไทเป (Taipei Main Station)
เลือกจุดที่สะดวกได้เลยจ้า
ส่วนพวกเราเลือกไปขึ้นรถตอน 13:30 น. ที่ทางออก 5 สถานีซีเหมิน
ไปเจอไกด์ตามเวลานัดเป๊ะๆ


พอไปถึงก็โชว์ใบจองให้ไกด์เช็กชื่อเรียบร้อย
แล้วก็แชะภาพป้ายหน้ารถที่มีเลขทะเบียนกับเบอร์ติดต่อไกด์ไว้
ก่อนจะเดินขึ้นรถบัสไปหาที่นั่งชิลๆ
เป็นรถบัสคันใหญ่เบิ้ม นั่งได้เกือบ 50 คนเลยนะ
แต่ระยะห่างระหว่างเบาะหน้าหลังซ้ายขวาถือว่าไม่แคบเลย
นั่งสบายกว่าที่คิดไว้เยอะเลยล่ะแกรรร

และไกด์ที่จะมาดูแลพวกเราในวันนี้ก็คือ
ไกด์ยูริม (Yurim) นั่นเอง! ตั้งแต่ล้อหมุนปุ๊บ
ไกด์ก็เริ่มเล่าเรื่องราวเกร็ดความรู้สนุกๆ เกี่ยวกับไต้หวันให้ฟังตลอดทาง
ทำเอาลืมความน่าเบื่อระหว่างเดินทางไปเลยจ้า เพลินมาก!


📍 นั่งรถเพลินๆ ประมาณชั่วโมงนึง ก็มาถึงจุดหมายแรก
นั่นก็คือ สวนธรณีวิทยาเย่หลิว (Yehliu Geopark) นั่นเองงง
เย่หลิวเป็นสวนหินติดทะเลที่มีชื่อเสียงมาก
ไฮไลต์คือพวกหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะตามธรรมชาติ
แต่ก็นะ... วันที่ไปฝนดันเทลงมาค่อนข้างหนักเลย
แอบหวั่นใจนิดๆ ว่าจะเดินดูหินสวยๆ รอดไหมเนี่ยยย

แต่ที่ตลกคือ พอฝนตกปุ๊บ ตรงที่จอดรถทัวร์
พ่อค้าแม่ขายก็กรูเข้ามาขายเสื้อกันฝนกันทันทีอย่างกะรู้ใจ 5555
ราคาตัวละ 100 TWD แอบแพงนิดนึงแหละ
แต่เพราะไม่อยากให้ตัวเปียกซก ก็เลยยอมสอยมาตัวนึงขำๆ


พอถึงเย่หลิว ไกด์ก็บรีฟอธิบายประวัติความเป็นมาคร่าวๆ
รวมถึงจุดไฮไลต์ของหินรูปต่างๆ ที่ต้องไปแชะภาพให้ฟังก่อนแยกย้าย
พอไปถึงปุ๊บ เขาก็ปล่อยเราลุยเดี่ยว มีเวลาส่วนตัวทันทีเลยค่าาา
อยู่ที่นี่กันยาวๆ ประมาณ 70 นาทีจ้า


วันที่ไปแอบมีฝนตกปรอยๆ แถมอยู่ริมทะเล ลมเลยพัดแรงเอาเรื่องเลยแหละ
ดีตรงที่คนเลยไม่เยอะอย่างที่คิด เดินชิลๆ สบายเลยที่เย่หลิ่ว (Yehliu)
แล้วก็เพราะคลื่นลมซัดแรงมากกกก
บางโซนเลยโดนกั้นไม่ให้เข้าเพื่อความปลอดภัยนะทุกคน
พวกเราก็เลยเลือกเก็บภาพแลนด์มาร์กเด็ดๆ
ที่มาแล้วต้องแชะรูปคู่ให้ได้ แค่ 3 จุดนี้พอ!

เริ่มกันที่ตัวมัมตัวคลอดบุตรของที่นี่เลยกับ หินเศียรราชินี (Queen's Head Rock)
ช่วงคอของหินโดนลมกัดเซาะตลอดเวลา
แว่วๆ มาว่าอีกไม่กี่ปีน้องอาจจะหักลงมาได้เลยนะ เศร้าแป๊บ 🥺
เพราะงั้นถ้ามาถึงแล้ว ต้องรีบไปเซลฟี่เก็บไว้เป็นที่ระลึกด่วนๆ!
แต่บอกก่อนว่าถ้าจะถ่ายมุมตรงเป๊ะๆ คิวคือยาวไปถึงดาวอังคารเลยจ้า
แนะนำให้เลี่ยงมาถ่ายมุมเฉียงๆ ด้านหลังแทน เร็วกว่าเยอะ แถมสวยไม่แพ้กันเลย!

ต่อไปเป็นพิกัดลับที่คนอาจจะไม่ค่อยพูดถึงเท่าไหร่
แต่ได้รูปชิคๆ เก๋ๆ กลับไปแน่นอน
ฝั่งซ้ายคือ หินรูปหัวใจ (Heart Rock) ที่มองปุ๊บ
ก็รู้ปั๊บเลยว่าเป็นมินิฮาร์ทดวงน้อยๆ น่ารักมาก

ส่วนหินทางขวาคือ หินเจ้าหญิง (Princess Rock) ค่าาา
ดูๆ ไปแล้วเหมือนน้องกำลังทำท่า "แก้มฮาร์ท" (Cheek Heart) ด้วยมือเดียวอยู่เลยเนอะ?
ลองเอาหัตถ์ของตัวเองไปทาบทำรูปหัวใจคู่อีกข้างดูสิคะ
จะได้รูปคิ้วท์ๆ หัวใจดวงโตๆ คู่กับหินเจ้าหญิงแบบเก๋ๆ เลยล่ะ!
สรุปคือได้รูปหัวใจกลับบ้านทั้งสองจุดเลยนะแกรรรร
แนะนำให้ไปตามเก็บรูปคู่รักมุ้งมิ้งให้ครบทั้งสองพิกัดเลยนะค้าบ!
📍 นั่งรถต่อจากเย่หลิ่วอีกประมาณชั่วโมงนึง
เราก็มาถึงแลนด์มาร์กถัดไป... สถานีรถไฟสือเฟิ่น (Shifen Railway) แล้วจ้าาา!

พวกเรามาถึงตอนประมาณ 5 โมงเย็น
ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาว ฟ้าก็จะเริ่มมืดๆ สลัวๆ หน่อย
แต่บอกเลยว่าคนยังเยอะคึกคักเหมือนเดิมไม่มีแผ่ว!
สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาถึงสือเฟิ่น
ก็คือ การปล่อยโคมลอย และของกินสตรีทฟู้ดสไตล์ไต้หวัน นั่นเอง!

เริ่มแรก สำหรับใครที่มากับทัวร์ เขาจะมีร้านโคมลอยดีลเฉพาะของแต่ละเจ้าไว้อยู่แล้ว
เพราะงั้นแค่เดินตามคุณพี่ไกด์สุดน่ารักของเราไปติดๆ
ก็จะได้ไปเขียนโคมเตรียมปล่อยแบบไม่ต้องยืนงงในดงคนเลยจ้า

โคมลอยจะมี 4 สี 4 ด้าน ซึ่งแต่ละสีก็คือความปังที่แตกต่างกันไป
ทั้งเรื่องสุขภาพ เงินทอง ความรัก เขียนคำอธิษฐานลงไปให้ฉ่ำๆ เลยจ้า
เสร็จแล้วก็เตรียมจุดไฟพร้อมปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าเล้ย!
ช่วงที่เรากำลังจะปล่อยโคม พี่ๆ สตาฟของร้าน
จะช่วยบรีฟท่าโพส พร้อมแชะรูปและถ่ายวิดีโอให้เราแบบรัวๆ เลย
บริการดีระดับห้าดาวขนาดนี้ ได้โมเมนต์น่ารักๆ กลับไปเพียบแน่นอน!

หลายคนอาจจะคิดภาพการได้ไปยืนปล่อยโคมเท่ๆ บนรางรถไฟใช่ไหมล่า
และตั้งตารอโมเมนต์สุดคลาสสิกนั้นกันอยู่
แต่แอบมีเรื่องเตือนภัยนิดนึง คือเมื่อไม่นานมานี้มีอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวโดนรถไฟเฉี่ยวชนบนรางค่ะ
ฮือออ น่ากลัวมากกกก 🥺
ด้วยเหตุนี้ ตอนนี้ทุกร้านโคมลอยเลยเปลี่ยนกติกาใหม่
ให้ย้ายมาปล่อยโคมตรง "ทางเท้า" แทนเพื่อความปลอดภัยน้าทุกคน จดไว้ด่วน!

ด่านต่อไป... เรื่องกินเรื่องใหญ่! ของอร่อยสือเฟิ่นที่ห้ามพลาด!
ของกินเด่นของดังที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ไอติมถั่วตัด (Peanut Ice Cream) กับ
ข้าวผัดปีกไก่ (Chicken Wing Rice) นุ่มๆ หอมๆ
ซึ่งของกินพวกนี้ก็จะมีร้านที่เป็นพันธมิตรกับบริษัททัวร์แต่ละเจ้าเหมือนกันค่ะ
สะดวกสบายสุดๆ ไม่ต้องไปยืนต่อคิวนานๆ
เพราะคุณพี่ไกด์ใจดีจะคอยรับออเดอร์ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนเราอยู่บนรถบัสเลย
พอปล่อยโคมเสร็จปุ๊บปั๊บ ก็เดินไปรับของกินร้อนๆ มาหม่ำได้ทันที! ฟินสุด!

ส่วนตัวเราว่า ร้านข้าวผัดปีกไก่เจ้าที่พาร์ทเนอร์กับ Fun Trip เนี่ย
คือทำถึงมากกกก อร่อยแบบตะโกน!
บางร้านที่เคยกิน ข้าวข้างในจะแอบจืดชืดไร้รสชาติใช่ปะ
แต่ของเจ้านี้คือปรุงรสมากลมกล่อม ซึมเข้าเนื้อดีงามพระรามแปดมากจ้าาา! ซัดเรียบ!


แล้วก็ ไส้กรอกไต้หวันของซือเฟิ่น เนี่ยนะ
บอกเลยว่าต้องโดนให้ได้สักไม้ว่ะแก!
กัดไปทีคือจูซซี่มากกก น้ำซุปเนื้อเยิ้มๆ
แถมย่างเตาถ่านร้อนๆ ได้กลิ่นหอมรมควันแบบฟินๆ
รสชาติเนื้อเข้มข้นถึงใจสุดๆ ไปเลย
เอาจริง ร้านไส้กรอกแถวนี้รสชาติไม่ได้ต่างกันมากหรอกแก
เดินดูแล้วเจอร้านไหนสีสันหน้าตาน่ากิน ดูน่าโดน ก็พุ่งตัวเข้าไปซื้อได้เลย!

📍 ย้ายก้นจากซือเฟิ่นแป๊บเดียว
ก็มาถึงไฮไลต์สุดท้ายของทริป... **จิ่วเฟิ่น (Jiufen)** แล้วจ้าาา!

จิ่วเฟิ่นคือต๊าชตั้งแต่ทางเข้าเลยแก โคมไฟสีแดงเปิดสว่างไสว
ได้ฟีลย้อนยุคแบบตะโกน!
แถมตอนเราไปมีฝนตกปรอยๆ ด้วยนะ ยิ่งทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกปนลึกลับเข้าไปอีก ดีต่อใจสุดๆ

เริ่มแรกคุณไกด์พาเราเดินทัวร์พร้อมชี้เป้า
ร้านของฝากชื่อดังในจิ่วเฟิ่นให้ดูก่อน
มีทั้งนูกัตแครกเกอร์ (แครกเกอร์นัต), พายสับปะรดร้านซูซินปัง, เจลลี่มะม่วง ฯลฯ
ของฝากตัวท็อปของไต้หวันเพียบ
แถมราคายังถูกแบบเห้ย... ดีงามอยู่นะแก!
ไกด์แอบกระซิบว่าเพราะค่าเช่าที่นี่ถูกกว่าในเมืองหลวง
ราคาก็เลยน่ารักขนาดนี้ ฟังแล้วก็เออ... จริงแฮะ น่าสนใจดี 5555

พอแนะนำตรงทางเข้าเสร็จ ไกด์ก็พาเรามุ่งตรงไปยัง
พิกัดในฝันอย่าง โรงน้ำชาอาเมย (A-Mei Tea House)
ทันที!
ถ้าเดินขึ้นทางหลักบอกเลยว่าคนเยอะจนไหล่เบียดไหล่
ไกด์สายโลคอลเลยพาเราลัดเลาะลงมาทางตรอกเล็กๆ ด้านล่างแทน ค่อยหายใจสะดวกหน่อยยย

ภาพข้างบนนี้แหละแก! จุดเช็กอินยอดฮิตของโรงน้ำชาอาเมยที่เป็นเหตุผลหลักที่ทุกคนต้องมาจิ่วเฟิ่น
ที่นี่ดังมากในฐานะแรงบันดาลใจของอนิเมะดัง 'Spirited Away' ของ Studio Ghibli
ดูจากรูปสิแก ฟีลมันได้มากกก เหมือนหลุดเข้าไปในโลกเวทมนตร์เลยปะล่ะ?

แต่เตือนไว้ก่อน! จิ่วเฟิ่นเนี่ย คนเยอะจนได้ฉายาว่า
"นรกเฟิ่น" (Jiog-fen) เลยนะแกรรรร 5555
ดูในรูปดิ บันไดแคบๆ แต่คนอัดแน่นกันเป็นร้อยๆ ชีวิต
เบียดกันจนหน้าเขียว
ย้อนกลับไปตอนที่เรามาจิ่วเฟิ่นช่วงวันชาติไต้หวันปี 2024
คือโดนคลื่นมนุษย์สูบพลังชีวิตจนแทบขิต เข็ดไปอีกนาน!
แต่รอบนี้เรามาวันศุกร์หลังวันคริสต์มาสปี 2025
คนเยอะแหละ แต่ไม่ถึงกับขิต รอคิวแป๊บๆ ก็เดินเที่ยวถ่ายรูปได้สบายๆ สโลว์ไลฟ์ได้อยู่
เพราะงั้น ขอร้องล่ะแก... เลี่ยงช่วงวันหยุดราชการของไต้หวันได้เลี่ยงเถอะนะ ไม่งั้นจะหาว่าเพื่อนไม่เตือน!



หลังจากฟินกับวิวยามค่ำคืนของโรงน้ำชาอาเมยแล้ว
เวลาที่เหลือก็เป็นเซสชันฟรีสไตล์ละจ้า
ลุยช้อปของฝาก หาของกินเล่นตามใจชอบได้เลย!
พวกแม่เหล็กติดตู้เย็น (Magnet) หรือใบชาคุณภาพดีๆ ซื้อที่นี่คือถูกจริง
ลองเดินเปรียบเทียบราคาดูนะแก ได้ของถูกใจแน่นอน


ส่วนคู่เราเน้นกินไม่เน้นช้อปจ้าาา เลยไปจัดเมนูสตรีทฟู้ดตัวท็อปอย่าง
นมแท่งทอด กับ เกี๊ยวกุ้งทอด มาลองกัน
ตัวนมแท่งทอดคือดี! รสสัมผัสเหมือนโดนัททอดใหม่ๆ นุ่มฟูหอมละมุน
ส่วนเกี๊ยวกุ้งแอบมีกลิ่นเครื่องเทศจีนโชยมาหน่อยๆ
ใครไม่ชินเครื่องเทศอาจจะรู้สึกว่าแอบทานยากนิดนึงนะแก

📍 แม้ว่าคอร์สทัวร์อย่างเป็นทางการจะจบลงที่จิ่วเฟิ่น แต่...
ขากลับเข้าเมือง
เรายังสามารถเลือกแวะลงที่ ตลาดโต้รุ่งเหราเหอ (Raohe Night Market) ได้ด้วยนะตัวเธอ

บอกเลยว่าตลาดเหราเหอเนี่ย ตั้งแต่ทางเข้าคืออลังการงานสร้างมาก
ได้ฟีลตลาดไนท์มาร์เก็ตสไตล์จีนแบบตะโกนสุดๆ

มีของกินสตรีทฟู้ดไต้หวันชื่อดังเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ซาลาเปาอบโอ่งพริกไทยดำ หรือ
เห็ดย่างซอสฉ่ำๆ และไส้กรอกไก่สุดฟิน
แนะนำว่าให้แวะลงที่นี่เพื่อจัดมื้อเย็นให้พุงกางกันไปเลยจ้า!

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะที่เรามาเที่ยว ทัวร์เย่หลิว-สือเฟิ่น-จิ่วเฟิ่น ในไทเป
และทุกครั้งก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมคือ... ไม่มีเหตุผลที่จะไม่มาเลยจริงๆ แกรรร!
นอกจากจะได้เที่ยวแลนด์มาร์กนอกเมืองทั้งสามแห่ง
ที่มีเสน่ห์แตกต่างจากในเมืองแบบสิ้นเชิงแล้ว
✅ ราคาทัวร์ยังไม่ถึงประมาณ 200 บาท เลยด้วยซ้ำ!
เที่ยวได้สบายๆ แบบกระเป๋าไม่ฉีกแน่นอน
จริงๆ ไม่ว่าจะเลือกทัวร์ของบริษัทไหนก็ต้องลุ้นดวงเรื่องไกด์แหละเนาะ
แต่รอบนี้เราจองกับ FunTrip แล้วเจอ "ไกด์ยูริม"
บอกเลยว่าอธิบายสนุกมาก นิสัยก็ลุยๆ เฟรนด์ลี่สุดๆ
ช่วยเติมสีสันให้ทริปนี้สนุกขึ้นแบบคูณสิบไปเลย
ใครที่กำลังแพลนทริป เที่ยวไทเป กันอยู่
ลองเซฟพิกัดและรีวิวนี้ไว้เป็นไอเดียกันดูนะ
แล้วตามไปเช็กอินทัวร์เย่หลิว-สือเฟิ่น-จิ่วเฟิ่นกันเลย
จองทัวร์ล่วงหน้าผ่านลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยจ้า!
> จองทัวร์รถบัสเย่หลิว-สือเฟิ่น-จิ่วเฟิ่น ไทเป คลิกที่นี่ <
▼ ไปเที่ยวไทเป ไต้หวันทั้งที แวะที่นี่ด้วยสิ! ▼
รีวิวทัวร์รถบัสเที่ยวอี๋หลาน (Yilan) แหล่งเช็กอินสุดชิลนอกเมืองไทเป ไต้หวัน
คุณสามารถขึ้นรถบัสทัวร์ได้ที่สถานี Ximen หรือสถานี Taipei Main Station ในบทความระบุว่ามีการนัดพบและออกเดินทางจากสถานี Ximen ทางออก 5 เวลา 13:30 น.
คุณจะใช้เวลาอยู่ที่อุทยานธรณีเย่หลิวประมาณ 70 นาที โดยจะเป็นเวลาอิสระ คุณสามารถชมหินรูปร่างแปลกตาที่ไม่เหมือนใคร เช่น หินเศียรราชินีอันโด่งดัง รวมถึงหินรูปหัวใจ และหินเจ้าหญิง
ไม่ใช่ครับ/ค่ะ เนื่องจากเคยเกิดอุบัติเหตุบนทางรถไฟในอดีต ปัจจุบันร้านโคมลอยทุกร้านจึงให้ปล่อยโคมลอยบนทางเท้าเพื่อความปลอดภัย พนักงานจากร้านที่ร่วมรายการกับบริษัททัวร์จะช่วยถ่ายภาพและวิดีโอบนทางเท้า พร้อมคอยช่วยเหลือตลอดการทำกิจกรรม
หลังจากจบเส้นทางทัวร์อย่างเป็นทางการที่จิ่วเฟิ่น คุณสามารถเลือกลงรถที่ตลาดกลางคืนเหราเหอ (Raohe Street Night Market) ระหว่างทางกลับเข้าเมืองได้ ที่นี่คุณสามารถทานอาหารเย็นและเพลิดเพลินกับของกินชื่อดังของตลาดกลางคืนไต้หวัน เช่น ซาลาเปาอบพริกไทยดำ หรือไส้กรอกไก่
ค่าทัวร์ Funtrip เย่หลิว-สือเฟิน-จิ่วเฟิ่น อยู่ที่ประมาณ 200 บาท ในราคาถูกเพียงประมาณ 200 บาท คุณก็สามารถเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตชานเมืองทั้งสามแห่ง ได้แก่ เย่หลิว สือเฟิน และจิ่วเฟิ่น ได้ครบทั้งหมด

ใครมาไต้หวันต้องไม่พลาดเช็คอิน Taipei 101! มาดูกันว่าจองตั๋วเข้าชมหอคอยยังไงให้ได้ราคาดีที่สุด พร้อมรีวิวจากประสบการณ์ตรงปี 2026!

แจกพิกัดเที่ยวตั้นสุ่ยยอดฮิต! พาชมป้อมแดงฮงเหมาเฉิงและมหาวิทยาลัยจินหลี่ สัมผัสประวัติศาสตร์และฉากรักสุดโรแมนติกจากหนังเรื่อง Secret ถ่ายรูปสวยปังทุกมุม!

ใครว่าไม่ชอบชานมไข่มุกต้องมาลอง! Yimuri ชานมไต้หวันที่อร่อยจนต้องซ้ำ พิกัดไทเป ย่านหย่งคัง ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เดินทางง่ายสุดๆ

ใครมาไทเป ต้องแวะ Taipei 101! ตึกสูงระฟ้าที่เป็นไอคอนของเมือง มาดูกันว่าจุดชมวิว 89 ชั้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง พร้อมบอกเคล็ดลับจองตั๋วให้ได้ราคาดีที่สุด!

ใครกำลังมองหาที่เที่ยวไต้หวันสุดฟินสำหรับเด็กๆ ต้องไม่พลาดสวนสัตว์หลันหยางที่อี๋หลาน! สัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดสัตว์น่ารัก พร้อมกิจกรรมมากมาย

대만 타이베이 샤오롱바오 딤섬 동파육 맛집 까오지 Kao chi