รีวิวโรงงานเบียร์ซันโทรี่ เกียวโต 2026: วิธีจองและพิกัดชิมเบียร์สดฟรี
รีวิวทัวร์โรงงานเบียร์ซันโทรี่ เกียวโต (Suntory Kyoto) ฉบับปี 2026 สอนวิธีจองทีละขั้นตอน เดินทางง่ายจากโอซาก้า/เกียวโต พร้อมพิกัดชิมเบียร์สดฟรีสุดฟิน!
กำลังโหลด...
รีวิวทัวร์โรงงานเบียร์ซันโทรี่ เกียวโต (Suntory Kyoto) ฉบับปี 2026 สอนวิธีจองทีละขั้นตอน เดินทางง่ายจากโอซาก้า/เกียวโต พร้อมพิกัดชิมเบียร์สดฟรีสุดฟิน!
ในฐานะคนรักเบียร์ตัวจริงเสียงจริงอย่างเรา
เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นทีไร ถ้ามีโรงเบียร์ที่เปิดให้เข้าชมได้
บอกเลยว่าต้องขอแวะไปเช็กอินให้ได้เลยค่ะ :)
หลังจากที่เคยไปบุกพิพิธภัณฑ์เบียร์อาซาฮี (Asahi) กับซัปโปโร (Sapporo) มาแล้ว
ทริปโอซาก้ารอบนี้
เราก็ไม่พลาดที่จะแวะไปทัวร์โรงเบียร์ซันโทรี่น้ำแร่ธรรมชาติที่เกียวโตมาเรียบร้อยแล้วจ้า!
สารบัญ |
1. วิธีจองทัวร์โรงเบียร์ซันโทรี่ เกียวโต |
2. วิธีการเดินทาง |
3. คอร์สชมโรงงาน |
4. รีวิวช่วงชิมเบียร์ (ไฮไลท์เด็ด!) |
5. ร้านขายของฝาก |
Suntory Kyoto Brewery · 3 Chome-1-1 Choshi, Nagaokakyo, Kyoto 617-8530, Japan
โรงเบียร์ซันโทรี่น้ำแร่ธรรมชาติ เกียวโต (Suntory Kyoto Brewery)
เวลาทำการ : 9:30 - 17:00 น.
วิธีจองทัวร์โรงเบียร์

ก่อนอื่นเลย การจะเข้าไปทัวร์โรงเบียร์ซันโทรี่เนี่ย
ต้อง จองล่วงหน้าก่อนไป เท่านั้นนะจ๊ะ เดินดุ่ยๆ เข้าไปไม่ได้เด้อ
พอเลือกวันที่อยากไปได้แล้ว สำหรับใครที่พาลูกหลานตัวเล็กไปด้วย
ให้เลือกเป็น "ทัวร์สำหรับครอบครัว (Parent and Child Tour)" นะ
แต่ถ้าไปกับแก๊งเพื่อนหรือผู้ใหญ่ล้วน
ก็จัด คอร์สสำหรับผู้ใหญ่ (จำกัดเฉพาะอายุ 20 ปีขึ้นไป) ได้เลยจ้า

ในแต่ละวันจะมีรอบทัวร์ทั้งหมด 6 รอบด้วยกัน
เลือกเวลาที่สะดวกแล้วกดจองได้เลย!
เรื่องจ่ายเงินล่วงหน้าก็ง่ายมาก ใช้บัตร Travel Wallet รูดจ่ายได้เลยสบายๆ
ค่าเสียหายอยู่ที่คนละ 1,000 เยน (ประมาณ 200 บาท) รวมภาษีแล้วจ้า ราคามิตรภาพสุดๆ!

ตอนจอง ตรงช่องใส่ชื่อ เราใช้เว็บแปลภาษาช่วยเปลี่ยน
ชื่อภาษาไทย/อังกฤษของเราให้เป็นภาษาญี่ปุ่น (คาตาคานะ) แล้วกรอกลงไปเลย
ส่วนเบอร์โทรศัพท์ก็ใส่เบอร์ไทยของเราปกติได้เลยค่ะ
ในช่องที่อยู่ แค่ใส่รหัสไปรษณีย์ของโรงแรมที่เราพักในญี่ปุ่น
ที่อยู่ก็จะขึ้นมาให้อัตโนมัติ สะดวกมาก! ใส่แค่รหัสไปรษณีย์พอเลยค่ะ

พอจองเสร็จเรียบร้อยปุ๊บ ก็จะมีอีเมลยืนยันส่งมาหาเราทันที
แต่ของพวกเราดันมีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อย คือมีข้อความแจ้งเตือนว่ายกเลิกการชำระเงินซะงั้น! เลยรีบโทรไปถามพนักงาน
เค้าบอกว่าเดี๋ยวจะไปหักเงินจริงอีกทีหลังจบทัวร์จ้า
เพราะฉะนั้น ใครเจอแจ้งเตือนยกเลิกยอดเงินแบบพวกเรา
ไม่ต้องตกใจไปนะ สบายใจได้เลย!
▼ ลิงก์จองทัวร์โรงเบียร์ ▼
วิธีการเดินทาง / รถบัสรับส่ง (Shuttle Bus)


ที่โรงเบียร์ซันโทรี่ เกียวโต เค้ามีบริการ
รถบัสรับส่งฟรีวิ่งไป-กลับจากสถานี Nagaokakyo ด้วยนะ ดีงามมาก!
ใครที่เดินทางมาจากโอซาก้าหรือเกียวโต
แล้วอยากนั่งรถบัสฟรี ก็ให้มุ่งหน้าไปที่สถานี Nagaokakyo ได้เลย
อย่าลืมกดจองที่นั่งรถบัสรับส่งล่วงหน้าตอนที่จองทัวร์ด้วยล่ะ!

ส่วนแก๊งเราไม่ได้ไปลงสถานี Nagaokakyo หรอกนะ
แต่เลือกไปลงที่สถานี Nishiyama-Tennozan
แล้วเดินชิลๆ ไปโรงงานแทน
แต่อย่าลืมนะ! ต้องออกทาง "ทางออกฝั่งตะวันออก (East Exit)" เท่านั้นตามรูปเลย
ใครจะมาลงที่สถานี Nishiyama-Tennozan โน้ตตัวโตๆ ไว้เลยจ้า!

ระหว่างทางเดินไปโรงเบียร์ 🍺
อากาศคือดีเวอร์ เหมาะแก่การจิบเบียร์กลางวันแสกๆ เป็นที่สุด! 5555

ถึงสถานี Nishiyama-Tennozan แล้ว!
เดินจากสถานีไปถึงโรงเบียร์ใช้เวลาแค่ประมาณ 10 นาทีเอง ชิลๆ

พอออกจากทางออกฝั่งตะวันออกของสถานีแล้ว ก็เดินตรงดิ่งไปข้างหน้าได้เลย

เดินเพลินๆ แป๊บเดียวก็ถึงโรงงานแล้วจ้า!
มองเห็นเสาแทงค์ยักษ์ๆ ของโรงเบียร์มาแต่ไกล
แค่เดินตรงตามแทงค์นั้นไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีหลงแน่นอน
พอไปถึงปุ๊บ บอกคุณลุงยามข้างหน้าว่ามาทัวร์ชมโรงงาน
คุณลุงก็ใจดีเปิดทางให้พวกเราเข้าไปข้างในอย่างเป็นกันเองสุดๆ
คอร์สทัวร์ชมโรงงาน

ตั้งแต่หน้าทางเข้าเลย
พี่ๆ พนักงานออกมาต้อนรับขับสู้พวกเราอย่างอบอุ่นมากกก
เขินความบริการระดับสิบดาวเลย แอบเกร็งๆ เดินตัวลีบเข้าไปเลยค่ะ 5555

พอเข้าไปข้างในปุ๊บก็บอกชื่อคนจองได้เลย
แล้วเขาจะยื่นแผ่นพับข้อตกลงและคำแนะนำมาให้เราอ่านก่อนเลยจ้า
ด้านในเนี่ย ถ่ายรูปได้ตามสบายเลยนะแก แต่...
เขาห้ามถ่ายวิดีโอนะจ๊ะ! (งดถ่ายคลิปเด็ดขาดเลยน้า)

ตรงล็อบบี้มีที่นั่งให้เพียบเลย
ก็นั่งชิลรอเวลาทัวร์เริ่มวนไปค่ะ
รอบที่เราไปมีคนร่วมทัวร์ประมาณ 20 คนได้
เชื่อไหมว่าครึ่งนึงคือคนเกาหลีทั้งนั้นเลยพี่สาว 5555


พอเหลืออีกประมาณ 10 นาทีก่อนทัวร์เริ่ม
เขาก็จะพาย้ายไปห้องฉายวิดีโอ
เราก็นั่งดูคลิปเพลินๆ รอเวลาเริ่มทัวร์จริงตรงนี้แหละ
สิ่งที่เริ่ดมากคือ ต่อให้ฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกก็ไม่ต้องห่วง!
เพราะเขามีฟังก์ชันแปลคำอธิบายของไกด์แบบเรียลไทม์ให้ด้วย
สบายใจหายห่วง เข้าใจเรื่องราวได้ครบถ้วน ดีงามสุดๆ!

พอดูวิดีโอจบปุ๊บ ก็ได้เวลาเคลื่อนขบวนเข้าสู่ตัวโรงงานกันแล้วจ้า
จุดแรกที่เขาอธิบายให้ฟังก่อนเลยคือ
วัตถุดิบหลักในการทำเบียร์ นั่นก็คือ มอลต์ (Malt), ฮอปส์ (Hops) และน้ำ นั่นเองงง

ตัวมอลต์เนี่ย เขามีแบ่งใส่จานเล็กๆ มาให้ลองชิมด้วยนะ
ฟีลแบบ... ก็มันๆ หอมๆ ดีแหละ แต่ถามว่าอร่อยไหม? ก็เฉยๆ อะแก 5555


ส่วนฮอปส์ ชิมไม่ได้นะจ๊ะ! เขาจะส่งกล่องมาให้เราลองดมกลิ่นดูเฉยๆ
บอกเลยว่ากลิ่นตุ่ยๆ เฉพาะตัวแรงใช้ได้เลยล่ะ 555

หลังจากดูวิดีโออธิบายขั้นตอนการผลิตเบียร์เสร็จ
เราก็เดินย้ายไปดูหน้างานจริงตรงโซน "หม้อต้มเบียร์" ขนาดยักษ์กันเลย


โอ้โห ถังต้มยักษ์เรียงรายกันหลายใบมาก!
มีป้ายเตือนแปะไว้เลยว่า "ร้อนนะจ๊ะ ห้ามจับ!"
เพราะแค่เดินผ่านไปใกล้ๆ ไอร้อนก็แผ่ซ่านมาปะทะหน้าจนรู้สึกได้เลยล่ะ


ระหว่างทางที่เดินเปลี่ยนโซน เขาก็มีภาพวาดอธิบายขั้นตอนต่างๆ ไว้ดีมาก
เดินดูเพลินๆ ไม่มีเบื่อเลยแกแป๊บเดียวถึง


แล้วเขาก็พามาดู "ถังบ่มเบียร์" ยักษ์
ในหัวตอนนั้นคิดแค่ว่า "ถ้าได้กินเบียร์สดๆ ที่เพิ่งกดออกมาจากถังนั้น จะฟินขนาดไหนกันนะ..."
ความหิวเบียร์พุ่งพล่านสุดๆ 5555


อีกโซนที่น่าสนใจคือขั้นตอนการบรรจุเบียร์ลงกระป๋อง!
เพื่อป้องกันไม่ให้เบียร์สัมผัสกับออกซิเจน (ที่จะทำให้เสียรสชาติ)
เขาจะอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในกระป๋องก่อน
แล้วค่อยบรรจุเบียร์ตามลงไปแล้วปิดฝาให้สนิททันที โคตรล้ำ!

แต่วันที่เราไปเนี่ย ไลน์ผลิตไม่ได้กำลังกรอกเบียร์นะ
แต่เขากำลังแพ็คเจ้า "Strong Zero" แอลกอฮอล์ 9% ตัวตึงอยู่จ้า!
ไกด์บอกว่าในแต่ละวันชนิดเครื่องดื่มที่บรรจุจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นะ
ซึ่งโซนบรรจุแพ็คเกจจิ้งตรงนี้ก็คือจุดสุดท้ายของทัวร์เดินชมโรงงานแล้วล่ะ

พอจบทัวร์โรงงานปุ๊บ... ก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นคือ "ไปชิมเบียร์สด" นั่นเองงงง!
แต่เนื่องจากโรงงานมันกว้างใหญ่ไพศาลมาก เราเลยต้องขึ้นรถบัสรับส่งเพื่อไปยังตึกชิมเบียร์กันต่อ
รีวิวช่วงชิมเบียร์สด

ในทัวร์นี้เราจะได้ชิมเบียร์สดใหม่แกะกล่องส่งตรงจากโรงงานได้สูงสุดถึง 3 แก้วเลยนะพวกแก!
ให้ชิมกันแบบจุกๆ ไปเลยจ้า

พอหย่อนก้นนั่งที่โต๊ะที่เขาจัดไว้ให้ปุ๊บ
พี่ๆ พนักงานก็รีบปรี่เข้ามาเทเบียร์สดให้ทันทีแบบไม่ปล่อยให้คอแห้งเลย
แก้วแรกขอเปิดประเดิมด้วย "The Premium Malt's" เบียร์ตัวตึงซิกเนเจอร์ของซันโทรี่!

มีผ้าเย็นกับกับแกล้มกรุบกริบเสิร์ฟมาให้คู่กันด้วยนะ


ตัว Premium Malt's นี่คือฟีลพรีเมียมลาเกอร์แบบออริจินัลเลย
กลิ่นหอมสะอาดสะอ้าน ฟองนุ่มละมุนลิ้นสุดๆ
ภาพรวมคือบาลานซ์ดีงามพระรามแปดมาก
แต่ขอบอกตรงๆ แบบเพื่อนซี้เลยนะ... ถั่วที่เป็นกับแกล้มแถมมาให้คือไม่ผ่านอย่างแรง โน้ะๆ


แก้วที่สองเราลองขยับไปชิม "Master's Dream" ดูบ้าง
ความเก๋คือเราสามารถบอกพี่พนักงานให้วาดลวดลายเบียร์อาร์ต
ลงบนฟองเบียร์หนานุ่มได้ตามใจชอบเลยล่ะ!


งานนี้เราเลยรีเควสลายซิกเนเจอร์เก๋ๆ
กับลายที่ดูตะมุตะมิที่สุดไปเลยจ้า น่ารักไม่ไหว!

ตัว Master's Dream เนี่ย รสชาติก็ตามคำเคลมอย่างเป็นทางการของเขาเลยนะ
คือมีความขมแบบนุ่มนวล รสชาติลุ่มลึก และมีรสหวานอ่อนๆ ปลายลิ้น
รู้สึกได้ถึงมิติของรสชาติที่ซับซ้อนหลายเลเยอร์มาก
แต่ส่วนตัวเรารู้สึกว่าแอบหนักไปนิดนึง
แถมตอนกลืนแอบรู้สึกเหมือนได้กลิ่นและรสสนิมเหล็กจางๆ แปลกๆ ด้วยแหละ
สรุปคือ ส่วนตัวชอบสไตล์คลีนๆ ดื่มง่ายๆ
แบบตัว Premium Malt's มากกว่า ตอบโจทย์สายชิลแบบเราสุดละ
.gif?type=w3840)
แก้วสุดท้ายท้ายสุด!
เราเลือกทำกิจกรรมเวิร์กชอป "รินเบียร์ Kaoru Ale ด้วยตัวเอง" ล่ะแก!
ตอนแรกก็คิดนะว่าโถ่... รินเบียร์มันจะยากตรงไหน? แค่เทๆ ป้ะ? แต่แกเอ๊ยยย...
หันไปมองโต๊ะอื่นคือฟองล้นทะลัก เลอะเทอะกันยกใหญ่ วุ่นวายสุดๆ 55555
ด้วยความที่ตัวแม่สายทำลายล้างอย่างเรากลัวจะทำพัง เลยโยนหน้าที่รินเบียร์ทั้งสองแก้วให้คุณแฟนจัดการแทนซะเลย
ปรากฏว่านางรินเป๊ะเว่อร์จนพี่พนักงานถึงกับอ้าปากค้าง ชมไม่หยุดเลยยย 5555

ในบรรดา 3 แก้วที่ชิมมา "Kaoru Ale" คือกลิ่นหอมเตะจมูกที่สุดละ
แค่ยกแก้วใกล้ปาก กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายขึ้นมาทันที
พอจิบเข้าไปฟีลฟรุตตี้ผลไม้คือชัดเจนเต็มคำ
เป็นแก้วที่ให้ความรู้สึกลื่นคอและสดชื่นที่สุดเลย!

สารภาพตรงนี้ว่าเราจอดตั้งแต่แก้วที่ 2 ละ ยอมแพ้จ้าาา
ส่วนที่เหลือเหรอ? เสร็จคุณแฟนกวาดเรียบหมดตามระเบียบ 5555
แอบบอกนิดนึงว่าเวลากินดื่มจริงมีแค่ 20-30 นาที ซึ่งสั้นม้ากกก
จะให้ซดเบียร์รวดเดียว 3 แก้วใหญ่นี่คือแอบจุกเด้อออ
(จากใจคนชอบฟีลวงเหล้าแต่คออ่อนดั่งปุยเมฆ 5555)
ร้านขายของที่ระลึก

พอจบทัวร์เสร็จปุ๊บ
เราก็มุ่งตรงไปละลายทรัพย์กันต่อที่ร้านของที่ระลึกทันที
ที่นี่ไฮเทคมาก มีระบบให้สั่งเบียร์ส่งตรงจากโรงงาน
ไปส่งถึงหน้าบ้านตามวันที่ระบุได้ด้วยนะ (แต่เฉพาะในญี่ปุ่นนะแก)


ด้วยความเชื่อคนง่าย เพราะไกด์เชียร์ว่ากินคู่กับเบียร์แล้วฟินสุดยอด
เราเลยสอย "เบคอนรมควัน" มาลองชิมซะหน่อย
แต่แก... กลิ่นรมควันมันแรงม้ากกก แรงจนแอบเหมือนกลิ่นควันบุหรี่เลยอ่า
ส่วนตัวคือไม่เลิฟเลย บายยย!
แถมราคาเบียร์ที่นี่แอบแรงกว่าตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปอีกนะ แล้วเบียร์ตัวโปรดของเราอย่าง
ไลน์ "Kinmugi" (คินมูกิ) ก็ไม่มีขายเลยสักป๋อง แป่ววว...
คือเป็นถึงโรงงานแท้ๆ แต่ทำไมขายแพงกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตข้างนอก? นี่คือปริศนาธรรมที่ยังหาคำตอบไม่ได้... 🤔


เหยยย แล้วคือมีแก้วเบียร์ลิมิเต็ดที่มีขายเฉพาะที่โรงเบียร์เกียวโตนี้ด้วยนะแก!
ถ้าที่บ้านไม่ติดว่าแก้วเบียร์เยอะจนล้นนะ บอกเลยสอยกลับบ้านแน่นอน
แต่ก็นั่นแหละ... ที่บ้านคือแก้วเยอะมว๊ากกกก
มุมนี้เลยเป็นจุดที่ยืนถอนหายใจ ยืนคิดนานสุดแล้วว่าจะซื้อดีมั้ยนะ 55555

แอบเห็นของกุ๊กกิ๊กน่ารักๆ ของเด็กๆ ก็มีขายด้วยนะเออ

ใครที่เป็นสายดริ๊งก์ รักเบียร์เป็นชีวิตจิตใจเหมือนพวกเรา
บอกเลยว่าที่นี่คือพิกัดห้ามพลาด! เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่โคตรดีระหว่างทริปเลยล่ะ
ระบบดีงามมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการจองไปจนถึงตอนชิมเบียร์สดๆ
แถมไม่ต้องห่วงเรื่องภาษาญี่ปุ่นเลยแก เพราะเขามีแอปแปลภาษาแบบเรียลไทม์ให้
ทำให้การเดินทัวร์ชมโรงงานครั้งนี้ไม่มีอะไรยากเลยสักนิด
ใครมีแพลนไปลุยเที่ยวโอซาก้าหรือเกียวโตอยู่แล้ว
แนะนำให้ปักหมุด 'โรงเบียร์ซันโทรี่' ไว้ในลิสต์เลยจ้า ดีต่อใจแน่นอน :)
ร้านขนมปัง Nishiyama Koppedou ใกล้โรงเบียร์ซันโทรี่ เกียวโต
สถานีต่อไป... โรงเบียร์คิริน! เจอกันเล้ย!
ค่าเข้าชมราคา 1,000 เยนต่อท่าน (รวมภาษีแล้ว) โดยเป็นระบบชำระเงินล่วงหน้า และสามารถชำระผ่านบัตร Travel Wallet ได้เช่นกัน
คุณสามารถนั่งรถรับส่งไป-กลับจากสถานีนางาโอกะเคียว (Nagaokakyo Station) หรือเดินประมาณ 10 นาทีจากทางออกทิศตะวันออกของสถานีนิชิยามะเทนโนซัน (Nishiyama Tennozan Station) หากต้องการใช้บริการรถรับส่ง จะต้องลงทะเบียนขอขึ้นรถล่วงหน้าในขณะที่ทำการจองทัวร์
ได้ครับ/ค่ะ คุณสามารถเพลิดเพลินกับทัวร์ได้อย่างเต็มที่แม้จะไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นก็ตาม เนื่องจากมีระบบแปลภาษาตามเวลาจริงสำหรับคำอธิบายของไกด์ ทำให้สามารถเข้าใจเนื้อหาได้อย่างง่ายดาย
สามารถถ่ายภาพภายในโรงงานได้ แต่ห้ามบันทึกวิดีโออย่างเด็ดขาด และสำหรับการถ่ายภาพ คุณจะต้องขออนุญาตล่วงหน้าก่อนทำการถ่ายภาพด้วย
ช่วงเวลาชิมเบียร์จะใช้เวลาประมาณ 20 ถึง 30 นาที โดยคุณสามารถดื่มเบียร์สดที่เพิ่งผลิตใหม่ได้สูงสุด 3 แก้ว ในระหว่างทัวร์จะมีเบียร์ให้บริการ 3 ชนิด ได้แก่ The Premium Malt's, Master's Dream และ Kaoru Ale

แจกพิกัดร้านยากิโทริลับโตเกียว Meat Man ย่านรปปงงิ ร้านแฮงเอาท์สุดชิลของคนโลคอล อาหารอร่อย บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย ปักหมุดแล้วตามไปฟินกันเลย!

อยากสัมผัสฟีลโตเกียวแบบคนโลคอล? เราเจอสแตนดิ้งบาร์ลับย่านนากาเมกุโระ SANYA & Another8 Corner ที่เชฟมิชลินยังแนะนำ! ใกล้ชิบูย่าแค่ 10 นาทีเองนะ

เปิดประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งเปรูสุดยูนีคที่ Maz โตเกียว! ร้านอาหารมิชลิน 2 ดาวที่ไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่คือการเดินทางของรสชาติที่ไม่เหมือนใคร พร้อมมุมถ่ายรูปสุดปัง จองเลย 2026!

รีวิว Beer Stand Shigetomi ร้านเบียร์สดสุดลับในฮิโรชิม่าที่เปิดแค่วันละ 2 ชั่วโมง! สัมผัสความฟินระดับตำนานจากฝีมือปรมาจารย์รินเบียร์อันดับหนึ่งในญี่ปุ่น

รีวิว Maruboshi ร้านโอโนมิชิราเมนสุดฮิตในฮิโรชิมา ซุปปลาแห้งผสมมันหมูสุดนัว เส้นแบนหยักเหนียวนุ่ม อร่อยแสงออกปากจนต้องซดหมดชาม!

รีวิว 365 Sakaba ร้านอิซากายะสุดคุ้มในโตเกียวที่ไม่มีค่าโอโตชิ (Otoshi) ย่านอากาซากะ บรรยากาศโลคอลแท้ๆ สั่งง่ายผ่าน QR Code ราคาเป็นมิตรสุดๆ!