รีวิว Sataya Dolphin Tour อียิปต์: ว่ายน้ำกับฝูงโลมาป่า
รีวิวว่ายน้ำกับฝูงโลมาป่าที่ Sataya Reef อียิปต์ ประสบการณ์สุดฟินกลางทะเลแดง พร้อมสรุปค่าใช้จ่าย วิธีเดินทาง และทริคเอาตัวรอดฉบับเรียลๆ!
รีวิวทริปในฝันที่อียิปต์ พอร์ตกาลิบ - มาร์ซาอาลัม
กับทัวร์ว่ายน้ำกับโลมาป่า Sataya Dolphin Tour แบบเรียลๆ!
เรื่องและภาพโดย: Travel Sun

เตรียมตัวไปอียิปต์รอบนี้ บอกเลยว่าไฮไลท์ที่เฝ้ารอที่สุด
ก็คือการไปทำตามความฝันในทริป Sataya Dolphin Tour นี่แหละ!
ปกติเราเป็นคนชอบว่ายน้ำนะ แต่ไม่เคยกล้าลงน้ำลึกๆ เลย
รอบนี้พูดเลยว่าคิดถูกมากที่ไปลงเรียนฟรีไดวิ่ง (Freediving) มาก่อน
เพราะมันทำให้ทริปนี้ฟินขึ้นแบบ 300%!
วันนี้เลยจะมารีวิวประสบการณ์ว่ายน้ำเคียงข้างฝูงโลมาป่ากลางทะเลแดง
บอกหมดเปลือกทั้งความประทับใจ ค่าใช้จ่าย และเรื่องที่ต้องระวังจ้า!
ข้อมูลราคาและรายละเอียดทัวร์โลมา Sataya Reef
สำหรับทัวร์ว่ายน้ำกับโลมาป่าที่อียิปต์
ส่วนใหญ่จะเริ่มเดินทางจากเมือง มาร์ซาอาลัม (Marsa Alam) หรือ พอร์ตกาลิบ (Port Ghalib)
จริงๆ แถวเมืองฮูร์กาดา (Hurghada) ก็มีทัวร์โลมาเหมือนกันนะ
แต่ได้ยินมาว่าโอกาสเจอตัวน้องน้อยกว่า และน้องไม่ได้อยู่กันเป็นฝูงใหญ่เท่าที่นี่
ด้วยความที่อยากว่ายน้ำกับน้องโลมาแบบจังๆ สักครั้งในชีวิต
เราเลยยอมปรับแผนเที่ยว ยัดเมืองพอร์ตกาลิบและมาร์ซาอาลัมเข้ามาในแพลนด้วยเลย!

ทัวร์ Sataya Dolphin Reef ปกติจะจัดแค่ วันจันทร์, พุธ, ศุกร์ เท่านั้น
แต่เห็นว่าตอนนี้บางเจ้าเริ่มมีวันเสาร์เพิ่มเข้ามาแล้วเหมือนกัน
เข้าใจว่าน่าจะเป็นการจำกัดจำนวนวันเพื่ออนุรักษ์และไม่รบกวนน้องโลมาเกินไป
ใครจะไปแนะนำให้เช็ควันดีๆ แล้วจัดแพลนเที่ยวให้ตรงวันนะจ๊ะ
ทริปนี้เราเลือกแบบ One Day Trip ไปเช้า-เย็นกลับ
มีหลายเอเจนซี่ให้เลือกมาก แต่โปรแกรมแทบไม่ต่างกันเลย
เราเลยเลือกเจ้าที่เสนอราคาถูกที่สุดมา
ราคาที่เราได้ตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 55 USD (หรือประมาณ 1,900 บาท)
แต่ช่วงนี้ค่าน้ำมันโลกค่อนข้างผันผวน ราคาปัจจุบันอาจจะมีการปรับขึ้นนิดหน่อยนะ
ตอนเราไปไกด์ก็บ่นเรื่องค่าน้ำมันขึ้นเหมือนกัน ทำให้ราคาปี 2026 นี้อาจจะขยับขึ้นบ้าง
ใครอยากได้พิกัดเอเจนซี่ที่เราจอง หรือเจ้าอื่นๆ ที่เราเคยทักไปถาม ไลค์โพสต์นี้แล้วคอมเมนต์คุยกันได้เลย เดี๋ยวส่งคอนแทคให้จ้า!
ตารางเวลาทัวร์ และเรื่องตื่นเต้นตั้งแต่เริ่มเดินทาง!
ถึงราคาจะถูกที่สุด แต่ก็ต้องแลกมากับบริการบางอย่างที่ทำให้แอบปวดขมับอยู่เหมือนกัน



อย่างแรกเลยคือ แอดมินตอบแชทช้ามากกกก
แถมตอนแรกนัดเรา 06:20 น. แต่อยู่ดีๆ คืนก่อนเดินทางตอนดึกมาก
เพิ่งทักมาเปลี่ยนเวลาเป็น 05:10 น. ซะงั้น! ตื่นตระหนกตกใจรีบแพ็คของแทบไม่ทัน
แถมบริการบนเรือแอบรู้สึกถึงความลำเอียงนิดๆ ด้วย (เดี๋ยวเล่าให้ฟัง)
ปกติถ้าพักแถวพอร์ตกาลิบ รถจะมารับประมาณตี 5
ส่วนใครพักแถวมาร์ซาอาลัม รถจะมารับประมาณ 6 โมงเช้า จำเวลานี้เป็นเกณฑ์ไว้ได้เลย
โชคดีที่วันนั้นเราตื่นเช้าผิดปกติเลยเห็นข้อความใน WhatsApp ทันเวลา
สุดท้ายก็ได้ขึ้นรถบัสมาแบบหวุดหวิด และมหากาพย์ทริปโลมาก็เริ่มต้นขึ้น!


รถบัสคันใหญ่ขนาด 45 ที่นั่งมารับถึงหน้าโรงแรมเลย คนเต็มคันรถ
เราต้องนั่งรถคันนี้ไปลงที่ท่าเรือฮามาตา (Hamata Port)
เนื่องจากรถต้องตระเวนแวะรับนักท่องเที่ยวตามรีสอร์ทต่างๆ รายทาง
ทำให้ใช้เวลาเดินทางบนรถนานมากกกก
นั่งรถไปประมาณ 3 ชั่วโมงเต็มถึงจะถึงท่าเรือ
แต่ความโหดยังไม่จบแค่นั้น! เพราะเราต้องนั่งเรือต่อออกไปกลางทะเลแดงอีก
และใช่ค่ะ... นั่งเรือต่ออีก 3 ชั่วโมงเต็มๆ จ้าาาา!


คลื่นลมค่อนข้างแรง เรือโคลงเคลงพอสมควรเลย ใครเมาเรือพกยาไปด่วน
เราอาศัยจังหวะนี้งีบหลับเอาแรงซะเลย
ตอนแรกเราไปเลือกที่นั่งตรงหัวเรือรับลมชิลๆ
แต่ขากลับแดดส่องเต็มๆ ร้อนแบบไหม้เกรียม!




แนะนำว่าให้จองที่นั่งในร่มที่มีหลังคาบังแดดดีกว่าเยอะค่ะ
หลังจากนั่งรถ 3 ชั่วโมง + นั่งเรืออีก 3 ชั่วโมง
ในที่สุดเราก็มาถึงจุดชมโลมา Sataya Reef แล้ว!


พอถึงจุดหมาย เราต้องเปลี่ยนไปลงเรือยางท้องแบนลำเล็กเพื่อเข้าใกล้ฝูงโลมา
ซึ่งเขาจะแบ่งเราออกเป็นกลุ่มย่อยๆ มีไกด์ดูแลประจำกลุ่ม

ไกด์จะคอยคุมให้เราว่ายตามเขา ห้ามแตกแถวเด็ดขาด
แต่ปัญหาคือ ในกลุ่มเรามีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ว่ายน้ำไม่เป็นเยอะมาก
ไกด์เลยมัวแต่ไปดูแลพยุงกลุ่มนั้น ทำให้กลุ่มเราขยับไปไหนไม่ได้ไกล
แถมไม่ได้ไปในจุดที่โลมาอยู่เยอะๆ ด้วย
รอบแรกเราเลยได้เห็นน้องโลมาแค่ไกลๆ แอบเซ็งนิดหน่อย


แถมรอบนี้เราไม่ได้พกฟินยาว (Long Fins) ส่วนตัวมาด้วย
ใช้ฟินสั้นที่ทัวร์มีให้ยืมฟรี สู้แรงน้ำเหนื่อยมาก แป๊บๆ ก็เหนื่อยหอบแล้ว
เพราะน้องโลมาว่ายน้ำกันเร็วสุดๆ!
แต่ถึงจะเห็นไกลๆ ก็ยังใจฟูอยู่ดีแหละนะ

ดำน้ำรอบแรกได้ประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง
ไกด์ก็เรียกทุกคนกลับขึ้นเรือใหญ่
ตอนแรกนึกว่าจะหมดเวลาแล้ว แต่จริงๆ คือให้ขึ้นมาพักกินข้าวเที่ยงก่อน
แล้วช่วงบ่ายจะมีให้ลงไปดำน้ำอีกรอบจ้า!


มื้อเที่ยงเสิร์ฟที่ชั้น 1 ของเรือ
รสชาติพูดตรงๆ ว่า... ไม่ค่อยถูกปากคนไทยเท่าไหร่ ฮ่าๆ
แถมกับข้าวอันไหนที่ดูน่ากินจะหมดเร็วมาก ใครมาช้าคืออด!


และนี่คือจุดที่เราแอบหงุดหงิดเรื่องการบริการ
พวกเราคนเอเชียเขาจะตักกับข้าวให้จานละชิ้นเดียว
แต่ฝรั่งข้างๆ ตักให้ทีละ 3 ชิ้นเฉย! พอเราขอเพิ่มก็ทำหน้าตามึนตึงใส่ (ลำเอียงชัดๆ แกร)
แต่ช่างมันค่ะ ไม่เน้นกินอร่อย เน้นกินกันตาย รีบกินรีบย่อย
จะได้มีพลังไปฟัดกับน้องโลมารอบบ่ายต่อ!


พอกินข้าวเสร็จก็นั่งเรือยางออกไปจุดเดิม
รอบบ่ายนี้น่าจะเป็นเวลาตื่นนอนของน้องๆ
เพราะน้องโลมาคึกคักกันมาก ออกมาว่ายน้ำเล่นกันเต็มไปหมด
และที่สำคัญคือ น้องว่ายเข้ามาใกล้พวกเรามากกกก!




รอบนี้พวกเราตัดสินใจแยกตัวออกมาจากกลุ่มคนที่ว่ายน้ำไม่แข็ง
แล้วจับคู่ว่ายน้ำไปหาน้องโลมากันเองเลย
ถึงไกด์จะคอยตะโกนเรียกตามหลังเพราะกลัวเราไปไกลเกิน
แต่จริงๆ เราก็ไม่ได้ว่ายไปไหนไกลนะ แค่อยากหลบมุมวุ่นวายเฉยๆ
ถ้ายังขืนเกาะกลุ่มอยู่กับคนอื่น รับรองว่าทริปนี้ไม่ได้เห็นโลมาใกล้ชิดแบบนี้แน่นอน!
สำหรับใครที่ว่ายน้ำแข็งและดูแลตัวเองได้ แนะนำให้ฉีกตัวออกมานิดนึงค่ะ คุ้มกว่าเยอะ!

รอบสองนี้คือฟินลืมเหนื่อย! ภาพและคลิปที่ได้มาคือสวยตาแตก
โลมาเยอะมากจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่านี่คือเรื่องจริง
แต่น่าเสียดายที่เวลาว่ายน้ำรอบสองสั้นไปหน่อย
แถมยังมีเรื่องชวนหงุดหงิดส่งท้ายอีกนิดนึง
คือเรือของกลุ่มเอเชียพากลับมาส่งที่เรือใหญ่เรียบร้อยแล้ว
แต่ต้องรอเรือของฝรั่งที่ยังไม่กลับมา เลยให้พวกเราลอยคอดำน้ำตื้นรออยู่แถวหน้าเรือใหญ่
รอนานมากกกก แทนที่จะปล่อยให้เราว่ายดูโลมาต่ออีกนิด แอบเซ็งรอบสอง

สรุปคือ ประสบการณ์ว่ายน้ำกับโลมาป่าคือ 10/10 ดีงามน้ำตาไหล
แต่ตัวทัวร์และบริการของเอเจนซี่นี้ให้แค่ 5/10 พอ มีความลำเอียงและไม่ค่อยโปร
ตอนขากลับมีพนักงานมาเดินไถทิปแบบหน้าตาเฉย
ไอ้คนเดียวกับที่โยนจานข้าวและตักอาหารให้เราน้อยๆ นั่นแหละ
เราเลยให้ทิปไปนิดหน่อยพอเป็นพิธี แล้วหยิบน้ำอัดลมบนเรือมาป๋องนึงเป็นการทดแทน ฮ่าๆ

ได้เวลาเดินทางกลับที่พัก
นั่งเรือกลับอีก 2 ชั่วโมง + ต่อรถบัสอีก 3 ชั่วโมง ถึงโรงแรมคือร่างพังหมดสภาพ
เหนื่อยจนไม่มีแรงไปหาอะไรกินนอกรีสอร์ท สุดท้ายจบที่มาม่าคัพประทังชีวิต
ใครจะมาเที่ยวอียิปต์ บอกเลยว่า "มาม่าไทย" คือไอเทมช่วยชีวิตที่ต้องพกมาเยอะๆ เลยนะ!
ถ้ามีโอกาสได้กลับมาอียิปต์อีกครั้ง
รอบหน้าเราจะยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อจองทัวร์แบบ Liveaboard นอนบนเรือ 2 วัน 1 คืน ไปเลย
ไปเช้าเย็นกลับแบบ One Day Trip มันเหนื่อยเดินทางเกินไปจริงๆ :)
>> กดติดตามเพื่อรับข้อมูลท่องเที่ยวอัพเดทใหม่ๆ <<
<คลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อเป็นแฟนคลับ Travel Sun ได้เลยจ้า>








