รีวิว River Soul Hotel ปอร์โต: ที่พักวิวแม่น้ำโดรูสุดโรแมนติก
รีวิวที่พักปอร์โต River Soul Hotel วิวหลักล้านริมแม่น้ำโดรู! ห้องใหม่กริ๊บ มีระเบียงส่วนตัวให้นั่งจิบไวน์ชิลๆ ตอบโจทย์คู่รักและสายคอนเทนต์แบบสุดๆ

แนะนำที่พักปอร์โต ฟีลฮันนีมูนสุดโรแมนติก
วิวแม่น้ำโดรูและสะพานดมลูอิช ที่ River Soul Hotel
ช่วงนี้ใครๆ ก็ฮิตไปสเปน-โปรตุเกสกันใช่ไหมคะ โดยเฉพาะทริปคู่รักหรือฮันนีมูน
เราเองก็เพิ่งจัดทริปฟีลฮันนีมูนที่โปรตุเกสมาเหมือนกันค่ะ
และด้วยความที่อยากได้โมเมนต์พิเศษ เลยตั้งใจหาโรงแรมที่วิวปังๆ
เอาไว้นอนชิลๆ สักคืน ซึ่งมาจบที่นี่เลย บอกเลยว่าตอบโจทย์มาก >.<
ถึงราคาจะแอบแรงนิดนึงตามค่าวิวหลักล้าน
แต่ถ้าใครกำลังหาที่พักวิวแม่น้ำสวยๆ สำหรับวันพักผ่อนชิลๆ ในวันสุดท้ายของทริป
เราขอปักหมุดแนะนำที่นี่แบบสุดตัวเลยค่ะ คุ้มค่าประสบการณ์แน่นอน
จ่ายเองรีวิวเอง โนสปอนเซอร์! เดี๋ยวจะมารีวิวให้ฟังแบบหมดเปลือก
ตั้งแต่ทริคการจองไปจนถึงสภาพห้องพักเลยจ้า :)
สารบัญ | |
1 | ทำไมถึงเลือกที่พักฝั่งนี้? |
2 | การจองและราคา (คุ้มไหม?) |
3 | รีวิวห้องพักแบบจัดเต็ม |
4 | แพลนเที่ยว & ที่เที่ยวใกล้เคียง |
1. ทำไมถึงเลือกที่พักฝั่งนี้? (Gaia vs Ribeira)
ถ้าอยากได้ที่พักริมแม่น้ำโดรู (Douro River)
เราจะต้องเลือกระหว่างฝั่ง ริเบรา (Ribeira) หรือ ไกอา (Gaia) ค่ะ
จากประสบการณ์จริง ส่วนตัวเราชอบฝั่ง "ไกอา" มากกว่าค่ะ
ริเบรา : ตึกจะค่อนข้างเก่า คลาสสิก แต่ตอนกลางคืนจะแอบเสียงดังนิดนึง
ไกอา : ตึกใหม่กว่า ทันสมัยกว่า และตอนกลางคืนเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน

แถมฝั่งไกอายังมีจุดถ่ายรูปสวยๆ อย่าง สวน Morro (Jardim do Morro), จุดชมวิว Serra do Pilar
แล้วก็มีโรงบ่มไวน์ (Winery) ให้เดินเล่นชิมไวน์ชิลๆ เพียบเลยค่ะ
แพลนของเราคือ: เช็คเอาท์ตอนเช้า + ไปทัวร์โรงบ่มไวน์ +
ทานมื้อค่ำ แล้วกลับมานั่งจิบไวน์ชมวิวที่ระเบียงห้องพัก
เป็นการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่ฟินสุดๆ ไปเลย :)
2. การจองและราคา (คุ้มไหม?)
บอกก่อนว่าเราหาที่พักล่วงหน้าแค่เดือนเดียว แอบเหนื่อยเหมือนกันค่ะ
เพราะโปรตุเกสเป็นประเทศยอดฮิตของสายฮันนีมูน
+ ห้องพักวิวแม่น้ำโดรูมีจำกัดมากๆ
ตัวเลือกเลยเหลือน้อยสุดๆ....
ทริคของเราคือ: ถ้าเจอห้องวิวแม่น้ำแบบ "ยกเลิกฟรี"
ให้รีบกดจองเผื่อไว้ก่อนเลยค่ะ กันพลาด!

ปกติเรทราคาที่พักในปอร์โตจะอยู่ที่ประมาณ 5,500 - 6,500 บาท
และฝั่งไกอาจะราคาซอฟต์กว่าฝั่งเมืองเก่านิดหน่อยค่ะ
แต่! นั่นคือราคาห้องปกตินะคะ ถ้าอยากได้ "วิวแม่น้ำ"
ต้องเผื่อบัดเจทไว้ที่ประมาณ 8,000 - 10,500 บาทขึ้นไปเลยค่ะ

ไหนๆ ก็มาทั้งที เราเลยจัดเต็ม เลือกห้อง Double Room - Balcony & River View ไปเลย!
(เวลาจอง สังเกตชื่อห้องดีๆ นะคะ ต้องมีคำว่า River View ด้วย)
ความพีคคือ ตอนเช็คอิน พนักงานบอกว่าอัปเกรดให้เป็นห้องที่ดีที่สุดของโรงแรม!!
โอ้โห เราเลยได้ห้องสวีทวิวปังสุดๆ มาครองแบบงงๆ >.<
ไม่ได้อีเมลไปขออะไรล่วงหน้าเลยนะคะ ถือเป็นความโชคดีมากๆ
ทำให้ทริปนี้กลายเป็นความทรงจำที่ดีสุดๆ ไปเลย

เราจองผ่าน Agoda สำหรับเข้าพักวันธรรมดาช่วงเดือนเมษายน ได้มาราคาประมาณ 9,700 บาทค่ะ
ด้วยความที่เป็นโรงแรมเปิดใหม่ บางแอปพลิเคชันอาจจะยังไม่ค่อยมีราคาขึ้นให้เทียบเท่าไหร่
* ราคาตัวอย่าง: วันอาทิตย์ที่ 8/2 ห้อง Double Room Balcony สำหรับ 2 ท่าน
Agoda | Booking.com | Hotels.com |
ประมาณ 9,700 บาท | ประมาณ 9,700 บาท | ประมาณ 9,200 บาท |
ราคาแต่ละแพลตฟอร์มไม่หนีกันมากค่ะ
ใครมี Point หรือถนัดแอปไหน ก็เลือกจองแอปนั้นได้เลย สะดวกสุดๆ :)
ตอนเราจอง Agoda ราคาดีที่สุดเลยจัดมาค่ะ!
3. รีวิวห้องพักแบบจัดเต็ม (มุมถ่ายรูปเพียบ!)
เหตุผลหลักๆ ที่เราเลือกที่นี่เลยคือ
เป็น "โรงแรมเปิดใหม่" ค่ะ!
เพิ่งสร้างเสร็จช่วงปี 2024 เปิดมาได้แค่ 1-2 ปีเอง
ข้าวของเครื่องใช้ Facilities ต่างๆ คือใหม่กริ๊บ สะอาดตามากก ㅎ.ㅎ


มาตรฐานโรงแรม 4 ดาว บริการเริ่ด ฝากกระเป๋าเดินทางได้สบายๆ
ล็อบบี้ตกแต่งโทนสีเบจ มินิมอลเกาหลีเกาใจสุดๆ
มีโซฟาให้นั่งพักเหนื่อยระหว่างรอเช็คอิน
แถมตอนเช็คอิน พนักงานมีคูปองส่วนลดร้านอาหารในเครือให้ด้วยนะ ปังมาก!

พอเปิดประตูเข้าห้องมาคือ ว้าวมาก! กว้างขวางสุดๆ สมกับที่โดนอัปเกรด 555
จริงๆ ห้องที่จองไว้ตอนแรกขนาด 26 ตร.ม. ก็ถือว่าไม่แคบแล้วนะ
แต่พอได้ห้อง Unique Room ขนาด 32 ตร.ม. คือเดินสวนกันได้สบายๆ เลย



โซนหน้าประตูจะมีตู้เซฟ เครื่องชงกาแฟแคปซูล และตู้เย็น
มีพื้นที่กางกระเป๋าเดินทางใหญ่ๆ ได้สบาย
ตู้เสื้อผ้าก็ใหญ่ แขวนเสื้อโค้ทได้เพียบ
ทุกคนคะ! รู้ไหมว่าโรงแรมในยุโรปหลายที่ "ไม่มีตู้เย็น" นะคะ?
แต่ที่นี่มีจ้า! ถือเป็นสวรรค์ของคนไทยที่ติดน้ำเย็นแบบเรามาก 5555
ตอนอยู่ลิสบอนเราช็อกมากที่ไม่มีตู้เย็น
แต่พอมาที่นี่คือฟินสุด ได้แช่ Green Wine ให้เย็นเจี๊ยบ
แล้วก็มีน้ำเย็นๆ ดื่มชื่นใจหลังกลับจากเดินเที่ยว!

มาดูเตียงนอนกันบ้าง ใหญ่สะใจมาก น่าจะไซส์ King Size เลยค่ะ
เครื่องนอนคือดีเยี่ยม ผ้าปูตึงเปรี๊ยะ สะอาด นุ่มดูดวิญญาณสุดๆ สอบผ่าน!
และไฮไลท์คือ... วิวระเบียงด้านหลังเตียง เห็นไหมคะทุกคน?!
แค่ได้มานั่งจิบไวน์ตรงนี้ ก็ไม่ต้องออกไปคาเฟ่ที่ไหนแล้ว
มันคือพื้นที่ส่วนตัวที่โรแมนติกมากกกก >.<
นี่แหละค่ะเหตุผลที่เราเชียร์ให้คู่รักมาพักที่นี่!
แถมต่อให้ฝนตกหรือแดดออก ก็ยังนั่งชมวิวผ่านกระจกบานใหญ่ได้แบบฟินๆ


ขอแวะรีวิวดีเทลในห้องอีกนิดนึงนะคะ
หมอนที่นี่ไม่สูงเกินไป คนชอบนอนหมอนต่ำแบบเราคือเลิฟเลย
มีปลั๊กไฟข้างเตียงทั้งสองฝั่ง ชาร์จแบตมือถือสะดวกมาก
อินทีเรียตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยคอนเทนต์ปัง!
ใต้ทีวีมีพื้นที่ให้วางของกระจุกกระจิกได้
ส่วนน้ำดื่ม complimentary เค้าให้มาเป็นขวดแก้วนะคะ รักษ์โลกสุดๆ



พอเช็คอินเสร็จ เราก็แทบไม่อยากออกไปไหนเลยค่ะ
นั่งโง่ๆ มองวิวพระอาทิตย์ตกดินจากระเบียงห้อง
เข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงยกให้ปอร์โตเป็นเมืองในฝัน
อ้อ! เวลานั่งที่ระเบียง อาจจะมีสบตากับคนที่เดินไปสวน Morro บ้างนิดหน่อย (แอบเขิน 555)
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือเสียความเป็นส่วนตัวอะไรค่ะ


ห้องน้ำก็เริ่ด มีผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้าให้ครบคนละผืน
และที่กรี๊ดมากคือ... อเมนิตี้ที่นี่มี "ครีมนวดผม" ให้ด้วยค่ะทุกคน!!
ปกติโรงแรมยุโรปชอบให้มาแค่แชมพูกับสบู่ เราต้องพกครีมนวดไปเองตลอด
แต่ที่นี่คือมีครบ อาบน้ำสระผมได้สบายใจ
กลิ่นแชมพูกับครีมอาบน้ำก็หอมผู้ดีมาก :)

ฝักบัวก็สามารถถอดเปลี่ยนหัวได้นะคะ
ใครพกหัวกรองน้ำมาเองเพราะกลัวน้ำกระด้าง (Hard water) ที่ยุโรปทำผมเสีย
ก็สามารถเปลี่ยนใช้ได้เลย หมดห่วงจ้า!

แอร์ก็เย็นฉ่ำ แบรนด์ LG คุ้นเคย 555
แต่ข้อควรระวังคือ ถ้ายูเปิดประตูระเบียงทิ้งไว้ แอร์จะตัดการทำงานอัตโนมัตินะคะ
เป็นระบบประหยัดพลังงานของเค้าล่ะ
4. แพลนเที่ยว & ที่เที่ยวใกล้เคียง
อย่างที่เกริ่นไปตอนแรกนะคะ
ใครที่จองโรงแรมนี้ เราแนะนำให้จัดตารางเที่ยวแบบชิลๆ ตามนี้เลย:
ช่วงเช้า: เดินเล่นซื้อของฝากย่านเมืองเก่า (Old Town)
เที่ยง: ข้ามฝั่งมาฝากกระเป๋าที่ River Soul Hotel
บ่าย: ไปทัวร์ชิมไวน์ (Port Wine Tour) ใกล้ๆ โรงแรม
เย็น: แวะถ่ายรูปที่สวน Jardim do Morro
ค่ำ: เช็คอินเข้าห้องพัก เปิดไวน์ดื่มด่ำกับวิวริมระเบียง

โรงบ่มไวน์ที่เราแนะนำมากๆ คือ Taylor's Port ค่ะ
ถ้าเดินจากฝั่งเมืองเก่าอาจจะไกลหน่อย
แต่ถ้าเดินจากโรงแรมเรา ใช้เวลาแค่ 13 นาทีก็ถึงแล้ว! สะดวกเวอร์
ที่นี่มี Audio Guide หลายภาษา เล่าประวัติศาสตร์การทำพอร์ตไวน์ได้สนุกมาก
เดินฟังเพลินๆ ทำให้รู้เลยว่าเราน่าจะถูกปากกับไวน์ชนิดไหน
และควรซื้อขวดไหนกลับไปเป็นของฝาก ㅎ.ㅎ

ในทัวร์จะรวมค่า Tasting ไวน์ไว้ด้วยนะคะ
เราจะได้ชิม Red Port Wine 2 แก้ว และ White Port Wine อีก 1 แก้ว
รวมเป็น 3 แก้วจุกๆ รสชาติคือละมุน หอมหวาน อร่อยแสงออกปาก!

ส่วนสวน Jardim do Morro ถึงแม้จะขึ้นชื่อเรื่องจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก
แต่จริงๆ แล้วมาช่วงกลางวันก็ถ่ายรูปสวยไปอีกแบบนะคะ แสงดีมาก
ถ้ามีเวลาเหลือก่อนเช็คอิน แวะมานั่งเล่นรับลมตรงนี้ได้เลย
สรุปเลยนะ! แค่วิวหลักล้านจากระเบียงห้องพัก ก็คุ้มค่าที่จะกดจองแล้วค่ะ
บวกกับเป็นโรงแรมเปิดใหม่ พนักงานน่ารัก บริการดีเยี่ยม
เป็นทริปที่เราแทบจะสิงอยู่ในห้อง นั่งจิบไวน์มองวิวก็มีความสุขล้นปรี่แล้ว :)
ใครที่กำลังแพลนทริปฮันนีมูน หรือมาเที่ยวกับแฟน..!
อยากให้ลองมาสัมผัสประสบการณ์ดีๆ แบบเราดูนะคะ รับรองว่าฟินแน่นอน ㅎ.ㅎ
แชร์บทความนี้
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

รีวิวที่พักปอร์โต Youropo Downtown Hotel ทำเลเริ่ด ราคาคุ้ม
แนะนำที่พักปอร์โตสุดปัง Youropo Downtown Hotel ห้องกว้าง ทำเลเริ่ดใกล้ตลาด Bolhão แถมราคาดีงาม ใครมีแพลนไปโปรตุเกสปีนี้ต้องรีบจดลงลิสต์ด่วน!

เที่ยวลิสบอนฉบับเต็ม! Lisboa Card คุ้มไหม? ซื้อที่ไหน? ใช้ยังไง? อัปเดต 2026
เที่ยวลิสบอนให้คุ้ม! Lisboa Card บัตรเดียวจบ ทั้งเดินทางฟรีและเข้าชมที่เที่ยวเด่นๆ ได้ส่วนลด อัปเดตราคาล่าสุด 2026 พร้อมรีวิวใช้จริง 72 ชั่วโมง ประหยัดได้เป็นพันบาท! ต้องมีติดตัวแล้วนะ!

รีวิว Island Escape Burasari ที่พักภูเก็ต ฟีลติดเกาะส่วนตัว
รีวิว Island Escape Burasari รีสอร์ทลับบนเกาะมะพร้าว ภูเก็ต นั่งเรือแค่ 15 นาทีก็ได้สัมผัสธรรมชาติแบบส่วนตัว ในราคาเริ่มต้นแค่ 2,600 บาท! คุ้มเว่อร์


