- 2 Chome-11-32 Nishiki, Naka Ward,
Nagoya, Aichi 460-0003 ประเทศญี่ปุ่น
ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฟุชิมิ (Fushimi) ซึ่งเป็นสถานีถัดจากสถานีซากาเอะ (Sakae)
ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยว
เดินจากสถานีฟุชิมิแค่ 5 นาที,
และเดินจากย่านใจกลางเมืองนาโกยาอย่างสถานีซากาเอะแค่ 10 นาทีเท่านั้น

ถ้าพูดกันตรงๆ แบบไม่อวย เรื่องทำเลอาจจะไม่ได้ปังที่สุดในสามโลก
แต่เฮ้ย! แค่เขยิบออกจากซากาเอะมานิดเดียว ราคาก็ถูกลงจนกระเป๋าตังค์สั่นแล้วป้ะ!
แถมเดินไปซากาเอะแค่ 10 นาที ไปสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดก็แค่ 5 นาที
บอกเลยว่าไม่ได้ลำบากชีวิตในการเที่ยวเลยสักนิด!
ส่วนตัวเรานี่เดินไปซากาเอะชิลๆ ได้สบายมากเลย
แอบกระซิบหน่อย...
ตอนแรกตั้งใจจะหาที่พักแถวสถานีซากาเอะเลย
แต่พอมาเที่ยวจริงแล้ว แถวซากาเอะแอบวุ่นวายและเสียงดังไปนิด
พอได้มาพักแถวฟุชิมิที่สงบกว่า เลยแอบคิดในใจว่า "เห้ย เลือกถูกแล้วว่ะ!" นอนหลับสบายกว่าเยอะ
แถมฝั่งตรงข้ามโรงแรมยังมีร้านสะดวกซื้อ FamilyMart
และเดินไปอีกนิดก็มีร้านแฮงเอาท์แนวอิซากายะเพียบ! ดีมว๊าก
ตกค่ำเราก็เดินออกไปหาเทบาซากิ (ปีกไก่ทอดนาโกยา) กับยากิโทริกิน ฟินสุดๆ
(ข้อดีคือถึงจะมีร้านเหล้า แต่รอบๆ โรงแรมไม่ได้หนวกหูเลยนะ แฮปปี้มาก)

ส่วนเรื่อง ห้องพัก ก็มีให้เลือกตามมาตรฐานบิสซิเนสโฮเทลทั่วไปเลยจ้า
มีทั้ง ซิงเกิลรูม / สแตนดาร์ดดับเบิลรูม / ทวินรูม / ดีลักซ์รูม
📌 เรื่องของราคา (จุดสำคัญที่สุด!)
เพราะการจะเลือกที่พักสักที่...
เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ "ราคาห้องพัก" นี่แหละ!
ที่นี่เพิ่งเปิดใหม่ปี 2024 คนยังไม่ค่อยรู้จัก
ราคาเลยยังน่ารักตะมุตะมิ
แถมมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ปล่อยออกมาบ่อยมาก
ถ้าคนเริ่มรู้จักเยอะขึ้นล่ะก็ แย่งกันจองตรึมแน่
รีบจองก่อนที่ราคาจะพุ่งหรือห้องเต็มนะพวกเธอออ!
ช่วงโปรโมชั่นสุดเดือด ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,100 บาท ต่อคืน /
หรือราคาปกติทั่วไปก็อยู่แค่ประมาณ 1,500 บาท ถือว่าถูกและคุ้มค่าสุดๆ!

📌 เห้ย! ใน Agoda แอบเห็นราคาเหลือแค่ประมาณ 600 บาท ด้วยเหรอออ?!!
นั่งเซิร์ชหาข้อมูลอยู่ดีๆ ก็สะดุ้งกับราคา! บ้าบอ... แค่ประมาณ 600 บาทเนี่ยนะ!?
ราคานี้คือต้องกดจองด่วนๆ เลยจ้าาา~~~
ใน Agoda ช่วงวันธรรมดาปกติจะอยู่ที่ประมาณ 900 - 1,100 บาท
ถือเป็นราคาเริ่มต้นที่ถูกที่สุดและหาได้ทั่วไปเลยล่ะ

ส่วนตัวเราจองห้อง Standard Double Room A ไปนะ
จองผ่าน Trip.com ซึ่งตอนนั้นให้ราคาดีสุด
2 คน/4 คืน/ประมาณ 4,100 บาท เท่านั้นแก! (จ่ายเองนักเลงพอ #NoSponsor)
แอบบอกนิดนึงว่าช่วงที่เราไปมันเป็นช่วงก่อนเริ่มงาน F1 พอดีเป๊ะ
โรงแรมอื่นนี่พากันอัปราคาขึ้นไปมากกว่าประมาณ 2,100 บาทกันหมด
แต่เราได้ราคานี้คือโชคดีเว่อร์ๆ ลัคกี้สุดๆ~


📌 เช็คอิน • เช็คเอาท์
เวลาเช็คอิน ㅣ ตั้งแต่ บ่าย 3 โมง เป็นต้นไป~
시간체크아웃 시각 ㅣ ก่อน 11 โมงเช้า
ถึงจะมีพี่พนักงานสแตนด์บายคอยช่วยเหลืออยู่ก็จริง
แต่เราสามารถทำ Smart Check-in เองได้แบบสะดวกโยธิน
รวดเร็วทันใจ ตอบโจทย์วัยรุ่นใจร้อนอย่างเรามากก!


📌 ฝากกระเป๋าเดินทางได้ด้วยนะ
แถมยังเป็นการฝากกระเป๋าแบบ Self-service ด้วยตัวเองได้เลย!
เขามีระบบล็อกให้อย่างดี หายห่วงเรื่องความปลอดภัยไปได้เลยจ้า
แถมจะเอาของมาฝากหรือมาหยิบไปตอนไหน
ก็ทำได้แบบอิสระสุดๆ ส่วนตัวคิดว่าสะดวกกว่าแบบเก่าเยอะเลย!
2 รีวิวห้องพักจริง: ส탠다드 ดับเบิลรูม A (Standard Double Room A)
รีวิวเรียลๆ จ่ายเงินเอง โนสปอนจ้า
อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าเราพักที่ห้อง Standard Double Room A
มามะ ตามมาดูรีวิวห้องพักแบบเจาะลึกกันต่อเลย!

เนื่องจากเราบินมาถึงรอบเช้า ก็เลยแวะเอาสัมภาระมาฝากไว้ก่อน
จากนั้นก็แวบไปลั้นลาข้างนอก แล้วค่อยกลับเข้ามาเช็คอินตอนเย็นๆ ค่ำๆ!
ไม่ต้องยืนต่อคิวรอคิวให้เมื่อยตุ้ม
เพราะจิ้มเครื่องปุ๊บปั๊บก็เช็คอินเสร็จเรียบร้อย ดีงามม้ากกก 👍🏻
แต่ถ้าใครทำไม่เป็นก็ไม่ต้องเกร็งนะ เพราะพี่พนักงานเขายืนอยู่ข้างๆ
คอยประกบช่วยเหลือตลอดจ้า หายห่วง!


กดลิฟต์ขึ้นไปเล้ยยย!
เราได้ห้องที่ชั้น 10 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของโรงแรมเลยจ้า!
ด้วยความที่จำนวนห้องพักไม่ได้เยอะจนล้น
มีลิฟต์ให้ถึง 3 ตัวคือเหลือเฟือมาก ไม่ต้องรอนานเลย!
(นึกถึงทริปก่อนๆ ที่เคยไปพักตึก 40 ชั้นแล้วมีลิฟต์แค่ 5 ตัว
ตอนนั้นคือเผชิญนรกขุมลิฟต์ขยับช้าจนท้อไปเลยแม่•••)

ห้อง Standard Double Room A
ขนาดอยู่ที่ 14 ตร.ม. ก็จะไซส์มินิๆ สไตล์
โรงแรมเน้นประหยัดของญี่ปุ่นทั่วไปเลยทุกคน~
ยิ่งขึ้นชื่อเรื่องความกะทัดรัด (หรือพูดตรงๆ ก็คือแคบแหละ 555)
ขนาดห้องก็เลยอาจจะตะมุตะมิไปหน่อย
แต่ทริปนี้เราเน้นเที่ยวข้างนอกเป็นหลัก กลับมาแค่นอนหัวถึงหมอน
ก็เลยไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรนะ สบายมาก~~!
✔️ แต่ใครที่ไม่ชอบความอึดอัด หรือชอบใช้เวลานอนพักผ่อนชิลๆ ในโรงแรมเป็นหลัก
แนะนำให้ขยับไปจองห้อง Type อื่นที่ใหญ่กว่านี้จะดีกว่านะจ๊ะ!

📌 ส่วนของห้องพัก (มุมเตียงนอน)
ฟีลเตียงนอนก็จะประมาณนี้เลย~
เนื่องจากเป็นโรงแรมที่รีโนเวทมาจากตึกเก่า
วอลเปเปอร์กับดีไซน์ภายในห้องเลยจะมีกลิ่นอายความเก่านิดนึง
그래도 객실이 전체적으로 깔끔한 편이었어요.
✔️ อ้อ! แอบกระซิบว่าข้างเตียงมีเต้ารับปลั๊กไฟแค่ช่องเดียวเอง
ทริคคือพกปลั๊กพ่วงมาด้วยชีวิตจะสบายขึ้นเยอะเลยจ้าเพื่อนๆ!

📌 มู้ดแอนด์โทนของห้อง + วิวหน้าต่าง
แสงไฟในห้องจะเป็นแนวส้มๆ สลัวๆ นัวๆ หน่อย
ไม่ได้สว่างจ้าวิบวับสะใจเท่าไหร่ แต่...
เขามีหน้าต่างบานเล็กๆ ให้ด้วยนะ
ช่วงเช้าพอเปิดม่านให้แสงแดดส่องเข้ามา ห้องก็ดูสว่างสดใสขึ้นเยอะเลย!
ส่วนวิวข้างนอกก็ไม่มีอะไรพิเศษจ้า ฟีลตึกราบ้านช่องในย่านธุรกิจทั่วไปเลย

หลังประตูมีพื้นที่เล็กๆ พอให้แขวนเสื้อผ้าได้อยู่แก
นี่ก็จัดแจงเอาเสื้อผ้าที่จะใส่ในวันรุ่งขึ้นไปแขวนรอไว้เลย
อ้อ แล้วสำหรับใครที่พักหลายคืนแล้วไม่อยากให้แม่บ้านรบกวน
ก็แค่เลือกป้ายแขวนประตูที่มีข้อความที่ต้องการ
แล้วเอาไปแขวนไว้หน้าห้องทุกเช้าได้เลยจ้า!

📌 ห้องน้ำแบบมีอ่างอาบน้ำ
ห้องที่ฉันได้คือห้องน้ำสะอาดกริ๊บมากกก
รู้สึกได้เลยว่าทางโรงแรมเขาใส่ใจ
และตั้งใจขัดกันแบบสุดๆ คลีนแบบ 300% (?)
ปกติเวลาไปเที่ยว ฉันต้องพกแชมพูบำรุงผมไปเองตลอด..!!
เพราะถ้าใช้ของโรงแรมมั่วๆ ผมจะแห้งกร้านสากเป็นไม้กวาดทันที,,
แต่ของที่นี่ใช้แล้วผมไม่แข็งกระด้างเลยจ้า รอดเฉย! เลยใช้ยาวๆ ไป
ถ้าจะพกมาเอง เอามาแค่ครีมนวดผม (ทรีตเมนต์) ก็พอละนะ..

📌 มีน้ำดื่มฟรีให้ไหม? (มีจ้า O)
มีน้ำดื่มฟรีให้ในห้องด้วยนะ
ปกติที่พักญี่ปุ่นชอบงกน้ำดื่มใช่ปะ หลายที่ไม่มีให้เลย
แต่โรงแรมเครือ Prince Hotel เนี่ย
เขาแจกน้ำให้ตลอด ดีงามพระรามแปดมากจุดนี้
4. สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการต่างๆ


ที่ชั้น 2 จะเป็นโซนล็อบบี้ / เลานจ์
แล้วก็มีห้องซักผ้า • จุดฝากกระเป๋าเดินทางด้วยนะ
ขอบอกว่าชั้น 2 นี้เพิ่งรีโนเวทใหม่ตอนเปิดตัวปี 2024 เลยนะ
เพราะงั้นเลยใหม่กริ๊บ สะอาดสะอ้านน่านั่งสุดๆ

📌 โซนหยิบอเมนิตี้ (Amenity Zone)
เราสามารถมาหยิบของใช้จุกจิกต่างๆ ได้จากตรงนี้เลย
มีทั้งชุดคลุมอาบน้ำ, แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน, ผ้าขัดตัว และอื่นๆ เพียบ!
ส่วนพวกผ้าเช็ดตัวหรือน้ำดื่มเพิ่มเติม
สามารถไปขอเพิ่มที่เคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับได้เลยจ้า


📌 เลานจ์ (Lounge)
พื้นที่เลานจ์ชั้น 2 นั่งเล่นได้ตามสบายชิลๆ
(หิ้วของกินข้างนอกเข้ามานั่งกินได้ด้วยนะแกร)
แถมมีเต้าเสียบสำหรับชาร์จไฟเพียบ
เห็นบางคนหิ้วโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานกันแบบจริงจังเลย
ก็เพราะรีโนเวทใหม่นี่แหละ มันเลยคลีนน่านั่งสุดๆ~

เหมาะมากกับการซื้ออาหารมื้อดึกมานั่งกิน!
จริงๆ ห้องที่ฉันจองมันเล็กสุดๆ ไง เลยไม่มีที่นั่งกินข้าวเท่าไหร่
ถ้าจะนั่งกินในห้องก็คงเบียดแย่
แต่เลานจ์นี้สะอาดและกว้างขวาง ดีงามจนต้องมาฝากท้องไว้ตรงนี้เลยแหละ
บริการอาหารเช้า
ฟรีสำหรับผู้เข้าพัก / 6:30-10:00 น.


จุดเด่นที่สุดของโรงแรมนี้เลยก็คือ
บริการอาหารเช้าฟรีสำหรับผู้เข้าพักทุกคน!
(แอบกระซิบว่าตอนนี้เปลี่ยนเป็นแบบจ่ายเงินแล้วนะจ๊ะ 🥺)
เวลาอาหารเช้าคือ 6:30 น. ถึง 10:00 น. น้า!
พิกัดคือที่เลานจ์ชั้น 2 เลย
เมนูอาหารน่าจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน
ตอนที่ฉันไป มีให้เลือกสองอย่างคือ
มิโซะคัตสึซันโด (แซนด์วิชหมูทอดซอสมิโซะ) กับฮอทดอก เลือกได้ 1 อย่าง!
พวกเราเลยสั่งมาลองคนละแบบไปเลยอย่างละที่
เลือกเสร็จปุ๊บ พนักงานก็จะจัดเสิร์ฟให้ถึงมือจ้า

สารภาพบาปว่านอนตื่นสายสะบัด เลยได้กินแค่วันสุดท้ายวันเดียวเอง! 5555
(ส่วนอีกวันแอบหนีออกไปกิน "ชุดอาหารเช้าโมนิงกุ" ข้างนอกมา~)
แต่เอาจริง จ่ายเรตนี้แล้วได้อาหารเช้าแถมมาด้วยคือคุ้มเกินต้านไหมคุณน้า?
นี่สินะ พลังของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่..!? แอบอวยในใจอยู่ 555
รีวิวตรงๆ: เซตฮอทดอกไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่แฮะ!
แต่เซตแซนด์วิช (ซันโด) คืออร่อยเริ่ดอยู่!!
ดังนั้น แนะนำแซนด์วิชมากกว่าฮอทดอกรัวๆ จ้า!!
Prince Smart Inn Nagoya Sakae
สรุปคะแนน ⭐ 4.5
ข้อดี
➰ ราคาถูกและคุ้มค่าแบบตะโกน (กราบความคุ้มค่า)
➰ มีบริการอาหารเช้าฟรี + เลานจ์สวยสะอาดมาก
➰ พิกัดดี เดินไม่เกิน 5 นาทีถึงสถานีรถไฟใต้ดิน
ข้อเสีย / จุดที่น่าเสียดาย
➰ แอบห่างจากใจกลางย่านซากาเอะ (Sakae) เล็กน้อย
➰ ตัวตึกค่อนข้างมีอายุระดับนึง (แต่รีโนเวทใหม่แล้วนะ)
เหมาะกับใครบ้างนะ? 👇
➰ สายเซฟงบ เรื่องราคาประหยัดต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง!
➰ ชิลๆ พักนอกเมืองหน่อยก็ไม่มีปัญหา
(เน้นความสงบ อยากพักผ่อนแบบหลีกหนีความวุ่นวาย)
>จองเลย! ดีลโปรโมชั่นลดแรงสุดคุ้มที่ Agoda<
Agoda เว็บไซต์ทางการ | ยกเลิกฟรี & ดีลที่พักสุดพิเศษ | มีโรงแรมให้เลือกกว่า 2 ล้านแห่ง