เที่ยวพอร์โต 2026: เช็คอินพิกัดฮิต มหาวิหารพอร์โต และแมคโดนัลด์ที่สวยที่สุด
พอร์โต เมืองสุดโรแมนติกที่สายคอนเทนต์ต้องหลงรัก! พาเดินชิลเช็คอิน 3 พิกัดเด็ด ทั้งมหาวิหารประวัติศาสตร์ โบสถ์กระเบื้องสีฟ้า และแมคโดนัลด์ที่สวยที่สุดในโลก
เดินชิลล์ในพอร์โต: เช็คอินมหาวิหารพอร์โต, โบสถ์ซานตู อิลเดฟอนซู และแมคโดนัลด์ที่สวยที่สุดในโลก!
แกกกก... เมืองพอร์โต (Porto) ประเทศโปรตุเกสเนี่ย เป็นเมืองที่น่ารักและเดินเที่ยวสนุกมาก! ตัวเมืองไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิด ทำให้เราสามารถเดินทอดน่องลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย ถ่ายรูปสวยๆ ได้แบบไม่เหนื่อยเลยล่ะ
แพลนการเดินทางก็ยืดหยุ่นได้ตามใจชอบเลย ใครอยากแวะตรงไหนก่อนก็จัดไป!
📍 McDonald's Imperial
Praça da Liberdade 126, 4000-322 Porto, Portugal
📍 Porto Cathedral (Sé do Porto)
Terreiro da Sé, 4050-573 Porto, Portugal
📍 Church of Saint Ildefonso
Praça da Batalha s/n, 4000-101 Porto, Portugal
หลังจากที่พวกเราไปต่อคิวเข้าชมร้านหนังสือสุดคลาสสิกอย่าง Livraria Lello ตั้งแต่เช้าตรู่ ท้องก็เริ่มประท้วงหิวโซเพราะยังไม่ได้กินข้าวเช้าแบบจริงจังเลย เลยต้องรีบหาพิกัดเติมพลังด่วนๆ
เป้าหมายของเราจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก... แมคโดนัลด์สาขาที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลก! ลุยยย!
McDonald's Imperial

แค่เห็นหน้าร้าน McDonald's Imperial ก็ต้องร้องว้าว! คือมันสะดุดตาและอลังการมากกก
มีรูปปั้นนกอินทรีสีทองตัวเบ้อเริ่มยืนต้อนรับอยู่หน้าร้าน ให้ความรู้สึกเท่และทรงพลังสุดๆ ตอนแรกคิดว่าข้างนอกจะดูเฉยๆ แค่ใหญ่เฉยๆ แต่พอเดินเข้าไปข้างในเท่านั้นแหละ...
อ้อ! หน้าร้านเขามีโต๊ะเอาท์ดอร์ให้นั่งชิลล์ด้วยนะ แต่เนื่องจากช่วงที่เราไปเป็นฤดูหนาว อากาศค่อนข้างเย็นเจี๊ยบ คนเลยเลือกเข้าไปนั่งข้างในกันหมด


พอเปิดประตูเข้ามาปุ๊บ... โอ้โห! นี่มันพระราชวังหรือร้านฟาสต์ฟู้ดกันแน่เนี่ย? เพดานสูงโปร่ง ตกแต่งสไตล์ Art Deco ที่หรูหรามาก
ที่สำคัญคือมีโคมไฟระย้าหรือแชนเดอเลียร์ระยิบระยับแขวนอยู่กลางร้านด้วย! (ซึ่งมันเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อนะเออ)
ได้ฟีลเหมือนความคลาสสิกในยุคกลางมาฟิวชั่นกับความทันสมัยในปัจจุบัน ดีงามพระรามแปดมากค่ะคุณผู้ช๊มมม!

พวกเราสั่งอาหารผ่านตู้คีออสอัตโนมัติ แล้วสแกนจ่ายเงินด้วยบัตร Travel Card สะดวกสบายสุดๆ
บอกเลยว่าทริปยุโรปครั้งนี้ บัตร Travel Card ใบเดียวเอาอยู่จริงๆ ไม่ต้องพกเงินสดให้วุ่นวายและปลอดภัยกว่าเยอะเลยค่ะ
💡 Tips ลับเฉพาะ: ห้องน้ำของแมคโดนัลด์สาขานี้จะอยู่ชั้นใต้ดิน B1 และต้องใช้รหัสผ่านในการเข้านะคะ รหัสผ่านจะพิมพ์อยู่ตรงท้ายใบเสร็จรับเงินหลังจากที่เราสั่งอาหารเสร็จ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งขยำใบเสร็จทิ้งเด็ดขาดน้า!

ระหว่างรออาหารและหาที่นั่งสายตาก็เหลือบไปเห็นต้นคริสต์มาสยักษ์ที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของร้าน
ความน่ารักคือเขาเอา "กล่องเฟรนช์ฟรายส์สีแดง" ของแมคโดนัลด์มาประดับตกแต่งเป็นต้นคริสต์มาส! ครีเอทีฟสุดๆ แถมยังมีตู้ไปรษณีย์สีแดงตั้งอยู่ข้างๆ ด้วย
ดึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ออกมาผสมกับเทศกาลได้อย่างน่าเอ็นดู ถ่ายรูปออกมาแล้วคิ้วท์มากกก

เนื่องจากยังเช้าอยู่ เราเลยขอจัดแบบเบาๆ เป็นเซ็ตแมคมอร์นิ่ง (McMuffin) พอประทังหิว เพราะตั้งใจว่ามื้อกลางวันจะไปจัดเต็มกับอาหารพื้นเมืองพอร์โตแบบจุกๆ
สั่งนมร้อนมาดื่มคู่กัน บอกเลยว่าฟินและเข้ากันได้ดีมากในเช้าอากาศเย็นๆ แบบนี้
ถึงแม้ค่าครองชีพและราคาสินค้าที่นี่จะแอบแรงตามสไตล์ยุโรป แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปตะวันตกแล้ว โปรตุเกสถือว่าน่ารักและเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์ที่สุดแล้วล่ะค่ะ!
มหาวิหารพอร์โต (Porto Cathedral)

พออิ่มท้องแล้วก็พร้อมลุยต่อ! เปิด Google Maps หาพิกัดถัดไป เจอ มหาวิหารพอร์โต (Sé do Porto) อยู่ไม่ไกล
พวกเราเลยตัดสินใจเดินชิลล์ๆ ไปเรื่อยๆ อากาศดีมาก เดินเพลินสุดๆ พอไปถึงทางเข้าก็จะเจอกับอนุสาวรีย์อัศวินขี่ม้าตั้งตระหง่านต้อนรับอย่างสง่างาม

ระหว่างทางเดินเข้าไปยังตัววิหาร พอหันมองกลับไปด้านหลัง... โอ้โห! วิวเมืองพอร์โตแบบพาโนรามาลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
ภาพตึกรามบ้านช่องหลังคาสีส้มอิฐเรียงรายสลับซับซ้อนกันมันน่ารักและคลาสสิกมากกก สวยจนต้องหยุดยืนกดชัตเตอร์รัวๆ เลยค่ะ
ฟีลลิ่งตอนนั้นคือเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโปสการ์ดเลยล่ะ


และนี่คือภาพเต็มๆ ของมหาวิหารพอร์โต (Porto Cathedral)
สถาปัตยกรรมของที่นี่มีความผสมผสานและดูแปลกตามาก จุดเด่นที่ดึงดูดสายตาเราที่สุดคือหน้าต่างกุหลาบ (Rose Window) ทรงกลมตรงกลางวิหารที่แกะสลักอย่างประณีตคล้ายรูปเกล็ดหิมะ
วันนั้นแดดค่อนข้างแรง แสงเปลี่ยนทิศตลอดเวลาทำให้สีของหินวิหารในรูปถ่ายออกมาต่างกันนิดหน่อย แต่รูปขวามือคือสีจริงที่ตาเห็นเลยค่ะ สวยขรึมและดูมีมนต์ขลังมากๆ

บริเวณลานกว้างตรงข้ามมหาวิหาร จะมีเสาหินโบราณ (Pelourinho do Porto) ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางลาน
ด้วยความแปลกตาและสตอรี่ของมัน เราก็ไม่พลาดที่จะเดินไปแชะภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย

ถ้าเดินไปทางด้านหลังของลานกว้าง คุณจะสามารถมองเห็นแม่น้ำโดว์รู (Douro River) และวิวฝั่งตรงข้ามของเมืองพอร์โตได้แบบชัดเจน
ฝั่งนู้นจะเป็นย่าน Vila Nova de Gaia ซึ่งเป็นแหล่งรวมโรงบ่มไวน์ปอร์ต (Port Wine) ชื่อดังระดับโลก ถ้าวันไหนฟ้าเปิดและแดดดีๆ เราจะสามารถมองเห็นป้ายชื่อโรงไวน์ต่างๆ เรียงรายอยู่ไกลๆ เลยล่ะ
แอบเสียดายเล็กน้อยที่กล้องเก็บความสวยงามและบรรยากาศความยิ่งใหญ่ของจริงตรงหน้าได้ไม่หมด แนะนำว่าต้องมาดูด้วยตาตัวเองสักครั้งจริงๆ ค่ะ!
โบสถ์ซานตู อิลเดฟอนซู (Church of Saint Ildefonso)

หลังจากเดินชมมหาวิหารพอร์โตเสร็จ เราก็ออกเดินเล่นรับลมเย็นๆ ต่อ จนมาเจอกับอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สวยสะกดสายตามากๆ นั่นคือ โบสถ์ซานตู อิลเดฟอนซู (Church of Saint Ildefonso)
จุดเด่นของโบสถ์แห่งนี้คือตัวอาคารด้านนอกที่ประดับด้วยกระเบื้องเขียนสีโบราณสีฟ้าขาว หรือที่เรียกว่า "อซูเลฮู" (Azulejo) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของโปรตุเกส ยิ่งวันนั้นฟ้าโปร่งใสไร้เมฆ ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาชิคและ aesthetic สุดๆ!
ค่าเข้าชมด้านในราคาเบาๆ เพียงประมาณ 39 บาท (1 ยูโร) เท่านั้น แต่รอบนี้เราเน้นเสพงานศิลป์และถ่ายรูปเล่นอยู่แค่ด้านนอก ไม่ได้เข้าไปข้างในค่ะ

ตอนที่ไปถึง มีแค่คู่เรากับคู่นักท่องเที่ยวต่างชาติอีกคู่หนึ่งเท่านั้น บรรยากาศเลยชิลล์มาก ไม่วุ่นวาย พวกเราเลยผลัดกันช่วยถ่ายรูปคู่ให้กันและกันอย่างสนุกสนาน เป็นมิตรภาพระหว่างเดินทางที่น่ารักมากๆ
และนี่คือรูปที่คุณสามีแอบแชะตอนเรากำลังตั้งใจถ่ายรูปให้คู่นักท่องเที่ยวคู่นั้นอยู่ค่ะ (เบื้องหลังความตั้งใจของตากล้องเฉพาะกิจ ฮ่าๆ)

ความโชคดีคือบริเวณลานด้านหน้าโบสถ์ซานตู อิลเดฟอนซู เขากำลังจัดงานตลาดคริสต์มาส (Christmas Market) เล็กๆ อยู่พอดีเลย!
มีร้านค้าไม้เล็กๆ ตกแต่งน่ารักๆ มาตั้งเรียงราย ขายของแฮนด์เมดและของฝากเก๋ๆ เต็มไปหมด บรรยากาศอบอุ่นและมีชีวิตชีวามาก

ในตลาดมีทั้งเครื่องประดับทำมือ ต่างหู แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ รวมถึงหมวกและกระเป๋าสตางค์น่ารักๆ ให้เลือกช้อปเพียบ
เดินดูไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าอยากได้ของที่ระลึกชิ้นเล็กๆ ติดไม้ติดมือกลับไปเป็นความทรงจำสำหรับการมาเยือนพอร์โตครั้งแรกในชีวิตสักหน่อย

และแล้วเราก็ได้สิ่งนี้มาครอบครอง! สร้อยข้อมือลวดลายคล้ายกับกระเบื้องอซูเลฮูสีฟ้าขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของโปรตุเกส
ไม่รอช้า รีบใส่แล้วชูมือถ่ายรูปคู่กับฉากหลังโบสถ์ซานตู อิลเดฟอนซูซะเลย สวยเก๋ไม่ซ้ำใครสุดๆ!
ได้ของที่ระลึกชิ้นแรกจากยุโรปมาในราคาน่ารักๆ ได้มา 2 เส้นในราคาประมาณ 390 บาท (10 ยูโร) ตกเส้นละไม่ถึงสองร้อยบาท คุ้มค่าและมีความหมายต่อใจมากๆ เลยค่ะ ใครมาเที่ยวพอร์โตต้องลองมาเดินหาไอเท็มแฮนด์เมดแบบนี้ดูน้า!







