แพลนเที่ยวปอร์โต 2 วัน 1 คืน 2026: ฟินกับไวน์และเมืองสวย
ปอร์โต (Porto) เมืองสุดโรแมนติกของโปรตุเกส มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิด! เราจัดแพลน 2 วัน 1 คืนแบบจัดเต็ม ทั้งมุมถ่ายรูปสวยๆ และลิ้มรสไวน์พอร์ตสุดฟิน!
กำลังโหลด...
ปอร์โต (Porto) เมืองสุดโรแมนติกของโปรตุเกส มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิด! เราจัดแพลน 2 วัน 1 คืนแบบจัดเต็ม ทั้งมุมถ่ายรูปสวยๆ และลิ้มรสไวน์พอร์ตสุดฟิน!
พร้อมทัวร์ไร่องุ่นดูโรวัลเลย์แบบจัดเต็ม!
สวัสดีค่า นักเดินทางสายลุยหัวใจฟรุ้งฟริ้งทุกคน!
วันนี้เมลิสซ่า บล็อกเกอร์สายแบกเป้รอบโลก ขอพาทุกคนบินลัดฟ้าไปเช็กอินที่ปอร์โต (Porto) เมืองที่กำลังฮอตปรอทแตกในโปรตุเกสค่ะ
เราใช้เวลา 2 วันเต็มๆ ตะลุยเมืองแบบจัดหนักจัดเต็ม บอกเลยว่าคุ้มทุกนาที!
แพลนนี้รับรองว่าเก็บครบทุกแลนด์มาร์กสำคัญ และยังซึมซับวิถีชีวิตคนท้องถิ่นได้แบบไม่เหมือนใคร
นอกจากนี้ยังมีพิกัดลับที่เราพลาดไป แต่ตั้งใจว่าจะต้องกลับไปเก็บให้ได้ มาฝากเพื่อนๆ ด้วยนะ ใครจะไปปอร์โตปี 2026 นี้ ปักหมุดรอเลยจ้า!
1. แพลนเที่ยวปอร์โต วันที่ 1 - ไฮไลต์คือวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก
📍 ปอร์โต (Porto)
โปรตุเกส
วันที่ 1: ตลาดบอลเฮา - สถานีรถไฟเซาเบนโต - โบสถ์ Capela das Almas - ร้านกระป๋องปลา The Fantastic World of Portuguese - นั่งกระเช้า Gaia Cable Car - อาราม Serra do Pilar (ชมพระอาทิตย์ตก)


📌 ตลาดบอลเฮา (Mercado do Bolhão)
เริ่มต้นวันแรกด้วยการมาสัมผัสชีวิตคนปอร์โตแท้ๆ ที่ตลาดเก่าแก่แห่งนี้ค่ะ ที่นี่มีครบทุกอย่าง ตั้งแต่ผักผลไม้สดๆ อาหารทะเล ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงดอกไม้สวยๆ และจานชามเซรามิก
ถึงแม้จะเป็นตลาดขนาดเล็ก แต่รับรองว่าเดินเพลินสุดๆ แถมยังมีโซนอาหารง่ายๆ ให้เราฝากท้องมื้อเช้าได้ด้วยนะ เมลิสซ่ามาถึงปอร์โตแต่เช้าตรู่ เลยแวะเอาสัมภาระไปเก็บแล้วมาหาอะไรอร่อยๆ รองท้องที่นี่แหละค่ะ

📌 สถานีรถไฟเซาเบนโต (Estação de São Bento)
มาปอร์โตแล้วไม่มาเช็กอินที่นี่ ถือว่าพลาดมาก! สถานีรถไฟแห่งนี้คือสัญลักษณ์ของเมืองเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะมีภาพกระเบื้องอาซูเลโฆ (Azulejo) สีน้ำเงินขาวอันเป็นเอกลักษณ์ประดับอยู่เต็มผนัง
บอกเลยว่าสวยงามอลังการงานสร้างจริงๆ ค่ะ ถึงแม้คนจะเยอะไปหน่อย แต่ก็คุ้มค่าแก่การไปเดินชมและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ที่นี่เป็นสถานีรถไฟที่ยังใช้งานจริงอยู่นะคะ แถมยังมีร้านอาหาร Tapabento ชื่อดังอยู่ใกล้ๆ ด้วย



📌 โบสถ์ Capela das Almas
อีกหนึ่งพิกัดที่สายถ่ายรูปต้องกรี๊ด! โบสถ์แห่งนี้โดดเด่นด้วยผนังด้านนอกที่ประดับประดาด้วยกระเบื้องอาซูเลโฆสีฟ้าขาวสวยงามมากๆ ค่ะ
บอกเลยว่ามุมนี้ถ่ายรูปออกมาแล้วปังสุดๆ ถึงแม้เราจะไม่ได้เข้าไปด้านใน แต่แค่ถ่ายรูปด้านนอกก็ฟินแล้วค่ะ นี่แหละคือภาพจำของปอร์โตที่หลายคนนึกถึง
ด้านข้างของโบสถ์ก็มีกระเบื้องอาซูเลโฆผืนใหญ่ให้ถ่ายรูปสวยๆ ได้เช่นกัน แต่ถ้าอยากได้มุมโบสถ์แบบเต็มๆ แนะนำให้ถ่ายจากด้านหน้าทางเข้าจะสวยกว่านะคะ

📌 ร้านกระป๋องปลา The Fantastic World of Portuguese
ร้านนี้คือน่ารักมากกกก เหมือนหลุดเข้าไปในโลกละครสัตว์! สีสันสดใส ถ่ายรูปสวยทุกมุม แถมกระป๋องปลาก็ดีไซน์เก๋ไก๋ เหมาะซื้อเป็นของฝากสุดๆ ค่ะ
ปลาซาร์ดีนกระป๋องของโปรตุเกสขึ้นชื่อมากนะคะ เอาไปทำอาหารได้หลายอย่างเลย จะกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยเด็ด!


ช่วงหน้าร้อนที่ไปปอร์โตนี่คือร้อนสุดๆ เลยค่ะ เดินเยอะๆ ก็เหนื่อยมากๆ
เลยตัดสินใจนั่งกระเช้า Gaia Cable Car เพื่อพักขาและชมวิวเมืองไปในตัว ถึงแม้จะไม่ได้พิเศษหวือหวาอะไรมาก แต่ก็ได้เห็นวิวแม่น้ำดูโรแบบพาโนรามาก็ฟินแล้วค่ะ
ร้านกระป๋องปลาอยู่ไม่ไกลจากสถานีกระเช้าเลยนะคะ ถ้าใครอยากไปชมพระอาทิตย์ตกที่สวนโมรู (Jardim do Morro) แต่ไม่อยากเดินขึ้นเนิน ก็แวะนั่งกระเช้าไปได้เลยค่ะ สะดวกสุดๆ

📌 อาราม Serra do Pilar (Mosteiro da Serra do Pilar)
มาปอร์โตทั้งที ก็ต้องมาดูพระอาทิตย์ตกดินสิคะ!
หลายคนอาจจะไปรวมตัวกันที่สวนโมรู ซึ่งคนจะเยอะมากๆ แถมหาที่นั่งยากด้วย เราเลยเลือกขึ้นมาชมวิวที่อาราม Serra do Pilar แทนค่ะ
ด้านหน้าอารามมีลานกว้างๆ มีม้านั่งให้นั่งพักผ่อนสบายๆ วิวสวยไม่แพ้กันเลยค่ะ

เมลิสซ่าไปถึงที่นี่ก่อนเวลาพระอาทิตย์ตกนานพอสมควร ก็เลยนั่งชิลๆ ชมวิว ฟังเพลงจากนักดนตรีข้างถนนเพลินๆ พอใกล้เวลาพระอาทิตย์ตก คนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
แนะนำเลยว่าอย่าเพิ่งหยุดแค่สวนโมรู ลองเดินขึ้นมาอีกนิด รับรองว่าจะได้เห็นวิวแบบพาโนรามาที่สวยจับใจไม่แพ้กันเลยค่ะ

2. แพลนเที่ยวปอร์โต วันที่ 2 - เดินเล่นชิลๆ ซึมซับบรรยากาศ
วันที่ 2: โบสถ์และหอคอย Clérigos - ตลาดบอลเฮา (อีกครั้ง) - ร้านหนังสือ Livraria Lello - McDonald's (สวยที่สุดในโลก)


📌 โบสถ์และหอคอย Clérigos (Igreja dos Clérigos)
โบสถ์แห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องหอคอยที่สามารถขึ้นไปชมวิวเมืองปอร์โตได้แบบ 360 องศา และเสียงออร์แกนอันกังวานไพเราะ
เราตั้งใจไปฟังการแสดงออร์แกนตอนเที่ยงพอดีค่ะ ตอนแรกก็ว่าจะขึ้นหอคอยด้วยนะ แต่เห็นคิวแล้วท้อเลยค่ะ ยาวเฟื้อยมาก เลยตัดสินใจฟังออร์แกนอย่างเดียว
ค่าเข้าหอคอยอยู่ที่ 10 ยูโร ถ้าใครอยากขึ้นไปชมวิว แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าจะสะดวกกว่านะคะ
ส่วนการแสดงออร์แกนนั้น เราไม่จำเป็นต้องฟังจนจบก็ได้ค่ะ ลองนั่งฟังซึมซับบรรยากาศสักพักก็พอแล้ว เข้าชมฟรีด้วยนะ!

📌 ร้านหนังสือ Livraria Lello
นี่คือ 'ร้านหนังสือที่สวยที่สุดในโลก' ที่ทุกคนต้องมา!
ที่นี่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ดังที่สุดในปอร์โตเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะมีข่าวลือว่าเจ.เค. โรว์ลิง ผู้แต่งแฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้แรงบันดาลใจในการสร้างโลกเวทมนตร์มาจากที่นี่ สาวกแฮร์รี่อย่างเราก็เลยต้องมาตามรอยให้ได้!
ย้ำว่าต้องจองล่วงหน้านะคะ!
เราจองรอบที่คนน่าจะน้อยที่สุดแล้วนะ แต่เอาจริงก็ยังคนเยอะอยู่ดีค่ะ ร้านไม่ได้ใหญ่มาก ทำให้เดินลำบากนิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การมาเยือนสักครั้งค่ะ
หลังจากนั้นก็แวะไปดู McDonald's ที่เค้าว่ากันว่าสวยที่สุดในโลก... ก็เข้าไปดูแบบผ่านๆ ค่ะ ไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรขนาดนั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่ต้องตั้งใจไปหาก็ได้นะ
ที่เห็นว่าแพลนวันที่สองดูเหมือนจะว่างๆ เพราะว่าเราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินเล่นแบบไม่มีจุดหมายนั่นแหละค่ะ
แวะเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตบ้าง เดินสำรวจโบสถ์ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักบ้าง ปอร์โตไม่ใช่เมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวแบบ 'ต้องดู' เยอะแยะมากมาย แต่เป็นเมืองที่เหมาะกับการเดินเล่น ซึมซับบรรยากาศ และใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ไปเรื่อยๆ มากกว่าค่ะ
3. 2 สิ่งที่ต้องเพิ่มในแพลนครั้งหน้า!
ทัวร์ไร่องุ่นดูโรวัลเลย์ และทัวร์พร้อมไกด์ท้องถิ่น

1. ทัวร์ไร่องุ่นดูโรวัลเลย์ (Douro Valley Winery Tour)
สิ่งที่เสียดายที่สุดในการเดินทางครั้งนี้คือการที่ใช้เวลาอยู่แต่ในเมือง ทำให้พลาดโอกาสไปสัมผัสประสบการณ์อื่นๆ ที่หลากหลายกว่านี้ค่ะ
เราเพิ่งได้ลองชิมไวน์พอร์ต (Port Wine) ครั้งแรกที่ปอร์โตนี่แหละค่ะ บอกเลยว่ารสชาติมีเสน่ห์มากๆ ใครมาต้องลองนะคะ แนะนำให้ลองแบบแก้วก่อนก็ได้ค่ะ
ในเมืองปอร์โตเองก็มีที่ที่เรียกว่า 'โรงบ่มไวน์' อยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ห้องเก็บไวน์เท่านั้น ไร่องุ่นจริงๆ จะอยู่นอกเมืองออกไปหน่อยค่ะ
เราเคยไปทัวร์ไร่องุ่นที่อิตาลีมาแล้ว ประทับใจมากๆ เลย ครั้งหน้าถ้ามีโอกาส ต้องกลับไปทัวร์ไร่องุ่นดูโรวัลเลย์ให้ได้เลยค่ะ!
💡ดูรายละเอียดทัวร์ไร่องุ่นดูโรวัลเลย์เพิ่มเติม

2. ทัวร์พร้อมไกด์ท้องถิ่นในปอร์โต
ปอร์โตนี่มีเนินเยอะมากกกก แล้วก็มีตรอกซอกซอยเยอะแยะไปหมด ทำให้หลงทางง่ายสุดๆ แถมการเดินขึ้นลงเนินบ่อยๆ ก็เหนื่อยมากด้วยค่ะ (ย้ำเลยว่ารองเท้าต้องสบายที่สุดนะทุกคน!)
ถ้าได้ทัวร์พร้อมไกด์ท้องถิ่นคงจะดีกว่านี้มากๆ เลยค่ะ นอกจากจะไม่หลงทางแล้ว ยังได้ฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์จากคนในพื้นที่ และที่สำคัญคือได้รูปคู่สวยๆ กับสามีด้วย!
ถึงแม้เมลิสซ่าจะพลาดประสบการณ์บางอย่างไปบ้าง แต่ก็หวังว่าแพลนเที่ยว 2 วัน 1 คืนนี้ จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนไปเที่ยวปอร์โตในปี 2026 นี้นะคะ ขอให้สนุกกับการเดินทางค่า!
คุณสามารถฟังการแสดงออร์แกนที่โบสถ์คลีริกอสได้ตอนเที่ยง ซึ่งเข้าชมฟรี ค่าเข้าชมหอคอยอยู่ที่ 10 ยูโร และจะสะดวกกว่าหากจองล่วงหน้า
ร้านหนังสือเลลโลเป็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ และการจองล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเยี่ยมชม ร้านหนังสือมีขนาดไม่ใหญ่มาก ดังนั้นอาจเดินลำบากแม้จะไปช่วงสาย แต่ก็เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
มีลานกว้างด้านหน้าอาคารอาราม Serra do Pilar ซึ่งเหมาะสำหรับการนั่งบนม้านั่งและชมพระอาทิตย์ตกดิน ตั้งอยู่สูงกว่าสวน Jardim do Morro ทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ที่กว้างขวาง และคุณยังสามารถใช้เวลาชมการแสดงดนตรีริมถนนก่อนพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย
ปอร์โตมีเนินเขามากมายและถนนที่คดเคี้ยวซับซ้อน ทำให้หลงทางได้ง่าย ดังนั้นจึงแนะนำให้สวมรองเท้าที่ใส่สบายตลอดการเดินทาง
พบเรื่องราวการเดินทางที่คัดสรรในธีมเดียวกัน

Moru Garden จุดเช็คอินห้ามพลาดที่ปอร์โต! สัมผัสความโรแมนติกของพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำ Douro พร้อมชมวิวเมืองยามค่ำคืนสุดตระการตา เตรียมกล้องให้พร้อมแล้วไปฟินกัน!

ใครมีแพลนเที่ยว Porto แล้วอยากได้รูปสวยๆ ไม่ซ้ำใคร ห้ามพลาดรีวิวถ่ายรูปสแนปกับ Beiju Porto ที่จะทำให้ทริปของคุณมีโมเมนต์น่าจดจำตลอดไป!

สายกินห้ามพลาด! รีวิวร้าน La Ricotta ที่ปอร์โต โปรตุเกส กับคอร์สอาหารอิตาเลียนสุดคุ้ม ทั้งสตาร์ทเตอร์ เมนคอร์ส ของหวาน และกาแฟ อิ่มฟินในราคาเบาๆ บรรยากาศก็เริ่ด!

มาปอร์โตทั้งที ห้ามพลาด Palácio da Bolsa วังเก่าแก่ที่ซ่อนความอลังการไว้ข้างใน! เราลองจองหน้างานแบบไม่คาดฝัน และได้ทัวร์สุดประทับใจ มาดูกันว่าคุ้มไหม!

มาปอร์โตต้องมา Foz do Douro! จุดบรรจบแม่น้ำโดรูและแอตแลนติก เดินเล่นริมหาด ชมวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา สัมผัสวิถีชีวิตคนท้องถิ่น ฟินกับพระอาทิตย์ตกดินสุดอลังการ ชิลมาก!

มาปอร์โตทั้งที ต้องแวะ Majestic Cafe คาเฟ่สุดคลาสสิกที่ J.K. Rowling เคยมาเขียน Harry Potter! พร้อมชิม Francesinha เมนูเด็ดประจำเมืองที่ห้ามพลาด ฟินสุดๆ