Pahoehoe Jeju: ผจญภัยดินแดนลาวาแห่งใหม่ที่แอวอล
เบื่อทะเล เบื่อคาเฟ่เดิมๆ ที่เชจูตะวันตกแล้วใช่ไหม? มาค้นพบ Pahoehoe ที่เที่ยวใหม่แกะกล่องในแอวอล สัมผัสประสบการณ์ดินแดนลาวาที่ไม่เหมือนใคร ถ่ายรูปสวยเป๊ะทุกมุม!
กำลังโหลด...
เบื่อทะเล เบื่อคาเฟ่เดิมๆ ที่เชจูตะวันตกแล้วใช่ไหม? มาค้นพบ Pahoehoe ที่เที่ยวใหม่แกะกล่องในแอวอล สัมผัสประสบการณ์ดินแดนลาวาที่ไม่เหมือนใคร ถ่ายรูปสวยเป๊ะทุกมุม!

เวลาแพลนเที่ยวเชจูฝั่งตะวันตกทีไร
ก็มักจะมีโมเมนต์ให้คิดไม่ตกอยู่บ่อยๆ เลยนะ
ก็แหม...ทะเลก็ไปมาเยอะแล้ว
แต่ถ้าจะให้ไปแค่คาเฟ่เดิมๆ ซ้ำๆ
มันก็แอบเสียดายเวลาอยู่นะ
โดยเฉพาะถ้าไปเที่ยวกับเด็กๆ
หรือไปเป็นครอบครัวใหญ่
ก็จะมองหาสถานที่พิเศษที่ได้ซึมซับธรรมชาติ แถมยังได้รูปสวยๆ ไปอวดกัน

ล่าสุดเราไปเจอที่เที่ยวเปิดใหม่ที่เชจู ฝั่งแอรวอลมา
ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความกังวลพวกนั้นได้เลยล่ะ
ก็คือที่นี่เลย สเปซที่สร้างขึ้นมาโดยมีธีมเป็นภูมิประเทศลาวา
ที่ชื่อว่า Pahoehoe นั่นเอง!

ตอนแรกที่ได้ยินชื่อที่นี่
อาจจะรู้สึกแปลกๆ ไม่คุ้นหูหน่อยเนอะ
Pahoehoe (พาโฮอีโฮอี) เนี่ย
เป็นชื่อเรียกชนิดของลาวาที่ไหลออกมาจากการระเบิดของภูเขาไฟ
ในภาษาฮาวายหมายถึงลาวาที่ไหลอย่างนุ่มนวลและราบรื่น

เหตุผลที่ที่นี่พิเศษไม่เหมือนใครก็อยู่ตรงนี้แหละ!
ปกติแล้วพอพูดถึงที่เที่ยวธรรมชาติในเชจู
เราก็มักจะนึกถึงป่าไม้หรือทะเลเป็นอันดับแรกใช่ปะ
แต่ที่นี่เค้าเอาลักษณะภูมิประเทศลาวามาเป็นคอนเทนต์หลักเลยนะ
บอกเลยว่าเป็นฮอตเพลสใหม่ของเชจูที่แปลกตามากๆ

ค่าเข้า Pahoehoe อยู่ที่
ประมาณ 300 บาท สำหรับผู้ใหญ่
พอซื้อตั๋วแล้วเข้ามา
สิ่งแรกที่จะได้เจอคือ
Welcome Garden ที่เขียวขจีสดชื่นเลยล่ะ

เค้าจัดแต่งต้นไม้อย่างเป็นระเบียบ
ไปตามแนวพื้นที่ลาวาอันกว้างใหญ่เลยนะ
ตอนที่เราไปช่วงที่เค้าเพิ่งเปิดใหม่ๆ
ต้นไม้ก็ยังไม่ได้ดูอุดมสมบูรณ์มากเท่าไร
แต่คิดว่าพอเวลาผ่านไป
บรรยากาศของแต่ละฤดูกาลก็น่าจะแตกต่างออกไปเยอะเลยล่ะ


ถ้าเดินไปตามทางเรื่อยๆ
ก็จะเจออีกโซนที่เปลี่ยนบรรยากาศไปเลย

นั่นก็คือ Stone Chapel นั่นเอง
กลิ่นธูปหอมอ่อนๆ กับเสียงเพลงที่เงียบสงบ
อบอวลไปทั่วทั้งพื้นที่
พอเข้าไปใน Stone Chapel ปุ๊บ
ก็รู้สึกได้เลยว่าใจสงบลงมากๆ

ด้วยความสงบเงียบ และบรรยากาศแปลกตาที่ไม่เหมือนใคร
คิดว่าน่าจะกลายเป็นโพสต์สปอตสายมินิมอลของเชจู
ที่หลายคนต้องตามมาถ่ายรูปกันแน่นอนเลย

หลังจากเดินผ่าน Stone Chapel มาแล้ว
ในที่สุดเราก็จะได้เจอกับไฮไลต์เด็ดของที่นี่
นั่นก็คือ Lava Field พื้นที่ลาวาขนาดมหึมา
ภาพของลาวาที่ขรุขระเป็นลูกคลื่น
ที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา
บอกเลยว่าประทับใจสุดๆ

ตอนแรกก็คิดว่าที่นี่เป็นแค่ที่ให้ยืนมองเฉยๆ ซะอีก
แต่ที่ไหนได้ ที่นี่เค้าเปิดให้นักท่องเที่ยวลงไปเดินสำรวจระหว่างก้อนลาวาได้ด้วยนะ!

พอเดินลงบันไดเล็กๆ ลงไปข้างล่าง
การผจญภัยในโลกของลาวาที่เชจูของจริงก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

เราได้ลองสัมผัสด้วยมือตัวเอง
และสังเกตใกล้ๆ
เลยรู้สึกว่าที่นี่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครเลยล่ะ
เหมาะสำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ทางธรณีวิทยาของเชจู
หรือเป็นคอร์สเรียนรู้ธรรมชาติ
บอกเลยว่าโคตรมีประโยชน์และน่าสนใจสุดๆ

ตอนที่เราไปเที่ยวที่นี่
ก็เห็นนักท่องเที่ยวแบบครอบครัว
พาเด็กๆ มาเที่ยวกันเยอะมากกก
น้องๆ หนูๆ ดูเหมือนกำลังผจญภัย
วิ่งเล่นไปมาระหว่างหินลาวา
ดูแล้วสนุกสนานสุดๆ ไปเลย

แต่ว่าพื้นผิวตรงนี้มันไม่ค่อยเรียบ
แถมก้อนหินก็ใหญ่ๆ
เลยเดินไม่ระวังอาจจะสะดุดล้มได้ง่ายๆ นะ
ดังนั้น ถ้าใครจะเข้าไปเดินเล่นใน Pahoehoe Lava Field
เราแนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบนะทุกคน!
พวกรองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นสูงนี่
อาจจะอันตรายกว่าที่คิดไว้เยอะเลยล่ะ

ส่วนตัวแล้ว ตอนที่เราไปเที่ยวที่
อุทยานแห่งชาติ Gotjawal ที่แทจองอึบ เชจู
ก็เคยเห็นพื้นที่หินลาวามาก่อนนะ
ถ้าที่นั่นให้อารมณ์ลึกลับซ่อนตัวอยู่ในป่า
Pahoehoe ก็จะให้อารมณ์แบบโอเพ่นๆ กับวิวทิวทัศน์กลางเขา
ที่แสดงความยิ่งใหญ่ของหินลาวาออกมาให้เห็นชัดๆ เลย

ถึงแม้จะเป็นภูมิประเทศภูเขาไฟเหมือนกัน
แต่ด้วยรูปทรงของหินลาวาและสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ต่างกัน
ทำให้ความรู้สึกที่ได้จากแต่ละที่ก็ต่างกันไปเลย
บอกเลยว่าการได้มาเปรียบเทียบทั้งสองที่มันก็สนุกดีนะ
ใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติของเชจู
รับรองว่าต้องถูกใจแน่นอน!

พอเดินสำรวจหินลาวาผืนใหญ่เสร็จแล้ว
ก็จะเจอโซนป๊อปอัพ มิวเซียม และคาเฟ่ ที่เชื่อมต่อกันเลย

คาเฟ่ที่นี่มีหน้าต่างบานใหญ่
ทำให้มองเห็นพื้นที่หินลาวาที่เราเพิ่งเดินผ่านมาได้แบบเต็มตา
เรื่องวิวเนี่ยคือประทับใจมากก

ที่ร้านขายของที่ระลึกของคาเฟ่
ก็มีของใช้เก๋ๆ อย่างร่มกระดาษ, ที่วางกำยาน
และของตกแต่งน่ารักๆ สไตล์มินิมอล
วางโชว์อยู่เป็นระเบียบเลยนะ
พูดตรงๆ ว่ากาแฟหรือของหวานที่นี่
ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษว้าวซ่าขนาดนั้น
แต่ถ้าอยากจะนั่งพักชมวิวชิลล์ๆ เงียบๆ
ก็ถือว่าเป็นที่ที่ดีงามเลยทีเดียว

ที่ Pahoehoe จุดสุดท้ายที่เราแวะไป
ก็คือ Bamboo Garden นั่นเอง
ที่นี่มีป่าไผ่สูงโปร่งเย็นสบาย
กับรูปปั้นหินเก๋ๆ ที่ผสมผสานกันลงตัว
เหมาะจะเป็นที่ปิดท้ายทริปมากๆ
โดยรวมแล้ว ใครที่ชอบบรรยากาศแบบธรรมชาติ
น่าจะถูกใจและแฮปปี้สุดๆ ไปเลย

พอได้มาเที่ยว Pahoehoe Jeju ด้วยตัวเองแล้ว
ก็เห็นชัดเลยว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียนะ
ตอนที่เรามา เค้าเปิดให้เข้าฟรี
แต่ถ้าเทียบกับราคาปกติผู้ใหญ่ที่ ประมาณ 300 บาท
แต่ละคนก็อาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกันไปได้นะ

เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ที่มีอะไรให้ดูเยอะแยะมากมาย
แต่เป็นที่ที่เหมาะกับการมาซึมซับบรรยากาศชิลล์ๆ เงียบๆ
มากกว่าน่ะ
สำรวจภูมิประเทศภูเขาไฟ
การออกแบบพื้นที่ที่เข้าถึงอารมณ์
เดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติ
ดังนั้น ที่นี่เลยเหมาะกับคนที่ไม่ได้คาดหวังคอนเทนต์หวือหวา
แต่อยากสัมผัสธรรมชาติของเชจูในมุมมองใหม่ๆ
มากกว่านะ
📍 พาโฮอีโฮอี ลาวาฟิลด์ พาร์ค เชจู
จังหวัดปกครองตนเองพิเศษเชจู เมืองเชจู ตำบลแอวอล ถนนจุงซันกันซอโร 5994-47
ถ้าทริปเชจูแบบเดิมๆ เริ่มจะน่าเบื่อแล้วล่ะก็
คราวนี้ลองไปสัมผัส ทัศนียภาพอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติ
แบบใกล้ชิดในสถานที่ใหม่ๆ
ดูไหม?
Pahoehoe แหล่งท่องเที่ยวใหม่แกะกล่องในแอวอล เชจูเนี่ย
มีทั้งพื้นที่หินลาวาอันยิ่งใหญ่และโซนสวยๆ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ศิลป์
ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างไปจากทริปเชจูแบบเดิมๆ
เลยนะ
ถ้าใครกำลังมองหาที่เที่ยวเชจูแบบครอบครัวที่มีเด็กๆ ไปด้วย
หรืออยากได้แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเงียบๆ ในเชจู
ที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่น่าแวะเวียนมาลองดูนะ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเที่ยวเชจูนะค้าบบ
ตามบทความ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ของ Pahoehoe อยู่ที่ประมาณ 300 บาท ผู้เขียนได้เข้าชมในช่วงที่เปิดให้เข้าฟรี แต่กล่าวว่าความเห็นอาจแตกต่างกันไปหากต้องจ่ายในราคาปกติ
Lava Field มีภูมิประเทศที่ไม่สม่ำเสมอและหินมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ทำให้สะดุดล้มได้ง่าย ดังนั้น หากคุณวางแผนที่จะเข้าไปใน Lava Field ขอแนะนำอย่างยิ่งให้สวมรองเท้ากีฬา รองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นสูงอาจเป็นอันตรายได้
'Pahoehoe' เป็นคำในภาษาฮาวาย หมายถึงลาวาชนิดหนึ่งที่ไหลออกมาจากการปะทุของภูเขาไฟ โดยเฉพาะลาวาที่ไหลอย่างนุ่มนวลและราบรื่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุผลที่พื้นที่นี้ถูกสร้างขึ้นโดยมีธีมเป็นภูมิประเทศลาวา
Pahoehoe ไม่ได้เป็นสถานที่ที่มีเนื้อหาหวือหวา แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการสำรวจภูมิประเทศภูเขาไฟ การออกแบบพื้นที่ที่สร้างอารมณ์ และการเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติของเชจูในรูปแบบที่แตกต่าง หรือเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก
พบเรื่องราวการเดินทางที่คัดสรรในธีมเดียวกัน

มาเชจูทั้งที ต้องพักพูลวิลล่าส่วนตัว Aewol The Sunset Resort ที่แอวอล! ฟินกับสระว่ายน้ำรูฟท็อปวิวทะเลแบบจุกๆ พร้อม Floating Breakfast สุดอลังการ ห้ามพลาดเลย!

รีวิวร้านอาหารสนามบินช็องจู อัปเดตล่าสุดปี 2026 ชี้เป้าพิกัดของกินเล่นชั้น 1 และมื้อหลักสุดฟินชั้น 2 อิ่มอร่อยสะดวกรวดเร็วก่อนบินไปเที่ยวเกาะเชจู!

ใครมาเชจูห้ามพลาด! หาดโคแนน ชายหาดเล็กๆ ทางตะวันออกที่น้ำใสเหมือนกระจก เหมาะกับสายสโนว์เกิลและสายคาเฟ่สุดๆ ถ่ายรูปยังไงก็ปัง!

ใครมาเชจูแล้วอยากซดซุปร้อนๆ ชามใหญ่ รสชาติจัดจ้าน ห้ามพลาด 순풍해장국 ฮัมด็อก! ที่นี่มีเมนูเด็ดโคซารียุกแนทัง ที่คนดังยังต้องมาลอง

รีวิว Haejigae Cafe คาเฟ่ฮันอกริมทะเลแอวอล เกาะเจจู แหล่งเช็คอินสุดฮิตวิวพระอาทิตย์ตกหลักล้าน พร้อมเบเกอรี่ส้มฮัลลาบงสูตรโฮมเมดที่สายคาเฟ่ห้ามพลาด!

พาเช็คอิน 'หินชางกม' (Changkkom Rock) พิกัดถ่ายรูปสุด Unseen ของเกาะเชจู ปี 2026 รูหินธรรมชาติที่มองเห็นวิวเกาะทารยอโด ตามรอยซีรีส์ดัง อูยองอู ห้ามพลาดเลย!