โอตรันโต อิตาลีใต้: เที่ยววันเดียว จุดถ่ายรูปสวยปัง 2026
มาอิตาลีใต้ทั้งที ต้องไม่พลาดโอตรันโต! เมืองท่าสุดชิลที่รวมความสวยของทะเลใสกับตรอกซอกซอยสีขาวสุดคลาสสิกไว้ด้วยกัน พร้อมบอกพิกัดจุดถ่ายรูปสุดปัง!
ป้ายยาพิกัดเที่ยวอิตาลี
โอตรานโต (Otranto)
ⓒ เรื่อง/ภาพ โดย Nomad Ssalmi
แคว้นปูเกลีย (Puglia) ทางตอนใต้ของอิตาลีเนี่ย
บอกเลยว่ามีจุดชมวิวทะเลที่สวยสับ สวยตาแตกเยอะมากกกก
และหนึ่งในพิกัดเด็ดที่ดังสุดๆ และห้ามพลาดเลยก็คือ
แท่น แทน แท้น... โอตรานโต (Otranto) นั่นเองจ้า!

ตรอกซอกซอยสีขาวโพลนที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงเมืองโบราณ
มาเจอกับน้ำทะเลใสแจ๋วแหว๋วสีครามที่โบกสะบัดไปมา
มันคือภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยเหมือนภาพวาดที่หลุดออกมาจากจินตนาการ
ที่พวกเราต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้สักครั้งในชีวิต!
บอกตรงๆ ว่านี่คือหนึ่งในเมืองที่พวกเราตกหลุมรักแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยล่ะทุกคน
สำหรับใครที่แพลนมาเที่ยวแบบ One Day Trip
วันนี้เรามัดรวมจุดเช็กอินที่ต้องไป พร้อมพิกัดมุมถ่ายรูปสุดปัง
มาไกด์ให้แบบจัดเต็มไม่มีกั๊กเลยค่า!
สารบัญ |
1. ข้อมูลพื้นฐานของโอตรานโต |
2. วิธีเดินทางจากเลชเช่ (Lecce) ไปโอตรานโต |
3. ที่เที่ยวไฮไลท์ในโอตรานโต |
4. เดินลัดเลาะย่านเมืองเก่า |
5. พิกัดมุมถ่ายรูปริมทะเลสุดปัง |
6. สรุปรีวิว |
1. ข้อมูลพื้นฐานของโอตรานโต

โอตรานโต (Otranto) เป็น
เมืองท่าที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณปลาย "ส้นรองเท้าบูท" ของอิตาลีพอดีเป๊ะ
เรียกว่าเป็นพิกัดสุดขอบตะวันออกเลยทีเดียว
แถมยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่
เห็นแสงแรกของวัน (พระอาทิตย์ขึ้น) เร็วที่สุดในอิตาลี อีกด้วยนะเออ!

ในอดีต เมืองนี้เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
ที่เชื่อมโยงระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก
เลยมีประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างเจ็บปวดอย่างการรุกรานจากจักรวรรดิออตโตมัน
แต่ปัจจุบัน เมืองนี้ได้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เหล่านั้น
ให้กลายเป็นผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ตระการตา (เช่น ภาพโมเสกในมหาวิหาร)
และได้รับการยกย่องให้เป็น เมืองมรดกโลกโดย UNESCO เรียบร้อยโรงเรียนอิตาลีจ้า!

นอกจากประวัติศาสตร์แล้ว น้ำทะเลที่นี่คือใสจนใจเจ็บ ใสเห็นพื้นทรายด้านล่างเลยคุณน้า!
บวกกับย่านเมืองเก่าสุดน่ารัก ตะมุตะมิปุ๊กปิ๊ก
บอกเลยว่าเดินเล่นเพลินจนลืมเวลาแน่นอน!
2. วิธีเดินทางจากเลชเช่ (Lecce) ไปโอตรานโต
จาก เลชเช่ (Lecce) ไปยังโอตรานโต
จะใช้เวลาเดินทางแตกต่างกันไปตามยานพาหนะ
อยู่ที่ประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง เท่านั้นเองครับ

💜 รถไฟ (ใช้บริการรถไฟสาย FSE) 💜
เริ่มต้นจากสถานีรถไฟเลชเช่ (Lecce Station)
นั่งรถไฟสาย FSE (Ferrovie del Sud Est)
โดยปกติแล้วเราจะต้องไปเปลี่ยนขบวนที่สถานีมัลเย (Maglie)
หนึ่งครั้งถ้วน
ใช้เวลาเดินทางรวมๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 30 นาทีจ้า
แอบกระซิบว่าถ้าวางแผนจะไปวันอาทิตย์หรือวันหยุดราชการ
รอบรถไฟจะน้อยมากกกก เช็คตารางเวลาล่วงหน้ากันดีๆ น้า!
ส่วนพวกเราก็นั่งรถไฟสายนี้ไปเหมือนกัน ชิลสุดๆ

💜 รถยนต์ (รถเช่า) 💜
ขับรถล่องใต้ตามทางหลวงสาย SS16
แค่ประมาณ 45 นาทีก็ถึงแล้วฮะ
ถือเป็นวิธีที่เร็วและสะดวกสบายที่สุดสำหรับสายขับรถเที่ยวเองเลย

💜 รถบัส (เฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น) 💜
ถ้าใครมาเที่ยวช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน
จะมีรถบัสรับส่งนักท่องเที่ยวที่ชื่อว่า Salento in Bus
วิ่งให้บริการถี่มาก เหมาะกับสายแบกเป้ลุยเดี่ยวแบบไม่มีรถสุดๆ
ชีวิตจะง่ายขึ้นแบบ 300%!
สำหรับแผนที่เส้นทาง ตารางเวลา และการซื้อตั๋วแบบละเอียด
สามารถเข้าไปดูที่หน้าเว็บไซต์ทางการด้านล่างนี้ได้เลยครับ
แม้ว่าแพลนปี 2026 จะยังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ
แต่คิดว่าน่าจะไม่ต่างจากตารางของปีที่แล้วเท่าไหร่
แนะนำให้เซฟเก็บไว้ทำการบ้านก่อนออกเดินทางกันน้า
3. ที่เที่ยวไฮไลท์ในโอตรานโต

💜 มหาวิหารโอตรันโต (Otranto Cathedral) 💜
มหาวิหารที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12
โดดเด่นด้วยภาพโมเสกบนพื้นขนาดมหึมาเป็นรูป "ต้นไม้แห่งชีวิต" (Tree of Life)
งานละเอียดและประณีตมากกกก จนคู่ควรแก่การเรียกว่าเป็นสมบัติของมนุษยชาติเลยล่ะแก!
แถมยังมีพื้นที่ประดิษฐานอัฐิของผู้วายชนม์ (มรณสักขี) กว่า 800 ท่าน
ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันแสนดุเดือด
และความเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่เมืองนี้เคยเผชิญมาแบบหนักหน่วงสุดๆ
แต่เดี๋ยวมหาวิหารนี้เราจะมาเจาะลึกรีวิวแยกให้อีกทีนะจ๊ะ

💜 ปราสาทอารากอน (Castello Aragonese) 💜
ป้อมปราการที่ตั้งตระหง่านเผชิญหน้ากับทะเลแห่งนี้
เปรียบเสมือนโล่สุดแกร่งที่คอยปกป้องเมืองเอาไว้เลย
พวกรอยความกรันความเท่ของกำแพงหินโบราณ
พอมาตัดกับความสีฟ้าครามของน้ำทะเลแล้ว บอกเลยว่าถ่ายรูปออกมาปังและประทับใจสุดๆ!
4. เดินลัดเลาะตะลุยเมืองเก่า (Old Town)

บอกเลยว่า เมืองเก่าโอตรันโต เนี่ย
ยกร้านความสวยงามให้ตรอกซอกซอยไปเลย 100%
มันดีงามจนไม่รู้จะอวยยังไงแล้วแก!
คำว่า "สวยมากกก" คือหลุดออกจากปาก
แบบไม่หยุดหย่อนตลอดทางเลยจริงๆ

วินาทีแรกที่เดินทะลุกำแพงเมืองเข้ามา
ฟีลลิ่งเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซี
หรืออีกมิติหนึ่งเลยล่ะ ย้อนยุคสุดๆ

เสื้อผ้าที่ตากอยู่ตามซอกตึกแคบๆ
กับกระถางต้นไม้ที่มีดอกไม้สีสันสดใสชูช่อ
ตัดกับกำแพงบ้านสีขาวโพลนอย่างลงตัว
ทำเอาฉันกดชัตเตอร์รัวๆ แบบหยุดไม่ได้เลยแก๊!
ไม่คิดเหมือนกันว่าชีวิตนี้จะมาถ่ายรูป
ประตูบ้านคนอื่นเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต 🤣
แล้วอย่าลืมแวะไปส่องพวกร้านเล็กๆ
ที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยด้วยนะ
มีทั้งของใช้ในครัวที่ทำจากไม้มะกอกซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้
เครื่องปั้นดินเผาสุดน่ารักสไตล์แคว้นปูลยา (Puglia)
ไปจนถึงเครื่องหนังแฮนด์เมดฝีมือช่างท้องถิ่น
เดินดูเพลินจนลืมเวลาไปเลย!
แต่ขอกระซิบข้อเท็จจริงนิดนึง ตอนเราไปคือเดือนมีนาคม
มันเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (Low Season) บางร้านเลยปิดปรับปรุง
หรือปิดเงียบเหงาไปบ้าง ใครจะไปช่วงนี้เตรียมใจเผื่อไว้หน่อยน้า

ทริปนี้พวกเราเลือกที่จะเดินทอดน่อง
ไปตามตรอกซอกซอยแบบไร้จุดหมาย ปล่อยใจจอยๆ เลย
เพราะพอมันสวยไปหมดซะทุกมุม
แทนที่จะมัวแต่มองแผนที่ในมือถือ
สู้เดินดุ่มๆ เข้ามันทุกซอยที่เจอ สะใจกว่าเยอะ!

ถ้ามาช่วงหน้าร้อนที่เป็นไฮซีซั่น ดอกไม้คงเบ่งบานเต็มพิกัด
ร้านรวงเปิดกันคึกคักและน่าจะมีอะไรให้ดูเยอะกว่านี้แหละ
แต่การได้มาสัมผัสความเงียบสงบ ไร้ผู้คนพลุกพล่าน
ชิลๆ สบายๆ ในช่วงโลว์ซีซั่นแบบนี้ ก็ฮีลใจและฟินไปอีกแบบนะ
อุณหภูมิก็กำลังดีงาม ประมาณ 17 องศาเซลเซียส
เหมาะกับการเดินเล่นรับลมเย็นๆ สบายตัวมากกก
5. รวมจุดเช็กอินถ่ายภาพริมทะเลสุดปัง

ทะเลของ โอตรันโต (Otranto)
มีสีสันสวยงามแบบสวยตะโกน สวยจนนึกว่าใช้ฟิลเตอร์เลยแก!
เดี๋ยวจะมัดรวมพิกัดถ่ายรูปเจ๋งๆ
ไว้โพสต์ลงไอจีเรียกยอดไลก์มาให้ตามนี้เลยจ้า
แต่อยากบอกว่า ของจริงมันสวยกว่าในรูปถ่ายร้อยเท่าเลยนะ!
เผื่อใจไปเจอความตระการตากันได้เลย

💜 จุดชมวิวบาสติโอเน เปลาสจิ (Bastione Pelasgi) 💜
จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุด
ที่คุณจะได้เจอตอนเดินเลาะไปตามแนวซากกำแพงเมืองโบราณ
ยืนตรงนี้แล้วมองออกไป
จะเห็นเส้นขอบฟ้าของทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea)
ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาแบบพาโนรามาเลยล่ะ
วันไหนที่ฟ้าเปิดและทัศนวิสัยดีจัดๆ
จะสามารถมองข้ามฝั่งไปเห็นถึงประเทศแอลเบเนียได้เลยนะเธอ! มันจะปังเกินไปมั้ยยย
📍 Pelasgians Bastion
Centro Storico, 73028 Otranto LE, อิตาลี

💜 ประตูเมืองปอร์ตา อัลฟอนซินา (Porta Alfonsina) 💜
นี่คือประตูเมืองขนาดใหญ่สำหรับใช้เข้าสู่เขตเมืองเก่า
ช็อตที่มองลอดผ่านช่องประตูโค้งโบราณออกไป
แล้วเห็นวิวทะเลสีครามวับๆ แวมๆ คือมันมีเสน่ห์แบบคลาสสิกมากกกก
น้ำทะเลสีฟ้าที่ถูกกรอบประตูโบราณล้อมรอบไว้
ดูสวยเก๋ยิ่งกว่ารูปวาดในกรอบรูปหรูๆ ซะอีกนะจ๊ะบอกเลย
📍 Porta Alfonsina
Via Vittorio Emanuele, 10, 73028 Otranto LE, อิตาลี

💜 หาดสเปียจจา เดย์ กราโดนี 💜
(Spiaggia dei Gradoni)
ชายหาดเล็กๆ ที่อยู่ติดกับตัวเมืองแบบเดินไปถึงได้เลยทุกคน!
เขามีการทำเป็นขั้นบันไดเก๋ๆ
เหมาะสำหรับไปนั่งห้อยขาชมวิวทะเลแบบชิลๆ มาก
ที่สำคัญคือ น้ำทะเลใสแจ๋วเว่อร์!
ใสจนมองเห็นเม็ดทรายด้านล่างได้ชัดแจ๋ว
แถมน้ำยังตื้นและคลื่นลมก็สงบสุดๆ
ถ้ามาเล่นน้ำคลายร้อนช่วงซัมเมอร์คือฟินลืมแน่นอน!
📍 Spiaggia dei Gradoni
Via Lungomare Kennedy, 73028 Otranto LE, อิตาลี

💜 ถนนคนเดินริมท่าเรือ (Lungomare) 💜
ภาพของเรือประมงลำน้อยที่จอดเรียงราย
คู่กับผืนน้ำทะเลที่นิ่งสงบราวกับทะเลสาบ
และวิวทิวทัศน์ของเมืองสีขาวโพลนที่อยู่เบื้องหลัง
บอกเลยว่าเป็นจุดถ่ายรูปที่รวมทุกความจึ้งเอาไว้ในเฟรมเดียวเลยล่ะแก!
📍 Lungomare Terra D'Otranto
Lungomare Terra D'Otranto, 73028 Otranto LE, อิตาลี
6. ส่งท้ายทริป

โอตรันโต
เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีเสน่ห์ที่น่าค้นหาเยอะมากกก
ฟีลแบบภาพของ
หมู่บ้านทางตอนใต้ของอิตาลี
ที่เราเคยฝันถึง... มันคือที่นี่เลยแหละ! ของจริงไม่จกตา

โอตรันโตในช่วงไฮซีซั่นก็น่าจะคึกคักดีนะ
แต่ขอบอกเลยว่าช่วงโลว์ซีซั่นก็สวยสงบและโรแมนติกไม่แพ้กันเลย
ถ้าเพื่อนๆ มีแพลนมาเที่ยวแคว้นปูลยา (Puglia) ทางใต้ของอิตาลี
อยากให้ลองแวะมาสัมผัสโอตรันโตกันดูสักครั้งนะค้าบ!
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยเพิ่มความฟิน
ให้กับทริปเที่ยวของทุกคนน้าาา
📍 โอตรันโต (Otranto)
73028 Otranto, Lecce, อิตาลี
คำถามที่พบบ่อย
หากเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีเลชเช (Lecce) ไปยังโอตรันโต (Otranto) จะใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่และต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานีใด?
คุณต้องขึ้นรถไฟ FSE จากสถานีเลชเชและเปลี่ยนขบวนหนึ่งครั้งที่สถานีมาลเย (Maglie) ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที เนื่องจากวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีเที่ยวรถวิ่งน้อย จึงควรตรวจสอบตารางเวลาก่อนเดินทาง
ในช่วงฤดูร้อน หากต้องการเดินทางจากเลชเชไปยังโอตรันโตโดยไม่เช่ารถยนต์ ควรใช้บริการรถบัสสายใด?
ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน จะมีรถบัสรับส่งนักท่องเที่ยว 'Salento in Bus' วิ่งให้บริการบ่อยครั้ง ทำให้สามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากเปิดให้บริการเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ขอแนะนำให้ตรวจสอบตารางเวลาและเส้นทางบนเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง
โบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สามารถพบได้ภายในมหาวิหารโอตรันโต (Otranto Cathedral) คืออะไร?
คุณสามารถชมความงดงามของงานประดับกระเบื้องโมเสกบนพื้นรูป 'ต้นไม้แห่งชีวิต' (Tree of Life) อันวิจิตรบรรจงที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ประดิษฐานอัฐิของมรณสักขีทั้ง 800 ท่าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันน่าเกรงขามที่เมืองนี้ได้เผชิญมา
จุดชมวิวบัสติโอเน เปลัสจี (Bastione Pelasgi) บนกำแพงเมืองโอตรันโตสามารถมองเห็นอะไรได้บ้าง?
คุณสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของท้องทะเลอันกว้างไกลและเส้นขอบฟ้าของทะเลเอเดรียติกได้อย่างเต็มตา ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส คุณยังสามารถมองเห็นประเทศแอลเบเนียที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของทะเลได้อีกด้วย
แชร์บทความนี้
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

ขับรถเที่ยวอิตาลี 2026: 3 เส้นทางสุดปัง ทัสคานี, บาโรโล, โดโลมิติ
มาแล้วจ้า! รวม 3 เส้นทางขับรถเที่ยวอิตาลีที่ห้ามพลาด ทั้งทัสคานี บาโรโล และโดโลมิติ สัมผัสวิถีชีวิตชาวอิตาเลียนแท้ๆ ถ่ายรูปสวย ฟินกับอาหารและไวน์ท้องถิ่น!

เที่ยวเซเชดา โดโลมิติ 2026: นั่งกระเช้าขึ้นยอดเขา วิวอลังการ
เซเชดา (Seceda) ยอดเขาในโดโลมิติ อิตาลี ที่สวยจนต้องอ้าปากค้าง! นั่งกระเช้าจากออร์ติเซอีขึ้นไปสัมผัสวิวหลักล้านได้ง่ายๆ ไม่ต้องเป็นสายเดินป่าก็ฟินได้.

เที่ยว Dolomites อิตาลีเหนือ 2026: รวมทะเลสาบสวยตามระดับความฟิต
สายเที่ยวสายลุยห้ามพลาด! รวม 3 ระดับความฟิตพิชิตทะเลสาบสุดปังที่ Dolomites อิตาลีเหนือ ทั้งสายชิลเดินเล่น สายไฮกิ้งเบาๆ ยันสายปีนเขาตัวจริง พร้อมมุมถ่ายรูปสวยๆ!

เดินป่า Alpe di Siusi ที่โดโลมิติ ปี 2026: ฟินกับวิวทุ่งหญ้าเขียวขจี
Alpe di Siusi ทุ่งหญ้าอัลไพน์สุดกว้างใหญ่ในโดโลมิติ อิตาลี พิกัดเดินป่าที่คนรักธรรมชาติห้ามพลาด! พร้อมทิปส์เที่ยวช่วงที่ดีที่สุดและข้อมูลจอดรถ

รีวิวทัวร์อิตาลีใต้ 2026: วันเดย์ทริปจากโรม พาแม่เที่ยว
วันเดย์ทริปอิตาลีใต้จากโรม! พาแม่เที่ยวปอมเปอี ซอร์เรนโต และโพซิตาโน่แบบชิลๆ ไม่เหนื่อยอย่างที่คิด วิวสวยหลักล้าน ถ่ายรูปปัง คุ้มค่าทุกบาทแน่นอน

유럽 여행 준비물 리스트, eSIM 이심 멀티 어댑터 캐리어 사이즈 추천


SALENTO IN BUS – ตารางเวลา เส้นทาง และจุดจำหน่ายตั๋ว ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน ถึง 30 มิถุนายน และวันที่ 1 กันยายน ถึง 14 กันยายน – จังหวัดเลชเช่ (Provincia di Lecce)