โอซาก้า อเมซิ่งพาส 2026: ใช้ยังไง? คุ้มไหม? เที่ยวไหนดี?
อัปเดต! Osaka Amazing Pass 2026 ใช้สะดวกกว่าเดิมด้วย QR Code จะ 1 หรือ 2 วันก็เลือกได้เต็มที่! มาดูกันว่าพาสนี้ใช้ยังไง ซื้อที่ไหน และมีที่เที่ยวไหนเข้าฟรีบ้าง!

OSAKA Amazing Pass
ⓒ ทริปฟ์
ฮัลโหลทุกคน! ใครที่กำลังมีแพลนจะไปเที่ยวโอซาก้าในปี 2026 ห้ามพลาดเลยน้า! เพราะวันนี้เราจะมาอัปเดตเรื่อง Osaka Amazing Pass ที่ตอนนี้ใช้ง่ายกว่าเดิมเยอะมากกกก! เมื่อก่อนต้องจองล่วงหน้า ได้เวาเชอร์ แล้วต้องไปแลกตั๋วจริงตามจุดที่กำหนด เช่น JTB ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก แต่ตอนนี้คือสะดวกสุดๆ แค่มี QR Code ก็สแกนเข้าใช้ได้เลยจ้า!
ในบทความนี้ เราจะมาสรุปวิธีการใช้งานแบบใหม่ ความแตกต่างของพาสแบบ 1 วัน กับ 2 วัน รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดปังที่ใช้พาสนี้เข้าฟรีได้ด้วย มาดูกันเลยว่าคุ้มแค่ไหน!
Osaka Amazing Pass: เลือกแบบไหนดี?

พาสนี้มีให้เลือกหลักๆ 2 แบบ คือ Osaka Amazing Pass 1 วัน และ Osaka Amazing Pass 2 วัน
เมื่อก่อนอาจจะมีความแตกต่างกันเรื่องเส้นทางรถไฟที่ใช้ได้ แต่พอเปลี่ยนมาใช้ระบบ QR Code แล้วเนี่ย ข้อจำกัดเรื่องเส้นทางก็หายไปเลยจ้า! เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ ก็แค่ตัดสินใจว่าจะเที่ยว 1 วัน หรือ 2 วัน ก็พอแล้ว!
แต่มีข้อควรรู้นิดนึงนะ! พาสนี้เค้านับเป็น 'วัน' ไม่ใช่ '24 ชั่วโมง' หรือ '48 ชั่วโมง' แบบ Tokyo Metro Pass นะคะ คือถ้าเราเริ่มใช้ตอนเที่ยงวัน ก็จะนับเป็น 1 วันเต็มๆ ไปเลย เพราะฉะนั้น แนะนำว่าถ้าจะใช้พาสนี้ ให้เริ่มใช้ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันนั้นๆ จะคุ้มที่สุด! ถ้าทริปเราแพลนเที่ยวหลายที่และต่อเนื่อง อาจจะซื้อแบบ 2 วันไปเลยก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ
วิธีใช้ Osaka Amazing Pass ง่ายกว่าปอกกล้วย!


หลังจากที่เราจองและได้รับเวาเชอร์แล้วเนี่ย ในเวาเชอร์จะมีลิงก์ให้เรากดเข้าไป เพื่อเปิดหน้าจอแสดง QR Code ของเราจ้า

ตอนแรกที่ยังไม่เปิดใช้งาน หน้าจอจะขึ้นแบบรูปซ้ายมือ พอเรากดเริ่มใช้งานปุ๊บ! QR Code ก็จะเด้งขึ้นมาให้ใช้ได้ทันทีแบบรูปขวามือ
เวลาจะเข้าสถานีรถไฟ หรือเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็แค่สแกน QR Code นี้ หรือโชว์ให้เจ้าหน้าที่ดูก็เรียบร้อยแล้วจ้า สะดวกสบายสุดๆ ไปเลย! และขอย้ำอีกครั้งว่า Osaka Amazing Pass 1 วัน กับ 2 วัน ตอนนี้ใช้เส้นทางรถไฟได้เหมือนกันหมดแล้วนะ ไม่ต้องกังวลเลย
ที่เที่ยวไหนบ้างที่ใช้ Osaka Amazing Pass เข้าฟรีได้?
บอกเลยว่าพาสนี้พาเราไปเที่ยวได้หลายที่มากๆ ใครที่กังวลว่าจะใช้ไม่คุ้ม ไม่ต้องห่วงเลยนะ แค่ไปไม่กี่ที่ก็คุ้มค่าพาสแล้ว! เน้นเที่ยวแบบชิลๆ ไม่ต้องรีบเก็บทุกที่ จะได้สนุกกับทริปแบบเต็มที่ไงล่ะ มาดูสถานที่ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดกันเลย!
1. สวนลอยฟ้าอุเมดะ (Umeda Sky Building)
เปิด 09:30 – 22:30 น.

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของโอซาก้าเลยนะ! วิวหลักล้าน ถ่ายรูปสวยปังแน่นอน! ถ้าอยากเข้าฟรีด้วยพาสนี้ ต้องไปก่อนเวลา 15:00 น. เท่านั้นนะ (เมื่อก่อนเข้าฟรีได้ถึง 16:00 น. แต่ตอนนี้ปรับเวลาแล้วจ้า ใครจะไปต้องเช็กดีๆ นะ!) ถ้าไปหลัง 15:00 น. ก็ยังได้ส่วนลด 20% อยู่นะคะ
2. ชิงช้าสวรรค์ HEP FIVE
เปิด 11:00 – 22:45 น.

แม้จะไม่ได้มีอะไรหวือหวามาก แต่ข้อดีคือไม่ต้องรอคิวนาน และอยู่ใกล้กับสวนลอยฟ้าอุเมดะด้วย ใครที่อยากชมวิวเมืองแบบชิลๆ หรือหามุมโรแมนติกถ่ายรูปกับคนรู้ใจ ก็แวะมาที่นี่ได้เลยนะ! ถึงจะไม่มีอะไรมาก แต่ก็เป็นอีกที่ที่คนนิยมไปกันเยอะเลยล่ะ
3. หอคอย Tsutenkaku (หอคอยซึเทนคาคุ)
เปิด 10:00 – 20:00 น. (Tower Slider ถึง 19:30 น.)

ถ้าใครไปโอซาก้าบ่อยๆ แล้วรู้สึกเบื่อที่เที่ยวเดิมๆ ลองมาที่หอคอย Tsutenkaku ดูสิ! ที่นี่กำลังกลับมาฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสฟีลโอซาก้าแบบคลาสสิกและวิถีชีวิตคนท้องถิ่นมากขึ้น

เราจะได้เห็นวิวเมืองสวยๆ จากมุมสูงที่นี่เลยนะ! และที่สำคัญ ย่านนี้เค้าขึ้นชื่อเรื่อง คุชิคัตสึ (Kushikatsu) หรือของทอดเสียบไม้สไตล์โอซาก้าด้วยนะ! แวะมาเที่ยวแล้วก็อย่าลืมลองชิมของอร่อยแถวนี้ด้วยล่ะ ฟินสุดๆ!

ที่นี่ยังมี Tower Slider สไลเดอร์สุดหวาดเสียวให้ลองเล่นด้วยนะ! ถ้าคิวไม่ยาวมากก็จัดเลย! แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าจะใช้พาสนี้เล่นฟรี ต้องไปวันธรรมดาเท่านั้นนะจ๊ะ! ถ้าไปวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มนะ แต่ถ้าใครเป็นสายแอดเวนเจอร์ บอกเลยว่าต้องลอง!
ซื้อ Osaka Amazing Pass ได้ที่ไหน?
ตอนนี้วิธีใช้เหมือนกันแล้ว ก็เลือกซื้อจากแพลตฟอร์มที่เราใช้ประจำ หรือที่ไหนราคาดีที่สุดได้เลยจ้า! เราได้รวบรวมราคา Osaka Amazing Pass 1 วัน และ Osaka Amazing Pass 2 วัน จากแพลตฟอร์มยอดนิยมมาให้เปรียบเทียบกันนะ (ราคา ณ เดือนกรกฎาคม 2026)
<เปรียบเทียบราคา>
จองที่นี่ | 1 วัน | 2 วัน | |
Klook | ประมาณ 600 บาท | ประมาณ 1,000 บาท | |
KKDAY | ประมาณ 600 บาท | ประมาณ 1,000 บาท |
จากข้อมูล ณ ตอนที่เราเขียนบทความนี้ (กรกฎาคม 2026) จะเห็นว่า KKDAY มีราคาดีกว่านิดหน่อยนะ แต่ถ้ามีโค้ดส่วนลดจาก Klook ก็อาจจะคุ้มกว่าก็ได้ ยังไงก็ลองเช็กดูก่อนจองนะจ๊ะ!
ส่วน Osaka e-Pass ก็ยังมีอยู่ แต่พอ Osaka Amazing Pass เปลี่ยนมาใช้ QR Code ได้แล้ว ก็เลยไม่จำเป็นต้องซื้อ e-Pass เท่าไหร่ ถ้าไม่มีเหตุผลพิเศษจริงๆ นะ







