รีวิววิธีนั่ง Narita Express (N'EX) เข้าโตเกียว ชินจูกุ 2026
หมดปัญหาแบกกระเป๋าหนักเปลี่ยนสายรถไฟ! รีวิววิธีนั่ง Narita Express (N'EX) ยิงยาวเข้านาริตะ-ชินจูกุแบบสวยๆ พร้อมทริคจองตั๋วสุดคุ้ม อัปเดตใหม่ปี 2026

ภาพและเรื่อง: สายเที่ยวตัวยง
ⓒ 2026. All rights reserved
แพลนทริปโตเกียวปี 2026 ของเราเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วจ้า!
เตรียมตัวไปตะลุยคาเฟ่ ช้อปปิ้งของกุ๊กกิ๊ก
และเจอกับแก๊งเพื่อนสาวที่ไม่ได้เจอกันนานนนน
(รอเลยนะพวกแก ฉันกำลังจะบินไปหาแล้ววว ㅋㅋㅋ)
ช่วงนี้กำลังนั่งลิสต์แพลนเที่ยว ซื้อตั๋วเครื่องบิน
รวมถึงกดจองพาสเข้าที่เที่ยวต่างๆ ไว้ล่วงหน้า
แล้วก็มานั่งคิดว่าทริปนี้จะเดินทางเข้าเมืองยังไงดีน้า?
เพราะไฟลต์บินไปถึงน่าจะตรงกับช่วงคนเลิกงานพอดี
คิดไปคิดมา... สุดท้ายก็ขอจบที่ลูกรักคนเดิมอย่าง Narita Express (N'EX) นี่แหละ ตอบโจทย์สุด!

สำหรับใครที่แพลนจะเดินทางจากสนามบินนาริตะไป ชินจูกุ หรือ โตเกียว
แล้วเล็ง N'EX ไว้เหมือนกัน
หรือใครที่ยังลังเลว่าเห้ย นั่งรถไฟหรือรถบัสดี?
เราสรุปข้อมูลการเดินทางแบบเข้าใจง่ายๆ มาให้แล้ว เซฟเก็บไว้เลยจ้า!
📍 โตเกียว (Tokyo)
1-9 Marunouchi, Chiyoda City, Tokyo 100-0005 ญี่ปุ่น
📍 ชินจูกุ (Shinjuku)
3-chōme-38-1 Shinjuku, Shinjuku City, Tokyo 160-0022 ญี่ปุ่น
📍 สนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport)
1-1 Furugome, Narita, Chiba 282-0004 ญี่ปุ่น
วิธีเดินทางจากสนามบินนาริตะเข้าโตเกียวและชินจูกุ
จริงๆ แล้วสนามบินที่ใกล้ตัวเมืองโตเกียวที่สุดคือฮาเนดะ
แต่ด้วยความที่ไฟลต์บินน้อยกว่าแถมราคาตั๋วแอบแรงกว่านิดนึง
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ (รวมถึงเราด้วย) ก็เลยมักจะบินมาลงที่
สนามบินนาริตะกันมากกว่าค่ะ
รู้ๆ กันอยู่ว่าค่าเดินทางในญี่ปุ่นแอบแรง
ถ้านั่งแท็กซี่จากนาริตะเข้าเมืองนี่บอกเลยว่า...
ล้มละลายแน่แม่! 💸
หลายคนเลยมีคำถามว่า แล้วจะนั่งอะไรเข้าเมืองดีล่ะ?
พูดง่ายๆ คือมันมีให้เลือกหลักๆ 2 ทางค่ะ
คือ รถบัส และ รถไฟ นั่นเอง
| รถบัส 1500 เยน | Airport Limousine | NEX | Skyliner |
ข้อดี | - ราคาถูก - มีหลายเส้นทาง | - มีหลายเส้นทาง - จอดหน้าโรงแรมเลย | ไม่ต้องเปลี่ยนสาย ยิงยาวเข้าโตเกียว, ชินจูกุ, ชิบูย่า และย่านหลักๆ ได้เลย | ใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุด (ถึงสถานีนิปโปริแค่ 36 นาที) |
ข้อเสีย | - โหลดกระเป๋าได้ 1 ใบ - เสี่ยงเจอรถติด - จองล่วงหน้าไม่ได้ | - ราคาไม่ได้ถูกมาก - เสี่ยงเจอรถติด | - ราคาสูงกว่า - รถออกทุกๆ 30 นาที | จอดแค่อุเอโนะกับนิปโปริ ถ้าจะไปสถานีอื่น ต้องเปลี่ยนสายรถไฟ |
ช่องทางจอง | ซื้อหน้างาน |
รถบัส vs รถไฟ เลือกอะไรดี?
ความต่างของรถบัสกับรถไฟมันชัดเจนมากค่ะ

ถ้านั่งรถบัส มันก็จะมีการจอดแวะตามป้ายต่างๆ
ทำให้ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนานกว่าที่คิด
ยิ่งถ้ามาตรงกับช่วงวันหยุดหรือเวลาเลิกงานนะ
เตรียมใจเจอรถติดบนทางด่วนไว้ได้เลย อาจจะเสียเวลาเที่ยวไปอีก

ในขณะที่รถไฟด่วน จะวิ่งฉิวเข้าเมืองแบบตรงเวลาเป๊ะๆ
แต่ข้อเสียคือราคาก็จะแอบแรงกว่ารถบัสนั่นเองค่ะ
ส่วนตัวเราสลับใช้ทั้งรถบัสและ N'EX เลยนะ
เกณฑ์การเลือกของเราขึ้นอยู่กับ "จุดหมายปลายทาง" ล้วนๆ

ปกติเราชอบพักแถวสถานีโตเกียวไม่ก็ชินจูกุ
ถ้าทริปไหนพักชินจูกุ แล้วโรงแรมมีป้ายจอดรถบัสหน้า รร. เลย
เราก็จะเลือกนั่ง Airport Limousine Bus
แต่ถ้าพักแถวสถานีโตเกียว
เราจะเทใจให้ N'EX แบบไม่ต้องคิดเลยค่ะ
แต่ๆๆ ถ้าวันไหนเราบินมาถึงช่วงเย็นที่คนเลิกงาน หรือวันหยุด
เราจะหนีไปซบ N'EX ทันที เพราะไม่อยากเสี่ยงเจอรถติดจ้า
N'EX vs Skyliner สายไหนปังกว่ากัน?
มีเพื่อนๆ ถามมาเยอะมากว่า
แล้วนั่ง Skyliner ล่ะ ดีมั้ย?
สารภาพบาปตรงนี้เลยว่า บินโตเกียวมาเป็นสิบๆ รอบ
เรายังไม่เคยนั่ง Skyliner เลยสักครั้งเดียว 555
เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะเราเกลียดการเปลี่ยนสายรถไฟไงล่ะแม่!

เราเป็นสายขี้เกียจเดินหาชานชาลามากกก
Skyliner เค้าจะวิ่งไปจอดแค่สถานีนิปโปริ (Nippori) กับอุเอโนะ (Ueno)
แปลว่าคนที่จะไปชินจูกุหรือโตเกียวแบบเราเนี่ย
ยังไง๊ยังไงก็ต้องไปลากกระเป๋าเปลี่ยนสายรถไฟอยู่ดี เลยไม่ค่อยตอบโจทย์เราเท่าไหร่

จริงอยู่ที่ว่านั่งไปถึงนิปโปริใช้เวลาแค่ 36 นาที
ซึ่งมันเริ่ดมากสำหรับคนที่อยากประหยัดเวลาเที่ยว
แต่ลองนึกภาพเราลากกระเป๋าเดินทางไซส์ 28 นิ้วหนักๆ
ขึ้นๆ ลงๆ สถานีรถไฟใต้ดินที่คนพลุกพล่านสิ......
โอ๊ย ไม่ไหวจ้า ขอจ่ายแพงกว่านิดนึงแล้วนั่งยิงยาวไปถึงที่เลยดีกว่า ㅠㅠ

แต่อันนี้คือมาตรฐานคนขี้เกียจแบกของแบบเรานะ 555
ถ้าใครวัยรุ่นเทสดี ของน้อย อยากเข้าเมืองไวๆ
หรือพักอยู่แถวอุเอโนะอยู่แล้ว
Skyliner คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเลยค่ะ ปักหมุดจองได้เลย!
ช่องทางจอง Skyliner
▼▼▼
ตั๋วรถไฟสกายไลเนอร์ (Skyliner) สนามบินนาริตะ - คลุก Klook
* ทริคความคุ้ม: เวลาเที่ยวในโตเกียว
เราต้องนั่งรถไฟใต้ดิน (Metro) เป็นหลักอยู่แล้ว
แนะนำให้ซื้อแบบ ตั๋วคอมโบ Skyliner + Tokyo Subway Ticket ไปเลย
ช่วยเซฟค่าเดินทางไปได้เยอะมาก
คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอนจ้า ♥️
วิธีจอง Narita Express (N'EX) ให้ได้ราคาดี
ตั๋ว N'EX สามารถซื้อได้ทั้งหน้าตู้และจองออนไลน์ล่วงหน้า
ซึ่งวิธีจองให้คุ้มสุด จะขึ้นอยู่กับว่าเราซื้อแบบ "เที่ยวเดียว" หรือ "ไป-กลับ" ค่ะ

อันดับแรก! ถ้าตั้งใจจะซื้อตั๋วแบบไป-กลับ (Round Trip)
แนะนำให้กดซื้อผ่านเว็บ Official ของ JR เลยค่ะ!
เพราะทางเว็บหลักของ JR เค้ามีโปรตั๋วไป-กลับราคาพิเศษ
"เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ" เท่านั้น
บอกเลยว่าถ้าจะนั่งไป-กลับ ไม่มีช่องทางไหนถูกกว่านี้อีกแล้ว!

สมมติถ้านั่งไป-กลับสถานีโตเกียว
ราคาโปรนี้ถูกกว่าซื้อแยกเกือบ 300 บาทเลยนะ (ประมาณ 10,000 วอน)!
เอาเงินส่วนต่างไปกินชาบูได้สบายๆ
เพราะงั้นใครนั่งไป-กลับ ไปกดจองรับสิทธิ์ชาวต่างชาติที่เว็บหลักโลด!
▶จองตั๋วไป-กลับผ่านเว็บ JR Official◀
N'EX Tokyo Round Trip Ticket | Find Your Pass | JR-EAST
แต่ๆๆ ถ้าใครแพลนแบบเรา คือขาไปนั่งรถไฟ ขากลับนั่งรถบัส
หรือใช้การเดินทางคนละแบบกัน
ถ้าจะซื้อตั๋วแบบ "เที่ยวเดียว (One-way)"
แนะนำให้จองผ่านแพลตฟอร์มเอเจนซี่จะคุ้มกว่าค่ะ
ถึงราคาอาจจะไม่ได้ลดฮวบฮาบเท่าแบบไป-กลับ
แต่ข้อดีคือซื้อง่าย จ่ายบัตรเครดิตไทยได้ ไม่ต้องสมัครสมาชิกเว็บให้วุ่นวาย
ส่วนตัวเรากดจองผ่าน Klook ประจำเลย สะดวกมาก
▶จองตั๋ว Narita Express แบบเที่ยวเดียว◀
ตั๋วรถไฟนาริตะเอ็กซ์เพรส (Narita Express) - คลุก Klook
+TIP สำหรับมือใหม่
บางคนกังวลว่า "ถ้าจองตั๋วไว้แล้วติด ตม. นานจนตกรถไฟทำไงดี?"
จากประสบการณ์เรา แนะนำให้เลือกรอบรถไฟ
ที่เผื่อเวลาไว้สัก 1 ชั่วโมงครึ่ง หลังเวลาเครื่องลงจอดค่ะ กำลังดีเลย

รถไฟ N'EX เค้ามีรอบออกทุกๆ 30 นาทีอยู่แล้ว
ตอนกดจองใน Klook ก็ดูตารางเวลา แล้วบวกไปเลยชั่วโมงครึ่ง
*ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ ตั๋วสามารถปรับเปลี่ยนรอบได้นะคะ ไม่ต้องตกใจ

อ้อ! N'EX เป็นรถไฟแบบระบุที่นั่ง (Reserved Seat) ทั้งหมดนะ
ช่วงเวลาพีคๆ ถ้าไปซื้อหน้าตู้ อาจจะเจอแจ็คพ็อต "ที่นั่งเต็ม" ได้
โดยเฉพาะขากลับจากโตเกียว/ชินจูกุไปสนามบิน
เราเคยเจอมาแล้ว เกือบตกเครื่อง! ใจหายแว้บเลย
ตั้งแต่นั้นมาเราเลยตั้งปณิธานว่า จะจองล่วงหน้าเสมอ เซฟสุด!
วิธีแลกตั๋ว N'EX และการขึ้นรถไฟ
หลังจากเราจองออนไลน์มาแล้ว
พอถึงสนามบินก็แค่เอา QR Code ไปสแกนที่ตู้ขายตั๋ว
เพื่อแลกเป็นตั๋วกระดาษตัวจริงค่ะ วิธีทำคือง่ายมากกก

เรามักจะลงที่ Terminal 1
พอรับกระเป๋าเดินออกมาที่โถงผู้โดยสารขาเข้าปุ๊บ
ให้มองหาบันไดเลื่อนแล้วลงไปที่ชั้น B1 เลยค่ะ

พอลงมาถึงชั้น B1 จะเจอป้ายสัญลักษณ์ JR สีแดงๆ เต็มไปหมด
เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ก็จะเจอโซนตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ
ไม่ต้องไปต่อคิวเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานนะ
เดินไปที่ตู้ เปลี่ยนเมนูเป็นภาษาอังกฤษ แล้วสแกน QR Code ที่ได้มา
ตั๋วก็จะเด้งออกมาให้เราเลย สะดวกเวอร์!


ส่วนใครที่ไม่ได้จองออนไลน์มา
ก็สามารถมากดซื้อตั๋วใหม่ที่ตู้นี้ได้เหมือนกันค่ะ เลือกเอาที่สะดวกเลย
ได้ตั๋วมาแล้ว ก็สอดตั๋วเข้าประตูอัตโนมัติ
แล้วเดินลงไปรอรถไฟที่ชานชาลาได้เลยจ้า!
ย้ำอีกทีว่า N'EX เป็นแบบล็อกที่นั่งทุกที่
รับรองว่ามีที่นั่งแน่นอน ไม่ต้องกลัวเมื่อยยืนตลอดสาย

ข้อมูลตู้รถไฟและเบอร์ที่นั่งของเรา
จะถูกพิมพ์ไว้บนตั๋วกระดาษเลยค่ะ
เช็คหมายเลขตู้ให้ดีแล้วไปนั่งให้ถูกที่ แค่นี้ก็พร้อมชิลยาวๆ แล้ว
+TIP ทริคคนสู้ชีวิต
บางทีเราอาจจะโดนสุ่มได้ที่นั่งอยู่ตู้ริมสุด ไกลสุด
แล้วเราขี้เกียจลากกระเป๋าใบยักษ์เดินทะลุหลายๆ ตู้
จริงๆ เราสามารถเนียนๆ นั่งตรงที่ว่างในตู้ใกล้ๆ ไปก่อนได้นะคะ

อย่างรอบนี้เราได้ที่นั่งตู้ 1 แต่ขี้เกียจเดิน เลยนั่งแหมะตรงตู้หลังๆ ที่มันว่าง
พอเจ้าหน้าที่เดินมาตรวจตั๋ว เค้าก็จะเช็คให้
แล้วบอกว่า "โอเค นั่งตรงนี้ไปจนถึงสถานีโตเกียวได้เลย ไม่มีคนจอง"
น่ารักมากกกก แค่โชว์ตั๋วให้เค้าดูตรงๆ ก็พอค่ะ
ส่วนเรื่องกระเป๋าเดินทาง หมดห่วงได้เลย
ตรงท้ายตู้รถไฟทุกตู้ จะมีชั้นวางกระเป๋าใบใหญ่ให้บริการ
ใครสายแบก กระเป๋างอก ก็เอากระเป๋าไปเก็บตรงนี้ก่อน
แล้วค่อยเดินไปนั่งที่นั่งของตัวเองแบบสวยๆ

ตรงชั้นวางกระเป๋ามีสายล็อกรหัสให้ด้วยนะ
ส่วนตัวเราไม่ค่อยได้ล็อกหรอก ญี่ปุ่นค่อนข้างปลอดภัย
แต่ถ้าใครกังวลก็ตั้งรหัสล็อกไว้เพื่อความอุ่นใจได้เลยจ้า
จากสนามบินนาริตะเข้าสถานีโตเกียว ใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง
ที่นั่งกว้างขวาง นั่งสบาย เหยียดขาได้สุด
มี Wi-Fi ฟรีให้เล่น มีห้องน้ำสะอาดๆ ให้ใช้
เป็นประสบการณ์เดินทางที่ฟีลดีย์และคุ้มค่ามาก
บอกเลยว่าเราเป็นทาสรัก N'EX ทุกครั้งที่มาโตเกียวจริงๆ
ใครกำลังจะบินมาเที่ยวโตเกียว แล้วยังลังเลเรื่องการเดินทางเข้าเมือง
ลองใช้บริการ Narita Express ดูนะคะ
ยิงยาวเข้าโตเกียว-ชินจูกุแบบไม่ต้องเปลี่ยนสายให้เหนื่อย
รับรองว่าทริปนี้เริ่มต้นได้แบบชิลๆ แน่นอน!

