เกโร่ออนเซ็น นาโกย่า: เที่ยววันเดียวสุดฟิน พร้อมวิธีเดินทาง 2026
ไปเที่ยวนาโกย่าปี 2026 นี้ ห้ามพลาด! พาไปตะลุยเกโร่ออนเซ็น หนึ่งในสามสุดยอดออนเซ็นญี่ปุ่นแบบวันเดย์ทริป พร้อมวิธีเดินทางสุดคุ้ม และจุดถ่ายรูปสวยๆ
🇯🇵 ทริปนาโกย่า ญี่ปุ่น 🇯🇵

ตอนเราไปเที่ยวนาโกย่า 5 คืน 6 วัน
วันสุดท้ายก่อนกลับ เราอยากไปแช่ออนเซ็นฟินๆ
ที่เกโร่ออนเซ็น (Gero Onsen) หนึ่งในสามสุดยอดออนเซ็นของญี่ปุ่นให้ได้เลย!

จริงๆ แล้วจะให้ดีที่สุดคือพักค้างคืนที่เกโร่ออนเซ็นสักคืน
จะได้แช่ออนเซ็นแบบชิลๆ ไม่ต้องรีบ
แต่ด้วยความที่วันรุ่งขึ้นเราต้องบินกลับแล้ว
ก็เลยต้องจัดทริปวันเดียวจากนาโกย่าไปเกโร่ออนเซ็นแทนค่ะ
วันนี้จะมาแชร์วิธีเดินทางและแพลนเที่ยวเกโร่ออนเซ็นแบบวันเดย์ทริปให้เพื่อนๆ
ที่กำลังจะไปเที่ยวนาโกย่าช่วงปี 2026 นี้ได้ตามรอยกันนะคะ
📍 สถานีเกโร่ (Gero Station)
801-2 Yunoshima, Gero, Gifu 509-2207 ญี่ปุ่น
📍 สถานีนาโกย่า (Nagoya Station)
1-chōme-1-4 Meieki, Nakamura Ward, Nagoya, Aichi 450-0002 ญี่ปุ่น
การเดินทางไปเกโร่ออนเซ็นแบบวันเดย์ทริปจากนาโกย่า
เป็นอะไรที่ต้องคิดหนักเรื่องค่าเดินทางพอสมควรเลยค่ะ
ถ้าพักที่เรียวกังในเกโร่ออนเซ็น ส่วนใหญ่จะมีรถรับส่งจากสถานีนาโกย่า
แต่ถ้าไปแบบวันเดียวอย่างเรา ก็อดจ้า...

วิธีเดินทางคือต้องนั่งรถไฟ JR Limited Express Hida
ซึ่งค่าตั๋วไป-กลับนี่เกือบ 100,000 วอนเลยนะ
คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,600 บาทเลยค่ะ
ถ้าต้องจ่ายเต็มๆ สำหรับทริปวันเดียวก็อาจจะรู้สึกว่าแพงไปหน่อยเนอะ

โชคดีที่ตอนนั้นเรามี
JR Alpine-Takayama-Matsumoto Pass
(ใช้ได้ 5 วัน) อยู่ในมือพอดี
เลยสามารถใช้พาสนี้ขึ้นรถไฟ Limited Express ได้ไม่จำกัด
ใครที่วางแผนจะไปเที่ยวแถวๆ Japan Alps Alpine Route ทางเหนือของนาโกย่าด้วย
เราแนะนำพาสนี้สุดๆ คุ้มแน่นอนค่ะ!
>> JR อัลไพน์-ทาคายามะ-มัตสึโมโตะ พาส ซื้อเลย <<
พาสนี้สามารถจองที่นั่งแบบ Reserved Seat บนรถไฟ Limited Express ได้ 4 ครั้ง
หลังจากนั้นก็ยังใช้ขึ้นแบบ Non-Reserved Seat ได้ไม่อั้นเลยนะ

จากนาโกย่าไปเกโร่ออนเซ็นใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งค่ะ

ถึงแล้ว สถานีเกโร่!

รถไฟจากนาโกย่าไปเกโร่มีประมาณชั่วโมงละขบวน
ดังนั้นต้องวางแผนดีๆ นะคะ
ตอนเราไป เราตั้งเป้าว่าจะอยู่เกโร่ออนเซ็นรวมแช่ออนเซ็นด้วยประมาณ 3 ชั่วโมง
และจองตั๋วรถไฟขากลับล่วงหน้าไว้เลยที่สถานี
แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่มีพาสรถไฟแบบเรา
การซื้อตั๋วรถไฟไป-กลับเองอาจจะไม่คุ้มเท่าไหร่
เราแนะนำให้ลองดูทัวร์แบบมีไกด์ที่รวมเกโร่ออนเซ็นจะคุ้มกว่าเยอะเลยค่ะ

ตอนนี้มีทัวร์ใหม่จาก Youtourbus ที่รวมเกโร่ออนเซ็น
แถมยังพาไปเที่ยวช่องเขาเอนะเคียว (Ena Gorge) และที่อื่นๆ อีกด้วย
ราคาแค่ประมาณ 80,000 วอน (หรือประมาณ 2,100 บาท) เท่านั้นเอง
ถูกกว่าค่ารถไฟไป-กลับเองอีกนะ ลองพิจารณาดูนะคะ!
>> ดูข้อมูลทัวร์รวมเกโร่ออนเซ็นพร้อมไกด์เพิ่มเติม <<

หมู่บ้านเกโร่ออนเซ็นเป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก
สถานที่สำคัญส่วนใหญ่เดินถึงกันได้หมด
ใช้เวลาเดินแค่ประมาณ 10 นาทีเองค่ะ
📍 Yuamiya
801-2 Yunoshima, Gero, Gifu 509-2207 ญี่ปุ่น
📍 Onsenji (วัดออนเซ็น)
680 Yunoshima, Gero, Gifu 509-2207 ญี่ปุ่น
📍 Gero Pudding (เกโร่พุดดิ้ง)
545-1 Yunoshima, Gero, Gifu 509-2207 ญี่ปุ่น
📍 Kuagaden Open-Air Bath (ออนเซ็นกลางแจ้งควากาเด็น)
894-2 Yunoshima, Gero, Gifu 509-2207 ญี่ปุ่น
ถ้าเราจะแช่ออนเซ็นสัก 1 ชั่วโมง
เดินเล่นในหมู่บ้าน แวะกินพุดดิ้งอร่อยๆ
เผื่อเวลาไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงกำลังดีเลยค่ะ

สำหรับใครที่พกสัมภาระมาเยอะ
ที่สถานีก็มีล็อกเกอร์ให้ฝากกระเป๋าด้วยนะ
สะดวกมากสำหรับคนที่เที่ยวเกโร่ออนเซ็นเสร็จแล้วจะไปพักต่อที่ทาคายาม่า

พอออกจากสถานีปุ๊บ จะเจอศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวอยู่ตรงหน้าเลยค่ะ
เราก็ตรงดิ่งเข้าไปขอข้อมูลบ่อออนเซ็นสาธารณะเลย

นอกจากเรียวกังแล้ว
ในย่านเกโร่ออนเซ็นมีบ่อออนเซ็นสาธารณะหลักๆ อยู่ 3 แห่งค่ะ
คือ Sachinoyu, Shirasaginoyu และ Kuagaden (Cure Garden)
ในบรรดาสามที่นี้ Kuagaden จะแพงสุดคือ ประมาณ 210 บาท
แต่เป็นบ่อกลางแจ้ง (ไม่มีบ่อในร่มนะ)
และที่สำคัญคือปิดทุกวันอังคาร อย่าไปผิดวันล่ะ!


จากสถานีเกโร่ ข้ามสะพานไปก็จะเข้าสู่หมู่บ้านเกโร่ออนเซ็นแล้วค่ะ

ตรงตีนสะพาน ลองมองลงไปที่แม่น้ำดูนะ
จะเจอออนเซ็นกลางแจ้งริมแม่น้ำด้วย
เมื่อก่อนเค้าใส่ชุดว่ายน้ำลงไปแช่กันได้เลยนะ
แต่ตอนนี้เหมือนจะใช้เป็นบ่อแช่เท้าซะมากกว่าค่ะ
01. Yuamiya (ยูอามิยะ) |

พอข้ามสะพานมาได้ไม่นานก็จะเจอยูอามิยะเลยค่ะ
ที่นี่เป็นหนึ่งในสองร้านพุดดิ้งชื่อดังของเกโร่ออนเซ็น


ความพิเศษของที่นี่คือเราสามารถแช่เท้าไปกินพุดดิ้งไปได้ด้วย!
และที่เด็ดกว่านั้นคือมีพุดดิ้งร้อน (ออนเซ็นพุดดิ้ง) ให้ลองด้วยนะ
แน่นอนว่าพุดดิ้งเย็นแบบปกติก็มีขายจ้า



ข้างในร้านก็มีของฝากเกโร่ออนเซ็นน่ารักๆ ขายด้วย
แวะเดินดูเพลินๆ ได้เลยค่ะ

*เกร็ดความรู้: 'เกโร่' (Gero) เป็นเสียงร้องของกบในภาษาญี่ปุ่น
ก็เลยไม่แปลกใจที่กบจะกลายเป็นมาสคอตของเมืองนี้ไปโดยปริยาย
เจอได้ทุกที่เลย น่ารักมากกก
02. บ่อแช่เท้าฟรี ซารุโบโบะ (Sarubobo Free Footbath) |

เดินถัดจากยูอามิยะมานิดเดียวก็จะเจอที่นี่โดยบังเอิญเลยค่ะ
ใครที่เคยไปเที่ยวทาคายาม่าหรือฮิดะ คงคุ้นเคยกับตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณ
ที่เรียกว่า 'ซารุโบโบะ' (Sarubobo) หรือตุ๊กตาวานรน้อยกันดี

ตุ๊กตาที่ไม่มีตา จมูก ปาก ตัวนี้
มีต้นกำเนิดมาจากแถบเกโร่นี่แหละค่ะ
ไม่ได้เป็นแค่ตุ๊กตาแปลกๆ นะ แต่เค้าเชื่อกันว่าเป็นเครื่องรางนำโชคปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
แถมแต่ละสีก็มีความหมายของโชคลาภที่แตกต่างกันด้วยนะ

เราเห็นซารุโบโบะตัวใหญ่เบิ้มตั้งอยู่หลายตัว
เลยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าเป็นบ่อแช่เท้าฟรีนี่เอง!
03. Onsenji (วัดออนเซ็น) |

จากจุดแช่เท้า เดินต่อไปวัดออนเซ็นประมาณ 5 นาทีค่ะ
แต่ต้องออกแรงนิดนึงนะ เพราะวัดอยู่บนเนิน ต้องขึ้นบันไดไปหน่อย

นี่คือทางเข้าวัดออนเซ็น
แต่ก่อนถึงวัดจะมีสุสานอยู่ด้านหน้าด้วยนะ

ต้องเดินขึ้นบันไดหินทั้งหมด 173 ขั้นเลย

ที่ต้องปีนขึ้นมาก็เพราะว่าตรงนี้เป็นจุดชมวิวที่สูง
มองเห็นวิวหมู่บ้านเกโร่ออนเซ็นได้แบบพาโนรามาเลยค่ะ

แล้วที่นี่ก็เคยเป็นโลเคชั่นถ่ายทำซีรีส์เกาหลีเรื่อง <Bad Guy>
ที่นำแสดงโดยคิมนัมกิลและฮันกาอินด้วยนะ ใครเป็นแฟนซีรีส์ต้องมาเช็คอิน!


วัดออนเซ็นเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญกับการค้นพบเกโร่ออนเซ็นมากๆ
เค้ามีตำนานเล่าว่ามีนกกระสาขาวมาช่วยค้นพบบ่อน้ำพุร้อนที่นี่
และที่วัดก็ประดิษฐานพระพุทธรูปเภสัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต (Yakushi Nyorai) ไว้ด้วย


น้ำตรงนี้เป็นน้ำจากแหล่งกำเนิดเกโร่ออนเซ็นเลยนะ
เค้าว่ากันว่าถ้าเอาไปพรมตรงที่ปวดจะช่วยรักษาโรคได้
ช่วงนั้นเราปวดข้อมือจากอาการออฟฟิศซินโดรมก็เลยลองพรมดู
น้ำอุ่นๆ รู้สึกเหมือนเลือดไหลเวียนดีขึ้นเลยอ่ะ คิดไปเองรึเปล่านะ 😆

วัดไม่ได้ใหญ่มาก ใช้เวลาเดินชมประมาณ 3 นาทีก็ทั่วแล้วค่ะ
พอดีตอนนั้นเหมือนฝนจะตก เราเลยรีบลงมาเลย
04. Gero Pudding (เกโร่พุดดิ้ง) |

มาถึงเกโร่แล้วต้องกินพุดดิ้งนะ ห้ามพลาด!
จริงๆ ตอนแรกเราลังเลระหว่าง Yuamiya กับ Gero Pudding นี่แหละ
แต่ Gero Pudding เป็นร้านพุดดิ้งเจ้าแรกของเกโร่ออนเซ็น
แถมยังดังกว่าด้วย ก็เลยเลือกมาที่นี่

ที่นี่ก็มีมาสคอตกบสุดน่ารักเหมือนกัน

มีเมนูภาษาเกาหลีด้วย แต่แน่นอนว่าเราสั่งพุดดิ้งชาเขียวเกโร่ (Matcha Pudding)
ราคา ประมาณ 130 บาท

การตกแต่งร้านเป็นธีมโรงอาบน้ำ
ตั้งแต่ทางเข้าก็มีตู้เก็บรองเท้าแบบโรงอาบน้ำเลย เก๋มาก!

มีพุดดิ้งหลายรสชาติ ทั้งพุดดิ้งออริจินัล พุดดิ้งเมล่อน ฯลฯ
ขวดก็น่ารักไปหมด อยากลองชิมทุกรสเลย

อีกมุมนึงก็จัดเป็น Photo Zone เก๋ๆ สไตล์โรงอาบน้ำญี่ปุ่น
ถ่ายรูปออกมาน่ารักแน่นอน

พุดดิ้งชาเขียวสีเขียวๆ กับมาสคอตกบ
มันเข้ากันแบบแปลกๆ แต่น่ารักดีนะ!

สารภาพเลยว่าไม่ค่อยคาดหวังกับพุดดิ้งญี่ปุ่นเท่าไหร่
เพราะรู้สึกว่ารสชาติมันก็คล้ายๆ กันหมด
แต่พุดดิ้งที่นี่คือดีงามเกินคาดไปมากกกก อร่อยสุดๆ ฟิน!

ปกติเราไม่ใช่คนชอบกินพุดดิ้งเท่าไหร่
แต่พุดดิ้งชาเขียวอันนี้คืออร่อยจนกินหมดแล้วยังเสียดาย
ถึงขั้นคิดว่าจะซื้อรสอื่นกลับบ้านอีกดีมั้ยเนี่ย
05. Kuagaden (Cure Garden) |
และแล้วก็มาถึงไฮไลต์สุดท้าย นั่นคือการแช่ออนเซ็นนั่นเอง!
หลังจากเดินเล่น ถ่ายรูป กินพุดดิ้งมาเรื่อยๆ
ก็ผ่านไปชั่วโมงครึ่งแล้ว พอดีกับเวลาที่จะไปแช่ออนเซ็นสบายๆ สัก 1 ชั่วโมง
แล้วค่อยไปขึ้นรถไฟกลับนาโกย่าค่ะ

เราไปช่วงกลางวันวันธรรมดา
เลยไม่ค่อยมีคนเลย ทั้งบนถนนและในออนเซ็น
แอบกังวลนิดนึงว่าร้านจะปิดรึเปล่าเนี่ย

ทางเดินลงไปออนเซ็น

ที่นี่เปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 น. ถึง 20:45 น. เลยค่ะ
แต่ต้องเข้าก่อน 20:00 น. นะ


ซื้อบัตรเข้าได้จากตู้กดอัตโนมัติหน้าร้านเลยค่ะ
(ผู้ใหญ่ ประมาณ 210 บาท)


จริงๆ แล้วห้ามถ่ายรูปในออนเซ็นนะ
แต่วันนั้นเราไปคนเดียว ไม่มีใครเลย
ก็เลยแอบถ่ายมาให้เพื่อนๆ ดูเป็นข้อมูลนิดหน่อยค่ะ

ห้องแต่งตัวสะอาดสะอ้านดีงามมาก
พอเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินผ่านม่านออกไปก็ถึงบ่อออนเซ็นกลางแจ้งแล้ว

ไม่น่าเชื่อว่าบ่อออนเซ็นกลางแจ้งก็ไม่มีคนเลย!
เราเลยได้ถ่ายรูปมาอีกนิดหน่อย

ที่นี่ไม่ใช่บ่อออนเซ็นสำหรับนักท่องเที่ยวจ๋าๆ นะคะ
แต่เป็นออนเซ็นสำหรับคนท้องถิ่นซะมากกว่า
ขนาดเลยไม่ได้ใหญ่โตอลังการอะไรมาก


แต่ถึงจะไม่ใหญ่มาก ก็กว้างพอให้เราแช่คนเดียวแบบส่วนตัวสุดๆ ไปเลย

ก่อนลงแช่ออนเซ็นต้องอาบน้ำล้างตัวก่อนนะ
ที่นี่มีทั้งแชมพู ครีมนวดผม และครีมอาบน้ำครบเลย ไม่ต้องพกมาเอง

มีห้องอบไอน้ำแบบนั่งเอาหัวโผล่ออกมาด้วย
เหมือนเป็นห้องซาวน่าส่วนตัวเลย
แต่เราไม่ค่อยทนร้อนเท่าไหร่ เลยอยู่ได้แค่ 1 นาทีก็ออกมาแล้ว 😅

เราแช่ออนเซ็นคนเดียวไป 40 นาทีเต็มๆ
ก่อนที่ป้าๆ ชาวญี่ปุ่นสองสามคนจะเดินเข้ามา
จ่ายแค่ ประมาณ 210 บาท แต่ได้แช่ออนเซ็นแบบส่วนตัวขนาดนี้
ถือว่าโชคดีสุดๆ ไปเลย!

ตอนจะกลับ เห็นเค้ามีน้ำจากแหล่งกำเนิดเกโร่ออนเซ็นใส่ขวดขายด้วยนะ

แล้วก็ขึ้นรถไฟกลับนาโกย่าตามเวลาที่จองไว้เป๊ะๆ

สรุปแล้วทริปวันเดียวไปเกโร่ออนเซ็นจากนาโกย่า
ใช้เวลาในหมู่บ้านรวมแช่ออนเซ็นประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็พอค่ะ
แต่ถ้าถามเรื่องความคุ้มค่าและความผ่อนคลาย
เราก็ยังอยากแนะนำให้พักค้างคืนที่นี่มากกว่านะ
จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศออนเซ็นแบบเต็มที่ ไม่ต้องรีบ
แต่ก็แล้วแต่แพลนของแต่ละคนเลยค่ะ

ถ้าใครอยากพักค้างคืนที่เกโร่ออนเซ็น
เราแนะนำ Gero Onsen Suimeikan เลยค่ะ
เป็นที่พักระดับ 5 ดาว ราคาประมาณ 100,000 วอน (หรือประมาณ 2,600 บาท) เท่านั้นเอง
มีบ่อออนเซ็นให้เลือกแช่ถึง 3 แบบ ฟินสุดๆ ไปเลย
>> จอง Gero Onsen Suimeikan ที่นี่เลย <<
ถ้าใครมีแพลนไปเที่ยวนาโกย่าปี 2026 นี้
อย่าลืมปักหมุดเกโร่ออนเซ็น หนึ่งในสามสุดยอดออนเซ็นของญี่ปุ่น
ที่คนดังทั่วโลกก็เคยมาเยือนกันนะคะ รับรองไม่ผิดหวัง!
แชร์บทความนี้
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

วิธีเดินทางสนามบินคันไซไป Namba 2026: รีวิวรถไฟ Rapi:t
ใครมีแพลนไปโอซาก้าต้องมุง! แจกทริคเดินทางจากสนามบินคันไซไปย่านนัมบะด้วยรถไฟด่วน Rapi:t ฉบับอัปเดต 2026 นั่งสบาย ถ่ายรูปสวย พร้อมแจกพิกัดลับใกล้ Namba

รีวิว Harukas 300 vs Umeda Sky 2026: จุดชมวิวโอซาก้า
ตัดสินใจไม่ถูกใช่ไหม? มาดูรีวิวเปรียบเทียบ 2 จุดชมวิวท็อปฮิตของโอซาก้า Harukas 300 และ Umeda Sky Building ที่ไหนเหมาะกับคุณ พร้อมทริคเข้าฟรีอัปเดตปี 2026!

คันไซไปนัมบะ (Nankai Rapi:t) 2026: รีวิวและวิธีจองตั๋ว
เที่ยวโอซาก้า 2026! รีวิวนั่งรถไฟด่วน Nankai Rapi:t จากสนามบินคันไซไปนัมบะ พร้อมทริคจองตั๋วออนไลน์ราคาถูก สแกน QR เข้าเกทได้เลย สะดวกสบาย ประหยัดเวลาสุดๆ




