ปราสาทนาโกยา 2026: วิธีเดินทาง ค่าเข้า และมุมถ่ายรูปปังๆ
รีวิวเที่ยวปราสาทนาโกยาปี 2026 แบบจัดเต็ม! แจกพิกัดถ่ายรูปสวยๆ วิธีเดินทางด้วยรถไฟและรถบัส พร้อมอัปเดตราคาค่าเข้าล่าสุดและขนมอร่อยห้ามพลาด!

สวัสดีค่าทุกคน! วันนี้เราจะพากันไปย้อนเวลาหาประวัติศาสตร์แบบชิคๆ คูลๆ กันที่แลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของเมืองนาโกยา นั่นก็คือ ปราสาทนาโกยา (Nagoya Castle) นั่นเองจ้า! ใครมาเที่ยวนาโกยาแล้วไม่ได้มาเช็คอินที่นี่ บอกเลยว่าพลาดมากกก วันนี้เราเลยมัดรวมทั้งวิธีเดินทาง เวลาเปิด-ปิด และพิกัดมุมถ่ายรูปสวยๆ มาฝากกันแบบจัดเต็มเลยค่ะ!
วิธีเดินทางจากสถานีนาโกยาไปยังปราสาทนาโกยา
สำหรับการเดินทางจากสถานีนาโกยา (Nagoya Station) ไปยังปราสาทนาโกยานั้น ง่ายแสนง่าย เลือกเดินทางได้ 2 วิธีหลักๆ ตามความสะดวกเลยค่ะ ทั้งรถไฟใต้ดินและรถบัส

วิธีที่ 1: เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน (Subway) 🚇
เริ่มต้นจากสถานี Nagoya นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sakuradori Line ไปลงที่สถานี Hisaya-odori จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นสาย Meijo Line แล้วนั่งไปลงที่สถานี Nagoya-jo (Nagoya Castle) ได้เลยค่ะ ค่าโดยสารประมาณ 240 เยน (หรือประมาณ 55 บาท) เท่านั้นเองจ้า!

เมื่อถึงสถานี Nagoya-jo แล้ว ให้มองหาป้ายและเดินออกทาง ทางออก 7 (Exit 7) นะคะ สำหรับใครที่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หรือสัมภาระเยอะๆ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เพราะพอเดินออกมาปุ๊บก็จะเจอ ตู้ล็อกเกอร์ฝากของ (Coin Lockers) ตั้งอยู่ตรงทางออกทันที สะดวกสบายสุดๆ!

แถมภายในสถานี Nagoya-jo ยังตกแต่งได้สวยงามคลาสสิก มีกลิ่นอายย้อนยุคสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ถ่ายรูปเช็คอินตั้งแต่ในสถานีได้เลยอ่ะคิดดู!

วิธีที่ 2: เดินทางด้วยรถบัส (Bus) 🚌
สำหรับใครที่อยากนั่งรถบัสรับลมชมเมืองชิลๆ ให้ไปขึ้นรถบัสสาย 30 หรือ 32 ที่ Meitetsu Bus Center (ชานชาลาหมายเลข 4) แล้วนั่งไปลงที่ป้าย Shiyakusho ได้เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ค่าโดยสารน่ารักๆ เพียง 210 เยน (หรือประมาณ 50 บาท) เท่านั้นเองค่ะ
ข้อมูลทั่วไปของปราสาทนาโกยา
⏰ เวลาเปิด-ปิด
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 น. – 16:30 น.
🏠 พิกัด
1-1 Honmaru, Naka Ward, Nagoya, Aichi 460-0031 ประเทศญี่ปุ่น
TEL: +81 52-231-1700
📍 ปราสาทนาโกยา (Nagoya Castle)
1-1 Honmaru, Naka Ward, Nagoya, Aichi 460-0031 ประเทศญี่ปุ่น
ค่าเข้าชมปราสาทนาโกยา

สำหรับค่าเข้าชมปราสาทนาโกยา ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์มากๆ ค่ะ โดยตั๋วสำหรับผู้ใหญ่ราคา 500 เยน (ประมาณ 115 บาท) เท่านั้น! (ถ้ามาเป็นกลุ่มคณะ 30 คนขึ้นไป จะเหลือคนละ 450 เยน หรือประมาณ 100 บาท และถ้า 100 คนขึ้นไป เหลือคนละ 400 เยน หรือประมาณ 90 บาทค่ะ) ที่สำคัญคือสามารถชำระได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิตเลยน้า สะดวกสุดๆ!
พิกัดตู้ล็อกเกอร์ฝากของในปราสาทนาโกยา

นอกจากล็อกเกอร์ที่สถานีรถไฟใต้ดินแล้ว ด้านในบริเวณทางเข้าปราสาทก็มีตู้ล็อกเกอร์ฝากของให้บริการเช่นกันค่ะ โดยตั้งอยู่ข้างๆ ประตูทางเข้าเลย ตู้นี้ใช้ได้เฉพาะเหรียญ 100 เยนเท่านั้นนะคะ หากใครไม่มีเหรียญสามารถเดินไปขอแลกเงินกับเจ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วได้เลยค่ะ พี่ๆ เจ้าหน้าที่ใจดีและบริการดีมาก!
พาทัวร์รอบๆ ปราสาทนาโกยา



เมื่อเดินออกจากสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว ให้เลี้ยวขวาเดินตามทางไปเรื่อยๆ เลยค่ะ ตลอดสองข้างทางจะมีร้านค้าและร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่เรื่อยๆ ได้ฟีลเดินเล่นเพลินๆ มาก

และนี่ก็คือบริเวณประตูทางเข้าหลักค่ะ เราสามารถเดินไปซื้อตั๋วเข้าชมที่ตู้จำหน่ายตั๋วหรือเคาน์เตอร์ตรงนี้ได้เลย

ก่อนจะเดินเข้าไป แนะนำให้แวะดูแผนที่รอบๆ ปราสาทนาโกยาก่อนนะคะ จะได้วางแผนเดินเที่ยวได้ครบทุกจุดแบบไม่ตกหล่น!

วันที่เราไปฟ้าแอบครึ้มๆ มีเมฆเยอะไปหน่อย แอบเสียดายนิดนึงที่ไม่ได้รูปท้องฟ้าใสๆ แต่บอกเลยว่าบรรยากาศความขลังและสวยงามของปราสาทไม่ได้ลดลงเลยค่ะ พร้อมลุยเดินเที่ยวกันต่อ!

เมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ ตัวปราสาท จะเห็นคูเมืองขนาดใหญ่และลึกมากล้อมรอบอยู่ ซึ่งนี่ถือเป็นเอกลักษณ์ของการสร้างปราสาทญี่ปุ่นโบราณเลยค่ะ สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึกในอดีตนั่นเอง ยิ่งใหญ่ตระการตาจริงๆ

ระหว่างเดินข้ามสะพานเข้าสู่ตัวปราสาท เห็นกลุ่มนักเรียนญี่ปุ่นกำลังยืนมุงดูอะไรบางอย่างในคูเมือง พอชะโงกหน้าลงไปดูก็ต้องร้องว้าว! เพราะเจอเจ้า เลียงผาญี่ปุ่น (Kamoshika) ตัวน้อยนอนชิลล์อยู่ตรงคูเมืองแห้งๆ ด้านล่างด้วยล่ะค่ะ! น้องน่ารักและเชื่องมากๆ เลยแชะภาพเก็บไว้ซะหน่อย 😍

และนี่ก็คือไฮไลท์เด็ดที่ทุกคนรอคอย... 'หอคอยปราสาท' หรือ เทนชุคาคุ (Tenshukaku) นั่นเองจ้า! บอกเลยว่ามุมนี้คือมุมมหาชนที่ต้องยืนโพสท่าสวยๆ ถ่ายรูปกลับไปอวดเพื่อนลงโซเชียลด่วนๆ! แถมตรงลานด้านหน้าเขามีบริการถ่ายภาพที่ระลึกโดยช่างภาพมืออาชีพให้ด้วยนะคะ (มีค่าบริการเพิ่มเติม) ใครอยากได้รูปคู่สวยๆ ครบทุกคนก็ลองใช้บริการดูได้เลยน้า

เดินถ่ายรูปจนเหนื่อย กองทัพต้องเดินด้วยท้องสิคะ! หน้าปราสาทจะมีร้านขายของที่ระลึกและของกินเล่น ซึ่งมี 'ดังโงะ (Dango)' เสียบไม้ย่างร้อนๆ ขายด้วยล่ะ! เราเลยจัดมาลองคนละไม้ บอกเลยว่าแป้งเหนียวนุ่มหนึบหนับ เคี้ยวเพลิน ราดซอสโชยุหวานเค็มกำลังดี กินตอนร้อนๆ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ คือฟินสุดๆ แนะนำเลยว่าต้องลอง!

พอยิ่งเดินเข้าไปใกล้ๆ ยิ่งรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และอลังการของโครงสร้างสถาปัตยกรรม ฐานหินของปราสาทญี่ปุ่นจะเรียงซ้อนกันสูงและชันมาก แตกต่างจากปราสาทของประเทศอื่นๆ ซึ่งออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันตัวอย่างแน่นหนาจริงๆ ค่ะ


เดินเล่นรอบๆ ตัวหอคอยปราสาท บรรยากาศร่มรื่นมาก ทางเดินรอบปราสาทจัดแต่งสวนไว้อย่างสวยงาม เดินเพลินจนลืมเหนื่อยเลยค่ะ


ช่วงที่เราไปมีดอกไม้สีสวยๆ เริ่มเบ่งบานพอดี ทำให้ภาพปราสาทดูอ่อนหวานและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ถ้าวันนั้นแดดดีๆ ท้องฟ้าเปิดสีฟ้าสดใส รูปต้องออกมาสวยปังคูณสิบแน่นอน! แต่อมครึ้มแบบนี้ก็ได้ฟิลลึกลับน่าค้นหาไปอีกแบบนะ

ก่อนจะเดินกลับ เราบังเอิญเจอเจ้าเหมียวส้มตัวนึงนั่งนิ่งๆ อยู่แถวนั้นเลยแวะถ่ายรูปน้องไว้ พอสังเกตดูใกล้ๆ ถึงรู้ว่าน้องตามองไม่เห็นค่ะ แต่น้องอ้วนท้วนสมบูรณ์ ขนฟูสะอาดสะอ้านมากๆ น่าจะเป็นเพราะพี่ๆ เจ้าหน้าที่และคนแถวนี้ช่วยกันดูแลและให้อาหารน้องเป็นอย่างดี เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจและเอ็นดูสุดๆ เลยค่ะ 🐱❤️
เนื่องจากทริปนี้เรามีแพลนต้องเดินทางต่อไปยัง หมู่บ้านออนเซ็นเกโระ (Gero Onsen) ต่อ เลยทำให้เวลาไม่พอที่จะเข้าไปชมความงดงามภายใน พระราชวังฮอนมารุ (Honmaru Palace) แอบเสียดายสุดๆ! ดังนั้นสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีเวลาเหลือเฟือ แนะนำอย่างยิ่งว่าต้องเผื่อเวลาเข้าไปชมภาพวาดฝาผนังสีทองคำอันเลื่องชื่อด้านในพระราชวังกันให้ได้นะคะ รับรองว่าสวยสะกดสายตาแน่นอน!
#เที่ยวญี่ปุ่น #นาโกยา #ปราสาทนาโกยา #วิธีเดินทางไปปราสาทนาโกยา #ที่เที่ยวนาโกยา #แลนด์มาร์คญี่ปุ่น







