ทัวร์เกียวโต 1 วัน รีวิว 2026: อาราชิยามะ วัดน้ำใส วัดเงิน
รีวิวทัวร์รถบัสเกียวโต 1 วันจากโอซาก้า พาแฟนเที่ยวอาราชิยามะ วัดน้ำใส วัดเงิน และศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ครบจบในวันเดียวแบบสะดวกสบาย ถ่ายรูปสวยปัง!
กำลังโหลด...
รีวิวทัวร์รถบัสเกียวโต 1 วันจากโอซาก้า พาแฟนเที่ยวอาราชิยามะ วัดน้ำใส วัดเงิน และศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ครบจบในวันเดียวแบบสะดวกสบาย ถ่ายรูปสวยปัง!
วันเดย์ทัวร์รถบัส โอซาก้า-เกียวโต
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ อาราชิยาม่า
แจกแพลนเที่ยว วัดเงิน & วัดน้ำใส

ฮัลโหลลล ทุกคน!
น้าบงซุน อินฟลูสายเที่ยวคนเดิมมาแล้วจ้า
ในหนึ่งปีเนี่ย ฉันต้องแว๊บไป
สิงอยู่ที่ญี่ปุ่นซัก 1-2 เดือนตลอด ทั้งเรื่องงานเรื่องเที่ยว
เรียกได้ว่าไปบ่อยจนเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง
เกียวโตนี่ก็ไปเช็กอินมาแล้วตั้งหลายรอบแน่ะ

แต่รอบนี้คุณสามีสุดที่รักเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกค่ะ
ทริปนี้เลยแพลนเที่ยวกันสองคนแบบหวาน ๆ
จัดเดย์ทริปวันเดียวเที่ยวให้คุ้มสุดพลัง
เก็บครบทั้งศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ วัดคิโยมิสึเดระ
แถมด้วยป่าไผ่อาราชิยาม่า เกียวโต และพิกัดอื่น ๆ
เดินทางสะดวกสบายไม่ต้องเหนื่อยเดินหาขบวนรถไฟเอง
ฉันเลยกดจอง "วันเดย์ทัวร์รถบัสเกียวโต"
ไปเที่ยวกันแบบฟิน ๆ ค่ะ
ได้เจอกับคุณไกด์ผู้น่ารักและเซนส์ดีเว่อร์
ได้เที่ยวเกียวโตแบบอิสระและสนุกสุดเหวี่ยง
วันนี้จะมารีวิววิธีจองพร้อมแจกแพลนเที่ยวให้ดูกันแบบหมดเปลือก
ตามมาเลยค่าาา!
1. จองทัวร์รถบัสเกียวโต ออกเดินทางจากโอซาก้า

ก่อนอื่นเลย สำหรับแพลนเที่ยวเกียวโตครั้งนี้
เนื่องจากฉันเคยไปวัดทองมาหลายรอบแล้ว
รอบนี้เลยขอตัดออก แล้วเลือกไป 'วัดเงิน' ที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านแทน
เพราะขึ้นชื่อว่ามีเส้นทางเดินเล่นที่สวยและสงบมาก
ก็เลยลองมองหาทัวร์รถบัสจากโอซาก้าที่มีพิกัดวัดเงินรวมอยู่ด้วย
จนไปสะดุดตากับแพ็กเกจน่าสนใจอยู่สองสามอันค่ะ

และหลังจากที่คัดแล้วคัดอีกจนตาแตก
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (เที่ยวประมาณ 70 นาที) -
ป่าไผ่อาราชิยาม่า เกียวโต (เที่ยวจุใจประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที) -
วัดเงิน กินคะคุจิ (เที่ยวประมาณ 40 นาที) -
วัดน้ำใส คิโยมิสึเดระ (เที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที)
ฉันก็จิ้มเลือกเดย์ทริปสุดคุ้ม
ของ Indigo Travel แพ็กเกจนี้เลยค่ะ ตอบโจทย์ชีวิตสุด ๆ
แอบบอกว่าตอนที่ฉันจอง แม้จะเป็นทัวร์โปรแกรมเดียวกัน
แต่ราคาของ MyRealTrip ดีต่อใจที่สุดเลยค่ะ
ใครอยากได้ราคาพิเศษตามไปกดจองลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยน้า
จองวันเดย์ทัวร์รถบัสเกียวโต ออกเดินทางจากโอซาก้า
MyRealTrip
รีวิวก็เริ่ด แถมแพลนเที่ยว 4 ที่ในหนึ่งวันกำลังดีเลย
รู้สึกว่ามีเวลาเดินชิล ๆ สบาย ๆ ไม่เร่งรีบจนเกินไป ถูกใจมากค่ะ

สิ่งที่จะได้รับในทัวร์นี้คือ
ไกด์มืออาชีพ, ค่าเดินทางทั้งหมด,
และค่าเช่าเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุส่วนตัวค่ะ


ส่วนสิ่งที่ไม่รวมในทัวร์ก็คือ
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว, ค่าอาหารกลางวันอิสระที่ป่าไผ่,
ตั๋วเข้าชมวัดเงิน (ผู้ใหญ่ 1,000 เยน),
ตั๋วเข้าชมวัดน้ำใส (ผู้ใหญ่ 500 เยน) และอื่น ๆ
ที่เป็นค่าตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ค่ะ

พวกเรานัดเจอกันแต่เช้าตรู่ที่โดทงโบริเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางค่ะ
เนื่องจากตรงนี้เป็นจุดนัดพบยอดฮิตของทัวร์รถบัสในโอซาก้า
เช้า ๆ คนเลยจะเยอะมากกก ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งรถทัวร์สับสนอลหม่านไปหมด
แต่คุณไกด์ของเราถือธงของทัวร์เด่นเป็นสง่าเห็นมาแต่ไกล
ทำให้หาเจอได้ง่ายสุด ๆ แค่เดินไปเช็กชื่อปุ๊บ
ก็ขึ้นรถเตรียมล้อหมุนกันได้เลยจ้า
2. ตะลุยศาลเจ้าสุนัขจิ้งจอก & เดินชิลป่าไผ่

จุดหมายแรกของทริปทัวร์รถบัสเกียวโตครั้งนี้
เราประเดิมกันที่แลนด์มาร์กดัง
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า ศาลเจ้าสุนัขจิ้งจอก นั่นเอง!

ตั้งแต่ทางเข้าคือคึกคักมากกก แหล่งรวมของกินและของที่ระลึก
มีทั้งร้านขายของฝากและสตรีทฟู้ดเรียงรายกันพรึ่บพรั่บ
ละลานตาจนเลือกกินไม่ถูกเลยค่ะคุณผู้ช๊มมม

ที่นี่ขึ้นชื่อสุด ๆ เรื่องเสาโทริอิสีแดงนับพันต้นที่ตั้งเรียงรายยาวเป็นอุโมงค์
ฉันเลยคาดหวังไว้สูงมากก และพอได้มาเดินลอดอุโมงค์เสาแดงนี้จริง ๆ
ท่ามกลางฝูงชนนักท่องเที่ยวที่มหาศาล
อารมณ์แบบดื่มด่ำความงดงามและเสน่ห์ของวัดญี่ปุ่นได้แป๊บนึง
ก็ดันแอบไปได้ยินสตอรี่ลับ ๆ มาว่า
เสาโทริอิสีแดงที่ผู้คนและบริษัทต่าง ๆ บริจาคสร้างขึ้นมาเนี่ย
ถ้าเกิดวันดีคืนดีไม่มีการจ่ายเงินบำรุงรักษาต่อ ก็จะโดนรื้อถอนทิ้งแบบไม่ใยดีเลย!
ได้ยินแบบนี้แล้วแอบรู้สึกหลอนปนกลัวนิด ๆ เหมือนกันนะเนี่ยยย 555
ที่เสาโทริอิสีแดงแต่ละต้นก็เลยจะมีชื่อผู้บริจาค
และชื่อบริษัทเขียนกำกับไว้อย่างชัดเจนเลยล่ะค่ะ

เทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริก็คือ 'เทพเจ้าอินาริ'
และว่ากันว่าผู้ส่งสารที่คอยถ่ายทอดเจตจำนงของเทพเจ้าอินาริก็คือ
น้องสุนัขจิ้งจอกนั่นเอง! ทำให้ตามทางเดินมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกตั้งอยู่เต็มไปหมดเลยล่ะครับ
พวกเราเลยจัดแจงโพสท่าตามที่พี่ไกด์แนะนำ
ได้รูปฮาๆ ชิคๆ กลับมาเพียบเลยล่ะครับท่านผู้ช้มมม

พิกัดที่สองของทัวร์รถบัสในวันนี้ก็คือ
'อาราชิยามะ' (Arashiyama) แหล่งป่าไผ่สุดกรีนในตำนานนั่นเองจ้า!
ที่นี่เขาให้เวลาอิสระเราประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที (รวมเวลามื้อเที่ยงแล้วนะ)
ถือว่าเวลาค่อนข้างเหลือเฟือ เดินชิลได้สบายๆ เลยล่ะ
ด้วยความที่ฉันเคยมาเที่ยวที่นี่ช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้วพอดี รอบนี้เลยคุ้นเคยเป็นพิเศษ
เริ่มต้นเดินตั้งแต่มุมถ่ายรูปมหาชนอย่างสะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge)
ที่คนชอบไปยืนรับลมเย็นๆ พร้อมจิบ % Arabica Coffee ชิลๆ

ไปต่อกันที่ 'วัดเทนริวจิ' (Tenryuji Temple)
วัดมรดกโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องสวนญี่ปุ่นที่สวยสะกดสายตาแบบตะโกน,

และแน่นอนว่าจะพลาด 'ป่าไผ่อาราชิยามะ'
ที่เราจะได้เดินทอดน่องท่ามกลางต้นไผ่สีเขียวสูงชะลูดเสียดฟ้าไปไม่ได้เลย
บอกเลยว่ามีมุมสวยๆ ให้เดินชมเยอะมาก
แต่ก็นะ ด้วยความที่เกียวโตเป็นเมืองท่องเที่ยวสุดฮอตของญี่ปุ่น คนเลยเยอะเป็นธรรมดา
พวกร้านอาหารดังๆ นี่คิวยาวเป็นหางว่าวเลยล่ะ
แต่ไม่ต้องห่วงจ้า! เพราะคุณไกด์ช่วยแนะนำ
พวกร้านเด็ดร้านอร่อยเตรียมไว้ให้สำหรับคนที่อยากกินมื้อเที่ยงแบบจัดเต็ม
แถมยังลิสต์มาให้ดูง่ายเข้าใจง่ายมาก
แถมยังใจดีช่วยโทรจองร้านให้ด้วย!
บอกเลยว่าต่อให้คนจะเยอะแค่ไหน
ก็หมดห่วงเรื่องหาของกินไปได้เลย สะดวกสบายสุดๆ

ส่วนตัวฉันกับสามีเน้นสายลุยทำเวลา เลยซื้อ 'เนื้อวากิวเสียบไม้' กินง่ายๆ แทนมื้อเที่ยง
แล้วเอาเวลาที่เหลือไปเดินสำรวจที่เที่ยวเพิ่มอีกสักนิดหน่อย
พอเดินทัวร์เสร็จกลับมาที่จุดนัดพบ...

คุณไกด์ก็จัดให้แบบเบิ้มๆ พาไปแชะรูปริมแม่น้ำตรงสะพานโทเก็ตสึเคียว ทั้งกล้อง DSLR และกล้องมือถือ
ได้รูปสวยๆ ขนกลับบ้านเพียบ
แถมได้รูปเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ ที่น่ารักมากๆ เลยล่ะครับ
3. รันเวย์ต่อไป: วัดเงิน และ วัดน้ำใส

จุดหมายที่สามของเราก็คือ 'วัดกิงคะคุจิ' หรือที่เรียกกันว่า 'วัดเงิน' ครับ
วัดเงินนี้ถือเป็นวัดตัวแทนสถาปัตยกรรมชิ้นเอกในยุคมูโรมาจิของญี่ปุ่น
ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยโชกุน 'อาชิกางะ โยชิมาสะ'
ผู้นี้นี่เอง
โชกุนท่านนี้เป็นคนที่มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมและศิลปะสูงมากกก
หลังจากเกษียณ แกก็หันมาทุ่มเทเวลาให้กับการซึมซับศิลปะและวัฒนธรรมอย่างจริงจัง
และบ้านพักตากอากาศที่แกเคยใช้อยู่อาศัยในเวลานั้น ก็คือวัดเงินในปัจจุบันนี่แหละครับ
ตอนแรกไอ้เราก็นึกว่า ในเมื่อ 'วัดทอง' เคลือบทองวิบวับสวยงามแล้ว
'วัดเงิน' ก็ต้องเคลือบเงินสะท้อนแสงวิบๆ แสบตาแน่เลย
แต่ความจริงคือ ไม่ใช่เลยจ้าาา! วัดเงินไม่ได้หรูหราอลังการแบบนั้น
แต่เป็นสถานที่ที่มีความงดงามแบบเรียบง่ายและดูสงบ สไตล์มินิมอลญี่ปุ่นโบราณ

ทางเดินเล่นรอบๆ สวนของที่นี่สวยละมุนตามากกก ส่วนตัวแล้ว
ฉันชอบที่นี่มากกว่าวัดทอง (คินคะคุจิ) อีกนะ ถูกจริตสุดๆ
ถ้าเดินขึ้นเนินไปอีกนิด จะมีจุดชมวิวให้เราได้ขึ้นไปดูวิวด้วยนะ
มองลงมาวิวสวยมากกกก รู้สึกฮีลใจแบบสุดๆ ไปเลย

แถมแถวๆ ป้ายรถบัสยังมี 'ทางเดินนักปราชญ์' (Philosopher's Path)
ทอดยาวเชื่อมต่อกันอยู่ด้วย เป็นพิกัดที่เหมาะแก่การเดินทอดน่อง ปล่อยใจจอยๆ
ฮีลสมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ชิลสุดไรสุด

ตอนแรกกังวลว่าเวลา 40 นาทีจะสั้นเกินไปไหม?
แต่พอเอาเข้าจริง วัดไม่ได้ใหญ่มาก เดินแป๊บเดียวก็ทั่วแล้ว
แถมยังมีเวลาเหลือให้ช้อปของฝากน่ารักๆ แบบจัดเต็ม
แถมยังมีเวลาเหลือไปซื้อเครื่องดื่มเย็นๆ ถือกลับมาจิบชิลๆ ด้วยซ้ำ!

และแล้วก็มาถึงพิกัดสุดท้าย
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหัวใจของการมาท่องเที่ยวเกียวโตเลยก็ว่าได้
นั่นก็คือ 'วัดคิโยมิซุเดระ' (Kiyomizudera) หรือ 'วัดน้ำใส' นั่นเองครับ!
วัดน้ำใสแห่งนี้ นอกจากจะเป็นวัดสัญลักษณ์ประจำเกียวโตแล้ว
ยังเป็นหนึ่งในมรดกทางพุทธศาสนาที่สำคัญอันดับต้นๆ
ของประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะครับ

ความทึ่งคือ อาคารไม้ทั้งหมดสร้างขึ้นโดย 'ไม่ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว'
แม้จะเคยผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้จนเสียหายไปหลายหนในอดีต
แต่อาคารที่เราเห็นเด่นสง่าในปัจจุบันนี้
ได้รับการบูรณะสร้างขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1633 นู่นเลยล่ะ (เก๋าเกมสุดๆ!)
ไฮไลต์หลักเลยก็คือ ตัวอาคารไม้ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่าน
อยู่ริมหน้าผาอันสูงชัน
ถ้าใครยังมีแรงและมีเวลา ขอแนะนำให้จ่ายเงินค่าเข้าชมแล้วเดินตามทางเข้ามาเลยครับ
เพื่อมาสัมผัส 'ระเบียงแห่งคิโยมิซุ' (Kiyomizu Stage)
ระเบียงไม้กว้างใหญ่ที่วิวจึ้งสุดๆ
อยากให้ลองมาชมด้วยตาตัวเองดูสักครั้งนะ

และพอเดินต่อลงมาข้างล่างเรื่อยๆ ก็จะเจอกับน้ำตกโอโตวะด้วยนะ
ที่จะได้เห็นตรงหน้าเลยก็คือ
สายน้ำ 3 สายที่ไหลลงมา
ซึ่งจะมีความหมายต่างกันไปนะพวกแก คือเรื่องการเรียน ความรัก และสุขภาพ
เค้าว่ากันว่าให้เลือกดื่มน้ำแค่สายเดียวเท่านั้นนะ
ถึงจะสมหวังดังปรารถนา (ห้ามโลภดื่มหมดนะจ๊ะ! 555)
งานนี้เหล่านักท่องเที่ยวเลย
ยืนต่อแถวรอคิวกันสู้ชีวิตยาวเหยียดเลยล่ะ!

นอกจากนี้เรายังได้ไปสัมผัสกลิ่นอายความย้อนยุค
แบบญี่ปุ่นโบราณแท้ ๆ กับพิกัดห้ามพลาดในเกียวโต
อย่างย่าน "นิเนนซากะ" และ "ซันเนนซากะ" กันแบบเต็มอิ่ม
เดินเที่ยวชิล ๆ แถมยังได้แวะกินขนมอร่อย ๆ ตลอดทางเลยล่ะฟินสุด ๆ
4. ส่งท้ายรีวิวทัวร์รถบัสเกียวโต วันเดียวก็เที่ยวครบ!

ทริปทัวร์รถบัสเกียวโตที่ออกสตาร์ทจากโอซาก้าครั้งนี้
บอกเลยว่าดีงามมาก ได้ไปเที่ยวกับคุณสามีแบบไม่ต้องเหนื่อยเดินทางเอง
ได้เก็บแลนด์มาร์กเด็ด ๆ ครบถ้วนกระบวนความ
แอบชมตัวเองในใจเลยว่า "แกเลือกทริปนี้ได้ฉลาดสุด ๆ อะ!"

ยิ่งครั้งนี้ได้มากับสามีด้วย ยิ่งทำให้ทริปนี้พิเศษคูณสองเข้าไปอีก
กับแพลน One Day Trip สุดคุ้ม: ศาลเจ้าเสาแดงฟุชิมิอินาริ -
เดินชิลในป่าไผ่อาราชิยามะ เกียวโต -
วัดเงินกินคะคุจิ - ปิดท้ายที่วัดน้ำใสคิโยมิสึเดระ ครบจบในวันเดียว!


เค้ามีเครื่องรับส่งสัญญาณเสียงส่วนตัวให้ยืมด้วยนะ
ถ้าใครอยากได้ความรู้แน่น ๆ ก็เดินตามไกด์ผู้เชี่ยวชาญฟังคำบรรยายได้เลย
ได้เกร็ดประวัติศาสตร์แบบลึกซึ้งจัดเต็มสุด ๆ
ส่วนคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยจนเซียนแล้วแบบฉัน
ก็สามารถแยกย้ายไปเดินชิล ถ่ายรูปเล่นเองตามใจชอบในแต่ละจุดได้เลย
ถือเป็นทริปที่ตอบโจทย์ทุกคน ได้ทั้งความสะดวกสบาย
และสามารถดีไซน์การเที่ยวให้เข้ากับสไตล์ตัวเองได้แบบอิสระ
กับทัวร์รถบัสเกียวโตแบบ 1 วันเต็มทริปนี้เลยค่า!
จะใช้เวลาที่ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริประมาณ 70 นาที, ป่าไผ่อาราชิยามะประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที, วัดกินคะคุจิ (วัดเงิน) ประมาณ 40 นาที และวัดคิโยมิซุเดระ (วัดน้ำใส) ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที เป็นทริปแบบไปเช้าเย็นกลับที่ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมด 4 แห่งในหนึ่งวัน
ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าเข้าชมวัดกินคะคุจิสำหรับผู้ใหญ่คือ 1,000 เยน และวัดคิโยมิซุเดระสำหรับผู้ใหญ่คือ 500 เยน ซึ่งต้องชำระแยกต่างหากที่หน้างาน
ที่อาราชิยามะ คุณจะมีเวลาอิสระประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาทีซึ่งรวมเวลาสำหรับอาหารกลางวันด้วย ไกด์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารอร่อยๆ และช่วยโทรจองร้านอาหารให้ เพื่อให้คุณรับประทานอาหารได้อย่างสะดวกสบาย
ในตอนเช้าตรู่ คุณจะได้พบกับไกด์ที่ถือธงของบริษัททัวร์ที่โดทงโบริ เพื่อตรวจสอบรายชื่อก่อนขึ้นรถบัส ค่าทัวร์รวมค่าเช่าเครื่องรับสัญญาณเสียงแล้ว คุณจึงสามารถฟังคำบรรยายของไกด์ได้อย่างสะดวกสบายระหว่างการเที่ยวชม

เตรียมตัวกรี๊ด! เราจะพาไปพิชิต Tsutenkaku Tower จุดชมวิวสุดคลาสสิกของโอซาก้า พร้อมซิ่งสไลเดอร์ยักษ์ลงมาจากหอคอย! แถมบอกพิกัดย่าน Shinsekai และทริคเที่ยวคุ้มๆ ด้วย
รีวิว Warner Bros. Studio Tour Tokyo - The Making of Harry Potter ตะลุยโลกเวทมนตร์ที่โตเกียวปี 2026 พร้อมวิธีจองตั๋วราคาประหยัดที่สาวกแฮร์รี่ต้องรู้!

รีวิวล่องเรือแม่น้ำโฮซึ (Hozugawa River Boat Ride) ที่อาราชิยามา เกียวโต ประสบการณ์สโลว์ไลฟ์ชมธรรมชาติ 4 ฤดู พร้อมวิธีเดินทางและมุมถ่ายรูปสุดปัง!

รีวิวคัมภีร์เที่ยว Universal Studios Japan (USJ) ปี 2026 อัปเดตวิธีจองตั๋วเข้าสวนสนุก โซน Nintendo World และบัตร Express Pass ราคาถูกที่สุด ห้ามพลาด!

มา USJ โอซาก้าทั้งที จะยอมเสียเวลาต่อคิวนาน ๆ ได้ยังไง? เรามีรีวิวประสบการณ์ตรง ทั้งราคาบัตร Universal Express 4 และทริคพิชิตเครื่องเล่นยอดฮิตแบบไม่ต้องรอ!

ใครไปโอซาก้าแล้วอยากหาที่ดูวิวสวยๆ ต้องมา Abeno Harukas 300 เลย! ฟินกับวิวเมืองแบบ 360 องศา ถ่ายรูปปังๆ ได้เพียบ แถมมีทริคจองตั๋วราคาดีมาฝากนะ!