รีวิวเที่ยวกระบี่ 2026: วิธีเดินทาง สภาพอากาศ และทัวร์แนะนำ
แพลนเที่ยวกระบี่ 2026 ให้ปัง! รวมพิกัดวิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ และภูเก็ต อัปเดตสภาพอากาศแต่ละฤดู พร้อมรีวิวทัวร์เกาะห้อง-เกาะพีพีที่สายคอนเทนต์ต้องไปโดน

คู่มือเที่ยวกระบี่ฉบับสมบูรณ์ 2026
วิธีเดินทาง สภาพอากาศ และแพลนทัวร์สุดปัง!
ฮัลโหลทุกคน! ใครกำลังมองหาที่เที่ยวทะเลใต้แบบชิลๆ ฟีลดีย์ๆ
บอกเลยว่า "กระบี่" คือเดสติเนชันที่ฮอตฮิตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ
แต่เชื่อไหมว่า หลายคนเวลาแพลนทริปกระบี่ มักจะแอบงงนิดๆ
เพราะข้อมูลอาจจะไม่ได้เยอะและจัดเต็มเท่าภูเก็ตหรือเชียงใหม่
ตอนที่เราเริ่มแพลนทริปครั้งแรกก็แอบมีคำถามในหัวเหมือนกันว่า
“สรุปแล้วเดินทางยังไงให้เวิร์คสุด?”
วันนี้เราเลยขอมาสรุปให้ฟังกันแบบหมดเปลือกเลยจ้า!

ดูรูปสิคะซิส! มันมีเสน่ห์มากกก
ภาพเรือหางยาวลอยลำอยู่หน้าหน้าผาหินปูนสุดอลังการ
จุดดำน้ำที่น้ำใสแจ๋วเหมือนกระจก มองเห็นปลาแหวกว่าย
แถมบรรยากาศริมหาดก็โรแมนติกสุดๆ!
แต่พอถึงเวลาต้องจองตั๋วจริงๆ หลายคนอาจจะเริ่มสับสน
จะบินตรงดีไหม? หรือถ้ามีเพื่อนต่างชาติบินมาจอยทริปต้องต่อเครื่องยังไง?
นั่งรถจากภูเก็ตมาได้ไหม? หรือนั่งเรือเฟอร์รี่ดีกว่า?
คำถามพวกนี้ทำเอาหลายคนแอบปวดหัวไปตามๆ กัน

บทความนี้เราเลยตั้งใจสรุปข้อมูลอัปเดตปี 2026 มาให้ครบเลย!
ทั้งเรื่องตั๋วเครื่องบิน วิธีการเดินทางข้ามจังหวัด
สภาพอากาศแต่ละฤดู และทัวร์โลคอลที่ต้องไปโดน
รับรองว่าอ่านจบปุ๊บ
เพื่อนๆ จะร้อง ‘อ๋อ... ไปแบบนี้ชิลสุด!’
แล้วจัดทริปเที่ยวกระบี่ได้แบบโปรๆ แน่นอนค่ะ
สารบัญ
1. ข้อมูลเที่ยวบิน & จุดแวะพัก
2. วิธีเดินทาง (กรุงเทพฯ / ภูเก็ต ไป กระบี่)
3. สภาพอากาศ (เที่ยวเดือนไหนดี?)
4. ทัวร์ท้องถิ่นที่ห้ามพลาด
1. ข้อมูลเที่ยวบิน & จุดแวะพัก

✈ สำหรับคนไทย VS เพื่อนต่างชาติ
สำหรับคนไทยอย่างเรา การไปกระบี่คือชิลมาก บินตรงจากกรุงเทพฯ ได้เลย!
แต่ทริคเสริมสำหรับใครที่มีเพื่อนชาวต่างชาติ (เช่น เกาหลี) อยากบินมาจอยทริปด้วย
ขอบอกว่าปี 2026 นี้ ยังไม่มีบินตรงจากเกาหลีมากระบี่นะจ๊ะ
ตอนเราช่วยเพื่อนต่างชาติหาตั๋ว ก็พยายามหาไฟลต์บินตรงแล้ว
แต่สรุปคือไม่มีเลยจ้า ทุกสายการบินต้องมีการต่อเครื่องทั้งหมด
ดังนั้น ใครจะชวนเพื่อนต่างชาติมาเที่ยว
ต้องแพลนจุดแวะพัก (Transit) ให้ดีๆ นะคะ

✈ ไอเดียจุดแวะพัก (เผื่อใครบินกลับจากตปท. หรือนัดเพื่อนต่างชาติ)
1) แวะกรุงเทพฯ (เวิร์คสุด!)
สนามบินสุวรรณภูมิคือเดอะเบสท์สำหรับการต่อเครื่อง
ระบบจัดการดีเยี่ยม และต่อไฟลต์ในประเทศไปกระบี่ได้ง่ายมาก
• อินชอน→กรุงเทพฯ : ประมาณ 5-6 ชั่วโมง
• กรุงเทพฯ→กระบี่ : ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
แนะนำเลยว่ารูทนี้ชิลสุด ไม่เครียด
ป้ายบอกทางชัดเจน แถมแวะนวด แวะกินส้มตำในกรุงเทพฯ ก่อนสักคืน
แล้วค่อยบินลงใต้ไปกระบี่วันรุ่งขึ้นก็เริ่ด!
👉ชี้เป้าตั๋วเครื่องบินมากรุงเทพฯ โปรครึ่งปีหลัง (ราคาประมาณ 5,300 บาท)

2) แวะกัวลาลัมเปอร์ (สายประหยัด)
ใครเน้นประหยัดงบ รูทต่อเครื่องที่มาเลเซียกับ AirAsia ก็เป็นตัวเลือกที่ดี
เหมาะกับสายแบ็คแพ็คเกอร์
• อินชอน→KL : ประมาณ 7 ชั่วโมง
• KL→กระบี่ : ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
แต่ขอเตือนนิดนึงว่าเทอร์มินอล KLIA2 กว้างมากกก!
ถ้ามีเวลาเปลี่ยนเครื่องแค่ 1-2 ชั่วโมง อาจจะต้องสับตีนแตกวิ่งกันหน่อย
ส่วนตัวเราถ้างบไม่ใช่ปัญหา แนะนำให้มาแวะกรุงเทพฯ สบายใจกว่าเยอะ
👉เช็คราคาตั๋วแวะเที่ยวมาเลเซีย (ราคาประมาณ 5,300 บาท)

3) บินลงภูเก็ต (สำหรับสายเที่ยวควบ 2 จังหวัด)
ภูเก็ตมีไฟลต์บินตรงจากต่างประเทศเยอะมาก และมีไฟลต์ดึกด้วย
(แนะนำว่าถ้าเจอโปรตั๋วบินลงภูเก็ตราคาดีๆ
ให้รีบสอยไว้ก่อนเลย คุ้มแน่นอน!)
👉เช็คราคาตั๋วบินลงภูเก็ต Asiana Airlines (ราคาประมาณ 7,900 บาท)
รูท ภูเก็ต → กระบี่ เป็นรูทยอดฮิตของวัยรุ่นเลยล่ะ
เพราะได้เที่ยวรวบตึงทั้งสองจังหวัด

หลายคนอาจจะลังเลว่า
ถ้าถึงภูเก็ตแล้วนั่งรถต่อไปกระบี่เลย จะเหนื่อยไปไหม?
บอกตามตรงว่าถ้าบินมาถึงดึกๆ แล้วต้องนั่งรถอีก 3 ชั่วโมง ร่างอาจจะแหลกได้
แนะนำให้จัดทริปแบบนี้ค่ะ: พักภูเก็ตชิลๆ คาเฟ่ฮอปปิ้งสัก 1-2 คืน
แล้วค่อยนั่งรถหรือเรือข้ามไปกระบี่แบบสวยๆ
แถมจากภูเก็ตไปเกาะพีพีก็ใกล้มาก แพลนหลวมๆ ไว้เวิร์คสุด!
2. วิธีเดินทาง (กรุงเทพฯ / ภูเก็ต ไป กระบี่)

มาถึงพาร์ทสำคัญ! สำหรับใครที่บินลงกรุงเทพฯ หรือภูเก็ตแล้ว
จะเดินทางเข้ากระบี่ยังไงต่อดี? มาดูกันเลย

1) กรุงเทพฯ → กระบี่ (เครื่องบิน)
วิธีนี้ง่ายและสะดวกที่สุดสำหรับคนไทย!
ใช้เวลาบินแค่ชั่วโมงนิดๆ และจากสนามบินกระบี่
นั่งรถเข้าอ่าวนางก็แค่ประมาณ 40 นาทีเท่านั้น
ส่วนตัวเราชอบวิธีนี้ที่สุด เพราะประหยัดเวลาและไม่เหนื่อย
พอถึงปุ๊บ ก็พุ่งตัวไปเช็คอินที่พัก หรือจะแวะนวดสปาผ่อนคลาย
ก่อนเริ่มทริปดำน้ำก็เริ่ดสุดๆ

2) ภูเก็ต → กระบี่ (ทางบก / รถตู้-รถยนต์)
ถ้านั่งรถจากภูเก็ตมากระบี่ จะใช้เวลาประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมง
ฟังดูเหมือนไกล แต่จริงๆ ถนนขับสบายและคนนิยมใช้รูทนี้เยอะมาก
ข้อดีคือ ความสะดวกสบายแบบ Door-to-Door!
จองรถรับส่งไว้ พี่คนขับจะมารับถึงหน้าโรงแรมที่ภูเก็ต
แล้วไปส่งถึงหน้าล็อบบี้โรงแรมที่กระบี่เลย ไม่ต้องแบกกระเป๋าให้เมื่อย
แค่นั่งหลับสวยๆ บนรถก็ถึงแล้ว
ใครสนใจจองรถรับส่งส่วนตัว ลองดูลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ
เจ้านี้มีบริการรับส่งครอบคลุมทั้ง เขาหลัก ภูเก็ต และกระบี่ สะดวกมาก!
👉 เช็คราคารถรับส่งส่วนตัว ภูเก็ต-กระบี่

3) ภูเก็ต → กระบี่ (เรือเฟอร์รี่ / สปีดโบ๊ท)
บอกเลยว่านี่คือ Hidden Gem ที่หลายคนมองข้าม!
การนั่งเรือจากภูเก็ตมากระบี่ วิวสองข้างทางคือสวยอลังการมาก
• ขึ้นเรือที่: ท่าเรือรัษฎา (ภูเก็ต)
• ลงเรือที่: ท่าเรือคลองจิหลาด (กระบี่)
• สปีดโบ๊ท: 1.5 - 2 ชั่วโมง
• เรือเฟอร์รี่: 2 - 3 ชั่วโมง

เราเคยเกือบจะเลือกวิธีนี้แล้ว เพราะอยากเสพวิวทะเลอันดามันแบบเต็มๆ
แต่ช่วงที่ไปเป็นหน้าฝนพอดี กลัวคลื่นลมแรงแล้วจะเมาเรือซะก่อน
บวกกับของฝากเต็มกระเป๋า เลยพับโครงการไป

แต่ถ้าเพื่อนๆ ไปช่วงหน้าแล้ง (พฤศจิกายน - เมษายน)
แนะนำให้ลองนั่งเรือดูค่ะ ฟีลดีมากกก
แถมราคาโดยรวมมักจะถูกกว่าเหมารถส่วนตัวด้วยนะ!
ใครอยากรู้ว่านั่งเรือเฟอร์รี่เป็นยังไง ลองดูรีวิวนี้ได้เลย
(เป็นบล็อกรีวิวของชาวเกาหลีนะคะ แต่ดูรูปประกอบได้เพลินๆ)
รีวิวนั่งเรือเฟอร์รี่ ภูเก็ต-กระบี่ พร้อมรถรับส่ง
3. สภาพอากาศ (เที่ยวเดือนไหนดี?)

เรื่องสภาพอากาศนี่สำคัญระดับ 10 กะโหลก!
เพราะทริปกระบี่ส่วนใหญ่คือการออกเกาะ ดำน้ำ อาบแดด
ถ้าฝนตกคือจบข่าว ดังนั้นเช็คฤดูกาลให้ดีก่อนจองตั๋วน้า

☀ 1) หน้าแล้ง / High Season (พฤศจิกายน - เมษายน)
ช่วงเวลาทองของการเที่ยวกระบี่!
• คลื่นลมสงบ นั่งเรือไม่เมา
• น้ำใสวิ้งงงง ดำน้ำเห็นปลาชัดแจ๋ว
• ทัวร์ออกได้ 99% ไม่ค่อยโดนแคนเซิล
• ท้องฟ้าสีฟ้าคราม ถ่ายรูปไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์
โดยเฉพาะช่วงมกราคม-มีนาคม บอกเลยว่าน้ำทะเลสีสวยเหมือนในรูปเป๊ะ
มาช่วงนี้คือรับประกันความฟิน ได้รูปกลับไปลง IG รัวๆ แน่นอน

🌧 2) หน้าฝน / Green Season (พฤษภาคม - ตุลาคม)
• มักจะมีฝนตกช่วงบ่ายๆ หรือเป็นสคอลล์ (ตกหนักแป๊บเดียวแล้วหยุด)
• อาจจะต้องลุ้นเรื่องแพลนทัวร์นิดหน่อย
• แต่ข้อดีคือ ตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาถูกลงเยอะมาก!!
จริงๆ หน้าฝนก็เที่ยวได้นะ ช่วงเช้าส่วนใหญ่ฟ้าจะเปิด
เราก็จัดตารางออกทัวร์ช่วงเช้า แล้วบ่ายๆ ค่อยกลับมานั่งชิลคาเฟ่หรือเล่นน้ำสระโรงแรม
แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว แต่ถ้าจะจองสปีดโบ๊ท ต้องเช็คสภาพอากาศวันต่อวันด้วยนะคะ
4. ทัวร์ท้องถิ่นที่ห้ามพลาด

ไฮไลท์ของกระบี่ก็คือการ "ออกเกาะ" นี่แหละ
เลือกทัวร์ให้ตรงกับสไตล์ความชอบ รับรองว่าทริปนี้มีแต่คำว่าคุ้ม!

1) ทัวร์เกาะห้อง (Hong Island)
อันนี้คือ Must Go! น้ำทะเลสีมรกตสวยตาแตกมาก
มีจุดดำน้ำตื้นที่ปลาเยอะสุดๆ ใครสายกิจกรรมทางน้ำ รักการดำน้ำ
บอกเลยว่าอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ มุมถ่ายรูปก็ปังปุริเย่
👉 จองทัวร์เกาะห้อง ออกเดินทางจากกระบี่

2) ทัวร์เกาะพีพี (Phi Phi Island)
รูทคลาสสิกที่ฮิตตลอดกาล พาไปเก็บแลนด์มาร์คดังๆ ครบ
ทั้งอ่าวมาหยา ถ้ำไวกิ้ง และอ่าวโล๊ะซามะ
จัดตารางมาให้แบบพอดีๆ นั่งเรือไม่นานเกินไป ไม่สูบพลังงานจนหมด
👉 ดูข้อมูลทัวร์เรือหางยาว/สปีดโบ๊ทเกาะพีพี

3) ทัวร์ศูนย์อนุรักษ์ช้าง (Elephant Sanctuary)
ใครเบื่อทะเล ลองเปลี่ยนฟีลมาสัมผัสธรรมชาติแบบโลคอลกันบ้าง
ขับรถจากตัวเมืองกระบี่แค่ 15 นาที ก็ถึงอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา
ทัวร์นี้เราจะได้ใกล้ชิดน้องช้างแบบสุดๆ ได้ป้อนอาหาร อาบน้ำ ขัดผิวให้น้อง
เป็นประสบการณ์ที่ฮีลใจและน่ารักมากๆ แนะนำเลย!
👉 ข้อมูลทัวร์ศูนย์อนุรักษ์ช้าง กระบี่

จบไปแล้วกับคู่มือเที่ยวกระบี่ 2026 แบบจัดเต็ม!
หวังว่าจะช่วยตอบโจทย์เพื่อนๆ ที่กำลังงงเรื่องการเดินทางและแพลนทริปได้นะคะ
กระบี่เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์มาก ธรรมชาติยังสมบูรณ์ น้ำทะเลใสปิ๊ง
แถมบรรยากาศก็ชิลๆ ไม่วุ่นวายจนเกินไป
ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวฮีลใจ หรืออยากพาครอบครัว/คนรู้ใจไปพักผ่อน
ปักหมุดกระบี่ไว้ในลิสต์ได้เลย รับรองว่าฟินจนไม่อยากกลับแน่นอนจ้า!
คำถามที่พบบ่อย
ณ ปี 2025 มีเที่ยวบินตรงจากเกาหลีไปยังกระบี่หรือไม่?
ณ ปี 2025 ไม่มีเที่ยวบินตรงจากเกาหลีไปยังกระบี่ ดังนั้น การเดินทางไปกระบี่จำเป็นต้องมีการต่อเครื่อง
สถานที่ต่อเครื่องที่แนะนำสำหรับการเดินทางไปกระบี่คือที่ไหน และแต่ละแห่งมีลักษณะเด่นอย่างไร?
สำหรับนักเดินทางมือใหม่ ขอแนะนำให้ต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ การเดินทางจากอินชอนไปกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง และจากกรุงเทพฯ ไปกระบี่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที การต่อเครื่องมีความเสถียร หากเน้นความคุ้มค่า การต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง การเดินทางจากอินชอนไปกัวลาลัมเปอร์ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง และจากกัวลาลัมเปอร์ไปกระบี่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
การเดินทางทางบกและเรือเฟอร์รี่/เรือเร็วจากภูเก็ตไปกระบี่ใช้เวลาเท่าไร และมีลักษณะเด่นอย่างไร?
การเดินทางทางบกโดยรถยนต์หรือรถตู้ขนาดเล็กใช้เวลา 2.5-3 ชั่วโมง และมีบริการรับส่งจากที่พักที่สะดวกสบาย หากใช้เรือเฟอร์รี่หรือเรือเร็ว เรือเร็วใช้เวลา 1.5-2 ชั่วโมง และเรือเฟอร์รี่ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้คุณได้ชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลกระบี่ก่อน หากมีสัมภาระมากหรือในช่วงฤดูฝน อาจต้องพิจารณาเรื่องการโคลงเคลงของเรือ
ลักษณะสภาพอากาศของกระบี่ในช่วงฤดูแล้ง (พฤศจิกายน-เมษายน) และฤดูฝน (พฤษภาคม-ตุลาคม) เป็นอย่างไร?
ฤดูแล้ง (พฤศจิกายน-เมษายน) เป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบ คลื่นลมสงบ ทัศนวิสัยในการดำน้ำตื้นดีเยี่ยม และทัวร์ 99% ดำเนินการตามปกติ ในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม-ตุลาคม) แม้จะมีฝนฟ้าคะนองในช่วงบ่าย แต่ช่วงเช้าก็มีวันที่อากาศแจ่มใสหลายวัน ทำให้สามารถเดินทางได้อย่างน่าพึงพอใจด้วยรูปแบบทัวร์ช่วงเช้าแล้วพักผ่อนช่วงบ่าย
ทัวร์เกาะหลักและทัวร์ที่เกี่ยวข้องกับช้างที่สามารถเพลิดเพลินได้ในกระบี่มีอะไรบ้าง?
ทัวร์สำคัญในกระบี่ ได้แก่ ทัวร์เกาะห้อง ซึ่งน้ำทะเลมีสีเขียวมรกต และทัวร์เกาะพีพี ซึ่งจะไปเยี่ยมชมอ่าวมาหยา ถ้ำไวกิ้ง และอ่าวโล๊ะซามะ นอกจากนี้ ที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 15 นาทีโดยรถยนต์ คุณสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับช้างผ่านทัวร์ศูนย์อนุรักษ์ช้างได้
แชร์บทความนี้
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

끄라비 호텔 추천 5성급 소피텔 크라비 포키트라 골프&스파 리조트 코너스위트 내돈내산 후기
아이와 함께 끄라비 5성급 리조트 즐기기

끄라비 아오낭 숙소 추천 반 푸바라 리트리트 후기 자쿠지 프라이빗 호텔
끄라비 아오낭 숙소 반 푸바라 리트리트 후기

จากภูเก็ตไปกระบี่ อ่าวนาง 2026: รีวิวเฟอร์รี่ใหญ่ VS สปีดโบ๊ท เลือกแบบไหนดี?
วางแผนเที่ยวจากภูเก็ตไปกระบี่ อ่าวนาง? มาดูรีวิวการเดินทางด้วยเฟอร์รี่ใหญ่ พร้อมเทียบสปีดโบ๊ทและทิปส์จองตั๋วให้คุ้มค่าที่สุดในปี 2026!

รีวิว Centara Life Phu Pano Krabi 2026: ที่พักวิวเขาหินปูนสุดปัง
รีวิว Centara Life Phu Pano Resort Krabi ที่พักอ่าวนางราคาประหยัด วิวเขาหินปูนสุดอลังการ ห้องพักดี สระว่ายน้ำสวย ตอบโจทย์คนรักธรรมชาติและงบจำกัด!

รีวิว Krabi Elephant Care House 2026: อาบน้ำช้างสุดฟิน
รีวิวทัวร์ครึ่งวัน Krabi Elephant Care House ปี 2026 สัมผัสประสบการณ์อาบน้ำช้าง ทำอาหาร และสปาโคลนสุดฟิน ทริปแนวอนุรักษ์ธรรมชาติที่สายลุยห้ามพลาด!

방콕 수완나품 공항 F3 미라클 라운지 더라운지앱으로 이용

