เช่ารถฟุกุโอกะ 2026: รีวิวการจอง & เคลมประกัน Klook
ขับรถเที่ยวฟุกุโอกะฉบับครอบครัว พร้อมแชร์ประสบการณ์สุดพีค! โดนชาร์จค่ารอยขีดข่วน 50,000 เยน แต่เคลมประกัน Klook ได้คืนเต็มจำนวน ทำยังไงมาดูกัน
โพสต์นี้อาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการจองผ่านลิงก์นะคะ |
สวัสดีค่าทุกคนนน! วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ตรงแบบเรียลๆ |
ทริปฟุกุโอกะ (Fukuoka) ญี่ปุ่น ทริปนี้พิเศษมากเพราะเราอุ้มท้อง 30 สัปดาห์ไปเที่ยวด้วย!
แถมทริปนี้พาครอบครัวคุณสามีไปกันกรุ๊ปใหญ่
การจะให้ผู้ใหญ่มาเดินขึ้นลงรถไฟใต้ดินน่าจะไม่ตอบโจทย์
เราเลยตัดสินใจว่า เช่ารถขับน่าจะฟินและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์บ้านเราที่สุดค่ะ
ก่อนบินก็เลยจัดการจองคิวรถเช่าฟุกุโอกะ
ผ่านแอป Klook ไว้ล่วงหน้าเลย
เรื่องและภาพ | Yuncooing
Copyright. YUNCOOING. All rights reserved.
รีวิวเช่ารถขับเที่ยว ฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น

ทริปนี้เราไปกันทั้งหมด 11 คน
เลยกดจองรถตู้ 2 คันจากร้าน Gogo Rent-a-Car ไปเลยจ้า
ตอนกดจองผ่าน Klook เราเลือกแพ็กเกจที่รวมประกันของ Klook
แถมยังขับได้ไม่จำกัดระยะทาง และรวมภาษีท้องถิ่นไว้หมดแล้ว
เรียกว่าจ่ายจบในแอปเลยค่ะ
กฎเหล็กของการเช่ารถขับที่ญี่ปุ่นคือ
"ต้องซื้อประกันแบบจัดเต็ม!" ⭐
ห้ามงกเด็ดขาดนะคะเตือนแล้วน้า!

ก่อนวันรับรถ 1 วัน ทางร้านจะส่งข้อความมาคอนเฟิร์มค่ะ
เนื่องจากคนไทย/ต่างชาติไปใช้บริการเยอะ
เค้าเลยมีข้อความภาษาอังกฤษมาให้ด้วย สะดวกมากๆ
พาสปอร์ต
ใบขับขี่ไทย (ด้านหน้า)
ใบขับขี่สากล (ด้านหน้า และหน้าสุดท้ายที่มีรูปถ่ายเรา)
เค้าแนะนำให้ส่งเอกสารพวกนี้ไปให้ทางข้อความก่อน
เพื่อความรวดเร็วตอนไปรับรถ เราก็ส่งไปเรียบร้อย
แต่พอไปถึงหน้าเคาน์เตอร์จริงๆ พนักงานก็ขอหน้างานอีกรอบอยู่ดี แอบงงนิดนึง 555


พอแลนดิ้งถึงสนามบินฟุกุโอกะปุ๊บ
ให้เดินออกไปที่ชั้น 1 ขาเข้า (Arrival) ตรงประตูทางออก A3 นะคะ
จากนั้นข้ามทางม้าลายทางซ้ายมือ
จะเจอป้ายหมายเลข 15 เขียนว่า 'General Car' (일반차)
ยืนรอรถตู้รับส่งของบริษัทเช่ารถตรงนี้ได้เลยค่ะ

แก๊งเราคนเยอะ กระเป๋าเยอะ
ขึ้นรถตู้รับส่งรอบเดียวไม่หมด
เราในฐานะคนจองและคนขับเลยล่วงหน้าไปทำเรื่องก่อน
แล้วค่อยให้รถตู้มารับคนที่เหลือตามไปทีหลังค่ะ

นั่งรถจากสนามบินแค่ 5 นาทีก็ถึงออฟฟิศรับรถแล้ว
ใกล้มากกก สะดวกสุดๆ


พอถึงออฟฟิศก็ยื่นพาสปอร์ตกับใบขับขี่สากลอีกรอบ



พนักงานก็จะอธิบายเรื่องประกัน เอกสารประจำรถต่างๆ
ส่วนบัตร ETC (บัตรทางด่วนญี่ปุ่น) อันนี้เราต้องเช่าแยกนะคะ
ตอนจองผ่าน Klook เราซื้อประกันครอบคลุมมาแล้ว
แต่ถ้าใครไม่ได้ซื้อมา ก็มาซื้อหน้าเคาน์เตอร์ของ Gogo Rent ได้เหมือนกันค่ะ
ประกันแบบมีค่าเสียหายส่วนแรก 1,100 เยน (ประมาณ 250 บาท) / 24 ชม.
ประกันแบบคุ้มครองเต็มรูปแบบ 1,650 เยน (ประมาณ 380 บาท) / 24 ชม.



**คำเตือนตัวโตๆ!** การเช่ารถที่ญี่ปุ่นเนี่ย แค่รอยขีดข่วนแมวข่วนนิดเดียว
เค้าก็คิดเงินนะคะ!
เพราะฉะนั้นตอนรับรถ ให้ถ่ายรูปและวิดีโอรอบคันแบบซูมทุกอณูเก็บไว้เลย
และถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือเฉี่ยวชนอะไรก็ตาม
ต้องโทรเรียกตำรวจมาบันทึกประจำวัน ณ จุดเกิดเหตุทันทีนะคะ ห้ามปล่อยเบลอเด็ดขาด!
รับรถตู้ 2 คันเสร็จสรรพ
เราก็ยิงยาวมุ่งหน้าสู่เมืองเบปปุ (Beppu) กันเลยค่า!


ทริปนี้คุณสามีรับบทคนขับค่ะ
ขับรถที่ญี่ปุ่นง่ายมากเพราะพวงมาลัยขวา เลนซ้ายเหมือนไทยเป๊ะ!
แต่ที่ฮาคือคุณสาแอบสับสนก้านไฟเลี้ยวกับที่ปัดน้ำฝนเบาๆ
(เพราะชินกับรถยุโรปที่บ้าน 555)
จะเลี้ยวทีไร กระจกสะอาดเอี่ยมทุกที!

ตลอดทริป 3 คืน 4 วัน การมีรถเช่าคือคุ้มค่าและตอบโจทย์มาก
ได้พาครอบครัวเที่ยวรอบนอกฟุกุโอกะแบบชิลๆ ฟีลดีย์สุดๆ

พอถึงวันสุดท้าย
ก่อนเอารถไปคืน เราก็แวะเติมน้ำมันให้เต็มถังที่ปั๊มใกล้ๆ สนามบินค่ะ
(กฎการคืนรถคือต้องเติมน้ำมันเต็มถังน้า)


เสร็จแล้วก็เอารถไปคืนที่ออฟฟิศ



ตอนแรกก็นึกว่าจะคืนรถจบๆ แล้วนั่งรถไปสนามบินแบบสวยๆ
แต่ความพีคบังเกิดตรงนี้ค่ะ! พนักงานตรวจเจอ "รอยขีดข่วน 1 รอย"
ที่รถคันนึง แล้วแจ้งว่าเราต้องจ่ายค่าเสียหาย!
ช็อกสิคะ! เพราะตลอดทริปเราไม่ได้ไปชนอะไรเลย ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไปโดนขูดตอนไหน
เราเลยไม่ได้เรียกตำรวจมาดูตั้งแต่แรก
มารู้อีกทีก็ตอนพนักงานชี้ให้ดูที่ออฟฟิศนี่แหละ
ความซวยซ้ำซ้อนคือ ตอนรับรถวันแรก เราท้อง 30 สัปดาห์
ท้องใหญ่และเหนื่อยมาก เลยนั่งรอในออฟฟิศ
ไม่ได้เดินออกไปถ่ายรูปรถเก็บไว้เลย (บทเรียนราคาแพงมากกกก)
สรุปคือโดนชาร์จค่ารอยขีดข่วนเล็กๆ นั้นไป 30,000 เยน (ประมาณ 6,900 บาท)
บวกกับค่า NOC (Non-Operation Charge) อีก 20,000 เยน (ประมาณ 4,600 บาท)
รวมเบ็ดเสร็จต้องรูดบัตรจ่ายหน้างานไป 50,000 เยน (ประมาณ 11,500 บาท)!!
จ่ายเสร็จก็ต้องรีบไปขึ้นเครื่อง กลับไทยแบบแอบเซ็งๆ
แอบหงุดหงิดตรงค่า NOC 20,000 เยน นี่แหละค่ะ
มันคือค่าเสียโอกาสในการปล่อยเช่ารถระหว่างซ่อม
แต่รอยแค่นั้นเค้ายังไม่ได้เอาไปซ่อมทันทีซะหน่อย
โดนหักไป 2 หมื่นเยนแบบเจ็บปวดหัวใจมาก!
รีวิวขั้นตอนการเคลมประกันรถเช่ากับ Klook

พอกลับมาถึงไทย ตั้งสติได้ปุ๊บ
ก็รีบเข้าเว็บ Klook เพื่อทำเรื่องเคลมประกันทันทีค่ะ
เอกสารที่ต้องใช้เคลมประกัน
✔️ ใบเสร็จรับเงินจากบริษัทเช่ารถ
✔️ สัญญาเช่ารถ
✔️ เอกสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุ (ใบแจ้งความ/ใบแจ้งเคลม)
✔️ เอกสารยืนยันตัวตนต่างๆ
เอาจริงๆ ถ้าเราถ่ายรูปรอยแผลรถไว้ตั้งแต่ตอนเกิดเรื่อง
การเคลมจะไวมากค่ะ
แต่ตอนนั้นตกใจบวกกับรีบไปขึ้นเครื่อง เลยไม่มีใครถ่ายรูปไว้เลย!
ทำให้เราต้องรอทาง Gogo Rent ส่งรูปรถมาให้
ซึ่งใช้เวลานานมากกกก

เราเริ่มจากการทักแชทคุยกับ Customer Service ในเว็บ Klook ก่อน
จากนั้นก็เป็นการส่งเอกสารไปมาทางอีเมล
กับเจ้าหน้าที่ของ Klook และบริษัทประกัน AXA ค่ะ

ทริปนี้เราไปมาตั้งแต่ต้นปี แต่เพิ่งเคลมเสร็จและได้เงินคืนตอนเดือนมิถุนายน 2026 นี่เองค่ะ!

สรุปว่าเราได้เงินประกันคืนมา 316.35 USD (ประมาณ 11,600 บาท) ได้คืนครบเลยยย!
เปรียบเทียบราคาและจองรถเช่าทั่วโลกได้ทันที! - Klook รถเช่า
ต้องขอขอบคุณทีมงาน Klook มากๆ ที่ช่วยตามเรื่องให้ตลอด 3-4 เดือน
จนเคลมสำเร็จ ประทับใจการบริการสุดๆ
ใครที่แพลนจะไปเช่ารถขับเที่ยวต่างประเทศ
ไม่ว่าจะฟุกุโอกะ โตเกียว อเมริกา กวม หรือฮาวาย
เราแนะนำให้จองผ่าน Klook เลยค่ะ สะดวกและอุ่นใจมาก
และที่สำคัญที่สุด... **"อย่าลืมซื้อประกันแบบจัดเต็ม"** เด็ดขาดนะคะทุกคน เที่ยวให้สนุกและปลอดภัยค่า!







