เที่ยวคิตะคิวชู 2026: โมจิโคเรโทร & วิวกลางคืนเขาซาราคุระสุดฟิน!
ตามรอยรีวิวเที่ยวคิตะคิวชู 2026 วันที่ 3 กับโมจิโคเรโทร เมืองท่าสุดคลาสสิก ชิมยากิคาเร่อร่อย ฟินวิวกลางคืนเขาซาราคุระ พร้อมทริคถ่ายรูปเป๊ะปัง!
กำลังโหลด...
ตามรอยรีวิวเที่ยวคิตะคิวชู 2026 วันที่ 3 กับโมจิโคเรโทร เมืองท่าสุดคลาสสิก ชิมยากิคาเร่อร่อย ฟินวิวกลางคืนเขาซาราคุระ พร้อมทริคถ่ายรูปเป๊ะปัง!
วันนี้บอกลาฮิโรชิม่าหลังจากจบทริป 2 คืน 3 วัน
แล้วได้เวลาเคลื่อนพลไปคิตะคิวชูกันแล้วจ้าาา
ตื่นแต่เช้ามาแพ็กกระเป๋า แล้วไปที่สถานีฮิโรชิม่า
นั่งชินคันเซ็นปรื๊ดเดียวแค่ประมาณ 40 นาทีก็ถึงสถานีโคคุระแล้ว! เร็วเกิ๊น
▼ ช่วงนี้ก็ใช้พาส Hiroshima & Yamaguchi Area Pass นั่งฟรีนะจ๊ะคุ้มเวอร์ ▼
เดินทางมาแค่แป๊บเดียวเอง แต่พอเปลี่ยนเมืองปุ๊บ
บรรยากาศก็เปลี่ยนไปคนละฟีลเลย ให้ความรู้สึกใหม่ๆ ดีแฮะ
Hotel Livemax Kokura
ที่พักคิตะคิวชูรอบนี้เราจองที่ Hotel Livemax Kokura-Ekimae ไว้ล่วงหน้า
คำว่า 'เอคิมาเอะ' (Ekimae) แปลว่าหน้าสถานี ซึ่งมันก็อยู่หน้าสถานีแบบตะโกนจริงๆ
ได้ห้องทวินรูมในราคาประมาณ 1,400 บาท แถมห้องกว้างด้วยนะเออ เป็นโรงแรมที่คุ้มค่าตัวสุดๆ!
แต่ข้อเสียคือความที่มันอยู่หน้าสถานีเป๊ะๆ ตั้งแต่ 6 โมงเช้าเลยจะเริ่มเสียงดังหนวกหูนิดนึง
เนื่องจากยังเช้าเกินกว่าจะเช็คอินได้
เราเลยฝากกระเป๋าเดินทางไว้ก่อน แล้วพุ่งตัวไปสถานีโมจิโกะทันที!
โมจิโกะ เรโทร (Mojiko Retro)
นั่งรถไฟจากสถานีโคคุระแค่ประมาณ 30 นาทีก็ถึงโมจิโกะแล้ว!
ถึงพวกเราจะเดินทางมาจากฮิโรชิม่า
แต่จริงๆ คิตะคิวชูกับโมจิโกะเนี่ยอยู่ใกล้ฟุกุโอกะมากกว่านะ
ใครกำลังหาทริปเที่ยววันเดียวใกล้ฟุกุโอกะ ขอแนะนำเลยจ้า!

ป้ายสถานีโมจิโกะสุดคลาสสิกที่ทุกคนต้องเคยเห็นผ่านตาในโซเชียลแน่นอน
พอลงรถปุ๊บ ทุกคนก็รุมถ่ายรูปเช็คอินกันใหญ่ แต่ถ้าเดินเยื้องไปทางซ้ายมือ
จะสามารถถ่ายรูปกับป้ายได้แบบคลีนๆ ไม่มีคนติดเฟรมเลยล่ะจ้าา แอบบอกทริคเลยนะเนี่ย!
ร้าน Princess Phy Phy (프린세스 피피)

เมนูขึ้นชื่อของโมจิโกะก็คือ 'ยากิคาเร' (แกงกะหรี่อบชีส) นั่่นเอง
เราเลยไปจัดร้านดังอย่าง Princess Phy Phy ตั้งแต่ร้านเปิดเลยจ้า
ที่เลือกร้านนี้ก็เพราะว่าอยากลอง 'เบียร์กล้วย' ของเขานั่นแหละ อยากรู้ว่ารสชาติเป็นไง!
วิธีกดคิวร้าน Princess Phy Phy คือต้องไปเขียนชื่อกับจำนวนคนลงในกระดาษหน้าร้าน
เขียนชื่อจองคิวไว้เสร็จแล้วค่อยไปเดินเล่นรอบๆ นะทุกคน!

เดินถ่ายรูปเล่นแถวนั้นจนใกล้เวลาเปิดร้าน เลยเดินย้อนกลับมา
ปรากฏว่าหน้าร้านคึกคักไปด้วยผู้คนเรียบร้อยแล้วจ้า
พวกเราไปถึงตั้งแต่ตอน 10:30 น. เลยได้เป็นคิวแรกสุดเลยล่ะ
ใครที่ไม่อยากยืนต่อคิวนานๆ แนะนำให้มาล่วงหน้าสัก 20-30 นาทีนะจ๊ะ!


พวกเราสั่ง แกงกะหรี่เนื้อ กับ แกงกะหรี่ผัก มาอย่างละจาน
ส่วนตัวเคยลองกินทั้งร้านแกงกะหรี่ชื่อดังอย่าง Joto Curry และแกงกะหรี่ซุปมาบ้างแล้ว
แต่ที่นี่รสชาติจะออกแนวเรียบง่าย ทานง่าย ฟีลโฮมเมดทั่วไปเลย
ไม่ได้แย่นะ แต่มันยังไม่ถึงขั้นประทับใจจนอยากกลับมากินซ้ำอีกรอบ
ถือว่าเอาไว้นั่งกินมื้อกลางวันแบบชิลๆ ก็แล้วกันเ놓

ส่วนเบียร์กล้วยคือดีเกินคาด! กลิ่นกล้วยไม่ได้แรงจนเกินไป
แต่จะหอมโชยมาแบบอ่อนๆ สดชื่นและเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
มีความหอมหวานตบท้ายด้วยรสขมบางๆ ของเบียร์นิดๆ
พอกินคู่กับแกงกะหรี่ร้อนๆ แล้วเข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อเลยแหละ

เขียนรีวิวใน Google Maps ปุ๊บ ก็ได้รับไอศกรีมโฮมเมดมาทานฟรีๆ เป็นของสมนาคุณจ้า!
จุดชมวิวโมจิโกะ เรโทร (Mojiko Retro Observation Deck)
เติมพลังลงท้องเรียบร้อย คราวนี้ก็ได้เวลาไปลุย
สำรวจรอบๆ สถานีโมจิโกะกันแบบจริงจังแล้วล่ะ!
จุดหมายแรกที่เราเลือกไปก็คือ จุดชมวิวโมจิโกะ เรโทร
ค่าเข้าชมคนละ 300 เยน / สามารถใช้ตั๋วเดิมกลับเข้ามาชมได้อีก 1 ครั้งในวันเดียวกัน!


พอนั่งลิฟต์ขึ้นไปด้านบนปุ๊บ
ก็เห็นวิวย่านโมจิโกะ เรโทร, เมืองชิโมโนเซกิ และช่องแคบคันมง
แบบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เป็นจุดชมวิวที่คุ้มค่าตั๋วมากๆ
ขึ้นชื่อว่าจุดชมวิวแล้วล่ะก็ บรรยากาศตอนกลางคืนน่าจะสวยสะกดกว่าตอนกลางวันแน่ๆ
รอบหน้าสัญญาว่าจะแวะมาดูวิวยามค่ำคืนของที่นี่ให้ได้เลย!

แถวๆ จุดชมวิวเนี่ยนะ มีอนุสรณ์สถานหลายที่มารวมกันอยู่เพียบเลยแกเอ๊ยยย
แล้วแต่ละที่ก็มีแสตมป์ที่ระลึกให้ปั๊มเก็บด้วยนะ!
สนุกกับการสะสมตราประทับสุดๆ อ่ะ
เดินเที่ยวไปปั๊มไป เพลินเหมือนได้ทำสแตมป์ทัวร์เลยอะ
แถมยังได้แอบมองคนที่เค้านั่งเรือเที่ยวด้วยนะ

ตู้ไปรษณีย์กล้วย ชื่อดังของโมจิโกะ
โซนถ่ายรูปที่เค้าเรียกกันว่า "ตู้ไปรษณีย์สีเหลืองนำโชค" ไง!

พ่อกล้วยแมน มาสคอตสุดเรโทรของโมจิโกะ!
เดินหานานมาก เพราะรูปปั้นไม่อยู่ที่เดิมอ่าาา


เดินไปเดินมาก็เริ่มหิวๆ ละ เลยขอแวะพักสักหน่อย
ซื้อริงโงะอาเมะ (แอปเปิ้ลเคลือบน้ำตาล) กับไอติมกล้วยช็อกโกแลตจากร้านแถวนั้นมา
เห็นนักเรียนหญิงญี่ปุ่นเค้ากินริงโงะอาเมะกันเยอะ เลยลองซื้อตามดูนะ แต่ว่านะ...
คนที่อายุ 30+ อย่ากินเลยดีกว่า (มีสิทธิ์ได้ทำรากฟันเทียมสูงมาก!!)


แถวๆ สถานีมีถนนคนเดินแบบมีหลังคาเล็กๆ ด้วย เลยแวะเข้าไปดูซะหน่อย
มันให้ฟีลตลาดท้องถิ่นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวชัดๆ เลยนะ
แต่คนแทบไม่มีเลย แถมร้านปิดเยอะด้วย เสียดายอ่ะ


จริงๆ แอบคิดว่าจะนอนค้างที่โมจิโกะคืนนึงนะ
แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีอะไรให้ดูเยอะขนาดนั้นอ่ะ ครึ่งวันก็พอแล้วแก!
ก่อนจะไปจุดชมวิวภูเขาซาราคุระตามแพลนต่อไป
แวะสตาร์บัคส์ที่สถานีโมจิโกะ จิบกาแฟเย็นๆ ชิลล์ๆ ก่อน
จุดชมวิวภูเขาซาราคุระ
จุดชมวิวภูเขาซาราคุระเนี่ย มีรถบัสรับส่งฟรีจากสถานียาฮาตะด้วยนะ
ก็เลยย้ายจากสถานีโมจิโกะไปสถานียาฮาตะซะเลย
▼วิธีไปภูเขาซาราคุระแบบละเอียด ดูในโพสต์ด้านล่างเลยจ้า▼
คิดว่าวันธรรมดาคนน่าจะน้อย ชิลล์ๆ สบายๆ แต่ที่ไหนได้...
พอไปถึงคิวรถบัสรับส่งยาวเหยียดเลย
กลัวตกรถ เลยรีบวิ่งไปต่อคิวแทบไม่ทัน!
โชคดีได้ขึ้นรถคันที่มาถึงพอดีเลย
ลุยเลย! ไปจุดชมวิวภูเขาซาราคุระ!
พอไปถึงก็แลกตั๋ว แล้วก็รอขึ้นโมโนเรล
ตอนนั่งโมโนเรล แนะนำให้เลือกนั่งที่นั่งแถวล่างสุดนะ!
วิวทิวทัศน์จะเข้ามาเต็มตาเลยระหว่างขึ้นไปบนกระจกบานใหญ่

ตรงจุดกึ่งกลางจะมีการเปลี่ยนไปขึ้น Slope Car (รถเลื่อนราง)
แต่ตอนนั้นแทนที่จะมัวถ่ายรูปเล่น
แนะนำให้ไปต่อคิวขึ้นไปจุดชมวิวด้านบนเลยดีกว่า
เพราะ Slope Car จุคนได้น้อย ต้องรอนานพอสมควรเลย
แถมวิวบนจุดชมวิวด้านบนก็สวยกว่าเยอะมากๆ ด้วย
เพราะฉะนั้น ถ่ายรูปตอนขึ้นไปถึงยอดเลยดีที่สุด!

ภูเขาซาราคุระ ที่เค้าว่ากันว่าเป็น 1 ใน 3 สุดยอดวิวกลางคืนแห่งใหม่ของญี่ปุ่น!
พอพระอาทิตย์ตกดิน ไฟในเมืองกับย่านโรงงานก็เริ่มเปิดขึ้นทีละดวงสองดวง
ภาพนั้นมันสวยจนไม่รู้จะลืมลงได้ยังไงเลยอ่ะแกเอ๊ยยย

บนยอดเขาลมแรงกว่าที่คิดเยอะเลย หนาวใช้ได้อยู่เหมือนกันนะ
ช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือต้นฤดูใบไม้ร่วง แนะนำให้พกเสื้อหนาๆ ไปสักตัวนะจ๊ะ

ตอนลงนะ คนกรูกันลงมาพร้อมกันหมดเลย
กว่าจะได้ขึ้นโมโนเรล ฉันว่ารอไปเป็นชั่วโมงเลยมั้งเนี่ย
นั่งรถชัตเติลบัสกลับไปสถานียาฮาตะอีกที
จากสถานียาฮาตะ ก็กลับมาที่สถานีโคคุระจ้า
ราเมงทงคตสึคิตะคิวชู ร้าน Rokunoya Daikoku (สาขาไดโคคุ)
พอเจอแต่ลมหนาวมาทั้งวัน เลยอยากซดน้ำซุปร้อนๆ ใจจะขาด!
ก็พุ่งตัวไปร้านราเมงทงคตสึเด็ดๆ อย่าง Rokunoya Daikoku เลยสิคะ!
ถึงจะเป็นช่วงพีคตอนค่ำๆ ก็เถอะ เลยต้องรอคิวกันนิดนึง
แต่เขาก็จัดการคิวได้ไวเวอร์! รอไปประมาณ 10 นาทีเท่านั้น
ก็ได้เข้าไปนั่งเลยทันที


ก็เลยจัดราเมงทงคตสึแบบออริจินัลมาหนึ่งชาม กับราเมงทงคตสึท็อปด้วยน้ำมันกระเทียมเจียวอีกหนึ่งชาม
รวมเป็นสองชามไปเลยจ้า
น้ำซุปคือเข้มข้น กลมกล่อมลึกซึ้งสุดๆ แถมไม่มีกลิ่นคาวกวนใจเลยสักนิด
ส่วนน้ำมันกระเทียมเจียวก็ไม่ได้ทำให้เลี่ยนเลย เป็นคอมโบที่ลงตัวแบบไร้ที่ติ!
ถ้าใครเบื่อราเมงอิชิรันที่เห็นได้บ่อยๆ แล้ว
หรือทงคตสึแบบเข้มข้นจนหนักเกินไป คือต้องมา Rokunoya เลย แนะนำสุดใจขาดดิ้น!

ปิดท้ายวันทั้งที จะพลาดอิซากายะได้ไงล่ะ!
ไม่ได้หาร้านไหนเป็นพิเศษเลยนะ แค่เดินไปเรื่อยๆ แล้วเจอร้านไหนน่าเข้าก็จัดเลย
กับแกล้มก็คือดีงาม ไม่เค็มโดด อร่อยถูกปากมาก! :)
และแล้ว ทริปวันที่ 3 ก็จบบริบูรณ์แบบสวยๆ!
เดี๋ยวจะกลับมาพร้อมกับรีวิววันที่ 4 ใหม่นะค้าบ 💕
ร้าน Princess Pipi มักจะมีเวลารอคิวนาน จึงแนะนำให้มาถึงร้านประมาณ 20-30 นาทีก่อนร้านเปิด และเขียนชื่อกับจำนวนคนลงบนกระดาษที่หน้าร้าน ผู้เขียนได้สั่งแกงกะหรี่เนื้อ แกงกะหรี่ผัก และเบียร์กล้วย
ค่าเข้าชมหอคอยชมวิวโมจิโกะเรโทรสำหรับหนึ่งคนคือ ประมาณ 100 บาท และสามารถเข้าซ้ำได้หนึ่งครั้งภายในวันเดียวกัน จากหอคอยชมวิว คุณสามารถมองเห็นโมจิโกะเรโทร, ชิโมโนเซกิ และช่องแคบคันมงได้แบบพาโนรามา
เมื่อขึ้นโมโนเรล แนะนำให้นั่งที่นั่งด้านล่างสุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างบานใหญ่ได้ เมื่อเปลี่ยนไปขึ้นสโลปคาร์ที่จุดกึ่งกลาง ควรเข้าคิวเพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนทันที แทนที่จะถ่ายรูป ยอดเขามีลมแรงและอาจหนาวเย็น ดังนั้นจึงควรพกเสื้อคลุมหนาๆ ไปด้วยในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือต้นฤดูใบไม้ร่วง
ร้าน 'Rokunoya Daikoku' ใกล้สถานี Kokura เป็นที่แนะนำ ราเมงทงคตสึของที่นี่มีน้ำซุปที่เข้มข้นและลึกซึ้งโดยแทบไม่มีกลิ่นหมูเลย และน้ำมันกระเทียมก็ไม่เลี่ยน ทำให้เป็นส่วนผสมที่ลงตัว เป็นทางเลือกที่ดีหากคุณไม่ชอบราเมงอิชิรันหรือทงคตสึที่หนักมาก

อยากรู้ว่าเที่ยวคิตะคิวชู 2 วัน 3 คืน ใช้เงินเท่าไหร่? มาดูแพลนเที่ยวชิลๆ สไตล์เพื่อนซี้ พร้อมงบประมาณจริงปี 2026 และที่พักสุดคุ้มกันเลย!

อยากเที่ยวคิตะคิวชูแบบวันเดย์ทริปจากฟุกุโอกะ? บทความนี้รวมเส้นทางเที่ยวโคคุระ โมจิโกะ ชิโมโนเซกิ พร้อมวิธีจองตั๋วชินคันเซ็นล่วงหน้าให้ได้ราคาดีที่สุด!

วันสุดท้ายทริปคิตะคิวชูไม่ต้องห่วงเรื่องของฝาก! สนามบินคิตะคิวชูมี Duty Free ที่รวมดาไซ วิสกี้ Royce และขนมฮิตๆ ไว้เพียบ พร้อมบอกราคาและวิธีช้อปแบบเซฟๆ

รีวิว JR คิวชู สเตชั่น โฮเทล โคคุระ ที่พักในคิตะคิวชูที่เชื่อมตรงกับสถานีโคคุระ เดินทางไปชิโมโนเซกิและโมจิโกะง่ายสุดๆ พร้อมแหล่งช้อปปิ้งครบวงจร!

ถ้าใครมาเที่ยวฟุกุโอกะแล้วอยากหาที่เที่ยวแบบโลคอลๆ ไม่ซ้ำใคร ต้องปักหมุด 'ตลาดปลาคาราโตะ' ที่ชิโมโนเซกิเลย! สวรรค์ของคนรักซูชิและอาหารทะเลสดๆ อัปเดต 2026 ห้ามพลาด!

สัมผัสประสบการณ์สุดฟินบนภูเขาซาราคุระ หนึ่งใน 3 จุดชมวิวกลางคืนยอดนิยมของญี่ปุ่นในคิตะคิวชู พร้อมข้อมูลครบครันสำหรับการเดินทางสุดประทับใจ