แพลนเที่ยวชอลลาโด 3 วัน 2 คืน: โรดทริปเกาหลีใต้สุดฟิน
แจกแพลนโรดทริปชอลลาโด 3 วัน 2 คืน เที่ยวเกาหลีใต้แบบโลคอล! เช็คอินเกาะสีม่วงสุดปัง นอนโรงแรมฮันอกดั้งเดิม และตะลุยกินของอร่อยระดับตำนานที่ห้ามพลาด
กำลังโหลด...
แจกแพลนโรดทริปชอลลาโด 3 วัน 2 คืน เที่ยวเกาหลีใต้แบบโลคอล! เช็คอินเกาะสีม่วงสุดปัง นอนโรงแรมฮันอกดั้งเดิม และตะลุยกินของอร่อยระดับตำนานที่ห้ามพลาด
อันยองฮะทุกคน! ใครกำลังมองหาแพลนเที่ยวเกาหลีใต้แบบโลคอล ยูนีค ไม่ซ้ำใคร ต้องมามุงทางนี้เลยจ้า! วันนี้เราจะพาทุกคนหนีความวุ่นวายในโซล แล้วไปลุยโรดทริปขับรถเที่ยวชิลๆ 3 วัน 2 คืน เริ่มต้นจากคังจิน (Gangjin) ยิงยาวผ่านยองอัม (Yeongam), มกโพ (Mokpo), เกาะชินอัน (Sinan) ไปจนถึงโคชาง (Gochang) และอิกซาน (Iksan) บอกเลยว่าเป็นเส้นทางที่ครบรส ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และที่สำคัญคืออาหารอร่อยแบบตะโกน! ใครอยากตามรอยไปดูรีวิวและพิกัดจริงกันเลยค๊าาา
ปล. ทริปนี้เราเดินทางช่วงเดือนมีนาคมนะจ๊ะ อากาศกำลังเย็นสบาย แต่อาจจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาลน้า!
เริ่มต้นวันแรกด้วยความหิว! เราแวะเติมพลังกันที่ตัวเมืองคังจินก่อนเลย เมนูแรกของทริปต้องจัดหนักด้วย "ฮันจองซิก" (Hanjeongsik) หรืออาหารชุดพื้นเมืองเกาหลีแบบดั้งเดิม ที่เสิร์ฟเครื่องเคียงมาแบบล้นโต๊ะจนแทบไม่มีที่วาง กินอิ่มพุงกางพร้อมลุยพิกัดต่อไปแล้วจ้า
หลังจากอิ่มท้อง เราก็ขับรถไปรับลมทะเลชิลๆ กันที่ เกาะคาอูโด (Gaudo Island) เกาะเล็กๆ สุดน่ารักที่ซ่อนตัวอยู่
📍 เกาะคาอูโด (Gaudo Island)
Doam-myeon, Gangjin-gun, Jeollanam-do
เกาะคาอูโดเป็นเกาะเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงเรื่องสะพานแขวนเดินข้ามทะเลและกิจกรรมซิปไลน์ (Zip Track) สุดเร้าใจ การได้เดินเล่นรับลมบนสะพานหลังจากขับรถมาเหนื่อยๆ บอกเลยว่าช่วยฮีลใจและคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นปลิดทิ้งเลยล่ะค่ะ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการมาเดินทอดน่องถ่ายรูปเล่นมากๆ

จุดไฮไลท์อย่างสะพานแขวนคาอูโด ยิ่งเดินไปตรงกลางจะยิ่งรู้สึกถึงความไหวเบาๆ ได้ฟีลตื่นเต้นนิดๆ ถ่ายรูปออกมาเก๋มาก!
เสร็จจากเกาะคาอูโด เราก็มุ่งหน้าสู่ที่พักของเราในเมืองยองอัม (Yeongam) ซึ่งเราจะปักหลักนอนที่นี่กันยาวๆ 2 คืนที่ โรงแรมฮันอก ยองซันแจ (Hanok Hotel Yeongsanjae)
📍 โรงแรมฮันอก ยองซันแจ (Hanok Hotel Yeongsanjae)
126-17 Nabuloe-do-ro, Samho-eup, Yeongam-gun, Jeollanam-do
ยกให้เป็นเดอะเบสท์ในใจสำหรับทริปนี้เลย! ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์บ้านโบราณเกาหลี (Hanok) บรรยากาศเงียบสงบและอบอุ่นมาก ได้ฟีลย้อนยุคเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในซีรีส์ย้อนยุคเลยค่ะ
เราจองผ่าน Hotels.com โดยเลือกพัก 2 คืนแบบไม่ซ้ำสไตล์ คืนแรกนอนห้องแบบวิลล่าส่วนตัว (Deluxe Suite) ส่วนคืนที่สองเปลี่ยนบรรยากาศมานอนฟูกบนพื้นอุ่นๆ แบบเกาหลีแท้ๆ (Deluxe Ondol) ดีงามทั้งสองแบบเลย ไว้จะมารีวิวแบบละเอียดให้อ่านกันอีกรอบนะคะ

วันที่สองเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปเมืองมกโพ (Mokpo) เพื่อทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารชื่อดังอย่าง "มยองอินจิบ" (Myeonginjip)
ร้านนี้เสิร์ฟอาหารเกาหลีแบบเซ็ตโต๊ะที่จัดวางอย่างประณีต รสชาติกลมกล่อมแบบต้นตำรับแท้ๆ กินแล้วมีแรงลุยต่อทั้งวันแน่นอนค่ะ
ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 น. ถึง 22:00 น. และมีช่วงเวลาพักเบรก (Break Time) ตั้งแต่ 15:30 น. ถึง 17:00 น. แนะนำให้เช็คเวลาดีๆ ก่อนไปนะคะจะได้ไม่พลาดของอร่อย!
ร้านมยองอินจิบ (Myeonginjip)
เปิดบริการทุกวัน: 11:00 น. - 22:00 น.
เวลาพักเบรก: 15:30 น. - 17:00 น.
📍 ร้านมยองอินจิบ สาขาหลัก (Myeonginjip)
ชั้น 1-2, 14 Hadang-ro 30beon-gil, Mokpo-si, Jeollanam-do

หลังมื้อเที่ยง เราขับรถเล่นต่อไปยัง เกาะสีม่วง หรือ พะเพิลซอม (Purple Island) ในจังหวัดชินอัน ขอบอกว่าที่นี่คือสวรรค์ของคนรักสีม่วงและสายคอนเทนต์เลยค่ะ!
มองไปทางไหนก็เป็นสีม่วงพาสเทลไปหมด ตั้งแต่หลังคาบ้าน สะพาน ไปจนถึงตู้ไปรษณีย์ ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง กดชัตเตอร์รัวๆ จนเมมแทบเต็มเลยทีเดียว
เวลาทำการของจุดจำหน่ายตั๋วคือ 09:00 น. ถึง 18:00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคาประมาณ 100 บาท (5,000 วอน)
แต่ช้าก่อน! มีทริคเด็ดมาบอก... ถ้าเพื่อนๆ แต่งตัวหรือมีไอเทมสีม่วงติดตัวมา (เสื้อ, หมวก, กระเป๋า หรือแม้แต่ถุงเท้า) จะได้เข้าฟรีไปเลยจ้า! เพราะฉะนั้นเตรียมคอสตูมสีม่วงไปให้พร้อมนะค๊าาา
เกาะสีม่วง พะเพิลซอม (Purple Island)
เปิดบริการทุกวัน: 09:00 น. - 18:00 น.
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ประมาณ 100 บาท
※ เข้าฟรี! หากแต่งกายหรือพกไอเทมสีม่วงมาด้วย
📍 เกาะสีม่วง อันจวา (Anjwa Purple Island)
257-35 Sogokduri-gil, Anjwa-myeon, Sinan-gun, Jeollanam-do

ม่วงแบบตะโกน! ตั้งแต่หลังคาบ้านไปจนถึงราวสะพาน ถ่ายรูปฟิลกู๊ดสุดๆ
เสร็จจากเกาะสีม่วง เราขับรถกลับมาที่มกโพเพื่อขึ้น กระเช้าลอยฟ้ามกโพ (Mokpo Marine Cable Car) ไฮไลท์เด็ดที่ห้ามพลาดเด็ดขาด!
การได้มองวิวทะเลมกโพและวิวเมืองจากมุมสูงบนกระเช้าลอยฟ้า เป็นหนึ่งในภาพความทรงจำที่สวยงามและน่าประทับใจที่สุดในทริปชอลลาโดครั้งนี้เลยค่ะ
สถานีเหนือ (Bukhang) กระเช้าลอยฟ้ามกโพ
เวลาทำการ: 09:00 น. - 19:00 น. (อาทิตย์ - พฤหัสบดี) / 09:00 น. - 20:00 น. (ศุกร์, เสาร์)
ค่าบริการไป-กลับ: กระเช้าธรรมดา (ผู้ใหญ่) ประมาณ 500 บาท / กระเช้าพื้นกระจกคริสตัล (ผู้ใหญ่) ประมาณ 600 บาท (สำหรับคนชอบความเสียว มองเห็นวิวด้านล่างทะลุปรุโปร่ง!)
📍 สถานีเหนือ (Bukhang) กระเช้าลอยฟ้ามกโพ
240 Haeyangdaehak-ro, Mokpo-si, Jeollanam-do

แอบกระซิบ Tip เล็กๆ: ให้เช็คเวลาพระอาทิตย์ตกดินล่วงหน้า แล้วขึ้นกระเช้าก่อนเวลานั้นนิดหน่อย คุณจะได้เห็นวิวแสงสีส้มทองของพระอาทิตย์ตกดินที่โรแมนติกสุดๆ!
ลงมาจากกระเช้า ท้องก็เริ่มร้องอีกรอบ มื้อเย็นวันนี้เราเลยไปฝากท้องที่ร้านอาหารจีนในตำนาน "แดมยองชุน" (Daemyeongchun) เพื่อชิม "จุงกกัน" (Jungggan - บะหมี่ซอสดำสไตล์มกโพที่ใช้เส้นบะหมี่แบบบางพิเศษผัดกับซอสสูตรเข้มข้นเข้มข้น) และจัมปงร้อนๆ รสชาติเผ็ดร้อนของน้ำซุปช่วยละลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาทั้งวันได้ดีมากเลยค่ะ
หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้อหลักแล้ว สายหวานอย่างเราก็ต้องไปต่อกันที่ร้านเบเกอรี่ชื่อดังของมกโพที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน
นั่นก็คือร้าน CLB Bakery (씨엘비베이커리) และ Colombang Bakery (코롬방제과점) ซึ่งเป็นร้านขนมปังระดับตำนานที่ใครมามกโพก็ต้องแวะชิม แต่น่าเสียดายวันที่เราไปถึงเกือบจะปิดร้านแล้ว ขนมปังส่วนใหญ่เลยขายหมดเกลี้ยงเลยค่ะ
แต่ยังโชคดีที่ "บาเก็ตขนมปังกุ้ง" (Shrimp Baguette) เมนูซิกเนเจอร์อันโด่งดังของทั้งสองร้านยังมีเหลืออยู่! เราเลยสอยมาเปรียบเทียบรสชาติกันแบบคำต่อคำ บอกเลยว่าเป็นการแบทเทิลขนมปังที่ฟินและสนุกมากในทริปนี้
ร้านแดมยองชุน (Daemyeongchun)
หยุดทุกวันพฤหัสบดี
เวลาทำการ: 11:00 น. - 19:30 น.
ร้าน Colombang Bakery และ CLB Bakery
เปิดบริการทุกวัน: 08:00 น. - 21:00 น.
📍 ร้านแดมยองชุน (Daemyeongchun)
4 Nojeokbong-gil, Mokpo-si, Jeollanam-do
📍 ร้าน Colombang Bakery (코롬방제과점)
7 Yeongsan-ro 75beon-gil, Mokpo-si, Jeollanam-do
📍 ร้าน CLB Bakery (씨엘비베이커리)
ชั้น 1, 14 Yeongsan-ro 75beon-gil, Mokpo-si, Jeollanam-do
วันสุดท้ายของทริป เราเริ่มเดินทางขากลับโดยแวะเที่ยวที่เมืองโคชาง (Gochang) และอิกซาน (Iksan) เพื่อเก็บตกความฟิน
ที่โคชาง เรามุ่งตรงไปที่ ทุ่งบาร์เลย์สีเขียวโคชาง (Gochang Green Barley Field) ทุ่งบาร์เลย์สีเขียวขจีที่กว้างสุดลูกหูลูกตา สวยงามอลังการมากจริงๆ ค่ะ
ตอนที่เราไปต้นบาร์เลย์เพิ่งจะเริ่มแตกยอดอ่อนเลยอาจจะยังไม่โตเต็มที่ แต่ขนาดนี้ก็ยังสวยจนใจเจ็บ ถ้ามาช่วงที่โตเต็มที่น่าจะสวยกว่านี้อีกหลายเท่าเลยล่ะค่ะ
สำหรับใครที่อยากลงไปเดินเล่นถ่ายรูปในทุ่งแบบใกล้ชิด จะมีค่ากิจกรรมเดินเล่นในทุ่งราคาประมาณ 100 บาท (เปิดให้บริการถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เท่านั้น) ถ้าอยากเห็นทุ่งบาร์เลย์สีเขียวขจีแบบพีคๆ แนะนำให้มาช่วงกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมนะคะ และที่สำคัญเมื่อเปลี่ยนฤดูกาล ทุ่งนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นทุ่งดอกยูแช (คาโนล่า), ดอกบานชื่น, ทานตะวัน, บัควีท และคอสมอส สลับหมุนเวียนกันไป เที่ยวได้ตลอดปีเลยค่ะ
ทุ่งบาร์เลย์สีเขียวโคชาง (Gochang Green Barley Field)
เข้าชมพื้นที่ทั่วไป: ฟรี
ค่ากิจกรรมเดินเล่นในทุ่ง: ประมาณ 100 บาท (สำหรับปี 2569 นี้ เปิดถึงวันที่ 25 พฤษภาคมเท่านั้น)
📍 ฟาร์มฮักวอน (Hakwon Farm)
150 Hagwon nongjang-gil, Gongeum-myeon, Gochang-gun, Jeonbuk-do

ภาพทุ่งบาร์เลย์ยอดอ่อนสีเขียวพาสเทลในเดือนมีนาคม สดชื่นสบายตามากๆ
หลังจากเดินเล่นถ่ายรูปจนหนำใจ เราก็แวะทานมื้อเที่ยงแถวตลาดโคชาง ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้ายของทริปที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิกซาน (Iksan National Museum)
ที่นี่รวบรวมโบราณวัตถุและประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองอิกซานเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะแก่การมาเดินทอดน่อง พักผ่อนสมอง และปิดทริปโรดทริปที่แสนตื่นเต้นนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิกซาน (Iksan National Museum)
เข้าชมฟรี
เวลาทำการ: 09:00 น. - 18:00 น. (เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 17:30 น.)
หยุดทุกวันจันทร์, วันที่ 1 มกราคม และวันซอลลาล/ชูซอก (วันขึ้นปีใหม่เกาหลีและวันขอบคุณพระเจ้า)
※ หากวันจันทร์ตรงกับวันหยุดราชการ จะเปิดทำการปกติและจะหยุดชดเชยในวันทำการถัดไป
📍 พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิกซาน
362 Mireuksaji-ro, Geumma-myeon, Iksan-si, Jeonbuk-do

การเดินทางทริปนี้เราเน้น ขับรถเที่ยวเอง (Road Trip) ทำให้สามารถวางแพลนเดินทางจาก คังจิน → ยองอัม → มกโพ/ชินอัน → โคชาง → อิกซาน ได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด
แถมการเลือกปักหลักพักที่ โรงแรมฮันอก ยองซันแจ ในเมืองยองอัมเป็นเวลา 2 คืน ก็ช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคชอลลาโดสะดวกสบายขึ้นมากๆ ไม่ต้องคอยย้ายกระเป๋าบ่อยๆ
สำหรับใครที่จะตามรอย แนะนำให้ไปเกาะสีม่วงชินอันในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ คนจะไม่เยอะมาก ได้รูปสวยคลีนๆ แน่นอน ส่วนร้านเบเกอรี่ชื่อดังในมกโพ แนะนำให้ไปเร็วหน่อยน้า ขนมปังตัวเด็ดๆ จะได้ยังไม่หมดจ้า
สรุปสั้นๆ สำหรับทริปชอลลาโดครั้งนี้ บอกเลยว่าแต่ละเมืองมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้การเดินทาง 3 วัน 2 คืนนี้ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ประสบการณ์แปลกใหม่ และความประทับใจแบบไม่รู้ลืมเลยค่ะ! ใครอยากลองเที่ยวเกาหลีมุมมองใหม่ๆ ต้องลองมาโรดทริปที่นี่สักครั้งนะค๊าาา!
ค่าเข้าชมเกาะม่วงชินอันสำหรับผู้ใหญ่คือประมาณ 100 บาท อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเข้าชมฟรีได้หากสวมใส่ไอเทมสีม่วง ขอแนะนำให้เตรียมเครื่องประดับสีม่วงไว้ล่วงหน้าก่อนมาเยือน
สำหรับผู้ใหญ่ไป-กลับ เคบินธรรมดาราคาประมาณ 500 บาท และคริสตัลเคบินที่มีพื้นโปร่งใสราคาประมาณ 600 บาท หากคุณตรวจสอบเวลาพระอาทิตย์ตกและขึ้นกระเช้าในช่วงนั้น คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของมกโพยามพระอาทิตย์ตกดินได้
คุณสามารถชมทุ่งข้าวบาร์เลย์สีเขียวโคชังที่บานสะพรั่งเต็มที่ได้หากมาเยือนในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ค่าประสบการณ์เดินชมทุ่งราคาประมาณ 100 บาท และในปี 2026 จะเปิดให้บริการจนถึงวันที่ 25 พฤษภาคมเท่านั้น

รีวิว Yeosu Maritime Cable Car กระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลแห่งแรกของเกาหลีใต้! พร้อมลายแทงจองตั๋วราคาพิเศษ พิกัดจุดขึ้นกระเช้า และทริคชมวิวยามเย็นสุดโรแมนติก

กรกฎาคม 2026 นี้ ชวนมาปักหมุด 7 อุทยานธรรมชาติในเกาหลี หนีร้อนไปสัมผัสลำธารใส ป่าเขียวชอุ่ม และวิวสุดปัง พร้อมมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่จะฮีลใจคุณได้แน่นอน!

แจกแพลนเที่ยวเคียงจู 3 วัน 2 คืน พาพ่อแม่เช็คอินพิกัดสวย ถ่ายรูปปัง พร้อมชี้เป้าร้านอร่อยและโรงแรมวิวดีที่ผู้ใหญ่เลิฟแน่นอน!

เที่ยวพูยอ (Buyeo) เมืองสโลว์ไลฟ์ใกล้โซล อัปเดตพิกัดชิคๆ ปี 2026 พาไปเช็คอินคาเฟ่ลับฟีลดีในไปรษณีย์เก่า และมุมถ่ายรูปธรรมชาติสุดปัง!

รีวิว KTX จากโซลไปปูซานปี 2026 แบบละเอียด! สอนวิธีจอง ตั๋วราคาประหยัด ทริคเลือกที่นั่งที่มีปลั๊กไฟชาร์จแบต และการเดินทางง่ายๆ ที่สายเที่ยวเกาหลีห้ามพลาด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทริปคุนซาน 2 วัน 1 คืนแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องง้อรถส่วนตัว! เราจะพาเดินลัดเลาะตามรอยหนังดัง แวะช้อปปิ้งของน่ารัก พักผ่อนในคาเฟ่เก๋ๆ และซึมซับประวัติศาสตร์ บอกเลยว่าฟิน!