เที่ยวเชจู 3 วันไม่ง้อรถเช่า! แจกแพลนฉบับสมบูรณ์ด้วยรถบัส
ใครว่าไปเชจูต้องเช่ารถ? มาดูแพลนเที่ยวเชจู 3 วัน 2 คืนฉบับสมบูรณ์ด้วยรถบัส บอกเลยว่าประหยัดงบไปกินของอร่อยได้อีกเพียบ! เที่ยวครบทุกไฮไลท์แบบชิลๆ
เวลาเสิร์ชหาข้อมูลเที่ยวเชจู ประโยคที่เจอบ่อยที่สุดคืออะไรคะ?
"ไปเชจูต้องเช่ารถเท่านั้น!"
แต่...มันจริงเหรอแก?

จะบอกว่าเราเพิ่งไปลุย ทริปเชจู 3 วัน 2 คืนแบบไม่ง้อรถเช่า ใช้แค่รถบัสล้วนๆ
มาสดๆ ร้อนๆ เลยจ้า ขอสรุปสั้นๆ เลยนะ...
เงินที่ประหยัดจากค่าเช่ารถ เอาไปกินของอร่อยๆ ได้เยอะกว่าเดิมมาก! ฟินสุด!
โพสต์นี้จะมาแจกแพลนแบบไม่มีกั๊ก ทั้งเส้นทางจริง, สายรถบัส, ทริคต่างๆ ที่ควรรู้ ไปดูกันเลย!
เช่ารถ vs นั่งบัสที่เชจู ประหยัดต่างกันแค่ไหน? 💸
มาดูเรื่องจริงจังอย่างค่าใช้จ่ายกันก่อนเลย จะได้เห็นภาพชัดๆ
รายการ | เช่ารถ (3 วัน) | รถบัส (3 วัน) |
ค่าเช่ารถพื้นฐาน | ประมาณ 3,900 - 7,900 บาท (รถเล็ก) | 0 บาท |
ค่าประกันรถยนต์ | ประมาณ 800 - 2,400 บาท | 0 บาท |
ค่าน้ำมัน | ประมาณ 800 - 1,300 บาท | 0 บาท |
ค่าจอดรถ | ประมาณ 250 - 800 บาท | 0 บาท |
ค่าบัตรโดยสาร | 0 บาท | ประมาณ 400 - 550 บาท |
รวม | ประมาณ 5,800 - 12,400 บาท | ประมาณ 400 บาท |
ยิ่งถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่นนะ ค่าเช่ารถอาจพุ่งไปถึงวันละ 5,000 บาท++ เลย
3 วันก็คือ 15,000 บาทอัป!
พอเปลี่ยนมานั่งบัส ค่าเดินทางถูกลง เกิน 10 เท่า!
เงินส่วนต่างที่เหลือ เอาไปกินหมูดำย่างได้อีกมื้อใหญ่ๆ
หรือจะจัดอูด้งหอยเม่นฟินๆ ก็ยังได้เลยอ่ะ
---
3 สิ่งต้องรู้! ก่อนลุยทริปเชจูด้วยรถบัส

1. บัตร T-Money คือไอเท็มชิ้นสำคัญ (ได้ลดราคา + ต่อรถฟรี)
ใช้บัตร T-Money (บัตรเดียวกับที่ใช้ในโซล) สะดวกและคุ้มกว่าจ่ายเงินสดเยอะมากค่ะ
เวลาลงจากรถ อย่าลืมแตะบัตรออกด้วยนะ จะได้สิทธิ์ ต่อรถฟรีสูงสุด 2 ครั้ง ภายใน 40 นาที
ใครมีบัตรอยู่แล้วก็พกไปใช้ได้เลย สะดวกสุดๆ
2. มีแอป Naver Map หรือ Kakao Map ชีวิตก็ง่ายขึ้น
แอปพวกนี้คือเพื่อนรักนักเดินทางเลยค่ะ บอกหมดว่ารถสายไหนจะมาเมื่อไหร่, ตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์, แนะนำเส้นทางให้ครบ จบในแอปเดียว ไม่ต้องกลัวหลงแน่นอน
3. ตัวเบาเข้าไว้! ใช้บริการส่งกระเป๋าช่วยชีวิต
การลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นลงรถบัสไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ ค่ะ แนะนำให้ใช้ บริการส่งกระเป๋าจากสนามบินไปที่พัก เลย (ราคาประมาณ 260 - 400 บาท) ชีวิตจะสบายขึ้น 300%!
แจกแพลนเที่ยวเชจู 3 วันด้วยรถบัส (ฉบับสมบูรณ์)

🌊 Day 1 | ฟีลสโลว์ไลฟ์ฝั่งตะวันตก — แอวอล · ฮยอพแจ · โอซุลลอค
เส้นทาง
สนามบิน → (รถบัสสาย 36, ประมาณ 20 นาที) → ชายหาดฮันดัม แอวอล
→ (รถบัสสาย 202) → หาดฮยอพแจ →
พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอค → เข้าที่พักโซนซอกวีโพ
จุดห้ามพลาด
① เส้นทางเดินเลียบหาดฮันดัม (Aewol Handam Coastal Walk)
ใครๆ ก็รู้จักย่านนี้เพราะคาเฟ่สวยๆ แต่บอกเลยว่าสมบัติล้ำค่าที่แท้จริงคือเส้นทางเดินเลียบทะเลนี่แหละค่ะ การได้เดินชิลๆ จากหาดกวักจีไปถึงย่านแอวอล สูดกลิ่นไอทะเล...นี่แหละคือหัวใจของการมาเชจู เป็นประสบการณ์ที่คนขับรถไม่มีวันได้สัมผัสแน่นอน
② หาดฮยอพแจ (Hyeopjae Beach)
หนึ่งในหาดที่น้ำทะเลสวยที่สุดในเชจู! น้ำสีเทอร์ควอยซ์ใสแจ๋ว ตัดกับวิวเกาะบียังโดเป็นพื้นหลัง คือสวยตะโกน! ลงจากรถบัสเดินแค่ 3 นาทีก็ถึงแล้ว เดินทางสะดวกมาก
③ พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอค (O'sulloc Tea Museum)
เหมือนยกไร่ชาเขียวมาไว้ที่นี่เลยค่ะ เข้าชมฟรี มุมถ่ายรูปปังๆ เพียบ นั่งรถบัสสาย 202 มาถึงได้เลยสบายๆ อย่าลืมลองชิมไอศกรีมชาเขียวกับโรลเค้กนะ อร่อยแสงออกปาก!
> 💡 ทริค: วันแรกเที่ยวจากฝั่งตะวันตกไล่ลงมาทางใต้ แล้วเลือกพักที่เมืองซอกวีโพ จะช่วยให้การเดินทางวันถัดไปง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ
🌋 Day 2 | ตะลุยฝั่งตะวันออก — ซองซานอิลชุลบง · ซอพจิโคจิ · ป่าบีจาริม

เส้นทาง
ซอกวีโพ → (รถบัสสาย 501, ประมาณ 1 ชั่วโมง) → ซองซานอิลชุลบง
→ (เดิน 15 นาที) → ซอพจิโคจิ → (รถบัสสาย 810) →
ป่าบีจาริม → หาดวอลจองรี → เข้าที่พักโซนเจจูซิตี้
จุดห้ามพลาด

① ซองซานอิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong)
ปากปล่องภูเขาไฟมรดกโลกจาก UNESCO! ถ้าตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่นะ จะได้เห็นวิวที่สวยจนจดจำไปตลอดชีวิตเลย แนะนำให้ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ นั่งรถบัสเที่ยวแรกจากซอกวีโพไปจะทันเวลาพอดีเป๊ะ
② ซอพจิโคจิ (Seopjikoji)
จากซองซานอิลชุลบงเดินไปได้เลยชิลๆ ที่นี่เป็นโลเคชั่นถ่ายซีรีส์เกาหลีบ่อยมาก แต่เอาจริงๆ แค่ได้เดินเล่นรับลมทะเล ชมวิวสวยๆ ก็ฟินแล้ว
③ ป่าบีจาริม (Bijarim Forest)
นั่งรถบัสท่องเที่ยวสาย 810 มาได้เลยค่ะ ที่นี่คือป่าสนโบราณอายุกว่า 500 ปี มีต้นสนกว่า 2,800 ต้น! เดินเข้าไปแล้วเหมือนได้ฟอกปอด อากาศสดชื่นมาก เป็นเสน่ห์ของเชจูที่หาไม่ได้จากในเมืองจริงๆ

④ หาดวอลจองรี (Woljeongri Beach)
ตัวแม่หาดสายคาเฟ่และ IG ต้องมาที่นี่! แค่นั่งในคาเฟ่เก๋ๆ จิบกาแฟ มองทะเลสีมรกต ก็ปล่อยใจจอยๆ ได้ทั้งวันแล้ว เช็คสายรถบัสจากแอป Naver Map แล้วมาได้เลยจ้า
> 💡 ทริค: วันที่ 2 จะเดินทางค่อนข้างเยอะ ถ้ารู้สึกว่าแน่นไป อาจจะลองหาที่พักแถวซองซานอิลชุลบง 1 คืนก็ได้ จะได้ไม่เหนื่อยเกินไปน้า
-
#🛍️ Day 3 | เก็บตกในเมือง — ตลาดทงมุน · ซิตี้ทัวร์ · กลับบ้าน
เส้นทาง
ที่พักในเจจูซิตี้ → ตลาดทงมุน → รถบัส Jeju City Tour
(ตั๋ววันเดียว ประมาณ 400 บาท) → โขดหินหัวมังกร · สวนฮัลลา · ซัมซองฮยอล → สนามบิน
จุดห้ามพลาด
① ตลาดทงมุน (Dongmun Market)
ตลาดที่คึกคักและมีชีวิตชีวาที่สุดในเชจู! ตอนเช้าต้องมาหาของอร่อยๆ อย่าง บิงต็อก (แพนเค้กบัควีท), โอเมกิต็อก (โมจิไส้ถั่วแดง), หรือกุกซูหมูร้อนๆ ราคาดีงามมาก ใครอยากซื้อของฝากอย่างปลาแห้งหรือส้มฮัลลาบง ที่นี่มีบริการส่งกลับไทยด้วยนะ สะดวกเว่อร์
② Jeju City Tour Bus (แนะนำสุดๆ)
อันนี้คือต้องโดน! แค่ซื้อตั๋ววันเดียวราคาประมาณ 400 บาท ก็สามารถขึ้นลงเที่ยวตามจุดสำคัญๆ ในเมืองเชจูได้แบบไม่อั้นเลย เป็นรถบัส 2 ชั้นเปิดประทุน วิวดีมาก! เหมือนมีรถเช่าส่วนตัวเวอร์ชั่นเที่ยวในเมืองเลยแหละ
- ป้ายจอด: สนามบินเชจู, โขดหินหัวมังกร, พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและประวัติศาสตร์, สวนฮัลลา และจุดท่องเที่ยวหลักอื่นๆ
- ความถี่: รถออกทุกๆ 30 นาทีโดยประมาณ
🎒 ทริปเชจูด้วยรถบัส เหมาะกับใคร?
✅ สายโซโล่ หรือไปกับเพื่อน/แฟนแค่ 2 คน — ถ้าไปกันน้อยคน เช่ารถยังไงก็แพงกว่านั่งบัสเยอะ
✅ สายดื่มที่อยากจิบเบียร์เย็นๆ ตอนค่ำ — ถ้าเช่ารถก็ต้องมีคนนึงอดดื่มใช่มั้ยล่ะ? นั่งบัสสิคะ ดื่มได้เต็มที่! 😄
✅ สายประหยัด อยากเซฟงบ — เอาเงินค่าเช่ารถไปอัปเกรดเซ็ตหมูดำย่างได้เลยนะ!
✅ สาย Digital Detox อยากพักสมอง — ช่วงเวลานั่งมองวิวข้างทาง หรือยืนรอรถบัสแบบไม่ต้องคิดอะไรนี่แหละ คือการฮีลใจที่แท้จริง
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ถ้าไม่เช่ารถ จะมีที่ไหนที่ไปไม่ได้มั้ย?
A. มีบางที่ค่ะ เช่น เส้นทางปีนเขาฮัลลาซานบางเส้นทาง, ป่าซารยอนี หรือ 9.81 Park ที่รถสาธารณะเข้าถึงลำบากหน่อย แต่! เราสามารถแก้ปัญหาโดยการเรียกแท็กซี่ไปแค่เฉพาะจุดนั้นๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับรถเช่าตลอดทั้งทริป
Q. รอนานมั้ย? กลัวรถบัสมาไม่บ่อย
A. สบายใจได้เลย! เส้นทางที่ผ่านแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ รถมาทุก 20-30 นาทีค่ะ แถมล่าสุดปี 2026 เค้าเพิ่งปรับปรุงเส้นทางเพิ่ม 25 สาย และเพิ่มจำนวนรถอีก 26 คัน ทำให้สะดวกกว่าเมื่อก่อนเยอะมากแล้ว
Q. ถ้ามีเด็กไปด้วย จะเที่ยวด้วยรถบัสได้มั้ยคะ?
A. อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ถ้ามีรถเข็นหรือสัมภาระเยอะค่ะ แต่ถ้าใช้กลยุทธ์ผสมผสาน เช่น ใช้บริการส่งกระเป๋าเดินทางล่วงหน้า แล้วเรียก Kakao Taxi ในบางช่วงที่ต้องเดินทางไกลๆ ก็สามารถเที่ยวได้สบายๆ เลยค่ะ
📌 สรุป
เราไม่ได้บอกว่าการเช่ารถที่เชจูไม่ดีนะคะ ถ้าไปกันเป็นครอบครัวใหญ่ 4 คนขึ้นไป หรือตั้งใจจะไปเที่ยวตามโอรึม (Oreum - เนินเขาเล็กๆ) ที่เดินทางลำบาก การเช่ารถก็สะดวกกว่าแน่นอน
แต่ถ้าคุณเป็น สายโซโล่, ไปกับเพื่อนสนิทแค่ 2 คน, และเน้นเที่ยวตามจุดไฮไลท์สำคัญๆ การใช้รถบัสก็เพียงพอและดีงามมากค่ะ
เผลอๆ การได้นั่งมองวิวข้างทาง, ได้รอรถและเจอผู้คนท้องถิ่น, ได้เดินช้าลงอีกนิด
อาจจะเป็น รสชาติที่แท้จริงของการมาเที่ยวเชจู ก็ได้นะ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังลังเลเรื่องการเที่ยวเชจูด้วยรถบัสนะคะ 🌊
แชร์บทความนี้
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

รีวิวที่พักเกาหลี Munheon Traditional Hotel นอนบ้านฮันอก ซอชอน
หนีวุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์! รีวิวที่พักบ้านฮันอกดั้งเดิม Munheon Traditional Hotel เมืองซอชอน ถ่ายรูปสวย อาหารอร่อย ฟีลเหมือนหลุดไปในซีรีส์เกาหลี

รีวิว Podo Hotel เชจู ที่พักสไตล์อาร์ต แช่ออนเซ็นส่วนตัวสุดฟิน
รีวิว Podo Hotel ที่พักเชจูสุดหรูที่สายอาร์ตและคนรักความชิลต้องมา! สัมผัสงานสถาปัตยกรรมระดับโลก แช่ออนเซ็นส่วนตัว และชิมอูด้งในตำนานที่อร่อยแสงออกปาก

เที่ยวลิสบอนฉบับเต็ม! Lisboa Card คุ้มไหม? ซื้อที่ไหน? ใช้ยังไง? อัปเดต 2026
เที่ยวลิสบอนให้คุ้ม! Lisboa Card บัตรเดียวจบ ทั้งเดินทางฟรีและเข้าชมที่เที่ยวเด่นๆ ได้ส่วนลด อัปเดตราคาล่าสุด 2026 พร้อมรีวิวใช้จริง 72 ชั่วโมง ประหยัดได้เป็นพันบาท! ต้องมีติดตัวแล้วนะ!

เที่ยวโตเกียว 3 วัน 4 คืน: Tokyo Metro Pass คุ้มจริงไหม? ต้องดู!
นักเดินทางสายลุยห้ามพลาด! รีวิว Tokyo Metro Pass 72 ชั่วโมง สำหรับทริปโตเกียว 3 คืน 4 วัน ว่าจะคุ้มค่าแค่ไหน? ประหยัดเงินไปได้เยอะ แถมเดินทางสะดวกสุดๆ พร้อมส่วนลด Klook อัปเดต 2026!

