ทริปเชจู 1 วัน: โพโดโฮเทล & โพโดมิวเซียม อันด็อกเมียน 2569
ใครกำลังหาที่เที่ยวเชจูแบบไม่วุ่นวาย แนะนำเลยว่าต้องลองไปโพโดโฮเทลและโพโดมิวเซียมที่อันด็อกเมียนค่ะ ทริปนี้เดินง่าย ได้ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ ครบจบในวันเดียว!
กำลังโหลด...
ใครกำลังหาที่เที่ยวเชจูแบบไม่วุ่นวาย แนะนำเลยว่าต้องลองไปโพโดโฮเทลและโพโดมิวเซียมที่อันด็อกเมียนค่ะ ทริปนี้เดินง่าย ได้ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ ครบจบในวันเดียว!


ทุกคนนน วันนี้เรามีประสบการณ์สุดปังที่ได้ไปเยือนอันด็อกเมียนเมื่อปลายปีที่แล้วมาแชร์ค่ะ!
บอกเลยว่าเป็นการกินข้าวกับชมงานศิลปะที่ลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ!
ส่วนตัวแล้วเราให้ความสำคัญกับการเดินทางที่สะดวกสบายและประหยัดเวลามาก ๆ
และทริปนี้คือตอบโจทย์สุดๆ เพราะทุกอย่างอยู่ในเส้นทางเดียวกันเป๊ะ!
ถ้าใครกำลังแพลนเที่ยวเชจูฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ หรือขับรถผ่านแถวอันด็อกเมียน
ลองเอาแพลนนี้ไปปรับใช้ดูนะคะ รับรองว่าฟิน!

เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เราได้แวะไปทานมื้อกลางวันที่
ห้องอาหารของโพโดโฮเทล (Podo Hotel) ค่ะ

เราสั่งเมนูที่ชื่อว่า 'อูอีจัก เซ็ต' (Uijak Set) พออ่านคำอธิบายเมนู
ถึงได้รู้ว่าชื่อนี้มาจากชื่องานนิทรรศการที่โพโดมิวเซียมเลยนะ

ชื่องานคือ 'เราช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็กจิ๋ว' (We Are Such Small Beings)
พอรู้ความหมายแล้วก็ยิ่งอยากรู้ว่าข้างในจะจัดแสดงอะไรบ้าง
กินข้าวเสร็จปุ๊บก็เดินตรงดิ่งไปโพโดมิวเซียมทันทีเลยจ้า!


จากโพโดโฮเทลไปมิวเซียมมีทางเดินเชื่อมถึงกันเลยนะ
ได้เดินรับแดดอ่อนๆ ชิลๆ บรรยากาศเงียบสงบดีงามมาก
จะเดินไปก่อนกินข้าวหรือหลังกินข้าวก็ได้หมด ไม่มีเหนื่อยเลย
ใครที่เน้นความสะดวกสบายในการเดินทางแบบเรา ต้องชอบแน่ๆ ค่ะ

นิทรรศการ 'เราช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็กจิ๋ว' ที่โพโดมิวเซียมนี้
จะจัดแสดงถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 นี้นะคะ
ค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ประมาณ 200 บาท แต่ถ้าเป็นชาวเชจูจะประมาณ 100 บาทเท่านั้นเอง
ถือว่าราคาดีงามอยู่นะ!
จะซื้อตั๋วล่วงหน้าผ่านอินเทอร์เน็ตก็ได้ หรือจะไปซื้อที่หน้างานก็สะดวกเหมือนกันค่ะ
เพราะตอนนี้ยังไม่มีส่วนลดพิเศษอะไร



ถึงแม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่คนก็ไม่เยอะมาก
เลยได้เดินชมงานแบบเงียบๆ ซึมซับบรรยากาศได้เต็มที่เลยค่ะ
นิทรรศการ 'อูอีจัก' นี้โดยรวมแล้วจะเกี่ยวกับความหมายของการมีชีวิตอยู่และการเชื่อมโยงของมนุษย์
ส่วนตัวแล้วเป็นนิทรรศการที่ชวนให้เราคิดอะไรลึกซึ้งมากๆ เลยนะ

ในห้องจัดแสดงที่ 1 จะเน้นเรื่องความขัดแย้งและความรุนแรงเป็นหลัก
ผลงานชิ้นแรกของ Mona Hatoum นี่ติดตาตรึงใจมาก

ตอนเดินลอดผ่านเหล็กเส้นกับคอนกรีตที่ห้อยลงมาจากเพดาน
มันรู้สึกไม่มั่นคงและน่ากังวลอย่างบอกไม่ถูก
ซึ่งก็คงเป็นสิ่งที่ศิลปินตั้งใจจะสื่อ เลยทำให้รู้สึกประทับใจสุดๆ


ส่วนห้องจัดแสดงที่ 2 จะนำเสนอภาพของมนุษย์ที่ไร้เรี่ยวแรงเมื่ออยู่ภายใต้กระแสของเวลา

วิดีโอของ Maarten Baas ก็ดีงามมาก แต่ที่จำไม่ลืมคือผลงานที่แสดงให้เห็นถึง
'คุณค่าของเวลา' ที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ ค่าแรง และค่าครองชีพ
มันน่าทึ่งมากที่ได้เห็นว่าคนเราต้องใช้เวลาต่างกันแค่ไหนเพื่อแลกกับอาหารหนึ่งมื้อ
สะท้อนความเป็นจริงได้ดีสุดๆ เลยค่ะ


ในห้องจัดแสดงที่ 3 จะพูดถึงความทรงจำส่วนบุคคลและความทรงจำร่วมกัน
ผลงานของ Sho Shibuya คือหนึ่งในชิ้นที่ประทับใจมากที่สุด



เบื้องหลังภาพวาดสวยๆ คือข่าวจาก New York Times
มันทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าภาพวาดนี้ซ่อนเรื่องราวอะไรไว้บ้าง
พอได้ลองอ่านข่าวทีละชิ้น ก็เจอเรื่องราวที่น่าเศร้าของเกาหลีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว
ทำให้รู้สึกหดหู่และหม่นหมองไปพักนึงเลย

แต่ส่วนตัวแล้ว เราชอบโซนจัดแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ชื่อว่า
'แก้วคอสมอส' (Glass Cosmos) มากที่สุดเลยค่ะ

แค่เราเป่าลมหายใจใส่เซ็นเซอร์ หลอดไฟแก้วก็จะสว่างขึ้นมาทีละดวง
ภาพที่เห็นมันช่างลึกลับและสวยงามจนต้องยืนมองแบบเหม่อๆ เลยอ่ะ
เหมือนเราได้เติมเต็มชิ้นงานนี้ให้สมบูรณ์ด้วยลมหายใจของเราเอง
รู้สึกศักดิ์สิทธิ์อย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ
ส่วนงานวิดีโอที่ต่อเนื่องกันอย่าง 'เราคือผงธุลีแห่งดวงดาว' (We Are Stardust)
ก็สร้างความดื่มด่ำได้ดีมาก ด้วยเสียงและภาพที่เติมเต็มพื้นที่ทั้งหมด
หลังจากได้ชมงาน 'เราช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็กจิ๋ว' จบแล้ว
มันทำให้เรากลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราควรใช้ชีวิตแบบไหน
และให้คุณค่ากับสิ่งใดกันแน่
📍 โพโดมิวเซียม
788 Sanroknam-ro, Andeok-myeon, Seogwipo-si, Jeju-do, South Korea
ถึงแม้การเที่ยวแบบมีสีสันจะดี แต่ถ้าใครกำลังมองหาเวลาเงียบๆ เพื่อทบทวนตัวเอง
นิทรรศการที่โพโดมิวเซียมรับรองว่าต้องถูกใจแน่นอนค่ะ
เหมาะกับใครบ้าง?
ถ้าใครอยากเที่ยวแบบเรา คือทานอาหารที่โพโดโฮเทล
แล้วแวะไปชมโพโดมิวเซียมต่อ
บอกเลยว่าเส้นทางสั้น เดินทางสะดวก สบายสุดๆ
ถ้าใครมีแพลนเที่ยวอันด็อกเมียน ลองเก็บคอร์สนี้ไว้พิจารณาดูนะคะ
นิทรรศการ 'เรา ผู้เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ' ที่ Podo Museum จัดแสดงถึงเดือนสิงหาคม 2026 นิทรรศการนี้กล่าวถึงความหมายของการดำรงอยู่และการเชื่อมโยงของมนุษย์ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ชวนให้ครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่คือ ประมาณ 200 บาท ชาวเชจูสามารถเข้าชมได้ในราคาลดพิเศษ ประมาณ 100 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่า
มีทางเดินเชื่อมจาก Podo Hotel ไปยัง Podo Museum คุณสามารถเดินเล่นรับแสงแดดอย่างเงียบสงบ และสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ทั้งก่อนและหลังมื้ออาหาร ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางมากนัก
ใช่ค่ะ คุณสามารถลิ้มลองเมนูที่เรียกว่า 'ชุดอูอีจัก' ได้ที่ร้านอาหาร Podo Hotel เมนูนี้ตั้งชื่อตามชื่อนิทรรศการของ Podo Museum คือ 'เรา ผู้เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ' ค่ะ

มาเชจูทั้งที ต้องพักพูลวิลล่าส่วนตัว Aewol The Sunset Resort ที่แอวอล! ฟินกับสระว่ายน้ำรูฟท็อปวิวทะเลแบบจุกๆ พร้อม Floating Breakfast สุดอลังการ ห้ามพลาดเลย!

รีวิวร้านอาหารสนามบินช็องจู อัปเดตล่าสุดปี 2026 ชี้เป้าพิกัดของกินเล่นชั้น 1 และมื้อหลักสุดฟินชั้น 2 อิ่มอร่อยสะดวกรวดเร็วก่อนบินไปเที่ยวเกาะเชจู!

ใครมาเชจูห้ามพลาด! หาดโคแนน ชายหาดเล็กๆ ทางตะวันออกที่น้ำใสเหมือนกระจก เหมาะกับสายสโนว์เกิลและสายคาเฟ่สุดๆ ถ่ายรูปยังไงก็ปัง!

ใครมาเชจูแล้วอยากซดซุปร้อนๆ ชามใหญ่ รสชาติจัดจ้าน ห้ามพลาด 순풍해장국 ฮัมด็อก! ที่นี่มีเมนูเด็ดโคซารียุกแนทัง ที่คนดังยังต้องมาลอง

รีวิว Haejigae Cafe คาเฟ่ฮันอกริมทะเลแอวอล เกาะเจจู แหล่งเช็คอินสุดฮิตวิวพระอาทิตย์ตกหลักล้าน พร้อมเบเกอรี่ส้มฮัลลาบงสูตรโฮมเมดที่สายคาเฟ่ห้ามพลาด!

พาเช็คอิน 'หินชางกม' (Changkkom Rock) พิกัดถ่ายรูปสุด Unseen ของเกาะเชจู ปี 2026 รูหินธรรมชาติที่มองเห็นวิวเกาะทารยอโด ตามรอยซีรีส์ดัง อูยองอู ห้ามพลาดเลย!