พิกัดลับใกล้ซองซานอิลชุลบง
ท่าเรือโอโจโพกูอยู่ห่างจากซองซานอิลชุลบงแค่ 5 นาทีโดยรถยนต์
เป็นท่าเรือเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว
อาจจะไม่ได้หวือหวาแต่ก็มีเสน่ห์เป็นของตัวเองนะ
ที่นี่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสุดๆ ตรงที่เราจะเห็นซองซานอิลชุลบงตั้งตระหง่าน
อยู่เหนือน้ำทะเลแบบอลังการเลยล่ะ
หลังจากไปเที่ยวซองซานอิลชุลบงหรือซอบจีโคจีที่คนเยอะๆ มาแล้ว
แวะมาที่นี่แป๊บเดียวก็ได้เลยนะ มาเดินเล่นรับลมทะเลชิลๆ
แบบไม่ต้องรีบ ดีสุดๆ ไปเลย!
เส้นทางฮีลใจ เดินเล่นชิลๆ ไร้ผู้คน
บรรยากาศเรียบง่ายสไตล์หมู่บ้านชาวประมง
กับวิวทะเลที่เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ
มันเข้ากับเชจูในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีได้ดีมากๆ เลยนะ
พอได้เดินเลียบท่าเรือที่มีลมเย็นๆ พัดมาเรื่อยๆ
บอกเลยว่ามันเป็นเส้นทางฮีลใจที่ทำให้จิตใจสงบลงได้จริงๆ
นั่นแหละ! เมอร์ซี่ถึงต้องแวะที่นี่เสมอ ไม่ว่าจะแค่แป๊บเดียวก็ตาม
เวลามาเที่ยวเชจูฝั่งตะวันออก
ชื่อ ‘โอโจ (吾照)’ เนี่ย เขามีความหมายสวยงามซ่อนอยู่ด้วยนะ
แปลว่า ‘เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นที่อิลชุลบง แสงแรกจะสาดส่องมาที่ฉันก่อน’ เลยล่ะ
ก็จริงตามนั้นแหละ เพราะวิวที่เห็นซองซานอิลชุลบงอยู่ตรงหน้า
ข้ามน้ำทะเลมาเลยมันตราตรึงใจสุดๆ เลยนะ
พิกัดถ่ายละครดราม่าสุดซึ้ง
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่นี่กลายเป็นสถานที่พิเศษขึ้นไปอีก
เพราะเป็นโลเคชั่นถ่ายละคร หลายเรื่องเลยนะ
ในซีรีส์ ‘On the Way to the Airport’ ที่นี่เป็นฉากหลังของช่วงที่ตัวละครหลักกำลังพัวพันกับความรู้สึกต่างๆ
ส่วนใน ‘Welcome to Samdal-ri’ ก็เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ที่ถ่ายทอดบรรยากาศอบอุ่นและเรียบง่ายของหมู่บ้านไว้อย่างลงตัว
ฉากท่าเรือโอโจโพกูในซีรีส์ ‘On the Way to the Airport’
▼▼▼
เมอร์ซี่เองก็รู้จักที่นี่ครั้งแรก
ตอนที่ดูซีรีส์ ‘On the Way to the Airport’ เมื่อปี 2016 นั่นแหละ
วิวสวยตรึงใจในเรื่องจนต้องตามรอยไปเที่ยวเชจูเป็นครั้งแรกหลังจากนั้นเลยนะ
ถ้าได้มาสัมผัสวิวสวยๆ สุดมีเสน่ห์ที่ฮิตจนเป็นฉากหลังซีรีส์ด้วยตัวเองล่ะก็
จะรู้เลยว่าทำไมเมอร์ซี่ถึงแนะนำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งแพลนเที่ยวเชจูหน้าใบไม้เปลี่ยนสี ที่ต้องมาให้ได้~♡
ที่จอดรถท่าเรือโอโจ (Ojo Port)
หมู่บ้านโอโจรี (Ojo-ri) ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ นะทุกคน
การหาที่จอดรถที่ท่าเรือโอโจก็เลยไม่ง่ายเท่าไหร่
ตั้งแต่ทางเข้าท่าเรือเลยนะ
รถเข้าไม่ได้ แถมจอดก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยจ้าาา
ตามที่แนะนำไว้เลยนะ
ถ้าใครหาที่จอดรถฟรีแถวนั้นเจอ
ก็จอดได้เลยจ้าาา
แต่ถ้าใครหาที่จอดฟรีไม่เจอแบบเรานะ
ก็ตรงไปที่ลานจอดรถของ
'ศูนย์สวัสดิการชุมชนโอโจรี (Ojo-ri Community Welfare Center)' ที่อยู่ตรงข้ามกับทางเข้าท่าเรือได้เลย!
แอบกระซิบว่า ถ้าเดินอ้อมไปทางขวาของอาคาร
มีห้องน้ำให้ใช้ด้วยนะทุกคน
ทุกทางเดินคือวิวหลักล้าน
ทางเดินไปท่าเรือก็ไม่ได้ไกลมากนะ
เดินสบายๆ ไม่ต้องกลัวเมื่อยเลย
ที่สำคัญคือ วิวระหว่างทางคือดีงาม ศิลปะชัดๆ!
เราไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ที่เชจูมาเกือบหมดแล้วนะ
แต่ไม่เคยเจอวิวแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลยนะ
พอเดินมาเรื่อยๆ ก็เจอร้านหนังสือเล็กๆ ร้านนึง
แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่ได้เปิดแล้ว เสียดายมากเลย
บอกก่อนนะว่า จุดถ่ายรูปที่ฮอตที่สุดในท่าเรือโอโจเนี่ย
อยู่ข้างๆ ร้านหนังสือร้านนี้เลย
แต่มีรีวิวเยอะมากว่าทางเดินค่อนข้างอันตราย
แล้วก็เดินไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
เราเลยขอผ่านตลอดเลยจ้าาา ฮ่าๆๆ
ถ้าใครกำลังตามหาคาเฟ่แถวท่าเรือโอโจ นะ
ก็เดินตามทางมาเรื่อยๆ แล้วแวะที่นี่ได้เลย
เป็นร้านที่ขายของตกแต่งกับคาเฟ่รวมกันเลยนะ
แถมยังเป็นคาเฟ่ที่น่าจะเป็นร้านเดียว
ที่เราจะเจอได้ที่ท่าเรือโอโจเลยก็ว่าได้นะ
เมื่อหลายปีก่อนเนี่ย เคยมีเปียโนสีขาวสวยๆ
ตั้งอยู่หน้าตึกนี้ด้วยนะ เข้ากับวิวมากๆ เลย
แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เสียดายสุดๆ
ท่าเรือสุดชิล วิวซองซานอิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong) เดินผ่านร้านของตกแต่งกับคาเฟ่ไปอีกนิดนึงนะ
ก็จะถึงท่าเรือโอโจ (Ojo Port) แล้ววว!
วิวสวยเหมือนรูปวาดก็แผ่ตรงหน้าเลยจ้าาา~
ส่วนตัวเราคิดว่า ทางเดินที่คดเคี้ยวอย่างมีเสน่ห์นี่แหละ
เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วิวที่นี่สวยเหมือนภาพวาดเลยนะ
โอ้โห... ทำให้นึกถึงฉากในซีรีส์ 'On the Way to the Airport' เลย
ท้องฟ้าสีคราม ทะเลสวยๆ และยอดเขาซองซานอิลชุลบง
คือมันสวยมากจริงๆ ว่าไหมทุกคน?
ทริปเที่ยวเชจูโซนตะวันออก
เหตุผลที่แนะนำที่เที่ยวใกล้ซองซานอิลชุลบง
แค่นี้ก็พอแล้วป่ะแก!
พื้นที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเจจู
พอเดินเล่นที่อ่าวโอโจ
ก็จะเห็นตึกเล็กๆ ตึกนึงตั้งอยู่หันหน้าออกทะเลเลย
ที่นี่เนี่ย ในซีรีส์เรื่อง <On the Way to the Airport> เคยเป็น
สตูดิโอทำงานของซอโดอู พระเอกของเรื่องนะ
ส่วนใน <Welcome to Samdal-ri> ก็กลับมาปรากฏเป็นร้านขายของชำของหมู่บ้านอีกครั้ง!
ตึกเล็กๆ หลังนี้ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเจจู มันให้ฟีลแบบ
มาช่วยเติมเต็มวิวทิวทัศน์ของอ่าวโอโจให้สมบูรณ์แบบเลย!
ตอนที่เราไปครั้งแรก บรรยากาศก็ยังเป็นแบบฉากซีรีส์เป๊ะๆ เลย
พอไปอีกครั้งคราวนี้ก็กลายเป็นคาเฟ่กับแกลเลอรีซะแล้ว
แต่พอไปอีกทีเมื่อปีที่แล้ว ปรากฏว่าเขาเลิกกิจการไปแล้ว
เหลือแต่ตัวตึกเปล่าๆ เลยจ้า
ถึงแม้จะเข้าไปข้างในไม่ได้แล้วนะ
แต่ตึกที่ตั้งอยู่หน้าทะเลหลังนี้ก็ยังคง
เป็นที่ที่นักเดินทางหลายคนชอบมาถ่ายรูป
และเป็นที่รักในฐานะ จุดถ่ายรูปสวยๆ ประจำเกาะเชจู อยู่เสมอเลยนะ
การันตีรูปสวยระดับสิบ! จุดถ่ายรูปสุดปังของเชจู
วิวสวยเหมือนหลุดมาจากนิตยสาร
ถ่ายมุมไหนก็ปัง!
อ่าวโอโจเนี่ย ทุกซอกทุกมุมคือมุมถ่ายรูปสุดชิคเลยนะบอกเลย
วิวที่ผสมผสานระหว่างทะเลกับหมู่บ้านชาวประมงได้ลงตัวสุดๆ
ทั้งดูสงบและมีความอาร์ตในตัว
เลยอยากจะแนะนำให้เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปสวยๆ บนเกาะเชจูเลยแหละ!
(เผื่อใครอยากรู้ รูปด้านบนทั้งหมดเนี่ย
ถ่ายตอนไปเที่ยวเชจูช่วงปลายเดือนตุลานะ)
พอเดินเลยตึกเล็กๆ เข้าไปด้านในอีกนิด
ก็จะเจอกับสะพานที่ทอดยาวเลียบไปกับทะเล
ให้ฟีลเหมือนกำลังเดินอยู่บนน้ำเลยแหละแก!
ทางเดินนี้เชื่อมต่อกับเส้นทาง Olle Trail Course 2 ของเชจูด้วยนะ
เลยเป็นที่นิยมของนักเดินที่ชอบแวะพัก ชมวิวสวยๆ
ระหว่างทางได้สบายๆ เลย
เขาว่ากันว่าหมู่บ้านโอโจเนี่ยเป็นหมู่บ้านที่เจจู๊เจจูที่สุด!
เพราะยังคงรักษากลิ่นอายหมู่บ้านเก่าแก่เอาไว้
ตามทางเดินกำแพงหินที่น่ารักน่าเอ็นดู
หลังเดินเล่นที่อ่าวเสร็จแล้ว ลองเดินเล่นชมหมู่บ้านเล็กๆ เลียบกำแพงหินต่อก็ดีนะ!
ที่นี่เนี่ย แค่แวะพักแป๊บเดียวก็รู้สึกผ่อนคลายสบายใจแล้ว
ด้วยวิวสวยๆ ที่ซันซานอิลชุลบง ทะเล และหมู่บ้านอันเงียบสงบผสมผสานกันอย่างลงตัว
ถึงแม้จะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหวือหวาอะไร
แต่ที่อ่าวโอโจก็ยังคงความเงียบสงบและความงามแบบเรียบง่าย
สไตล์หมู่บ้านริมทะเลของเชจูไว้ได้แบบไม่มีเปลี่ยนเลย
ถ้าใครกำลังวางแผนเที่ยวเชจูฝั่งตะวันออกช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้อยู่ล่ะก็
ต้องลองใส่อ่าวโอโจไว้ในลิสต์ที่เที่ยวใกล้ๆ ซันซานอิลชุลบงดูนะ
รับรองว่าจะเป็นเส้นทางเที่ยวเชจูช่วงใบไม้ร่วงที่ปังไม่ไหวแน่นอน! 🍂
มาดูเส้นทางเที่ยวเชจูฝั่งตะวันออกช่วงใบไม้ร่วงที่แนะนำกัน!