รีวิวแพ็คเกจเที่ยวเชจู 3 วัน 4 คืน 2026: วันแรกถึงสนามบิน & เข้าที่พัก
มาดูประสบการณ์วันแรกของทริปเชจู 3 วัน 4 คืน ทั้งการจองตั๋ว, การเดินทางไปสนามบิน และวิธีเช็คอินสุดง่ายที่สนามบินคิมโพ!
กำลังโหลด...
มาดูประสบการณ์วันแรกของทริปเชจู 3 วัน 4 คืน ทั้งการจองตั๋ว, การเดินทางไปสนามบิน และวิธีเช็คอินสุดง่ายที่สนามบินคิมโพ!

พยายามเขียนเล่าจากความทรงจำก่อนจะลืมไปซะก่อนนะ
(ก็คนมันแก่แล้วนี่นา... โถ่เอ๊ยยย..
อาจจะมีบางช่วงที่ความทรงจำบิดเบี้ยวไปบ้างนะ)
หลังจากจองเสร็จ เราก็โทรศัพท์ไปคุยกับทางนั้น
พอยืนยันวันเกิดกับชื่อผู้จองแล้ว
แค่ไม่กี่ชั่วโมง เขาก็ส่งตารางบินมาให้ทางข้อความทันทีเลย
พอออกตั๋วเครื่องบินแล้ว ถ้าจะยกเลิกหรือเปลี่ยนวันเดินทาง จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 600 บาท (ต่อคนนะ)
เราก็ดูแค่ตารางบิน
ตอนนั้นก็คิดว่าถ้าจะยกเลิกก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมแล้ว
ก็เลยไม่กล้าคิดเรื่องยกเลิกเลย ทั้งที่เขาบอกว่าฝนจะตกนะ
สงสัยสามีเราก็คงเป็นเหมือนกันแน่ๆ 555
พอเรื่องซื่อบื้อแบบนี้ทีไร ใจตรงกันเป๊ะเลยจ้า
(แต่จริงๆ แล้วก็กลายเป็นเรื่องดีซะงั้น)
วันแรก
สนามบินคิมโพ - สนามบินเชจู - มื้อเย็น (เซ็ตซาชิมิ) - โรงแรม
สนามบินคิมโพ
เพราะที่สนามบินต้องใช้เวลาต่อคิว
ต้องไปถึงสนามบินก่อนเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งเลยนะ!!!!
เราก็แพ็กกระเป๋าด้วยใจที่ตื่นเต้นสุดๆ
แล้วก็ออกเดินทางไปสนามบินคิมโพกันเลย
แถมเขายังบอกอีกว่าฝนจะตก
ตั้งแต่สามวันก่อนก็เลยใจแป้วนิดๆ
กังวลว่าเราจะได้ไปอูโดจริงหรือเปล่าน้า...
แล้วก็เป็นไปตามคาด ตอนอยู่บนทางไปสนามบินนั่นแหละ...
ฝนก็ตกปรอยๆ เลยจ้าาาา 😭
ฝนก็เทลงมาเป็นสาย
(ใจเราก็ไหลตามฝนไปเลยจ้า)
เพราะค่าจอดรถ เราเลยไปจอดที่สถานีคเยยัง (ห่างจากสนามบินแค่ 1 สถานีรถไฟฟ้าเองนะ)
จอดรถเสร็จก็ใช้รถไฟฟ้า Airport Railroad นั่งไปสนามบินคิมโพเลย
(คือเมื่อก่อนตอนไปเที่ยวก็ใช้วิธีนี้มาแล้ว
ครั้งนี้ก็เลยใช้บริการแบบเดิมเลยจ้า)
ถ้าใครจะไปสถานีคเยยังแบบพวกเรา ต้องเผื่อเวลาให้มากกว่านี้อีกนะทุกคนนน ㅠㅠㅠ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องนี้ หรือเพราะฝนตกที่ลานจอดรถสาธารณะของสถานีคเยยังกันแน่
หรือเป็นเพราะรีบจอดรีบไป
ทั้งที่เราคิดว่ามีเวลาเหลือเฟือแล้วนะ,
แต่ดันลืมคิดเรื่องเวลาที่ต้องยืนรอคิวไปซะสนิท
สุดท้ายก็ไปถึงประตูขึ้นเครื่องแบบฉิวเฉียดสุดๆ เลยจ้าาา
วันแรกที่จะไปเกาะเชจู ต้องออกตั๋วเองที่สนามบินนะ
เพราะสายการบิน, เลขที่การจอง และข้อมูลอื่นๆ จะส่งมาทางข้อความ
เราก็ดูข้อมูลตรงนี้ แล้วเดินไปที่ตู้คีออส (Self Check-In)
แล้วก็รอคิวออกตั๋วได้เลย
เป็นครั้งแรกที่ได้ทำ แต่บอกเลยว่าโคตรง่ายยย



ไปโหลดกระเป๋ากัน
ลากกระเป๋าหนักอึ้ง
จะเห็นคนยืนต่อคิวแยกตามสายการบินที่เคาน์เตอร์ตรวจสัมภาระใช่ปะ 😭
นั่นแหละ ตรงนั้นเลย
แบ่งกันเป็นสองคน
น่าจะแบ่งทีมให้คนนึงไปต่อคิวตรวจสัมภาระไว้ก่อน ส่วนอีกคนก็ไปออกตั๋วไปเลยแต่แรก......
เอาเป็นว่า เราก็ยื่นบัตรประชาชนกับตั๋วที่ออกแล้วให้เขาดู
แล้วก็โหลดกระเป๋าไป
ถ้าตรวจแล้วเจออะไรผิดปกติ
เขาบอกว่าอาจจะมีโทรศัพท์จากเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 02 โทรเข้ามานะ


ก็คิดว่ามันจะมีปัญหาอะไรหรอ?
ทำตัวเหมือนเป็นคนมีประสบการณ์เล็กๆ
โหลดกระเป๋าอะไรเรียบร้อยดีแล้ว
เดินขึ้นไปชั้นบนได้แป๊บเดียว โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาทันทีเลยจ้าาา 😭😭
อะไรกันเนี่ยยยย ทำไมต้องเป็นชั้นนน 😭😭
ไม่รู้ทำไม เราก็เดินเข้าไปที่ห้องตรวจสัมภาระ B ซึ่งดูน่ากลัวยังไงไม่รู้
ถึงแม้จะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็แอบใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เดินเข้าไปนะ.....
แต่ว่าาาาา... เขาก็ใจดีมากๆ เลยนะฮะ :)
ปรากฏว่าดันเอาพาวเวอร์แบงก์ใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางซะงั้น
เราก็มั่นใจว่าใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายแล้วนะ..... ที่ไหนได้ คิดไปเองจ้าาาาาา 😅
รีบคว้าแค่พาวเวอร์แบงก์แล้ววิ่งขึ้นไปชั้นบนอีกรอบเลย
(หัวใจนกอย่างเราวันนี้ก็โล่งไปอีกเปราะนึง)



พอขึ้นไปชั้นบน เขาบอกให้เข้าทางช่องหมายเลข 6 มั้งนะ
แต่เราก็มองไม่เห็นตัวเลขเลยจ้า....
สามีเราก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็เลยได้แต่มองออกไปข้างนอกเพลินๆ
เผื่อไว้ก่อน เราก็เลยมองหาช่องหมายเลข 6 ไปเรื่อยๆ
แล้วก็เห็นคนยืนต่อแถวกันเป็นกลุ่มใหญ่อีกแล้ว
รู้สึกได้เลยว่า นี่แหละที่เราต้องไปต่อคิวชัวร์ๆ



ใช่เลยยยย....
ต้องเดินเข้าช่องนี้แหละ ถึงจะไปประตูทางออกขึ้นเครื่องหมายเลข 6 ได้
ก็ต้องตรวจคน ตรวจกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะขึ้นเครื่องได้นี่เนอะ
ก็ยังคงต่อแถวอยู่เหมือนเดิมอะเนอะ แต่เวลาก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ.......
เครื่องออก 6 โมง 10 นาทีแล้วนะแก....
ติ๊กต็อกๆ ใจจะขาดแล้วแม่ㅠㅠ
ถือบัตรประชาชน, เอกสารยืนยันตัวตน, ตั๋วก็พร้อมละ....
กว่าจะเช็กคน เช็กกระเป๋าเสร็จ ก็ปาไป 6 โมงกว่าแล้วจ้า....
คุณสามีก็บ่นว่า 'งี้จะได้ขึ้นเครื่องมั้ยเนี่ย?'
แต่เราก็ตอบไปว่า 'ไม่เป็นไรน่าาา~' พร้อมกับเหงื่อตกเป็นปี๊บเลยจ้าาา;;
(คือเคยพลาดเครื่องบินที่ LA มาแล้วครั้งนึงไงแก๊
เคยทำเงินหายไปประมาณ 13,900 บาท มาแล้วไง....
จำได้ว่าตอนนั้นไปแบบไม่ได้สติเลยอะ....
เงินประมาณ 13,900 บาท ของฉันที่เสียไปแบบน้ำตาไหลพรากㅠ อ้า.....แค่คิดอีกทีก็ปวดใจแล้ว)
ทุกคน สู้ๆ นะ~
แล้วก็โชคดีมากกก ที่มาถึงแบบเฉียดฉิว 6 โมง 6 นาทีงี้!
พอขึ้นเครื่องบินปุ๊บ ก็ 6 โมง 10 นาทีพอดีเป๊ะเลยจ้าาา
เป็นประสบการณ์การขึ้นเครื่องบินที่ใจเต้นตุ้บๆ เลยแก!
555555555555555555555+ ㅠㅠㅠ

ฝนก็ยังคงตกปรอยๆ ไม่หยุด ทำให้ทางมาสนามบินก็ลำบากไม่เบาเลยนะ,
พอขึ้นเครื่องได้ปุ๊บ ก็รู้สึกตื่นเต้นครึ่งนึง กังวลครึ่งนึงเลยอะ
(กลัวไม่ได้ไปอูโดเพราะฝนนี่แหละ....
ที่จองทริปนี้ก็เพราะอูโดเลยนะ..)

เครื่องบินก็เทคออฟประมาณ 6 โมงครึ่งเลย
แต่ก็นะ
พอเครื่องขึ้นปุ๊บ ความกังวลก็หายไปหมดเลย
มองออกไปนอกหน้าต่างกับเด็กๆ
แล้วก็ถ่ายรูปกันรัวๆ ด้วยความตื่นเต้น
ลูกสาวเราก็พูดว่า 'นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ขึ้นเครื่องบินเลยนะ!'
ต่างคนต่างตื่นเต้นดีใจกันสุดๆ.....!?
(หนูๆ จ๋า
พวกหนูเคยไปเกาะเชจูมาแล้วตอนเด็กๆ นะลูกㅠㅠㅠㅠ)



มองก้อนเมฆข้างนอกแล้วก็รู้สึกเหมือนใจมันลอยตามไปด้วยเลยอะ
สนามบินเชจู
อาจจะเพราะใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว
ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ดูวิวข้างนอกแป๊บเดียว
ก็ถึงที่หมายแล้วจ้าาา
พอมาถึงสนามบินเชจูแล้วก็ไปรับกระเป๋ากัน.

ทริปนี้เราถอยกระเป๋าเดินทางใบใหม่มาเลยนะ
ส่วนกระเป๋าเดินทางใบเก่าอะ ได้มาตอนซื้อแพ็กเกจฮันนีมูน
เป็นกระเป๋าเดินทางแบบ Hard Case สีเหลืองที่ได้มาเป็นของแถม
ใช้มาจะ 8 ปีแล้วอะ
ตอนนี้สายก็เปื่อยยุ่ย มีผงร่วงกราวเลย,
แถมเคสด้านนอกก็แอบร้าวหน่อยๆ
คิดว่าจะเปลี่ยนอยู่หลายทีละ แล้วก็ได้เปลี่ยนจริงๆ จังๆ ทริปนี้แหละ
กระเป๋าสีเหลืองใบเก่าก็ใช้งานคุ้มค่ามาก
ในที่สุดก็ได้เวลาปลดระวางแล้วจ้า
(แต่ก็ยังไม่ได้แกะสติกเกอร์ทิ้งนะ..
ใช่แล้วจ้า...ฉันมันคนขี้เกียจและอาลัยอาวรณ์ของเก่าเองแหละㅠ)
ฮายฮัลโหลอันยอง~ เชจู!
ไม่ได้เจอกันนานมากกกกก~~~~


ก่อนวันเดินทางก็ได้รับข้อความจากไกด์มา
พอไปถึงจุดนัดพบก็เจอไกด์ถือป้ายรออยู่เลย
ไปถึงก็เจอหลายกลุ่มมารอกันแล้วอะ

พอเช็กจำนวนคนเสร็จ
ทุกคนก็ขึ้นรถบัสแล้วออกเดินทางไปกินข้าวเย็นกันเลย
อ๊า...หิวแล้วนะ
มื้อเย็น (ชุดซาชิมิ)
เพราะมีเด็กๆ มาด้วย เลยเตรียมสาหร่ายกับข้าวสำเร็จรูปมาสำรองไว้
แต่สรุปคือไม่จำเป็นเลยจ้าาา;;;



ไม่ได้จะมาเขียนรีวิวร้านอาหารอร่อยอะไรหรอกนะ
ก็เลยถ่ายรูปเมนูมาให้ดูแบบง่ายๆ
(นี่แหละที่เรียกว่าง่ายๆ 555)

โอเย~~~~
ฉันชอบกินซาซิมิปลาสดๆ ทั่วไปมากๆ เลยนะ
พวกซาซิมิปลาเนื้อขาว ซูชิเนี่ยคือเลิฟสุดๆ!
ส่วนอาหารทะเลทั่วไปอย่างหอยสังข์ กุ้ง หมึก ก็กินได้สบายๆ
แล้วสิ่งที่ฉันชอบก็ออกมาเพียบเลยอะ!
อาจจะเพราะว่าเค้าจัดมาสำหรับ 4 คนมั้ง
ซาซิมิเลยเยอะม้ากกกกก
(ลูกๆ ยังกินซาซิมิไม่ได้อะดิ่ ;) )
แถมคุณสามีก็ไม่ได้ชอบซาซิมิมากเท่าไหร่
ก็เลยเป็นของฉันเกือบหมดเลยไง!
(ฟินเว่อร์~)
กินไปกินมา ก็แอบถ่ายรูปอีกแล้วฉัน



อาหารออกมาดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะ
มีทั้งโจ๊ก อาหารทะเล ของทอด พวกยำ และผักห่อ



กินซาซิมิไปเรื่อยๆ ก็มีปลาเผาออกมาด้วยนะ
แถมยังมีแมอุนทัง (ซุปปลาเผ็ด) อีก!


อัลบับ (ข้าวหน้าไข่ปลา) ที่อร่อยที่สุดในโลก!!!!


ไม่ใช่อัลบับที่มีกิมจิผสมนะ
แต่เป็นรสชาติหอมมัน ไข่ปลาแตกเป๊าะๆ
แถมข้าวที่ออกจะจืดๆ หน่อย แต่มีความกรอบแบบนูรุงจี (ข้าวไหม้ติดก้นหม้อ) อ่ะนะ
คือมันเข้าปากฉันพอดิบพอดีเลยอะ!!!!!
เป็นรสชาติที่เด็กๆ กินได้ดีมากๆ เลยนะเนี่ย แต่ว่า...
ลูกๆ ฉันไม่รู้ทำไมไม่ยอมกินของอร่อยๆ แบบนี้เลยอะ ㅠㅠㅠ
(หรือเป็นความผิดฉันที่ทำอาหารไม่อร่อย? ㅠㅠ)
ส่วนเครื่องดื่มหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต้องจ่ายเพิ่มนะจ๊ะ
พวกเราก็สั่งน้ำอัดลมกับเหล้าเพิ่มไปแล้วแหละ
ฉลองทริปของเรา ซัน!!
"โต๊~~~เต๊~~"

โรงแรม
โรงแรมกลอสเตอร์
พรุ่งนี้เริ่ม 7:40 น.
โรงแรมกลอสเตอร์ลิฟต์เล็กนะทุกคน
เค้าบอกว่าคนจะแน่นเอี๊ยดเลย
เลยต้องรีบกินข้าวเช้า แล้วรีบออกมาหน่อยนะ


ส่วนพวกเราเนี่ย
ได้ห้องสำหรับ 4 คนไปเลยจ้า
ตอนจองเค้าบอกว่าอาจจะได้ห้องเดี่ยว 2 ห้อง (สำหรับ 2 คน 2 ห้อง)
ฉันก็บอกว่าไม่เป็นไร
พอดูตารางเที่ยวที่เค้าแจกที่สนามบิน
เห็นเลขห้องโรงแรมมีแค่ห้องเดียว
ก็แอบรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย
พอถามไกด์เค้าก็บอกว่าไม่ใช่ห้องออนดลนะ...
แต่สุดท้ายก็ได้ห้องออนดลไปเลยจ้า ㅠ
เค้าบอกว่าถ้าอยากได้ห้องเตียง ต้องบอกไปเลยว่าขอห้องเดี่ยว 2 ห้องนะ
ห้องสำหรับ 4 คนเป็นแบบออนดล ฉันมารู้ทีหลังนี่แหละค่ะ ;;;
(นอนพื้นแล้วปวดหลังอะ ㅠㅠ โอยยย)
ทางโรงแรมก็บอกว่าเป็นช่วงวันหยุดยาว
ห้องเต็มหมด ก็เลยต้องนอนห้องออนดลไปเลยสิคะ
ก็เลยปูที่นอนหนาๆ แล้วก็นอนไปเลย
สรุปแล้วนะ
ได้อยู่ด้วยกันก็ดีแล้วแหละ
ก็ทริปครอบครัวนี่เนอะ แน่นอนอยู่แล้ว~


แค่วางกระเป๋าเดินทางไว้
เพราะโรงแรมอยู่ในเมือง
เราก็เลยออกไปหาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อกัน



บุฟเฟต์อาหารเช้าเค้ามีตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 10 โมงนะ
แต่เห็นช่วง 6-8 โมงคนแน่นเอี๊ยดเลย
สงสัยโรงแรมนี้ลูกทัวร์เยอะจัด
ไปกับทัวร์ทั้งที ต้องขยันถึงจะคุ้ม! ฮ่าๆๆ
โรงแรมกลอสเตอร์เนี่ย
เค้าเป็นโรงแรมที่อยู่ในเมืองเลยนะ
ใกล้ๆ ก็มีร้านสะดวกซื้อ ของกินเพียบ!
พวกเราเดินเล่นชิลๆ ไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปแวะ GS มา
แต่ CU ฝั่งตรงข้ามใหญ่กว่านะแก!

ไปสอยขนมกรุบกริบจากร้านสะดวกซื้ออีกแล้ว
แล้วก็กลับโรงแรม
เด็กๆ คือแฮปปี้สุดๆ เลยจ้า 555
เพราะพวกเราจะอยู่ที่โรงแรมนี้ 3 คืนรวดเลย
เลยไม่ต้องย้ายสัมภาระให้วุ่นวาย สบายสุดๆ
เพื่อที่จะได้กินบุฟเฟต์อาหารเช้าโรงแรมพรุ่งนี้
พวกเราจะตื่น 6 โมงให้ได้เลยจ้า~~
ก็เลยรีบอธิบายให้เด็กๆ ฟังอย่างละเอียด แล้วทุกคนก็รีบเข้านอนกันเลย
หากคุณสนใจแพ็กเกจทัวร์ส่วนตัว สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่
จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 600 บาทต่อคนสำหรับการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกแผนการเดินทางหลังจากออกตั๋วเครื่องบินแล้ว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่คุณได้รับตารางเที่ยวบินทางข้อความ
แนะนำให้ไปถึงสนามบินกิมโป 1 ชั่วโมง 30 นาที ก่อนเวลาออกเดินทาง โดยคำนึงถึงเวลาที่ต้องต่อคิวขึ้นเครื่อง ผู้เขียนกล่าวว่าไปถึงแบบฉิวเฉียด
แบตเตอรี่สำรอง (พาวเวอร์แบงค์) ไม่สามารถใส่ในสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องได้ หากใส่ไปโดยไม่ตั้งใจเหมือนประสบการณ์ของผู้เขียน คุณจะต้องไปเอาคืน ดังนั้นควรพกพาไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง
ครอบครัว 4 คนได้รับห้องพักแบบออนดล (Ondol room) หากต้องการห้องพักแบบเตียง ควรแจ้งขอห้องพักแบบ 2 คนต่อห้อง จำนวน 2 ห้องในขณะทำการจอง
บุฟเฟต์อาหารเช้าของโรงแรมกลอสเตอร์เปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 10 โมงเช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 6 โมงเช้าถึง 8 โมงเช้าจะเป็นช่วงที่แออัด
พบเรื่องราวการเดินทางที่คัดสรรในธีมเดียวกัน

มาเชจูทั้งที ต้องพักพูลวิลล่าส่วนตัว Aewol The Sunset Resort ที่แอวอล! ฟินกับสระว่ายน้ำรูฟท็อปวิวทะเลแบบจุกๆ พร้อม Floating Breakfast สุดอลังการ ห้ามพลาดเลย!

รีวิวร้านอาหารสนามบินช็องจู อัปเดตล่าสุดปี 2026 ชี้เป้าพิกัดของกินเล่นชั้น 1 และมื้อหลักสุดฟินชั้น 2 อิ่มอร่อยสะดวกรวดเร็วก่อนบินไปเที่ยวเกาะเชจู!

ใครมาเชจูห้ามพลาด! หาดโคแนน ชายหาดเล็กๆ ทางตะวันออกที่น้ำใสเหมือนกระจก เหมาะกับสายสโนว์เกิลและสายคาเฟ่สุดๆ ถ่ายรูปยังไงก็ปัง!

ใครมาเชจูแล้วอยากซดซุปร้อนๆ ชามใหญ่ รสชาติจัดจ้าน ห้ามพลาด 순풍해장국 ฮัมด็อก! ที่นี่มีเมนูเด็ดโคซารียุกแนทัง ที่คนดังยังต้องมาลอง

รีวิว Haejigae Cafe คาเฟ่ฮันอกริมทะเลแอวอล เกาะเจจู แหล่งเช็คอินสุดฮิตวิวพระอาทิตย์ตกหลักล้าน พร้อมเบเกอรี่ส้มฮัลลาบงสูตรโฮมเมดที่สายคาเฟ่ห้ามพลาด!

พาเช็คอิน 'หินชางกม' (Changkkom Rock) พิกัดถ่ายรูปสุด Unseen ของเกาะเชจู ปี 2026 รูหินธรรมชาติที่มองเห็นวิวเกาะทารยอโด ตามรอยซีรีส์ดัง อูยองอู ห้ามพลาดเลย!