รีวิวบัตร Octopus ฮ่องกง 2026: วิธีจอง ราคา และทริคคืนเงิน
ไปฮ่องกงทั้งที ไม่มีบัตร Octopus ถือว่าพลาด! รวมครบทุกข้อมูลที่ต้องรู้ ทั้งวิธีจองล่วงหน้าให้ได้ราคาดีที่สุด พร้อมทริคขอคืนเงินที่สนามบินฉบับอัปเดต 2026
กำลังโหลด...
ไปฮ่องกงทั้งที ไม่มีบัตร Octopus ถือว่าพลาด! รวมครบทุกข้อมูลที่ต้องรู้ ทั้งวิธีจองล่วงหน้าให้ได้ราคาดีที่สุด พร้อมทริคขอคืนเงินที่สนามบินฉบับอัปเดต 2026

ไปฮ่องกง ต้องมีบัตร Octopus ไหม? รวมรีวิวราคา วิธีจองล่วงหน้า ค่ามัดจำ และทริคขอคืนเงินแบบละเอียดยิบ! All rights reserved, บันทึกการเดินทาง |

บัตรโดยสารยอดฮิตที่คนไปเที่ยวฮ่องกงทุกคนต้องรู้จักก็คือ 'บัตร Octopus' (หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่าบัตรปลาหมึก) นั่นเองค่ะ
บอกเลยว่าไม่ใช่แค่คนท้องถิ่นที่ใช้นะ แต่นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ก็ควรมีติดตัวไว้
เพราะมันช่วยให้ชีวิตการตะลุยฮ่องกงตลอดทริปง่ายขึ้นแบบ 300%
แถมตอนเที่ยวเสร็จ ก็สามารถเอาไปขอคืนเงินมัดจำที่สนามบินก่อนกลับไทยได้ด้วย!
หมดยุคพกเหรียญให้กระเป๋าตังค์ตุงแล้วค่ะซิส
เพราะบัตรใบนี้จ่ายได้ตั้งแต่ ค่าเดินทาง, ร้านสะดวกซื้อ, คาเฟ่เก๋ๆ, ร้านฟาสต์ฟู้ด ยันค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว
เรียกได้ว่าเป็นไอเทม "ของมันต้องมี" สำหรับทริปฮ่องกงจริงๆ


วันนี้เราเลยจะมาสรุปรวบยอดให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ตั้งแต่วิธีซื้อ ราคาบัตร
ค่ามัดจำ ไปจนถึงทริคการขอคืนเงิน (Refund) ก่อนบินกลับ
ใครที่กำลังแพลนทริปฮ่องกงปี 2026 อยู่
ปักหมุดอ่านโพสต์นี้ด่วนๆ เลยจ้า!

ฮ่องกงเป็นเมืองที่ระบบขนส่งสาธารณะเริ่ดมากกกก
การนั่ง รถไฟใต้ดิน (MTR), รถบัส, หรือรถรางคลาสสิก (Tram/Ding Ding)
เพื่อไปตระเวนกินติ่มซำหรือถ่ายรูปสไตล์หว่องกาไว คือทั้งถูกและเร็วกว่าการเรียกแท็กซี่เยอะค่ะ
แต่ปัญหาคือ ถ้าต้องมาคอยหยอดเหรียญซื้อตั๋วทุกรอบคือบ้งมาก เสียเวลาสุดๆ
ดังนั้น ไอเทมกู้ชีพที่นักท่องเที่ยวโปรๆ เค้าใช้กัน
ก็คือ บัตร Octopus นี่แหละค่ะ


✔ สิ่งที่บัตร Octopus ทำได้แบบปังๆ
แตะขึ้นรถไฟใต้ดิน (MTR), รถบัส, รถราง ได้หมด
จ่ายเงินในเซเว่น, ร้านขายยา (Sasa/Bonjour), คาเฟ่, ร้านเบเกอรี่ (ซื้อทาร์ตไข่ได้เลย!)
ใช้จ่ายค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งได้ด้วย
ฟีลลิ่งเหมือนบัตรแรบบิทบ้านเราเลยค่ะ
แต่ครอบคลุม ทั้งการเดินทางและการช้อปปิ้งแบบครบจบในใบเดียว
ทริปที่ผ่านมาเราใช้ใบนี้ตลอดทาง ชีวิตดี๊ดี
จริงๆ แล้วบัตร Octopus
สามารถหาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ในสนามบินฮ่องกงเลยนะคะ
แต่ แนะนำให้กดจองออนไลน์จากไทยไปก่อนเวิร์คกว่ามาก!
ข้อดีของการจองล่วงหน้าจากไทย:
ไปถึงปุ๊บ รับบัตรปั๊บ พร้อมใช้งานทันที
ไม่ต้องไปยืนต่อคิวยาวๆ ให้เมื่อยขา
บัตรมีเงินพร้อมค่ามัดจำมาให้แล้ว แตะผ่านฉลุย
ที่สำคัญ... ใช้โค้ดส่วนลดได้ ถูกกว่าไปซื้อหน้างานอีกจ้า!
👇🏻 ทางไปจองบัตร Octopus ฮ่องกงล่วงหน้า
จองบัตร Octopus ฮ่องกง (Tourist Edition) คลิกเลย!
ถ้าจองล่วงหน้าไป พอลงเครื่องที่สนามบิน
ก็แค่เดินไปที่บูธที่กำหนดเพื่อรับบัตรได้เลย
ในบัตรจะรวมค่ามัดจำและเงินที่เติมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
รับเสร็จปุ๊บก็เดินไปขึ้นรถไฟเข้าเมืองได้แบบสวยๆ
ถ้าไม่จองไปก่อน นอกจากจะแพงกว่าแล้ว
ยังต้องเสียเวลาต่อคิวซื้อ คิวเติมเงินอีก...
บอกเลยว่า เตรียมตัวไปจากไทยคือเดอะเบสท์ค่ะ

สำหรับบัตร Octopus
จะมี ค่ามัดจำพื้นฐาน 50 HKD (ประมาณ 225 บาท) รวมอยู่แล้ว
และเราสามารถเติมเงินเพิ่มเข้าไปได้ตามใจชอบเลยค่ะ
✔ รูปแบบแพ็กเกจบัตร:
ค่ามัดจำ + เงินในบัตร 50 HKD
ค่ามัดจำ + เงินในบัตร 50 HKD + ตั๋วรถไฟด่วนเข้าเมือง (AEL)
รอบนี้เราเลือกแบบพื้นฐานที่มีเงินเติมมาให้แล้ว
และด้วยความที่ไปกับแฟน เลยกดจองไปคนละใบ
รวมทั้งหมด 2 ใบค่ะ
ทริคแนะนำ: ซื้อแยกคนละใบชีวิตดีกว่าเยอะ!
เพราะถ้าใช้บัตรใบเดียวแตะจ่ายให้ 2 คนตอนขึ้นรถรางหรือรถบัส
มันจะวุ่นวายและอธิบายคนขับยากมากค่ะ แยกกันถือชิลกว่าเยอะ
👇🏻 ทางไปจองบัตร Octopus ฮ่องกงล่วงหน้า
จองบัตร Octopus ฮ่องกง (Tourist Edition) คลิกเลย!


สำหรับทริป 3 วัน 2 คืน หรือ 4 วัน 3 คืน
เราใช้นั่งรถไฟใต้ดิน รถบัส รถราง แวะซื้อน้ำในเซเว่น จ่ายค่ากาแฟ
บอกเลยว่าเป็นจำนวนเงินที่กำลังพอดีมากๆ
ถ้าใครกลัวเงินไม่พอใช้
ก็สามารถแวะเติมเงินตามร้านสะดวกซื้อหรือสถานีรถไฟใต้ดินได้เลย
แนะนำว่าให้เติมเผื่อไว้สัก 150-200 HKD (ประมาณ 675-900 บาท)
จะได้เที่ยวแบบไม่ต้องกังวลค่ะ

วิธีใช้บัตร Octopus คือง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยค่ะทุกคน!
✔ ทริคการแตะบัตรตามระบบขนส่ง:
รถไฟใต้ดิน (MTR): แตะตอนเข้า และ แตะตอนออก
รถราง (Tram): แตะแค่ตอน "ลง" (ขึ้นประตูหลัง ลงประตูหน้า)
รถบัส: แตะแค่ตอน "ขึ้น"
เวลาเราแตะบัตร หน้าจอที่เครื่องจะโชว์เลยว่าตัดเงินไปเท่าไหร่
และเหลือยอดเงินกี่บาท ทำให้เรากะงบได้ง่ายๆ เลยค่ะ
ความปังคือ: ถ้าเงินในบัตรไม่พอและยอดติดลบ
บัตรจะยอมให้เราผ่านไปได้ก่อน! แล้วค่อย ไปหักคืนตอนเราเติมเงินรอบหน้า
คือใจดีเว่อร์ ไม่ต้องกลัวหน้าแตกตอนแตะบัตรไม่ผ่านนะ 555


ส่วนตามคาเฟ่หรือร้านสะดวกซื้อ
ก็แค่เอาบัตรไปแปะที่เครื่องอ่านบัตรตอนจ่ายเงิน
ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติ สะดวกมาก ไม่ต้องทอนเหรียญให้วุ่นวาย
รอบนี้เราเอาบัตรใส่ไว้ในเคสโทรศัพท์เลยตลอด 4 วัน
หยิบมาแตะจ่ายได้แบบคูลๆ ฟีลเหมือนคนโลคอลมาเอง
👇🏻 ทางไปจองบัตร Octopus ฮ่องกงล่วงหน้า
จองบัตร Octopus ฮ่องกง (Tourist Edition) คลิกเลย!

ทริคลับฉบับคนโลคอล: รับส่วนลดฟรี!
อันนี้เป็นกิมมิคที่คนท้องถิ่นทำกันประจำเลยค่ะ!
ตรงทางเชื่อม แถวๆ Mid-Levels Escalator (บันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในโลก)
จะมีตู้ MTR Fare Saver ตั้งอยู่ ถ้าเราเอาบัตรไปแตะที่ตู้นี้
จะได้ส่วนลดค่าโดยสาร MTR วันละ 2 HKD (ประมาณ 9 บาท) เลยนะ!
เห็นคนฮ่องกงเดินผ่านก็แวะแตะกันทุกคน
สายประหยัดอย่างเราก็ไม่พลาด แวะไปแตะทุกวัน ถือเป็นความสนุกเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ อิอิ

เที่ยวเสร็จแล้ว อย่าลืมเอาบัตรไปคืน
เพื่อรับค่ามัดจำและเงินที่เหลือในบัตรคืนด้วยนะคะ!
✔ จุดคืนบัตร:
บูธ Train Ticket ที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง (Hong Kong International Airport)
แนะนำให้ใช้บัตรจนวินาทีสุดท้ายก่อนกลับ
แล้วค่อยไปทำเรื่องคืนที่สนามบินค่ะ สะดวกสุดๆ!


แค่เดินไปที่บูธ Train Ticket แล้วบอกพนักงานสวยๆ ว่า "Refund, please"
เค้าก็จะเอาบัตรไปเช็คยอดให้เราค่ะ
โดยจะมีการหักค่าธรรมเนียมการคืนบัตร 11 HKD (ประมาณ 50 บาท)
แล้วเราก็จะได้ยอดที่เหลือคืนมาเป็นเงินสดค่ะ
✔ สูตรคำนวณเงินคืน:
(ค่ามัดจำ 50 HKD + เงินที่เหลือในบัตร) - ค่าธรรมเนียม 11 HKD
= เงินสดที่ได้รับคืน
รอบนี้เราเหลือเงินในบัตรค่อนข้างเยอะ
เลยเอาเงินที่ได้คืนไปซื้อกาแฟและชานมไข่มุกที่สนามบินกินก่อนขึ้นเครื่องกลับไทย ฟินๆ


สรุปเลยว่า ฮ่องกงเป็นเมืองที่ต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก
การนั่ง รถไฟใต้ดิน, รถบัส, และรถราง
คือทั้งถูกและเร็วกว่าแท็กซี่เยอะมากๆ
บัตร Octopus เลยเป็นไอเทมที่ ขาดไม่ได้เด็ดขาด สำหรับทริปฮ่องกง!
👇🏻 ทางไปจองบัตร Octopus ฮ่องกงล่วงหน้า
จองบัตร Octopus ฮ่องกง (Tourist Edition) คลิกเลย!
ถ้าวางแผนจองล่วงหน้าจากไทยไปก่อน
ไปถึงสนามบินปุ๊บก็รับบัตรไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องต่อคิว
แถมใช้โค้ดส่วนลดได้ด้วย คุ้มเบอร์นี้ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่จองล่วงหน้าเลยค่ะ
ใครกำลังแพลนไปลุยฮ่องกง
รีบปักหมุดจองบัตร Octopus ไว้เลยน้า
รับรองว่าทริปนี้ชิลและสมูทขึ้นอีก 100% จ้า!
การจองล่วงหน้าจากเกาหลีทำให้คุณสามารถใช้งานบัตรได้ทันทีเมื่อเดินทางถึงสนามบิน โดยไม่ต้องต่อคิวที่หน้างาน บัตรจะรวมค่ามัดจำและยอดเงินที่เติมไว้ ทำให้พร้อมใช้งานได้ทันที และคุณยังสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกลงโดยใช้คูปองส่วนลด
บัตร Octopus มีค่ามัดจำเริ่มต้น 50 ดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับการเดินทาง 3 คืน 4 วัน เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วยประมาณ 150-200 ดอลลาร์ฮ่องกง หากยอดเงินไม่พอ คุณสามารถเติมเงินเพิ่มได้ที่ร้านสะดวกซื้อหรือสถานีรถไฟใต้ดิน (MTR)
สำหรับรถไฟใต้ดิน (MTR) คุณจะต้องแตะบัตรทั้งที่ทางเข้าและทางออก รถรางให้แตะบัตรเฉพาะตอนลง ส่วนรถบัสให้แตะบัตรเฉพาะตอนขึ้น
คุณสามารถขอคืนเงินได้ที่เคาน์เตอร์ Train Ticket ณ สนามบินนานาชาติฮ่องกง จะมีการหักค่าธรรมเนียม 11 ดอลลาร์ฮ่องกง เมื่อทำการคืนเงิน โดยคุณจะได้รับเงินค่ามัดจำ 50 ดอลลาร์ฮ่องกง และยอดเงินคงเหลือจากการเติมเงิน หักค่าธรรมเนียมแล้ว คืนเป็นเงินสด
พบเรื่องราวการเดินทางที่คัดสรรในธีมเดียวกัน

ไปฮ่องกงทั้งทีต้องไม่พลาดวิวหลักล้าน! รีวิว Peak Tram ฮ่องกง 2026 พร้อมตั๋ว Fast Track และทริคเลือกที่นั่งให้ได้รูปสวยปังแบบไม่ต้องต่อคิวให้เสียเวลา

รู้ยัง? เที่ยวฮ่องกงแวะไปเซินเจิ้นได้ง่ายๆ แค่นั่งรถไฟความเร็วสูง 15 นาที! แจกทริคข้ามแดนที่สถานี West Kowloon แบบสเต็ปบายสเต็ป ฉบับอัปเดต 2026

เล็งทริปฮ่องกงปี 2026 มามุงด่วน! รีวิวบิน Hong Kong Express แบบเรียลๆ พร้อมอัปเดตขั้นตอนผ่าน ตม. ฮ่องกงล่าสุด บินง่าย เที่ยวชิล เตรียมตัวยังไงมาดูกัน

แพลนเที่ยวฮ่องกง 2026 ต้องรู้! รีวิวรถไฟ AEL จากสนามบินเข้าเมืองแบบตัวมัม 24 นาทีถึง เทียบราคาตั๋วชัดๆ จองล่วงหน้าคุ้มกว่า สแกนปุ๊บขึ้นได้ปั๊บ

วางแผนเที่ยวฮ่องกงแบบประหยัดด้วยการพักที่เซินเจิ้น? รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 2 เมืองแค่ 15 นาที! มาดูวิธีจองและเคล็ดลับสำคัญที่ควรรู้ก่อนเดินทางในปี 2026 เพื่อไม่ให้พลาดรถไฟเหมือนเรานะจ๊ะ

หนีความวุ่นวายในฮ่องกง นั่งรถไฟความเร็วสูงข้ามไปกินของอร่อยที่เซินเจิ้นใน 14 นาที! รีวิววิธีจองตั๋วง่ายๆ อัปเดตปี 2026 พร้อมทริคผ่านตม.ให้รอด