แหลมคามุย ฮอกไกโด 2026: ชม Shakotan Blue วิวทะเลสวยปัง ห้ามพลาด!
มาฮอกไกโดทั้งที ต้องไม่พลาดแหลมคามุย! จุดชมวิวทะเล Shakotan Blue สีน้ำเงินอมเขียวสุดมหัศจรรย์ เดินชิลบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ถ่ายรูปสวยปังแน่นอน!
กำลังโหลด...
มาฮอกไกโดทั้งที ต้องไม่พลาดแหลมคามุย! จุดชมวิวทะเล Shakotan Blue สีน้ำเงินอมเขียวสุดมหัศจรรย์ เดินชิลบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ถ่ายรูปสวยปังแน่นอน!
วันที่สองของทริปแพ็กเกจแล้วจ้า!

ระหว่างทางไปแหลมคามูอิเนี่ยนะ
แวะเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว
เลยได้แวะร้านขายของที่ระลึกไปด้วยเลย
ที่นี่มีทั้งไอศกรีม ทั้งของที่ระลึกให้เลือกช้อปเต็มไปหมด
แต่ความพีคมันอยู่ที่!!!
ในย่านร้านขายของที่ระลึกเนี่ยนะ ดันมีอควาเรียมด้วยหรอเนี่ยยย??
หอยนางรมตัวบิ๊กบึ้มกับหอยเชลล์เต็มไปหมดเลยยย!!
แหลมคามูอิ
ที่ที่เราจะได้เห็น "Shakotan Blue" สวยตาแตกที่แหลมคามูอิ
คาบสมุทรชาโคตัน (Shakotan Peninsula) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฮอกไกโด
เป็นพื้นที่ที่เคยรุ่งเรืองจากการจับปลาเฮอร์ริ่ง
โดยคาบสมุทรชาโคตันตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ
และทะเลชาโคตันก็ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลเพียงแห่งเดียวด้วยนะ
และวันนี้เราก็มาถึงจุดชมวิวสุดปังของคาบสมุทรชาโคตันอย่าง
แหลมคามูอิแล้วจ้าาา
ที่นี่จะมีทางเดินเล่นเลียบไปตาม
สันเขาของแหลม
ถ้าเดินไปประมาณ 30 นาที
ก็จะถึงปลายสุดของแหลมเลยนะ
จะได้เห็นวิวหน้าผาสูงชันที่เหมือนถูกแกะสลัก พร้อมกับ
ทะเลสีน้ำเงินมรกตที่ถูกเรียกว่า
"Shakotan Blue" แผ่กว้างสุดลูกหูลูกตาเลยล่ะ

ร้านอาหาร, ห้องน้ำ, ที่จอดรถที่แหลมคามูอิ
ห้องน้ำและที่จอดรถฟรีที่นี่
สะอาดและกว้างขวางมากนะ
เลยใช้งานได้อย่างสะดวกสบายเลย


ถ้าไม่มีรถบัสตรงจากสถานีซัปโปโรแล้วเนี่ย
ก็ต้องใช้รถเช่า
หรือรถบัสทัวร์แบบวันเดย์ทริปเอา
หรือไม่ก็
มาด้วยรถบัสจากสถานีโอตารุก็ได้เหมือนกันนะ
ทางเดินค่อนข้างแคบและชันมากนะ
ถ้าฝนตกอาจจะมีน้ำขังเป็นแอ่งๆ ได้
ใครจะมาต้องใส่รองเท้าผ้าใบมาเท่านั้น!
เพราะเดินไปกลับก็ประมาณ 30-40 นาทีแล้วจ้า

ถ้าเกิดลมแรงจัดๆ หรือมีน้องหมีออกมาเนี่ย
เขาจะห้ามเข้าเลยนะ
และถ้าวันไหนอากาศไม่ค่อยเป็นใจ ฟ้าครึ้ม หรือฝนตก
ก็จะไม่ได้เห็น "Shakotan Blue" ที่สวยๆ เลย
แต่โชคดีมากกก
ที่วันที่เราไปลมไม่มีเลยซักนิดเดียว
อากาศก็ดีสุดๆ
ก็เลยได้เห็นทะเลสีมรกตสวยๆ เต็มตาเลยล่ะ

สวยตะลึงไปเลยใช่ไหมล่ะทุกคน!
หรือใครอยากเที่ยวชมวิวแบบชิลๆ ก็สามารถนั่ง
เรือชมวิวใต้น้ำ "New Shakotan-go" ที่ชาโคตันได้ด้วยนะ
เพื่อชมวิวสวยๆ ไปพร้อมกับดูโลกใต้ทะเลไปด้วย



ทางเดินค่อนข้างแคบมากนะทุกคน
ถ้าเจอคนสวนมา
ก็ต้องหลีกทางให้กันหน่อยน้าาา..




ชายฝั่งชิมะมุยกะไคคัง
ถ้าเราเดินเข้าไปในอุโมงค์ตรงชายฝั่งชิมะมุยกะไคคังนะทุกคน...
มองเห็นทะเลสีมรกต

หาดชิมะมุอิไคคัง
ใกล้
แหลมคามุอิ
ที่นี่ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งใน
100 ชายหาดที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นเลยนะ
พอเดินผ่านอุโมงค์แคบๆ ไปก็จะเจอ
ทะเลสีฟ้าอมเขียวกับ
หน้าผาหินรูปร่างแปลกตา คือมันว้าวมาก!
เลยเป็นที่นิยมที่จะมาเที่ยวคู่กับ
แหลมคามุอิไงล่ะ
วิธีเดินทางก็
คล้ายๆ กับไปแหลมคามุอิเลย
ถ้าขับรถเช่า
จากซัปโปโรก็ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งนิดๆ
แวะดูแป๊บเดียวแล้วก็ไปต่อโลด!
โอตารุ
มื้อเที่ยง, พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ, คลองโอตารุ, ถนนซาคาอิมาจิโดริ
มาถึงโอตารุแล้วจ้า
มานี่ก็ต้องหาข้าวเที่ยงกินสิเนอะ
ตอนนั้นมีเซ็ตปลาฮอกเกะย่างกับ
เซ็ตปลาอิมยอนซูย่าง แล้วก็ซุปมิโซะหอยเชลล์ย่างด้วย

หอยเชลล์คือที่สุด! อร่อยแบบบ้าไปแล้ว!
อร่อยกว่าปลาอิมยอนซูในเซ็ตฮอกเกะอีกอ่ะ
ไม่คาวเลยสักนิด แถมยังนุ่มละมุน
ส่วนปลาอิมยอนซูจะออกแนวหนึบๆ หน่อย


โอตารุ เมืองคลองสุดโรแมนติก
คลองโอตารุ
โอตารุเนี่ย เป็นเมืองใกล้ๆ
ซัปโปโรที่เดินทางไป
ง่ายที่สุดแล้วนะ
ถ้าขึ้นรถไฟ Rapid Airport จากสถานี JR Sapporo
ใช้เวลาประมาณ 32 นาที
ส่วนรถไฟธรรมดาจะใช้เวลา
ประมาณ 50 นาที
ค่าโดยสารเที่ยวเดียวประมาณ 800 เยน (ประมาณ 200 บาท)
ส่วนถ้าไป
รถบัสของ Chuo Bus ที่
มีให้บริการ
จะใช้เวลาประมาณ 50 นาที
ถึง 1 ชั่วโมง
ค่ารถประมาณ 850 เยน (ประมาณ 200 บาท)
แต่ฝั่ง JR ที่มีรถออกบ่อยกว่าจะ
สะดวกกับนักท่องเที่ยว
มากกว่านะ
คลองโอตารุ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของโอตารุเนี่ย
ยังคงรักษาบรรยากาศของโกดังสินค้าในสมัยไทโช
ไว้ได้อย่างดี
เดินเล่นเลียบคลองไปเรื่อยๆ ก็จะเจอ
คาเฟ่กับ
ร้านอาหารที่ปรับปรุงมาจากโกดังอิฐแดงเก่าๆ ด้วยนะ

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุที่เดินจาก
คลองไปประมาณ 10 นาทีเนี่ย
ถือเป็นร้านขายกล่องดนตรี
ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยนะ
ที่นี่มีกล่องดนตรีดีไซน์
เก๋ๆ วางโชว์เต็มไปหมด
แถมเรายังสามารถคัสตอมกล่องดนตรีในแบบของตัวเอง
ได้ด้วยนะ!
แล้วนาฬิกาไอน้ำหน้า
อาคารก็เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตอีกด้วย

ถนนซาคาอิมาจิโดริที่อยู่ถัดไปเลยเนี่ย
เป็นถนนช้อปปิ้งขนมหวานชื่อดังของโอตารุ
ที่มีทั้งพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี
ร้านขายเครื่องแก้ว
ร้านชีสเค้กชื่อดัง
อย่าง LeTAO...
ร้านขายของที่ระลึกเรียงรายเต็มไปหมด
และเป็นถนนที่เหมาะกับการเดินกินขนมไปเรื่อยๆ
ก็เลยเป็นโซนที่เราใช้เวลาเยอะที่สุด
ในทริปโอตารุเลยก็ว่าได้
โรงเป่าแก้วโอตารุที่ตั้งอยู่บนถนนสายนี้
คือที่ที่เทคนิคการทำแก้วสำหรับลูกทุ่นลอย
ในยุคบุกเบิกฮอกไกโด
ได้ถูกสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้
นอกจากจะได้ชม
ผลิตภัณฑ์แก้วที่ทำเสร็จแล้ว
ยังมีเวิร์กช็อปให้เราได้ลองเป่าแก้วทำแก้วน้ำ
หรือเครื่องประดับเองเพียบ
เลยฮิตมากในหมู่คู่รัก
และนักท่องเที่ยวแบบครอบครัว

ร้านอาหารที่เน้นเมนูข้าวหน้าซีฟู้ด
ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของฮอกไกโดก็มีเยอะเลย

จัดยูบาริเมล่อนไปหนึ่งถ้วย
ราคาประมาณ 200 บาท
แม้รสชาติจะอร่อยนะ
แต่หวานน้อยกว่ายูบาริเมล่อนที่ขายใน Lawson อีก!


ที่ร้าน Kitakaro ร้านดัง
ก็จัดไอศกรีมกับชูครีมไปคนละหนึ่ง
ระหว่างทางไป Jozankei
เราก็ได้เห็น
ภูเขาโยเท (Mount Yotei) ที่มีหมอกปกคลุม
เหมือนภูเขาฟูจิย่อส่วนเลย

ที่พักของเราคือ
Jozankei View Hotel ที่อยู่ในหมู่บ้านออนเซ็น Jozankei นั่นเอง
Jozankei View Hotel
อยู่ห่างจากใจกลางเมืองซัปโปโรไปทางใต้ 26 กม.
ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโคสึ-โทยะ (Shikotsu-Toya National Park) ของโจซังเคอิ
เป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่ตั้งอยู่ในหุบเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ
และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละประมาณ
2.4 ล้านคน
น้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาจากออนเซ็นโจซังเคอิ
เป็นน้ำพุร้อนโซเดียมคลอไรด์แบบร้อนจัด (Hypertonic Sodium Chloride Hot Spring)
ที่ใสไร้สี มีรสเค็มเล็กน้อย และเป็นกลาง
ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้า บรรเทาอาการหนาวสั่น เพิ่มความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว
บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และปวดเส้นประสาท
รวมถึงช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้นด้วยนะ
・ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์
จากสนามบินชินชิโตเสะใช้เวลาประมาณ 80 นาที
ถ้าออกเดินทางจากสถานีซัปโปโร หรือซูซูกิโนะ
・ถ้าเดินทางด้วยรถบัส
สถานีซัปโปโร→ รถบัส (รถบัสความเร็วสูงสำหรับนักท่องเที่ยว Kappa Liner ใช้เวลา 60 นาที, รถบัสประจำทางใช้เวลา 80 นาที)→ Jozankei Onsen
・ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์
จากตัวเมืองซัปโปโรใช้เวลาประมาณ 50 นาที

สำหรับแขกที่มาพัก
ยังมีรถชัตเทิลบัสฟรีที่ออกเดินทางจากทางออกทิศเหนือของสถานีซัปโปโรให้บริการด้วยนะ
แต่ต้องจองล่วงหน้า
ถ้าไม่มีรถเช่า
เพื่อน ๆ ที่จะมาพักที่นี่
ส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า
ผ่านโทรศัพท์เท่านั้นนะจ๊ะ
สามารถจองล่วงหน้าได้
ก่อนถึงวันเข้าพักเป็นอาทิตย์เลย
ที่ออนเซ็นรวมวิวสุดปังบนชั้นสูงสุดของโรงแรม
เราสามารถแช่ออนเซ็น
พร้อมชมวิวหุบเขาโจซังเคย์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูทั้งสี่ได้แบบจุก ๆ
แถมยังมีสวนน้ำในร่ม
กับร้านอาหารบุฟเฟต์อีก
บอกเลยว่าฮิตมากในหมู่ครอบครัวที่มาเที่ยว...
คือทุกอย่างดีหมดนะ แต่ห้องน้ำในห้องเสื่อทาทามิที่ฉันไปพักนี่สิ
กลิ่นตีขึ้นมาแรงมาก...แบบว่า เซ็งนิดหน่อย,,
ห้องพัก


ห้องเสื่อทาทามิ
ใส่ชุดยูกาตะ ถือกระเป๋าออนเซ็น แล้วไปกันเลยจ้า
อาหารเย็น, อาหารเช้า

วิวดีมากกกก
ซูชิอร่อยสุด ๆ
เบียร์ก็อร่อยนะ
แต่ก็มีบางอย่างที่รสชาติไม่ได้ว้าวขนาดนั้น
แล้วคิวยาวมากกกกกกกก
คนเยอะจริงจัง
กินข้าวยากสุด ๆ
แอบหงุดหงิดนิดหน่อย...


วิวดีมากจริงๆ
อาหารก็หลากหลาย







ซูชิไม่คาวเลย อร่อยมาก!
เบียร์ก็อร่อยด้วย


แถมที่นี่นะ
ใหญ่มาก มีทั้ง
สระว่ายน้ำ ออนเซ็น คลับ บาร์ คาราโอเกะ
ห้องเกม ร้านค้าเล็ก ๆ และโซนของฝาก
ไม่มีเบื่อแน่นอนจ้าาา

โซนร้านค้าและร้านขายของฝาก

มีทั้งจาน ชาม ตะเกียบ
ขนม Shiroi Koibito
เครื่องสำอางจากฮอกไกโด
ราเมน
ไอศกรีม
และเบียร์หลากหลายชนิดให้เลือกซื้อเลย!
ออนเซ็นรวมขนาดใหญ่และซาวน่า
อยู่ชั้นใต้ดิน 1 และ 2 ของอาคารหลัก
และอยู่ชั้น 16 ของอาคารใหม่
มีซาวน่าด้วยนะ
ฉันมาแช่ออนเซ็นที่นี่
รู้สึกสดชื่นมาก น้ำก็ดีสุด ๆ ไปเลย

วันธรรมดา
ห้องอาบน้ำรวมใหญ่ / 5:00-9:30 น., 14:00-24:00 น.
ออนเซ็นกลางแจ้ง / 5:00-9:30 น., 14:00-23:00 น.
ซาวน่า / 6:00-9:30 น., 14:00-23:00 น.
เสาร์, อาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์
ห้องอาบน้ำรวมใหญ่ / 5:00-9:30 น., 11:00-24:00 น.
ออนเซ็นกลางแจ้ง / 5:00-9:30 น., 11:00-23:00 น.
ซาวน่า / 6:00-9:30 น., 11:00-23:00 น.
ทิปจัดทริปสุดปัง
แหลมคามุอิ (Kamui Misaki)
และชายฝั่งชิมะมุอิ (Shimamui Coast)
ถ้าไม่ได้ขับรถเช่าไปเองอ่ะนะ
ขนส่งสาธารณะแถวนั้นมันน้อยมากๆ เลย
แนะนำให้จองทัวร์รถบัสแบบวันเดย์ทริปหรือแพ็กเกจไปเลยจะดีกว่านะ
ส่วนโอตารุเนี่ย
จากซัปโปโรนั่ง JR ไปแป๊บเดียวเอง
จัดเป็นคอร์สครึ่งวันถึงเต็มวันได้สบายๆ เลยนะ
ถ้าจัดตารางให้ได้
นอนพักที่โจซังเคออนเซ็นด้วยนะ
จะได้คลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่ออนเซ็น
แล้วก็เดินทางไปสนามบินซัปโปโร
ได้ง่ายๆ เลยล่ะ
เส้นทางเดินเล่นตามสันเขาของแหลมคามุยมิซากิใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีในการเดินไปกลับจนถึงปลายแหลม ทางเดินแคบและชัน และอาจมีแอ่งน้ำเมื่อฝนตก ดังนั้นการสวมรองเท้ากีฬาจึงเป็นสิ่งจำเป็น
จากคลองโอตารุไปยังพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีเป็นร้านค้าเฉพาะทางกล่องดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น คุณสามารถชมกล่องดนตรีที่มีดีไซน์หลากหลาย และยังสามารถสร้างกล่องดนตรีในแบบของคุณเองได้ด้วย
การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกที่สุดจากสถานีซัปโปโรไปโอตารุคือรถไฟ JR Rapid Airport ใช้เวลาประมาณ 32 นาที และค่าโดยสารเที่ยวเดียวประมาณ ประมาณ 200 บาท ความถี่ในการเดินรถสูงจึงเป็นตัวเลือกที่สะดวกกว่าสำหรับนักท่องเที่ยว
ผู้เข้าพักโรงแรม Jozankei View สามารถใช้บริการรถรับส่งฟรีที่ออกจากทางออกทิศเหนือของสถานีซัปโปโรได้ รถรับส่งนี้ดำเนินการโดยระบบจองล่วงหน้า และสำหรับผู้ที่มาโดยไม่มีรถเช่า การจองทางโทรศัพท์ล่วงหน้าเกือบจะจำเป็น และสามารถจองได้ล่วงหน้าถึงหนึ่งสัปดาห์
ในวันธรรมดา ห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ของโรงแรม Jozankei View เปิดให้บริการตั้งแต่ 5:00 น. ถึง 9:30 น. และ 14:00 น. ถึง 24:00 น. ส่วนบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่ 5:00 น. ถึง 9:30 น. และ 14:00 น. ถึง 23:00 น.

มาโอตารุทั้งที ต้องลองพักที่นี่เลย! โฮสเทลสุดชิลสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ไม่ได้มีแค่ห้องพัก แต่ยังได้ฟีลเหมือนอยู่บ้านกับอาหารเช้าสุดประทับใจ ห้ามพลาด!

ใครกำลังวางแผนเที่ยวฮอกไกโดปี 2026 มาดูอัปเดตสภาพอากาศจากประสบการณ์จริงที่โอตารุ ฮาโกดาเตะ และโนโบริเบ็ตสึ เตรียมตัวให้พร้อม จะได้ไม่เจอฝนแบบไม่คาดฝัน!

ใครไปฮอกไกโดต้องแวะ! แจกแพลนเที่ยวโอตารุ (Otaru) 1 วันเต็มฉบับปี 2026 นั่งรถไฟจากซัปโปโรแค่ 40 นาที เดินถ่ายรูปริมคลองสุดโรแมนติก แวะกินซูชิ และคาเฟ่ชิคๆ เพียบ

หลีกหนีความวุ่นวายมาพักใจที่สวนญี่ปุ่นโอโฮริโคเอ็น ฟุกุโอกะ สัมผัสบรรยากาศสงบ ถ่ายรูปสวยทุกมุม พร้อมจิบชาแบบญี่ปุ่นแท้ๆ บอกเลยว่าฟีลกู้ดสุดๆ ห้ามพลาด!


เตรียมตัวฟินกับวิวสุดอลังการที่ฟุกุโอกะทาวเวอร์ 2026! เรามีข้อมูลครบทั้งราคาบัตรเข้าชม, เวลาเปิด-ปิด, และทริคเด็ดๆ สำหรับชมวิวกลางคืนแบบจัดเต็ม