รีวิวปราสาทฮิเมจิ 2026: เที่ยวครบ พร้อมสวนโคโคเอ็นสวยๆ
ใครแพลนเที่ยวโอซาก้า โกเบ ต้องไม่พลาดปราสาทฮิเมจิ! มรดกโลกสุดอลังการที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ คุ้มสุดๆ ถ้าซื้อตั๋วรวมสวนโคโคเอ็นนะ!
กำลังโหลด...
ใครแพลนเที่ยวโอซาก้า โกเบ ต้องไม่พลาดปราสาทฮิเมจิ! มรดกโลกสุดอลังการที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ คุ้มสุดๆ ถ้าซื้อตั๋วรวมสวนโคโคเอ็นนะ!
ต่อเนื่องจากโพสต์เรื่องการเดินทาง วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกประสบการณ์จริงกับการเที่ยวปราสาทฮิเมจิ ชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทหลักจากด้านในกันเลยจ้า

รีวิวปราสาทฮิเมจิ
✅ วิธีไปปราสาทฮิเมจิ
✅ ค่าเข้า & เวลาเปิด-ปิด
✅ รีวิวจัดเต็ม
✅ เที่ยวสวนโคโคเอ็นด้วยกัน!
วิธีไปปราสาทฮิเมจิ

ถ้ามาเที่ยวคันไซ ส่วนใหญ่ก็มักจะเดินทางแบบ One-day trip จากโอซาก้าหรือโกเบนี่แหละค่ะ! ส่วนรายละเอียดการเดินทางแบบจัดเต็ม ลองย้อนไปดูโพสต์ก่อนหน้านี้ได้เลยนะ (มีลิงก์อยู่ท้ายบทความจ้า) ส่วนทริปของเราครั้งนี้ นั่งรถไฟ JR Shin-kaisoku จากโกเบมาแค่ 40 นาทีก็ถึงแล้ว! ถ้าใครแพลนเที่ยวโอซาก้ากับโกเบด้วยกัน แนะนำให้จัด JR Kansai Area Pass เลย คุ้มชัวร์!
⬇️⬇️

พอลงที่สถานี JR Himeji เท่านั้นแหละค่ะ! ปราสาทสีขาวโอโม่ก็เด่นสง่าอยู่แต่ไกลเลย จากสถานีไปถึงทางเข้าปราสาท เราแนะนำให้เดินชิลๆ สัก 20 นาทีดีกว่านั่งบัสค่ะ ถนนหนทางสะอาดตา เดินชมวิวเพลินๆ ระหว่างทางก็จะมีร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ กับร้านค้าอื่นๆ คล้ายๆ ทางเข้าอุทยานแห่งชาติบ้านเรา ให้แวะดูของไปเรื่อยๆ ไม่มีเบื่อเลยค่ะ ยิ่งเดินใกล้เข้าไป ปราสาทนกกระยางขาวก็ยิ่งใหญ่ตระการตาขึ้นเรื่อยๆ ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในหนังเลยนะ!

ค่าเข้า & เวลาเปิด-ปิด ปราสาทฮิเมจิ

พอเข้ามาในบริเวณปราสาทเท่านั้นแหละค่ะ นักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะมากจริงๆ! ด้านหน้าปราสาทหลัก (Daitenshukaku) ที่สูงตระหง่าน มีสนามหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลรอต้อนรับอยู่ จุดนี้แหละคือ 'มุมมหาชน' ที่ใครๆ ก็ต้องแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนเข้าไปข้างใน แนะนำว่าให้ถ่ายตอนขาเข้าด้วย ตอนขาออกด้วยนะ เพราะอากาศเปลี่ยนไวมาก ถ้าฟ้าสวยๆ ตอนไหนก็รีบกดชัตเตอร์ไว้ก่อนเลยจ้า!

พอมาถึงหน้าประตูทางเข้าปราสาท ก็ต้องซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์กันก่อนนะจ๊ะ! ช่วงนี้ค่าเข้ามีการปรับเปลี่ยนบ่อยๆ ยังไงก่อนไปก็ลองเช็กข้อมูลอัปเดต 2026 อีกทีเพื่อความชัวร์นะ


แค่เพิ่มเงินอีก 100 เยนเท่านั้น! ก็จะได้ตั๋วคอมโบที่สามารถเข้าชมสวนญี่ปุ่นโคโคเอ็น (Koko-en Garden) ที่อยู่ติดกันได้เลย บอกเลยว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม! เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรีหมดเลยนะ ถ้ามาเที่ยวแบบครอบครัวนี่สบายกระเป๋าเลยจ้า
เสียดายที่ไม่ได้ใช้บริการไกด์ทัวร์
ตอนเราไปกันเองแบบไร้ไกด์ ก็แอบเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนมาพร้อมไกด์นะ แอบฟังๆ ดูแล้วเขาก็อธิบายเรื่องราวต่างๆ ได้ละเอียดมากเลย ถ้าใครอยากได้ความรู้เชิงลึกและอินกับประวัติศาสตร์มากขึ้น แนะนำให้ลองใช้บริการไกด์ทัวร์ดูนะคะ จะได้เที่ยวแบบมีเรื่องราวและได้อรรถรสเพิ่มขึ้นเยอะเลย

เดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเข้าสู่โซนชมปราสาทแบบจริงจังแล้วค่ะ เดินไปสักพักจะสังเกตเห็นช่องสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมบนกำแพงเต็มไปหมดเลย! ใช่แล้วค่ะ ช่องเหล่านี้คือช่องยิงต่อสู้ (Sama) ที่ใช้สำหรับป้องกันศัตรูในสมัยก่อนนั่นเอง ช่องสี่เหลี่ยมใช้ยิงธนู ส่วนช่องสามเหลี่ยมหรือวงกลมใช้ยิงปืน นอกจากนี้ รายละเอียดบนกระเบื้องปลายหลังคาก็แกะสลักลวดลายไว้อย่างประณีตสุดๆ ไปเลยนะ แต่ต้องเตือนไว้นิดนึงว่าที่นี่มีทางลาดชันกับบันไดค่อนข้างเยอะ ใครที่ไม่สะดวกเรื่องการเดินอาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหน่อยนะคะ



ข้อควรระวัง: บันไดชันมากกกก!
พอเข้ามาด้านในปราสาทหลัก (Daitenshukaku) ตรงทางเข้าจะมีถุงพลาสติกแจกให้ทุกคนค่ะ เราจะต้องถอดรองเท้าใส่ถุงแล้วถือเข้าไปข้างในนะ ภายในปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหมด ซึ่งเผยให้เห็นร่องรอยของกาลเวลาและความประณีตในทุกรายละเอียด โครงสร้างต่างๆ ก็มีภาพประกอบอธิบายไว้อย่างดีเลยค่ะ






สิ่งที่ต้องระวังคือ บันไดด้านในปราสาทเนี่ย มันชันมากกกกก! แทบจะตั้งฉากเลยก็ว่าได้ ใครใส่กระโปรง หรือกางเกงขาสั้นมากๆ อาจจะไม่สะดวกเอาได้นะจ๊ะ

ภายในปราสาทสะอาดสะอ้านมากค่ะ ยิ่งเดินขึ้นไปสูงๆ วิวที่มองลงมาก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจได้ดีเลยนะ! อ้อ! ขอเตือนว่าด้านในห้ามใช้ไม้เซลฟี่เด็ดขาดนะจ๊ะ ต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดน้า บันไดเยอะมากจริงๆ เดินขึ้นลงนี่เหมือนได้ออกกำลังกายช่วงล่างไปในตัวเลยค่ะ แอบคิดว่าถ้าผู้สูงอายุมาอาจจะเหนื่อยหน่อยนะคะ


วิวจากแต่ละชั้นจะแตกต่างกันไปเล็กน้อย แนะนำให้แวะชมวิวจากทุกชั้นเลยนะ จะได้เห็นมุมสวยๆ ที่ไม่ซ้ำกัน



พอขึ้นมาถึงชั้นบนสุด ชั้น 6 ก็จะเจอวิวเมืองแบบพาโนรามาสุดปัง! มองเห็นปลายกระเบื้องหลังคาเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ถ้าวันนั้นฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสคงจะสวยงามกว่านี้อีกเยอะเลย เสียดายที่วันเราไปฟ้าครึ้มไปหน่อย




ตรงกลางชั้นบนสุดจะมีพื้นที่ที่ผู้คนต่อแถวกันเพื่ออธิษฐาน ที่นี่คือ 'ศาลเจ้าโอซากาเบะ' (Osakabe Shrine) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานเทพผู้พิทักษ์ปราสาท เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคยใช้ประกอบพิธีเพื่อขอพรให้ปราสาทปลอดภัยนั่นเองค่ะ

หลังจากชมวิวและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชั้นบนสุดเสร็จแล้ว เราก็ค่อยๆ เดินลงบันไดที่ชันมากๆ อย่างระมัดระวังสุดๆ เลยค่ะ ย้ำอีกครั้งว่าชันจริงจัง ต้องระวังกันดีๆ นะทุกคน!

เวลาที่ใช้ในการเที่ยวทั้งหมดก็ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ค่ะ แบ่งเป็นถ่ายรูปข้างนอก พักผ่อนนิดหน่อย 30 นาที และชมด้านในปราสาทอีก 40 นาที ถ้ามีไกด์ทัวร์คงได้ซึมซับเรื่องราวได้มากกว่านี้ แอบเสียดายนิดๆ แต่ไม่เป็นไรค่ะ! จบทริปปราสาทฮิเมจิแบบจัดเต็มแล้ว เราก็เตรียมตัวไปเดินเล่นที่สวนโคโคเอ็นที่อยู่ติดกันต่อเลย เพราะซื้อตั๋วคอมโบมาแล้วนี่นา! ไว้เจอกันในโพสต์หน้านะทุกคน!

ใช่ บทความแนะนำอย่างยิ่งให้ซื้อตั๋วรวม ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าชมสวนโคโคเอ็นได้ด้วยการเพิ่มเงินเพียง 100 เยน เมื่อซื้อตั๋วปราสาทฮิเมจิ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถเข้าชมได้ฟรี ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว
จากโกเบ คุณสามารถเดินทางถึงได้ในเวลาประมาณ 40 นาทีโดยใช้รถไฟ JR Special Rapid Service และแนะนำให้ใช้ JR Kansai Area Pass หลังจากลงที่สถานี JR Himeji แล้ว แนะนำให้เดินจากสถานีไปยังทางเข้าปราสาทพร้อมเด็กๆ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที แทนการขึ้นรถบัส
ภายในหอคอยหลัก คุณจะต้องถอดรองเท้าและเก็บไว้ในถุงพลาสติกที่จัดเตรียมไว้ให้ บันไดภายในมีความชันมากเกือบจะตั้งฉาก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการสวมกระโปรงหรือกางเกงขาสั้น และผู้สูงอายุควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ตามบทความ ระบุว่าใช้เวลาประมาณ 30 นาทีสำหรับการถ่ายภาพภายนอกและพักผ่อน และประมาณ 40 นาทีสำหรับการชมภายในหอคอยหลัก ดังนั้นจึงกล่าวว่าต้องใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง โดยไม่ต้องมีไกด์นำเที่ยว

เคยคิดว่าโอซาก้ามีแต่ที่เที่ยวสวยๆ คาเฟ่น่ารักๆ ใช่ไหม? แต่ทริปนี้เราเจอ 'มุมลับ' ที่ทำให้เห็นญี่ปุ่นในอีกแง่มุม ทั้งเรื่องราวชีวิตผู้คน ของกินราคาเป็นมิตร ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!

มาโอซาก้าแล้วอยากหาที่เที่ยวชิลๆ ใกล้เมือง? Tennoji Zoo คือคำตอบ! สวนสัตว์อายุร้อยกว่าปีที่คนท้องถิ่นก็ชอบไป แถมใช้ Osaka Amazing Pass เข้าฟรีได้นะ รีวิวจัดเต็ม!

สวนกวางนาราเป็นอีกหนึ่งพิกัดห้ามพลาดเมื่อมาโอซาก้า! เตรียมตัวให้พร้อมกับความน่ารักของน้องกวางนับพันตัวที่เดินเล่นอิสระ พร้อมเทคนิคใกล้ชิดน้องแบบฟินๆ ไปดูรีวิวฉบับเต็มกันเลย!

เตรียมฟินกับ Sendai Christmas Market 2026! สัมผัสบรรยากาศยุโรปยุคกลางสุดโรแมนติก แสงไฟวิบวับ ของอร่อยเพียบ ถ่ายรูปสวยปังทุกมุม ห้ามพลาดประสบการณ์หน้าหนาวสุดพิเศษนี้!

ใครอยากสัมผัสบรรยากาศคริสต์มาสสุดโรแมนติกที่ญี่ปุ่น ห้ามพลาด! แสงสีแห่งเซ็นได 2026 หรือ Sendai Pageant of Starlight เนรมิตถนน Jozenji-dori ให้เป็นโลกแห่งเทพนิยาย พร้อมทริคเที่ยวแบบฟินๆ

ถ้ามาเซ็นได ห้ามพลาดร้านอาหารจีน Chinmaya! ร้านลับที่คนท้องถิ่นต่อคิวแน่น เมนูเด็ดเพียบ แถมราคาน่ารักสุดๆ ใครสายกินต้องปักหมุดเลย!