จิบลิพาร์ค นาโกย่า: วิธีจองตั๋ว Premium และ Standard ให้ได้ชัวร์!
แฟนจิบลิเตรียมเฮ! พาตะลุย Ghibli Park ที่นาโกย่า พร้อมบอกหมดเปลือกวิธีจองตั๋วแบบ Premium และ Standard รวมถึงทริคเที่ยวให้ฟิน เหมือนหลุดเข้าไปในโลกอนิเมะ!

จิบลิพาร์ค นาโกย่า (Ghibli Park Nagoya)
ฉบับเต็ม! จองตั๋ว Premium และ Standard ยังไงให้ได้ชัวร์
Ghibli Park แห่งเดียวในญี่ปุ่น ที่นาโกย่าเท่านั้น!
วันนี้จะมาแชร์ทริคเด็ดๆ แบบจัดเต็มเหมือนเพื่อนซี้มาบอกต่อ
รับรองว่าช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงิน แถมได้เที่ยวแบบฟินสุดๆ
ใครพลาดบอกเลยว่าเสียดายแย่!
สารบัญโพสต์นี้ |
1. วิธีเดินทางไป Ghibli Park 2. ตั๋ว Premium และ Standard ต่างกันยังไง? 3. จองตั๋ว Premium ให้สำเร็จ ต้องทำยังไง? 4. พลาดตั๋ว Premium ไม่ต้องเศร้า! มีวิธีแก้ให้เที่ยวได้ครบ! 5. รีวิวบรรยากาศจริงใน Ghibli Park |
1. วิธีเดินทางไป Ghibli Park

ส่วนใหญ่แล้วเพื่อนๆ น่าจะพักแถวสถานีซาคาเอะ (Sakae) หรือสถานีนาโกย่า (Nagoya)
ซึ่งการเดินทางไป Ghibli Park ใช้เวลาประมาณ 50-55 นาที ด้วยรถไฟใต้ดินนะ

จากสถานีซาคาเอะ ให้นั่งรถไฟสาย Higashiyama ไปลงสถานี Fujigaoka
แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ Linimo ลงสถานี Ai-Chikyuhaku Kinen Koen ก็ถึง Ghibli Park แล้ว!

ถ้ามาจากสถานีนาโกย่าก็เดินทางแบบเดียวกันเลยจ้า
ค่าเดินทางประมาณ 670 เยน หรือประมาณ 160 บาท


บอกเลยว่าทางหาง่ายกว่าที่คิดเยอะ!
ตอนเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย Linimo จะมีป้ายลายการ์ตูนจิบลิเต็มไปหมด
แค่เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ก็ถึง Ghibli Park แล้ว ชิลมาก!

ก่อนเข้า Ghibli Park จะเจอร้านสะดวกซื้อ Lawson แนะนำให้แวะซื้อน้ำ ขนม หรืออะไรรองท้องไปก่อนนะ
เพราะในพาร์คก็มีร้านอาหารอยู่ แต่ช่วงเที่ยงคนจะเยอะมากกกก
ถ้าไม่อยากเสียเวลาต่อคิวนานๆ จนเลยเวลาอาหาร ก็ซื้อไปกินรองท้องได้เลยจ้า


พอลงจากรถไฟ ก็จะเจอลิฟต์ดีไซน์เก๋ๆ แบบนี้
นั่งลงไปก็จะเจอทางเข้าพาร์คเลยค่ะ

Ghibli Park กว้างมากกกก เดินเยอะสุดๆ
ดังนั้น! รองเท้าผ้าใบสบายๆ คือสิ่งสำคัญมาก ห้ามลืมเด็ดขาดนะ!
2. ตั๋ว Premium และ Standard ต่างกันยังไง?
Ghibli Park มีตั๋ว 2 แบบ คือ Premium และ Standard
ตั๋วจะเปิดให้จองล่วงหน้า 2 เดือนนะ โดยเฉพาะ Premium Ticket คือหมดไวมากกกก
แนะนำให้รอกดจองในวันที่ 10 ของทุกเดือนเลย!
เช่น)
✔ถ้าจะไปเดือนกรกฎาคม 2566 -> ต้องจองวันที่ 10 พฤษภาคม 2566
✔ถ้าจะไปเดือนสิงหาคม 2566 -> ต้องจองวันที่ 10 มิถุนายน 2566
มาดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง
Premium Pass และ Standard Ticket กันชัดๆ เลยจ้า
| Premium Pass | Standard Ticket |
โซนที่เข้าชมได้ | ✔ Ghibli's Grand Warehouse ✔ Hill of Youth ✔ Dondoko Forest ✔ Mononoke Village ✔ Valley of Witches ✔ Okino's House ✔ Howl's Castle เข้าชมภายในอาคาร ได้ทุกจุด | ✔ Ghibli's Grand Warehouse ✔ Mononoke Village ✔ Valley of Witches ไม่สามารถเข้าชมภายในอาคาร อื่นๆ ได้ |
สรุปง่ายๆ คือ ถ้าซื้อ Premium Pass จะเข้าชมได้ทุกโซน ทั้งภายนอกและภายในอาคาร
ส่วน Standard Ticket จะเข้าชมได้แค่ 3 โซนที่ระบุไว้ และไม่สามารถเข้าชมภายในอาคารอื่นๆ ได้เลย!
ดังนั้น ถ้ามาทั้งทีก็แนะนำให้ซื้อ Premium Pass ไปเลยจะคุ้มกว่า
แต่ถ้ากดไม่ทันจริงๆ เพราะคู่แข่งเยอะเว่อร์! ไม่ต้องเสียใจไปนะ
เพราะเรามีทริคเด็ดที่จะทำให้คุณสนุกกับ Ghibli Park ได้เหมือนมีตั๋ว Premium เลย!
ไปดูวิธีกันที่หัวข้อถัดไปเลยจ้า!
3. จองตั๋ว Ghibli Park ให้สำเร็จ ต้องทำยังไง?
อย่างที่บอกไปแล้วว่าตั๋วจะเปิดให้จองในวันที่ 10 ของทุกเดือน
โดยจะเป็นตั๋วสำหรับเข้าชมล่วงหน้า 2 เดือน
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องกำหนดวันที่จะไปให้ชัดเจน จะได้กดจองได้เร็วทันใจนะ
ยกตัวอย่างเช่น:
10 พฤษภาคม 2566 -> จองตั๋วสำหรับเดือนกรกฎาคม 2566 ได้เลย
10 มิถุนายน 2566 -> จองตั๋วสำหรับเดือนสิงหาคม 2566 ได้เลย
สำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านโพสต์นี้อยู่ตอนนี้ (09/05/2026) ก็เตรียมตัวให้พร้อมเลยนะ
เพราะวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ (พรุ่งนี้!) จะเปิดให้จองตั๋ว Ghibli Park สำหรับเดือนกรกฎาคมแล้วจ้า!

ตอนนี้ (09/05/2026) ตั๋วสำหรับเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนก็คือ Sold Out หมดเกลี้ยงแล้วน้าาาา! ㅠㅠ
เห็นมั้ยว่าต้องรีบจองจริงๆ ไม่งั้นอดเที่ยวจ้า
วิธีจองตั๋ว Ghibli Park มี 2 ช่องทางหลักๆ คือ
1. จองผ่านเว็บไซต์ทางการ
2. จองผ่าน Klook ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
มาดูกันทีละช่องทางเลยค่ะ
1) วิธีจองผ่านเว็บไซต์ทางการ
Tickets (Overseas Purchase)|GHIBLI PARK

เมื่อเข้าเว็บทางการแล้ว ให้กดปุ่ม "Select" ตามลูกศรที่วงไว้
ก็จะเจอหน้าปฏิทินแบบนี้ค่ะ

สัญลักษณ์ X คือ ตั๋วหมด
สัญลักษณ์ △ คือ เหลือตั๋วจำนวนน้อย
สัญลักษณ์ ○ คือ เหลือตั๋วจำนวนมาก
ตอนนี้ (09/05/2026) ตั๋วเดือนพฤษภาคมก็คือหมดแล้วจ้า
(นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมต้องรีบจองล่วงหน้า)
สรุปคือ ต้องรอกดจองตั๋วในวันที่ 10 ของทุกเดือนเท่านั้น ถึงจะได้ไป Ghibli Park นะคะ
ข้อควรรู้: ถ้าจองผ่านเว็บไซต์ทางการ จะต้องไปแลกตั๋วที่ร้าน Lawson หน้า Ghibli Park อีกที ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากและเสียเวลา
ดังนั้น เราขอแนะนำวิธีที่สะดวกกว่า นั่นคือการจองผ่าน Klook จ้า!
2) วิธีจองผ่าน Klook
ส่วนตัวแล้วเราแนะนำให้จองผ่าน Klook มากกว่านะ
>>ลิงก์จองตั๋ว Ghibli Park ผ่าน Klook (ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ)<<
เพราะ Klook ใช้ง่าย ทั้งขั้นตอนการชำระเงินและจอง
แถมไม่ต้องไปแลกตั๋วให้เสียเวลา แค่ใช้ QR Code ก็เข้าได้เลย สะดวกสุดๆ!

ในวันที่ 10 ของทุกเดือน เวลา 14:00 น. (บ่ายสองโมงตรง) ตั๋วจะเปิดให้จองอย่างเป็นทางการ
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วกดจองได้เลย!

การจองตั๋ว Ghibli Park นี่มันฟีลเหมือนกดบัตรคอนเสิร์ตเลยนะ!
ดังนั้น แนะนำให้ลงทะเบียนบัตรเครดิตใน Klook ไว้ล่วงหน้า
พอถึงเวลาเปิดจอง ก็รีบกดเลือกตั๋ว เลือกวัน แล้วชำระเงินให้ไวที่สุด
แค่นี้ก็ได้ตั๋ว Premium หรือ Standard มาครอบครองแล้วจ้า!
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรรู้
ตอนจองตั๋ว เราจะต้องเลือกเวลาเข้าชมโซน Ghibli's Grand Warehouse ด้วยนะ
มีให้เลือก 2 รอบ คือ 10:00 น. และ 14:00 น. (บ่ายสองโมง)
ส่วนตัวแนะนำให้เลือกเข้าชมรอบ 14:00 น. มากกว่า
เพราะการจัดสรรเวลาจะดีกว่า และคนไม่แน่นเท่ารอบเช้าด้วย!
-> เหตุผลจะเล่าให้ฟังข้างล่างนะ!
หวังว่าเพื่อนๆ จะนำทริคที่เราบอกไปใช้จองตั๋ว Ghibli Park สำเร็จกันถ้วนหน้านะคะ!
🔻🔻🔻
ไอจิ จิบลิ พาร์ค ตั๋ว - Klook Klook ไทย
4. พลาดตั๋ว Premium ไม่ต้องเศร้า!
มีวิธีแก้ให้เที่ยวได้ครบ!
ถ้าพลาดตั๋ว Premium ไปแล้วล่ะ?
ไม่ต้องกังวลเลยจ้า!
ถ้าคุณได้ตั๋ว Standard มาแล้ว
เราจะมาบอกวิธีที่คุณจะสามารถเข้าชม
ปราสาทฮาวล์ (Howl's Moving Castle), บ้านแม่มด (Witch's House), และคฤหาสน์โอคิโนะ (Okino's House)
ที่ปกติจะเข้าได้เฉพาะตั๋ว Premium เท่านั้น!

สำหรับคนที่มีตั๋ว Standard ให้รีบวิ่งไปที่โซน Valley of Witches ทันทีที่ Ghibli Park เปิดเลยนะ!

คุณจะเห็นทางเข้าแบบนี้
ต้องผ่านทางนี้ไปก่อน ถึงจะเห็นปราสาทฮาวล์ได้นะ

และที่สำคัญคือ จะมีบูธขายตั๋วเข้าชมเฉพาะจุดในวันนั้นๆ
ดังนั้น อย่าเพิ่งแวะไปไหน ให้วิ่งตรงดิ่งไปที่บูธนี้ให้เร็วที่สุดเลย!


มองไปข้างๆ ม้าหมุน จะเห็นบูธขายตั๋วสีฟ้าๆ
ที่นี่แหละคือจุดที่คุณสามารถซื้อตั๋วเข้าชมภายใน
ปราสาทฮาวล์, บ้านแม่มด และคฤหาสน์โอคิโนะ ได้!
เท่านี้คุณก็จะได้เข้าชมโซน Premium ที่ฮิตๆ ได้แล้ว
แม้ว่าจะมีแค่ตั๋ว Standard ก็ตาม! เริ่ดมาก!
ชำระเงินได้ทั้งบัตรเครดิตและเงินสดเลยนะ!
ดังนั้น อย่าเพิ่งหมดหวังถ้าได้แค่ตั๋ว Standard
ทำตามที่เราบอกคือ Open Run ไปที่บูธขายตั๋วนี้เลยจ้า!
5. รีวิวบรรยากาศจริงใน Ghibli Park


โซน Ghibli's Grand Warehouse เป็นโซนที่มีอะไรให้ดูเยอะที่สุด!
ข้อควรรู้คือ ไม่สามารถเข้าซ้ำได้นะ
ดังนั้น ต้องเข้าชมตามเวลาที่จองไว้ และเดินดูให้ครบทุกซอกทุกมุมเลยจ้า



พอเข้าไปใน Grand Warehouse แล้ว จะเห็นว่าคิวถ่ายรูปกับคาออนาชิ (No-Face) ยาวมาก
แนะนำให้รีบไปถ่ายรูปตรงนี้ก่อน แล้วค่อยเดินดูโซนอื่นๆ จะได้ไม่เสียเวลานะ

ภายใน Grand Warehouse มีทั้งคาแรคเตอร์จิบลิชื่อดัง
และฉากต่างๆ จากอนิเมชั่นที่สร้างขึ้นมาให้เราได้สัมผัสแบบมีชีวิตชีวา
เดินดูแล้วรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ เลยค่ะ



วันนี้ได้ถ่ายรูปกับโปเนียว (Ponyo) ซึ่งเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ตัวโปรดของเราด้วย
ได้ดูฉากต่างๆ จากอนิเมชั่นหลายเรื่อง แถมยังได้ลองจับของจริงอีกด้วย สนุกมากเลยค่ะ



นอกจากนี้ ยังมีตั๋วสำหรับดูภาพยนตร์อนิเมชั่นสั้นๆ ด้วยนะ
เหมาะมากถ้ามาเที่ยวกับเด็กๆ ค่ะ

ยูบาบา (Yubaba) จากเรื่อง Spirited Away ก็มาปรากฏตัวตรงหน้าเราเลย!

ดีเทลคือสุดยอดมาก เหมือนหลุดออกมาจากจอจริงๆ
สมจริงจนต้องร้องว้าว! เดินดูเพลินจนลืมเวลาไปเลยค่ะ


ภายใน Grand Warehouse ก็มีขนมให้ซื้อกินง่ายๆ ด้วยนะ
ทั้งคาสเทลล่า นม และขนมปังถั่วแดง อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ
นมรสชาติกลมกล่อม ขนมคาสเทลล่าก็นุ่มละมุนลิ้น
แนะนำให้ลองซื้อมาชิมกันดูน้า

ก่อนออกจะมีร้านขายของที่ระลึกด้วย แต่ห้ามถ่ายรูปนะ ㅠㅠ
ใครอยากได้ของน่ารักๆ กลับไปเป็นที่ระลึก ก็แวะช้อปได้เลย
(โซนนี้เข้าได้ครั้งเดียว ห้ามเข้าซ้ำนะ)

หลังจากนั้น เราก็ไปถ่ายรูปกับปราสาทฮาวล์, คฤหาสน์โอคิโนะ และโซนอื่นๆ ที่เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิต
แถมยังได้เข้าชมภายในอาคารด้วยนะ
ที่ Ghibli Park ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในอาคารนะ
ดังนั้น ถ่ายรูปได้แค่โซนภายนอกเท่านั้นจ้า
ถ้าเดินดูทั้งโซนด้านนอกและด้านใน ใช้เวลาเกือบครึ่งวันเลยนะ
ดังนั้น วางแผนเวลาดีๆ จะได้เที่ยวได้ครบ!





เที่ยว Ghibli Park แบบเต็มอิ่มสุดๆ
แถมยังได้ของที่ระลึกน่ารักๆ กลับบ้านอีกเพียบ!
Ghibli Park แห่งเดียวในญี่ปุ่น ที่นาโกย่าเท่านั้น!
ใครที่เป็นแฟนอนิเมชั่นของ Ghibli บอกเลยว่าต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต
รับรองว่าสนุกและประทับใจ เหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการเลยค่ะ
แต่ด้วยความฮอตฮิตของที่นี่ ตั๋วเลยจองยากมาก!
ดังนั้น อย่าลืมทำตามทริคที่เราบอกไปนะ
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วกดจองตั๋วในวันที่ 10 ของทุกเดือน เวลา 14:00 น. ให้ทันนะจ๊ะ!
🔻🔻🔻
แชร์บทความนี้
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

Rakuten Travel: จองโรงแรม 료คังญี่ปุ่นยังไงให้ได้ราคาปังกว่าใคร!
นักเดินทางสายญี่ปุ่นต้องรู้! Rakuten Travel เว็บจองที่พัก 료คังญี่ปุ่นตัวจริง! มาดูกันว่าจองโรงแรมหรูหรือเรียวกังที่นี่จะได้ราคาดีกว่าเว็บอื่นขนาดไหน พร้อมเทียบราคาให้เห็นๆ

เที่ยวโอซาก้า 2026: เลือกพาสไหนคุ้มสุด? เปรียบเทียบครบ!
มือใหม่เที่ยวโอซาก้าต้องอ่าน! หมดปัญหาเลือกพาสไม่ถูก เราเปรียบเทียบ Osaka Amazing Pass, Kansai Joy Pass, ePass และ Subway Pass แบบจัดเต็ม ให้คุณเที่ยวฟิน ประหยัดงบสุดๆ ในปี 2026!

รีวิวเรียวกังฟุนะยะ โดโกะออนเซ็น: พักผ่อนหรูสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมไคเซกิสุดฟิน
ฟินสุดๆ กับเรียวกังฟุนะยะ โดโกะออนเซ็น มัตสึยามะ! สัมผัสออนเซ็นธรรมชาติแท้ๆ และลิ้มรสไคเซกิสุดประณีต ที่พักในฝันของคนรักญี่ปุ่น ห้ามพลาดเด็ดขาด!


