รีวิวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ เกียวโต 2026: เสาโทริอิแดง
รีวิวเที่ยวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ เกียวโต ปี 2026 เดินชมอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงสุดอลังการแบบไม่มีค่าเข้า! พร้อมแชร์พิกัดถ่ายรูปและของกินเล่นห้ามพลาด
กำลังโหลด...
รีวิวเที่ยวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ เกียวโต ปี 2026 เดินชมอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงสุดอลังการแบบไม่มีค่าเข้า! พร้อมแชร์พิกัดถ่ายรูปและของกินเล่นห้ามพลาด
เที่ยวเกียวโต 1 วันฉบับคนมีเวลาน้อย (วันเดย์ทัวร์)
(ค่าเข้าชม: ฟรี!)

ทริปเที่ยวโอซาก้า 4 วัน 3 คืนครั้งนี้ เราอยากแบ่งเวลาสัก 1 วันไปสัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่าที่เกียวโตดูบ้างค่ะ! แต่ด้วยความที่ไม่อยากปวดหัวกับการวางแผนเดินทาง ต่อรถไฟหลายต่อ หรือกลัวหลงทาง พวกเราเลยตัดสินใจจองวันเดย์ทัวร์ (One Day Bus Tour) ผ่านแอปพลิเคชันท่องเที่ยว สะดวกสบายสุดๆ เลยจ้า
และพิกัดสุดท้ายของทริปทัวร์วันนี้ก็คือ แลนด์มาร์กสุดฮิตที่ทุกคนต้องรู้จักในนาม 'ศาลเจ้าเสาแดง' หรือ 'ศาลเจ้าจิ้งจอก' แต่ชื่ออย่างเป็นทางการของที่นี่ก็คือ 'ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ' (Fushimi Inari Shrine) นั่นเองค่ะ!
ข้อดีของการไปเที่ยวเกียวโตด้วยรถบัสวันเดย์ทัวร์คือเราไม่ต้องเหนื่อยหาข้อมูลการเดินทางเองเลย นั่งรถแอร์เย็นๆ ย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แถมยังมีไกด์คอยอธิบายประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าสนุกๆ ให้ฟังตลอดทาง ดีงามมากกก ดีกว่าเดินทางเองคนเดียวเยอะเลยค่ะ

เนื่องจากรอบๆ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริไม่มีที่จอดรถบัสขนาดใหญ่ รถบัสทัวร์ของเราเลยไปจอดที่ลานจอดรถบัสเฉพาะ ซึ่งต้องเดินเท้าต่อไปยังศาลเจ้าอีกประมาณ 10-15 นาทีค่ะ
ตึกรามบ้านช่องที่เราเดินผ่านในรูปด้านบนน่าจะเป็นอพาร์ตเมนต์ที่คนญี่ปุ่นอาศัยอยู่จริงๆ ดูแล้วเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์แปลกตาดีนะคะ รู้สึกเหมือนได้หลุดเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตโลคอลจริงๆ เลยล่ะ


ระหว่างทางเดินไปศาลเจ้า ไกด์ก็นำทางพวกเราไปเรื่อยๆ ทำให้เดินง่ายไม่มีหลงเลยค่ะ
แถมยังผ่านร้านสะดวกซื้อ LAWSON ด้วยนะ! ที่ญี่ปุ่นนี่ร้านลอว์สันหาง่ายพอๆ กับเซเว่นหรือแฟมิลี่มาร์ทเลยค่ะ ของกินข้างในคือเด็ดมากกก โดยเฉพาะพวกเบเกอรี่และของทอด ฟีลเหมือนร้านสะดวกซื้อยอดฮิตในไทยแต่มีเมนูพรีเมียมให้เลือกเยอะกว่าเพียบ!

สถาปัตยกรรมตึกรามบ้านช่องของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีขนาดกะทัดรัดและดีไซน์น่ารักเป็นเอกลักษณ์มากค่ะ
แถมยังมีรถไฟวิ่งผ่านบนดินตัดผ่านหน้าบ้านแบบนี้ด้วย ได้ฟีลเหมือนฉากในอนิเมะญี่ปุ่นย้อนยุคเลยค่ะ ดูคลาสสิกและมีเสน่ห์เฉพาะตัวมากๆ ถ่ายรูปออกมาแล้วเท่สุดๆ ไปเลย


ระหว่างทางเดินไปศาลเจ้าจะมีสะพานข้ามแม่น้ำสายเล็กๆ บรรยากาศรอบๆ ดีงามมากกก
เนื่องจากแถวนี้ไม่มีตึกสูงเลย ทำให้เรามองเห็นวิวทิวเขาเขียวขจีที่อยู่ไกลๆ ได้อย่างชัดเจน สูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดเลยล่ะค่ะ


พอเดินเข้าใกล้บริเวณศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ก็จะเริ่มเห็นร้านขายของที่ระลึกรูปสุนัขจิ้งจอกและร้านอาหารตั้งเรียงรายเต็มสองข้างทางเลยค่ะ
ระหว่างทางขึ้นจะมีพวกซุ้มขายอาหารสตรีทฟู้ด (Yatai) กลิ่นหอมฟุ้ง แต่ไกด์แอบกระซิบเตือนพวกเราว่า 'อย่าเพิ่งรีบซื้อกินแถวนี้นะ เพราะราคาค่อนข้างแพงและรสชาติเฉยๆ มาก' พวกเราเลยเชื่อไกด์ค่ะ แล้วเปลี่ยนแผนไปแวะซื้อ 'อินาริซูชิ' (ซูชิเต้าหู้หวาน) เมนูท้องถิ่นชื่อดังจากร้านเก่าแก่แถวนั้นแทน ห่อกลับไปกินบนรถบัสขากลับโอซาก้า บอกเลยว่าอร่อยฟินฉ่ำมงลงมากกก!


ว่ากันว่าถ้าจะเดินขึ้นไปชมศาลเจ้าฟูชิมิอินาริจนถึงยอดเขาจริงๆ ต้องใช้เวลาเดินเท้ากว่า 2 ชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ! ถ้าใครอยากพิชิตยอดเขาแนะนำว่าอาจจะต้องหาที่พักแถวนี้สักคืนนึงเลยนะฮะ
แต่สำหรับลูกทัวร์เวลาน้อยแบบเรา ไกด์แนะนำให้เดินขึ้นไปแค่จุดกึ่งกลางพอ ซึ่งใช้เวลาเดินสบายๆ แค่ 20 นาทีเท่านั้นค่ะ และขอบอกเลยว่าแค่นั้นก็สวยสะกดตามากกก เสาโทริอิสีแดงส้มตั้งเรียงรายเป็นอุโมงค์ยาวเหยียด ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง!


ตรงทางเข้าศาลเจ้าจะมีนักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูปกันเยอะมากกก และข้างๆ ประตูทางเข้าจะมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอก 2 ตัวตั้งอยู่ ซึ่งจิ้งจอกแต่ละตัวจะคาบสิ่งของในปากไม่เหมือนกันนะคะ
ตัวนึงจะคาบกุญแจโกดังข้าว อีกตัวจะคาบลูกแก้ววิเศษ ซึ่งสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และการเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรค่ะ เป็นดีเทลเล็กๆ ที่น่ารักและมีความหมายซ่อนอยู่

ขอแชะภาพชูสองนิ้วคู่กับรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกสักหน่อยจ้า! พยายามจะถ่ายให้เห็นรูปปั้นชัดๆ แต่ต้องบอกเลยว่าคนเยอะมากกก ต้องอาศัยจังหวะและกดชัตเตอร์รัวๆ เลยค่ะ


ตลอดทางเดินขึ้นเขาจะมีจุดให้แวะขอพรและทำบุญเล็กๆ น้อยๆ อยู่เรื่อยๆ เลยค่ะ
เสาโทริอิสีแดงต้นใหญ่ตรงทางเข้า เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่แบ่งเขตแดนระหว่างโลกมนุษย์กับโลกศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า พอเดินผ่านเสานี้ไปแล้วก็เหมือนเราได้ก้าวเข้าสู่ดินแดนของเทพเจ้าอินาริอย่างเป็นทางการเลยล่ะค่ะ

พอเดินผ่านเสาโทริอิต้นใหญ่เข้ามาปุ๊บ ก็จะเจอกับอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงส้ม (Senbon Torii) ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่สุด
ถ้ามาเที่ยวช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คนจะแน่นเอี้ยดประมาณนี้เลยจ้า อาจจะหามุมถ่ายรูปเดี่ยวแบบคลีนๆ ยากนิดนึง แต่ถ้าเดินลึกขึ้นไปเรื่อยๆ คนจะเริ่มซาลงและถ่ายรูปได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ



เมื่อเดินลอดอุโมงค์เสาแดงเข้ามาแล้ว ลองหันหลังกลับไปมองดูนะคะ จะเห็นว่าที่ด้านหลังของเสาโทริอิทุกต้นมีตัวอักษรสีดำสลักอยู่ด้วย!
ตัวอักษรเหล่านี้คือชื่อของผู้บริจาคสร้างเสาโทริอิค่ะ มีทั้งชื่อบุคคลและชื่อบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่มาสร้างถวายเพื่อขอพรให้ธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จนั่นเอง ยิ่งเสาต้นใหญ่ก็ยิ่งแสดงถึงมูลค่าการบริจาคที่สูงขึ้นด้วยนะ!




หลังจากแชะภาพสวยๆ ในอุโมงค์เสาแดงเสร็จแล้ว ระหว่างทางเดินลงเขาก็จะผ่านรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกหินแกะสลักอีกหลายตัวเลยค่ะ
รูปปั้นจิ้งจอกเหล่านี้ส่วนใหญ่จะคาบรวงข้าวหรือพืชผลทางการเกษตร สื่อถึงการขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ เก็บเกี่ยวได้เยอะๆ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตเกษตรกรญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานเลยล่ะค่ะ


ระหว่างทางลงเขา เราเจอรูปปั้นหินแกะสลักที่หน้าตาคล้ายๆ สิงโตหิน (หรือโคมะอินุ) ซึ่งทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาศาลเจ้า คล้ายๆ กับรูปปั้นปี่เซียะของจีนเลยค่ะ
แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือมีเจ้าเหมียวส้มสุดน่ารักมานอนขดตัวเฝ้าอยู่ข้างๆ รูปปั้นด้วยล่ะค่ะ! น้องเชื่องมากและไม่กลัวคนเลย ทาสแมวอย่างเราเห็นแล้วอดใจไม่ไหว ต้องรีบกดชัตเตอร์เก็บความน่ารักนี้ไว้เลยค่ะ



ช่วงเวลาที่เราเดินลงมาจากศาลเจ้าฟูชิมิอินาริเป็นช่วงเย็นพอดี แสงแดดอ่อนๆ ยามโพล้เพล้ (Golden Hour) สาดส่องลงมากระทบกับตัวอาคารไม้สีแดงส้มของศาลเจ้า บอกเลยว่าสวยงามสะกดสายตาและดูอบอุ่นโรแมนติกมากๆ เลยค่ะ!
การมาเที่ยวเกียวโตด้วยวันเดย์ทัวร์ในครั้งนี้ แม้เวลาในแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวจะแอบกระชับไปหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์มากๆ สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด เพราะสามารถเก็บแลนด์มาร์กสำคัญๆ ของเกียวโตได้ครบจบใน 1 วันแบบไม่ต้องเหนื่อยเดินทางเองเลยค่ะ แนะนำเลย!
เกร็ดความรู้: 'ศาลเจ้าจิ้งจอก' เป็นชื่อเรียกที่ถูกต้องจริงหรือ?
นักท่องเที่ยวหลายคนมักจะติดปากเรียกที่นี่ว่า 'ศาลเจ้าจิ้งจอก' แต่จริงๆ แล้วตามหลักความเชื่อของลัทธิชินโต ที่นี่ไม่ได้บูชาสุนัขจิ้งจอกเป็นเทพเจ้านะคะ!
สุนัขจิ้งจอกขาว (Byakko) เป็นเพียง 'ผู้นำสาร' หรือข้ารับใช้ของเทพเจ้าอินาริ (เทพแห่งกสิกรรม ข้าว และการค้าขาย) เท่านั้นค่ะ ด้วยเหตุนี้รอบๆ ศาลเจ้าจึงเต็มไปด้วยรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกมากมายเพื่อคอยดูแลและปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จ้า
📍 ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine)
68 Fukakusa Yabunouchicho, Fushimi Ward, Kyoto, 612-0882 Japan
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริเข้าชมฟรี คุณสามารถเดินเล่นได้ตามอัธยาศัยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
หากต้องการเดินชมจนถึงยอดเขาจะใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมง แต่ถ้าไปถึงแค่จุดกึ่งกลาง ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็เพียงพอแล้ว
ไกด์นำเที่ยวไม่แนะนำให้ซื้ออาหารจากร้านแผงลอยเนื่องจากมีราคาแพงและรสชาติไม่อร่อย ขอแนะนำให้ซื้อซูชิเต้าหู้ (อินาริซูชิ) แบบกลับบ้านจากร้านใกล้เคียงเพื่อทานระหว่างทางแทน
ไม่ใช่ ไม่ได้มีการบูชาสุนัขจิ้งจอกเป็นเทพเจ้า แต่เป็นเพียงชื่อเล่นที่ตั้งขึ้นเพราะมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกอยู่เป็นจำนวนมาก แท้จริงแล้วศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อขอพรให้การเพาะปลูกอุดมสมบูรณ์

สัมผัสโอซาก้าแบบโลคอลที่ Sekai Hotel Osaka ย่าน Fuse โรงแรมสุดเก๋ที่เปลี่ยนย่านการค้าเก่าให้เป็นที่พักสุดชิค พร้อมอาหารเช้าและทาโกะยากิเจ้าอร่อย!

สัมผัสเสน่ห์ฮาโกดาเตะแบบคนโลคอล! ตะลุยตึกเก่าสไตล์ตะวันตกสุดคลาสสิกที่โมโตมาจิ ทั้งศาลาว่าการฮอกไกโดเก่า กงสุลอังกฤษเก่า และชิลที่สวนสวย ถ่ายรูปปังทุกมุม!

รีวิวเที่ยวปราสาทนาโกยาปี 2026 แบบจัดเต็ม! แจกพิกัดถ่ายรูปสวยๆ วิธีเดินทางด้วยรถไฟและรถบัส พร้อมอัปเดตราคาค่าเข้าล่าสุดและขนมอร่อยห้ามพลาด!

รีวิวเที่ยวเกาะนาโอชิมะ (Naoshima) อัปเดต 2026 พิกัดถ่ายรูปฟักทองลายจุดสุดปังของ Kusama Yayoi พร้อมทริคขึ้นรถบัสฉบับคนโลคอล ไม่ต้องกลัวตกรถ!

ลังเลอยู่ใช่ไหมว่าทริปโตเกียว 2026 จะแวะ teamLab ที่ไหนดี? บล็อกนี้มีคำตอบ! เปรียบเทียบ Planets และ Borderless แบบเจาะลึก พร้อมพิกัดถ่ายรูปสุดปัง!
ทริปโตเกียววันสุดท้าย ใครพักชินจูกุแล้วกำลังหาวิธีไปสนามบินนาริตะแบบชิลๆ สบายๆ ต้องอ่าน! เรามีทริคจองตั๋วสกายไลเนอร์ให้ได้ราคาดี พร้อมวิธีเดินทางละเอียดสุดๆ ไม่ต้องงง!